หลงไป๋หอบหายใจอย่างหนักหน่วง ในที่สุดมันก็จบลงเสียที เมื่อมองดูร่างไร้ิญญาของเหล่ากุยที่ทอดกายอยู่บนพื้นดินทำให้เขาทอดถอนใจมิใช่น้อย เมื่อครู่หากมิใช่เหล่ากุยบ้าบิ่นโหมโจมตีเขาอย่างสุดกำลังแล้วละก่อน คงเป็เขาเองที่สิ้นชีพ พลังลมปราณก่อตั้งขั้นสูงสุดที่เขาแสนภาคภูมิใจก่อนหน้านี้ เพียงแค่ชายชราเพียงผู้เดียวถึงกับทำให้เขาเกือบกลายเป็ร่างไร้ิญญา เขาหยิ่งผยองเกินไป พลังอำนาจ! เขา้าพลังมากกว่านี้!
หลงไป๋ก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างยากลำบาก กล้ามเนื้อที่ราวกับจะแหลกสลายไปทุกชั่วขณะนำความเ็ปมาให้เขาอย่างมหาศาล และพริบตาเดียวกันนั่นเองที่สติสัมปัชชัญญะของเขานั้นดับวูบหลง โลกเบื้องหน้าพลันกลับกลายเป็มืดมิดไร้เสียงสว่าง ร่างของหลงไป๋ร่วงหล่นสู่พื้นจากอาการอ่อนเพลียและาเ็ เขาฝืนร่างกายมาจนเกินขีดจำกันของตัวเองแล้ว
ขณะที่ร่างกับกำลังดิ่งวูบลงนั้น สองแขนบอบบางก็ได้เข้ามาโอบอุ้มเขาเอาไว้ ใบหน้านั้นเจิ่งนองไปด้วยหยาดน้ำตาที่ไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด จางเยว่! แท้จริงนางมิได้หนีไปตามที่หลงไป๋บอก หากแต่เพียงหลบซ่อนอยู่ในที่ที่ห่างออกไป เมื่อเห็นร่างของหลงไป๋ล้มลงอย่างกะทันหันนางจึงรีบวิ่งกลับมาหาหลงไป๋ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความกังวล
“เ้าจะต้องไม่เป็อะไรนะ เ้าจะต้องไม่เป็อะไร!” นางพูดออกมาด้วยใจที่หนักแน่น ก่อนจะค่อยๆ พยุงร่างของหลงไป๋จากไป ด้วยเรือนร่างบอบบางอ้อนแอ้นนั้น ช่างเป็ที่ยากเย็นแสนสาหัสนัก
...............................................................................................................................
สายลมพัดโชยเอากระแสเย็นยะเยียบเข้ามาให้ห้องเล็กๆ ที่ทำจากศิลาห้องหนึ่ง ข้างๆ กองไฟที่คอยให้ความอบอุ่นกับผู้คนท่ามกลางสายลมหนาว บนเตียงที่ทำจากฟางข้าวปูบนพื้นศิลาแบบหยาบๆ มีร่างของชายคนหนึ่งนอนอยู่ทั้งตัวนั้นเต็มไปด้วยาแจำนวนมาก เืยังคงไหลซึมออกมาจากผ้าพันแผลอยู่บ้าง แม้เวลาจะผ่านมาถึงสามวันแล้วก็ตาม
สายลมแห่งความตาย และความหวาดกลัว พัดกระหน่ำเข้าใส่ร่างของเด็กน้อยคนหนึ่งที่กำลังหลบอยู่หลังซอกกำแพงที่ถล่มลงมาก่อนหน้านี้ ร่างน้อยนั้นสั่นสะท้านแม้รอบข้างจะเต็มไปด้วยเปลวเพลิงสี่แดงฉาน เสียงกรีดร้องจากความเ็ป เสียงร่ำไห้จากความสูญเสียดังแซ่ระงมไปทั่วตระกูลหลง
ต่อหน้าสายตาของเด็กน้อยชายวัยกลางคนคนหนึ่งยืนเด่นเป็สง่า ประจันหน้ากับหมู่ศัตรูที่โถมเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย กระบี่ในมือนั้นพลิ้วไหวท่ามกลางหมู่ศัตรูประหนึ่งัที่ทะยานไปมารอบๆ ตัวเขา
“ไปซะ!!! นี่เป็คำสั่ง!” ชายวัยกลางคนเบื้องหน้าะโออกมาโดยไม่หันหลังกลับมามอง
“แต่....ท่านประมุข ข้าจะทอดทิ้งท่านได้เช่นไรกัน ข้าจะมีหน้าไปพบเหล่าบรรพบุรุษได้เช่นไร!” ชายชราในชุดสีดำขลิบทอง ปักลวดลายัทะยานเมฆสีทองอยู่เต็มแขนเสื้อข้างซ้าย เอ่ยออกมาพร้อมๆ กับปัดป้องประดาอาวุธที่ฟาดฟันเข้ามาใสตัวของเขา
“ไม่มีเวลาแล้ว อย่าให้การเสียสละของตระกูลต้องสูญเปล่า ต่อให้ต้องจ่ายด้วยชีวิตของทั้งตระกูลก็ต้องพาเขาออกไปอย่างปลอดภัยให้จงได้ เรามิอาจสูญเสียอัจฉริยะในรอบพันปีของตระกูลเรา ไป!!!”
“แต่ว่า...”
“ไป!!!”
ชายชราปาดน้ำตาก่อนจะทะยานเข้ามาหาร่างของเด็กตัวน้อย ที่แอบซ่อนอยู่หลังซากปรักหักพังของกำแพง เขาโอบอุ้มร่างน้อยนั้นเอาไว้ ก่อนจะทะยานออกไปด้วยกำลังทั้งหมดที่มี ก่อนที่เสียงราบเรียบลุ่มลึกจะดังกังวานขึ้น หัวใจของชายชราแทบแหลกสลาย ดังตาเต็มไปด้วยไฟโทสะ เจือปนไปด้วยความโศกเศร้าอาดูรอย่างเต็มปรี่
“หากลูกของข้าเติบโตขึ้นในภายภาคหน้า อย่าลืมบอกเขาเล่า ว่าบิดาของเขา หลงกู่หยางนั้นกล้าหาญเพียงใด!”
เด็กน้อยมองไปยังชายวัยกลางคนที่ถูกทิ้งไว้เื้ั ท่ามกลางเหล่าศัตรูนับร้อยนับพัน ใบหน้าคมกล้านั้นประดับไว้ด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก กระบี่คมกล้าพลิ้วไหวได้เพียงชั่วครู่ ก่อนที่จะหยุดชะงักลงเมื่อกระบี่นับสิบเล่มถูกเสือกแทงเข้าร่าง เขาหัวเราะอย่างบ้าคลั่งก่อนที่จะตวัดกระบี่ต่อไป โดยหาได้สนใจกระบี่ที่เสียบทะลุร่างของเขาอยู่ในขณะนั้น
หยาดโลหิตหลั่งไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย ราดรดลงบนหัวใจหัวใจของเด็กน้อยผู้หนึ่ง ความเ็ป ความสิ้นหวังคั่งแค้น การพลัดพรากที่เด็กน้อยผู้หนึ่งมิอาจรับไว้ ก็ได้บังเกิดขึ้นเมื่อร่างของชายวัยกลางคนล้มลง ท่ามกลางซากศพนับพัน ร่างนั้นกลับคุกเขายืนหยัดอย่ามิยอมจำนน แม้หลงเหลือเพียงร่างไร้ิญญา ร่างของประมุขตระกูลหลงยังคงสง่า
เหล่าศัตรูยืนมองด้วยความกริ่งเกรง เห็นสะใจ บ้างยินดี มีบ้างที่เบือนหน้าหนีด้วยความเวทนา บ้างคำนับด้วยความเคารพยำเกรง แต่สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ หาได้เยียวยาจิตของเด็กน้อยผู้หนึ่งให้หายจากอาการเศร้าโศกไม่! ไม่อย่างแน่นอน น้ำตานั้นไหลอาบสองแก้ม ลำคอเล็กๆ นั้นกู่ร้องด้วยความสิ้นหวัง
“ไม่!!! ท่านพ่อ!!!”
หลงไป๋สะดุ้งตื่นขึ้นมา ก่อนจะต้องล้มลงอีกครั้งด้วยความเ็ป รอบข้างเป็ผนังศิลาเย็นเหยียบดูทึบทึม ขณะนั้นเอง เสียงเล็กใสก็ได้ดังขึ้นด้วยความดีใจอย่างเห็นได้ชัด
“ในที่สุดท่านก็ฟื้นสักที” ร่างบอบบางน่าทะนุถนอมนั้นโถมเข้าหาชายหนุ่มด้วยความเป็ห่วงกังวลระคนดีใจอย่างที่สุด