ตัดกลับมาที่ดีลดุเดือดของสองบริษัทเทคโนโลยีั์ใหญ่
จิรภัทรพิศดูคู่เจรจาตัวแทนจากพิพัฒน์กรุ๊ปวันนี้ ถือว่าให้เกียรติธนากรุ๊ปไม่น้อยทีเดียว ถึงกับส่งรองประธานสาขาใหญ่มาดีลด้วยตัวเอง แม้ภัทรจะเพิ่งเจอเบต้าหนุ่มคนนี้เป็ครั้งแรก แต่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็ผู้บริหารที่มีความสามารถพอตัว แน่นอนว่าเล่ห์เหลี่ยมทางธุรกิจคงแพรวพราวใช่เล่น
“ข้อตกลงที่คุณเสนอมา ทางเราพิจารณาแล้วเห็นว่า‒”
“…” อยากจะรู้จริงๆ ว่าจะแพรวพราวได้สักแค่ไหน จิรภัทรคิดในใจ
“เราคงจะร่วมมือกันได้ราบรื่นกว่านี้ ถ้าคุณภัทรจะยอมให้ปรับโครงสร้างแผนงานสักหน่อย...”
นี่สิค่อยสมกับรองประธานพิพัฒน์กรุ๊ปหน่อย ปรับโครงสร้างแผนงานนี่กล้าใช้คำว่า "หน่อย" ห้าวหาญเสียจริง แต่ถึงอย่างไร สองบริษัทคงต้องขานรับขับสู้กันสักยก ภัทรเองก็เตรียมใจไว้แล้วว่าดีลนี้คงไม่ง่ายอย่างที่คิด
.
.
.
“ตกลงตามนี้ครับ หวังว่าครั้งต่อไปเราจะได้ร่วมงานกันอีก”
“เช่นกันครับคุณเจน ขอบคุณที่ให้เกียรติมาด้วยตัวเองนะครับ”
“คุณภัทรก็ด้วยครับ ตอนแรกผมนึกว่าเป็คุณเมธซะอีก พวกคุณเหมือนกันอย่างกับแกะ”
เจนกล่าวขึ้นอย่างเป็กันเอง ทุกอย่างดูผ่อนคลายมากขึ้นหลังดีลสำคัญผ่านไปด้วยดี จากคู่ค้าทางธุรกิจก็เปลี่ยนเป็เพื่อนร่วมโต๊ะอาหารที่พูดคุยเื่ราวสัพเพเหระกันอย่างถูกปากถูกคอ แม้จะเป็มื้อแรกของทั้งคู่ แต่ก็สร้างความประทับใจให้อีกฝ่ายไม่น้อยเลยทีเดียว
ร่างสูงหัวเราะน้อยๆ เผยให้เห็นตายิ้มน่ารักที่ยิ้มน้อยแค่ไหนก็ปิดไว้ไม่อยู่ เป็ตายิ้มที่ขี้โกงเสียจริง ใครเห็นเป็ต้องหวั่นไหว
เจนก็เป็หนึ่งในนั้น ถึงจะไม่ได้พิศวาสอะไรคุณภัทรมากมายนัก แต่รู้สึกได้เลยว่า เวลาคุณภัทรยิ้มน่ะ น่ารักกว่าคุณเมธเป็ไหน ๆ !
ทำไมน่ะเหรอ?
เพราะเวลาคุณเมธยิ้มทีไร เจนกลับรู้สึกขนลุกทุกที ประมาณว่าผู้ชายคนนี้น่ะดูไว้ใจไม่ได้เลย!
“จริงๆ ผมกับพี่เมธมีจุดต่างกันนะครับ”
“ตรงไหนเหรอครับ!?” เบต้าหน้าหวานกระวีกระวาดถามด้วยความสงสัย
เมธเคยคุยไว้ว่าเบต้าคนนี้น่ะ ความน่ารักไม่แพ้โอเมก้าคนไหนเชียว ยิ่งนึกถึงสีหน้าล่องลอยของคนพี่ตอนนั้น กระตุ้นต่อมอยากรู้อยากเห็นของภัทรตอนนี้เสียจริง ขอแกล้งให้เหวอหน่อยแล้วกัน อยากรู้นักว่าจะน่ารักอย่างที่พี่ชายอวยไว้รึเปล่า
“ชื่อไงครับ...”
"...ห้ะ"
"..."
“อ..อ่อ....ชื่อนี่เอง แหะๆๆๆ” นี่มุกหรือเปลืองหอยครับคุณภัทร ? แข็งโป๊กมาก (¯―¯٥) ประโยคนี้เจนได้แต่คิดในใจ ความเป็จริงทำได้แค่ส่งยิ้มแห้งๆ นี่คงเป็ผลข้างเคียงจากการไม่ค่อยได้พบปะผู้คนสินะ
คนที่คิดว่าตัวเองเจนสังคมนักหนา หารู้ไม่ว่าตัวเองต่างหากที่โดนตลบหลัง หลอกให้เผยใบหน้าเหวอแสนน่ารักเข้าซะแล้ว
น่ารักอย่างที่เมธบอกจริงๆ ถึงว่าทำเหมือนยื่นข้อเสนอแต่ใจจริงอยากจะบีบบังคับให้เขาไปงานเลี้ยงแทนนัก คงไม่อยากให้เขานั่งคุยกับคุณเจนสองต่อสองเป็แน่ หลังจากทำตัวเป็หมาป่าล่าเนื้อมานาน เจอเนื้อที่อยากจะหวงไว้กินคนเดียวแล้วสินะเมธ
แต่ก็ยังดีที่เห็นแก่พนักงานอยู่บ้าง ถ้าให้เขาไปงานเลี้ยงข้างล่างบรรยากาศงานคงอึดอัดน่าดู หรือไม่ก็คงวุ่นวายเกินขอบเขตไปเลย เพราะเขาไม่เคยร่วมงานสังสรรค์ของธนากรุ๊ปเลยสักครั้งน่ะสิ ขืนเข้าไปก็กลายเป็จุดสนใจเสียเปล่าๆ เสียบรรยากาศรื่นเริงหมด
แต่จริงๆแล้ว ผมไม่ใช่คนที่อยู่ด้วยแล้วน่าอึดอัดขนาดนั้นหรอกครับ แค่ไม่ชอบที่ที่คนเยอะ ๆ เท่านั้นเอง โดยเฉพาะที่ที่เต็มไปด้วยคนที่ไม่คุ้นเคย
“ล้อเล่นน่ะครับ จะว่าไปผมก็แยกไม่ค่อยออกเหมือนกัน ถ้าคุณเจนแยกพวกเราออกจากตรงไหน อย่าลืมบอกผมด้วยนะครับ (.◜◡◝) ”
“คะ..ครับ แน่นอนครับ” ยิ้มอีกแล้ว ตายิ้มมาอีกแล้ว ถึงคุณภัทรจะดูซึนไปหน่อย แต่ตายิ้มของคุณเขาทำเอาเจนเสียอาการซ้ำแล้วซ้ำเล่า หยุดเดี๋ยวนี้! หยุดทันที!
“อ้อ จริงๆ ก็มีอยู่อย่างนึงนะครับ”
“อะไรเหรอครับ” น้ำเสียงของเจนไม่ได้ดูตื่นเต้นเท่าครั้งแรกแต่ก็ยังมีหวังอยู่ หวังว่าจะไม่โดนคุณภัทรปล่อยมุกซึนเป็รอบที่สองน่ะสิ ไม่งั้นคงต้องขอหักคะแนนตายิ้มบ้างแล้ว
“ถ้าคุณเจนเจอหน้าตาแบบนี้ตามงานเลี้ยง ก็พี่เมธแน่นอนครับ” ไม่พูดเปล่า จิรภัทรใช้มือไม้ชี้เป็วงกลมที่กรอบหน้าของตน การกระทำแสนธรรมดาแต่กลับทำให้คนคลั่งรักตรงหน้าเสียอาการอีกจนได้
ทำไมทำอะไรก็น่ารักไปหมดนะ
“จริงด้วย ฮ่าๆๆๆ” เจนทำได้แค่หัวเราะกลบเกลื่อน ทั้งที่ในใจเอ็นดูอัลฟ่าหนุ่มตรงหน้าจนเก็บอาการแทบไม่อยู่ ถ้าคนที่เขาต้องทำงานด้วยบ่อย ๆ เป็คุณภัทร ไม่ใช่รองประธานขี้เก๊กนั่นคงดีไม่ใช่น้อย
TBC.