ศรณ์กับจ้อยย้อนกลับไปที่โรงเชือดของเฒ่าแก่ เห็นด้วยตาตัวเองว่ามีหมูถูกเชือดทั้งเล้า ส่วนของขาหายไปทั้งหมด!
เพราะเช่นนี้เฒ่าแก่สมบัติจึงล้มตึงไป ต้องหามขึ้นเรือนเป็การใหญ่
หมูในเล้าเป็หมูรุ่นเด็กพึ่งคลอดได้ไม่กี่สัปดาห์ ตัวยังชมพูน่าเอ็นดูประมาณห้าสิบตัว ตอนนี้ทั้งหมดไร้ขา ทั้งยังมีหมูน้อยบางตัวไม่ตาย ร้องไห้ด้วยความทรมานอยู่บนพื้น เธอเห็นก็ได้แต่เศร้า
“ใครพบเื่นี้คนแรก” ศรณ์ร้องถาม
“บ่าวเองขอรับ พอดีบ่าวได้รับหน้าที่กวาดมูลสุกรและล้างคอกวันนี้ แต่พอมาถึงก็เห็นว่าหมูทั้งเล้าถูกเชือดทิ้งหมด”
ศรณ์หันไปถามยามที่เฝ้าเล้าหมู ถ้าเขาเฝ้าอยู่ตลอด ทำไมจะไม่ได้ยินเสียงหรือเห็นอะไรเลย “ก่อนหน้านั้นไม่มีใครเข้าใครออกเลยรึ ตอนคนลงมือน่าจะได้ยินเสียงบ้างหรือไม่”
“ไม่มีเสียงอะไรเลยนายศรณ์ แล้วก็นอกจากนายศรณ์ที่มาเมื่อย่ำรุ่งก็ไม่มีใครมาอีกเลย”
ศรณ์ส่ายหน้า “นอกจากฉันแล้วมีนางทาสชราคนหนึ่งมาด้วย พวกนายแน่ใจหรือว่าไม่เห็นแก แกยังเข็นรถเข็นมาด้วย ดูสิ รอยล้อยังคงไม่จางหายไปไหน ที่ที่ฉันกับนางทาสชราคนนั้นชนกันก็ยังมีร่องรอยอยู่ จะบอกว่าฉันตาฝาดงั้นหรือ”
“นายศรณ์ ท่านพูดเื่ใดกัน บ่าวสาบานว่านอกจากท่านแล้วไม่มีใครมาอีกแล้วจริงๆ นางทาสชราที่ท่านพูดถึง พวกบ่าวไม่เคยเห็นมาก่อน”
ทาสอีกนายคุกเข่าน้ำตานองหน้า
“นายศรณ์ พวกบ่าวพูดจริงไม่มีความเท็จ นอกจากท่านแล้ว ไม่มีใครมาเยือนเล้าหมูอีกเลยจริงๆ นายท่านศรณ์ ท่านต้องสืบหาตัวคนลงมือมาให้ได้นะขอรับ ไม่อย่างนั้นพวกบ่าวคงจะต้องถูกนายท่านลงโทษหนักโทษฐานทำให้หมูตายทั้งเล้าเป็แน่”
“เป็ไปไม่ได้”
เธอเดินจากอีกฝั่งของเล้าหมูไปอีกฝั่ง ครุ่นคิดถึงปริศนาของนางทาสชราที่ไม่มีใครเห็นนอกจากเธอว่ามันเป็ไปได้อย่างไรกัน เธอใช้เวลานานมากในการสอบปากคำคนในเรือน และพวกทาสทั้งหลายจนครบทุกคน ก่อนจะต้องยอมรับว่านางทาสชราคนนั้น ไม่มีตัวตน
น่าเสียดายที่เธอไม่เห็นหน้านางแม้สักนิด...
“จ้อย แกก็ไม่เห็นหรือ พี่ยืนคุยกับนางตอนที่แกเรียกแท้ๆ” ศรณ์ยืนในที่เดิม ย่ำเท้าลง “จุดนี้ ไม่เพี้ยนไปแม้แต่น้อย”
ตอนนี้รุ่งอรุณอาบไล้ไปทั่วบริเวณ แสงอาทิตย์อบอุ่นทำให้น้ำค้างที่เกาะใบไม้ร่วงหล่นลงพื้น ซึมหายเข้าไปในดิน
“พี่ศรณ์พี่พูดจริงเหรอ จ้อยไม่เห็นใครนอกจากพี่เลยนะ หรือว่าจะเป็ผีกันละพี่ศรณ์”
“ผีที่ไหนมีเงามีรอยเท้าเล่า” ศรณ์กันพื้นที่เล้าหมูไว้ทันทีเพื่อปกป้องเบาะแส ตอนนี้เธอกำลังรอกำลังเสริมจากผู้ช่วยของท่านหญิงให้มาช่วยตรวจสอบสถานที่ แต่เบาะแสที่แน่ๆ ตอนนี้คือมีรอยเท้าหนึ่งรอย รอยล้อและรอยเปื้อนของสิ่งปฏิกูลบนพื้น
ศรณ์วางมือเทียบรอยเท้าก่อนจะประหลาดใจในขนาด เธอไม่เคยเห็นเท้าสตรีที่ไหนใหญ่ขนาดนี้มาก่อน ขนาดว่าเธอเป็คนเท้าใหญ่มากแล้ว แต่ก็ยังเล็กกว่าเมื่อเทียบกับรอยเท้านางทาสชรา
“ถ้าอย่างนั้นทำไมมีพี่ศรณ์เห็นยายแกคนเดียวล่ะ ดูนะพี่ศรณ์ ถ้าแกเข็นรถมาจากทางนี้ เช่นนั้นมันก็ผ่านยามเฝ้าพอดีนะสิ แล้วทำไมพวกนายทาสเฝ้ายามถึงไม่เห็น หรือว่าพวกทาสโกหก สมรู้ร่วมคิดกับคนร้าย”
“ไม่ใช่หรอก พวกทาสเฝ้ายามพูดความจริง”
“เช่นนั้นมันเป็ไปได้อย่างไรกันพี่ศรณ์ คนทั้งคนนะ”
“นั้นนะสิ”
“หรือว่าจะเป็พวกมีวิชากันพี่ศรณ์ พวกวิชากำบังกาย” จ้อยตบเข่าฉาด พลางชี้มือไปที่คอของศรณ์ “เบี้ยแก้ไงพี่ศรณ์ เบี้ยแก้ทำให้พี่ศรณ์มองเห็นแกได้แน่”
“เพ้อเจ้อ...” ทว่าครู่ต่อมาศรณ์ก็นึกออกว่าคำแรกที่นางทาสชราพูดออกมาคืออะไร ใช่แล้ว เธอไม่ได้ยินชัดๆ ในทีแรก แต่ตอนนี้พอจ้อยพูดถึงเื่เบี้ยแก้ขึ้นมา เธอก็เหมือนจะได้ยินคำพูดประโยคนั้นชัดเจน
‘เบี้ยแก้รึ’
“จ้อย แกรออยู่ที่นี่รอผู้ช่วยท่านหญิงมา จำไว้ว่าเก็บเบาะแสกลับไปให้หมดเท่าที่ทำได้ แล้วคอยสักพักค่อยให้คนไปแจ้งความ”
“แล้วพี่จะไปไหน? ไม่รอคนของท่านหญิงก่อนหรือ”
“ยิ่งนานยิ่งเสียเวลา พี่จะไปสืบเื่หนึ่งก่อน” ศรณ์จำได้ว่าตอนที่เธอยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ นางทาสชรายื่นมือมารับ แม้จะมืดมาก แต่ศรณ์ก็ยังเห็นว่ามีไฝเม็ดหนึ่งตรงข้อมือของนาง เธอยังนึกไม่ออกในตอนนั้น แต่ตอนนี้ศรณ์นึกออกแล้ว...
ตำแหน่งไฝเม็ดนั้นเป็ตำแหน่งเดียวกันกับตำแหน่งไฝที่เธอเห็นบนขอมือด้านในของคุณผู้หญิงในโฮเตล
บังเอิญหรือ?
ศรณ์เชื่อว่าความบังเอิญในโลกใบนี้ไม่มีอยู่จริง ดังนั้นมันจึงเป็ไปไม่ได้ที่จะมีสตรีสองคนที่มีไฝในตำแหน่งเดียวกัน หรือหากว่าบังเอิญจริงๆ เช่นนั้นเธอก็ต้องสืบสวนให้กระจ่าง
“เฒ่าแก่ ขอฉันขึ้นไปหาแม่หญิงที่อยู่ชั้นสาม ห้องสามหนึ่ง คุณชายของฉันสั่งให้มา”
“อีกแล้วรึ คุณชายของแกเป็อะไรมากนักเชียว วันก่อนก็มา วันนี้ก็มาอีกแล้ว แต่จะว่าไป ั้แ่วันนั้นก็ไม่เห็นหญิงนางนั้นอีกเลย ไม่รู้ว่าอยู่ได้อย่างไรไม่กินไม่ดื่ม”
“หลังจากวันนั้นนางยังไม่ออกมาเลยหรือ ทั้งๆ ที่โดนทำร้ายในห้อง” ปกติแล้วคนที่โดนเช่นนี้น่าจะทนอาศัยอยู่ในที่เกิดเหตุได้ยาก อย่างน้อยที่สุดก็น่าจะหลบไปอยู่ที่อื่นสักพักแล้วคอยกลับมา แต่นี่นางไม่ย้ายไปและไม่ออกมาจากห้องอีก
“ก็ใช่นะซี นางจิตแข็งมาก ตอนที่พวกโปลิศมารวบรวมหลักฐาน นางก็เฉยชา ทั้งยังบอกว่าไม่เอาความนายไพร่ชั้นต่ำนั่น แต่นั่นไม่สำคัญสำหรับฉันหรอก ที่สำคัญคือนี่ก็สิ้นเดือนแล้ว นางยังไม่จ่ายค่าห้องสักแดง ดีเลย ในเมื่อนายของแกเป็ลูกค้าของนาง งั้นฉันก็เก็บเงินที่แกได้ใช่หรือไม่”
ศรณ์ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่าต้องขึ้นไปหานางให้ได้ “ถ้าฉันจ่ายก็ให้ฉันขึ้นไปได้ใช่หรือไม่”
“ย่อมได้”
“ฉันเป็แค่บ่าวรับใช้ พกเงินมาไม่มาก จ่ายเท่านี้ไปก่อนแล้วกัน วันหน้าจะขอเงินคุณชายมาจ่ายให้” เธอควักเงินออกมาให้หลายบาท แต่ก็ยังไม่พอค่าห้อง ทว่าเฒ่าแก่ก็รับไว้ พลางรีบวิ่งไปเอาแฉลงมา
“วันนั้นประตูพัง ฉันก็จะซ่อมให้แล้ว แต่นางบอกไม่เอา ทั้งนางยังเอาไม้มากั้น ไม่รู้ทำอย่างไร แต่ประตูปิดสนิทเหมือนถูกตอกจากข้างใน หากอยากพบนาง ก็ต้องพังอีก แต่ฉันจะรวมเข้าไปในค่าห้อง บอกให้นายของแกมาจ่ายด้วย”
“ก็ใช้เงินครั้งก่อนที่คุณชายให้ไว้เสียซี”
“จะได้อย่างไรกัน ครั้งที่แล้วก็ครั้งที่แล้ว ครั้งนี้ก็คือครั้งนี้ ถ้าไม่จ่ายก็ไม่ให้ขึ้น”
ศรณ์จึงพยักหน้า “ครั้งหน้าจะมาจ่าย รวมยอดเอาไว้ได้เลย”
ได้รับคำตอบที่พอใจ เฒ่าแก่จึงให้ทาสนำขึ้นชั้นสาม ศรณ์ยืนมองประตูห้องที่ปิดสนิท บานประตูยังมีรอยยุบเนื่องจากฝีมือเธออยู่เลย นายทาสงัดประตู งัดอยู่สักพักใหญ่ๆ ประตูถึงได้หลุดออก ทันทีที่ประตูอ้าเปิด กลิ่นสาบบางอย่างก็ฉุนขึ้นจมูก
แสงสว่างเป็เส้นตามความกว้างของประตู ศรณ์เดินตรงไปเปิดหน้าต่าง ภายในห้องมีสภาพราวกับว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ในห้องนานแล้ว ทว่ากลิ่นเหม็นเน่าที่รุนแรงกลับโชยออกมาจากในห้องน้ำ
เธอกลืนน้ำลาย ไม่อยากจะให้เป็อย่างที่คิด ทว่าเมื่อผลักประตูห้องน้ำเปิดออก เธอก็พบศพของคุณผู้หญิงนอนอยู่ในอ่าง สภาพเปลือยเปล่า าแเริ่มเน่า
“อุก!” นายทาสทิ้งแฉลงก่อนจะวิ่งไปอาเจียนที่ข้างล่างเพราะศพที่เห็นอยู่ในสภาพที่สยดสยองเกินไป
ศรณ์นั่งยองๆ อยู่ข้างๆ ศพของนาง ใบหน้านางกับใบหน้าครั้งก่อนที่เห็นเป็พิมพ์เดียวกันไม่ผิดแน่ ศรณ์หลับตาไว้อาลัยนางครู่หนึ่งแล้วค่อยๆตรวจสอบาแของนางคร่าวๆ ตอนนั้นเสียงวิ่งตึงตังดังขึ้นมาจากชั้นล่าง เฒ่าแก่ที่ได้ฟังจากทาสว่าแขกที่พักอยู่ชั้นสามเป็ศพก็รีบวิ่งขึ้นมาดู ด้านหลังยังมีคนอีกหลายคนตามขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนกพลางอยากรู้อยากเห็น
“บ้าไปแล้ว นี่มันเื่บ้าอันใดกัน” เฒ่าแก่ร้องเสียงหลง ปิดปากปิดจมูกด้วยท่าทีคลื่นไส้จะเป็ลม
ศรณ์ดึงม่านปิดบังร่างของนางเพื่อให้เกียรติก่อนจะลุกขึ้นกล่าวเสียงจริงจัง
“ส่งคนไปแจ้งโปลิสมาตรวจนาง แล้วพวกท่านก็อย่าได้เข้ามายุ่มย่ามที่เกิดเหตุ ห้ามเคลื่อนย้ายหรือแตะต้องอะไรทั้งสิ้น”
“ไม่ได้ เช่นนี้พวกเราก็จะเสื่อมเสียชื่อเสียงนะสิ ฉันเป็เ้าของที่นี้ ฉันจะจัดการตามที่ฉันเห็นสมควร ไป พวกแกรีบไปเอาร่างนางออกมาก่อนที่จะมีใครรู้”
ศรณ์ขึ้นเสียง เอาตัวเข้าขวาง “นางถูกฆาตกรรมในห้องพักของโฮเตลท่าน แต่ท่านที่เป็เ้าของกลับไม่รู้ ทั้งยังจะปิดบังเื่นี้ไว้อีก”
“ก็ต้องปิดบังนะซี แกคิดว่าถ้ามีคนรู้ว่ามีคนตายในโฮเตลจะมีคนมาพักอีกรึ ฉันเป็คนทำมาหากิน ไม่มีทางยอมเสี่ยงขาดรายได้เพราะนางคนเดียวหรอก”
“ถ้าเช่นนั้นเื่นี้คงต้องถึงหูหม่อนสุ่นแล้ว ฉันจะเอาเื่ไปบอกหม่อมท่าน ดูสิว่าหม่อนท่านจะจัดการเื่นี้เช่นไร”
“คิดว่าฉันโง่นักรึ ฉันเห็นข่าวจากหนังสือพิมพ์ว่าหม่อมสุ่นยังไม่ได้กลับมาจากปะกิด ดังนั้นไม่มีทางจะทำอะไรฉันได้แน่ พวกไพร่ทั้งหลาย จัดการบ่าวชั้นต่ำผู้นี้สะ ฉันจะฝังแกและนางนั่นพร้อมกัน” เฒ่าแก่เผยสีหน้าเหี้ยม
“ท่านจะฆ่าคนเพื่อปิดปาก ช่างต่ำช้าดีแท้” ศรณ์ถอยหลังหนึ่งก้าว มองนายทาสสี่ห้าคนที่เดินขึ้นหน้ามาด้วยท่าทีประสงค์ร้าย
“อย่าหาว่าฉันใจร้ายเลย ฉันก็แค่ทำเพื่อความอยู่รอดเท่านั้น”