ตอนที่ 4 เ้ากรมกู้ (1)
ลี่อ๋องกลับไปแล้ว จ้าวซื่อพลันโหยไห้ขึ้นมาเสียดื้อๆ น้ำตาไหลรินเสียจนแป้งน้ำและชาดที่อยู่บนหน้ากลายเป็รอยคลองหงโกวสองสาย “ลูกหญิงเด็กดีของข้า เ้าป่วยแล้วเป็แน่ พวกเราไปหาหมอรักษากันเถอะ”
กู้เชียนเสวี่ยเผลอยิ้มออกมา “ท่านแม่ นี่ท่านยังไม่รู้สึกตัวอีกหรือ ว่าตอนนี้มีเื่ที่ใหญ่กว่าการที่ข้าป่วยเสียอีก”
จ้าวซื่อยกมืออวบขาวนุ่มนิ่ม เกาหูเกาแก้ม และเริ่มคิดพิจารณาขึ้นมา
เ้ากรมกู้ลุกขึ้นมาจากพื้น แล้วพุ่งตัวมาตรงหน้ากู้เชียนเสวี่ย ยกมือขึ้นแล้วตบเข้าไปหนึ่งที “นางลูกเวร!”
กู้เชียนเสวี่ยไม่คิดไม่ถึงเลยว่าตนจะมาถูกตบหน้าแบบนี้ หันกลับไปมองเ้ากรมกู้ด้วยสายตาเ็า “ท่านเ้ากรม ท่านอยากให้เชียนเสวี่ยสละชีพตน หรือท่าน้าให้ทั้งตระกูลกู้ถูกฝังทั้งเป็กันล่ะ หากท่านเ้ากรมชอบอย่างหลัง เช่นนั้นก็รีบตีกันเลยเถิด สองวันหลังจากนี้ เชียนเสวี่ยสามารถทำให้ท่านสมหวังได้อย่างแน่นอน”
“นี่เ้า...เ้า...” เ้ากรมกู้ไม่คิดเลยว่ากู้เชียนเสวี่ยจะกล้าโต้ตอบตนกลับทั้งๆ ที่มีสายตามากมายจ้องมองอยู่ รู้สึกเกลียดจนอยากจะตีนางให้ตายทั้งเป็ แต่ก็ไม่กล้า
กู้เชียนเสวี่ยไม่ได้รู้สึกดีกับบิดากำมะลอผู้นี้เลยสักนิด เพราะเมื่อครู่นี้เขายอมสละนางออกโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
แต่ในขณะเดียวกัน ก็ดูแคลนเ้ากรมกู้เป็อย่างยิ่ง...กู้ชิ่งเจ๋อผู้นี้เกิดในครอบครัวขุนนาง บรรพบุรุษล้วนแล้วรับราชการกันหมด แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็เพียงขุนนางเล็กๆ ในเมืองหลวง แต่เมื่อถึงรุ่นของกู้ชิ่งเจ๋อที่ได้นั่งตำแหน่งเ้ากรม เรียกได้ว่าเป็่ที่รุ่งโรจน์อย่างไม่เคยมีมาก่อน ทว่าไม่ใช่เพราะความสามารถของกู้ชิ่งเจ๋อ แต่เป็เปลือกนอก
ในตอนนั้นกู้ชิ่งเจ๋อเป็บุรุษรูปงามที่มีชื่อเสียง บุคลิกสง่างามเปี่ยมด้วยวิชาความรู้ เหล่าบุตรสาวของครอบครัวมั่งมีมากมายในเมืองหลวงพากันชื่นชม และหนึ่งในนั้นก็ต้องนับจ้าวซื่อ มารดาที่ไม่เอาไหนของกู้เชียนเสวี่ยไปด้วย
ตระกูลจ้าวจงรักภักดีมาหลายยุคสมัย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเจิ้นหย่วนจ้าวหย่วนเจิงนั้นก็คุมทหารเอาไว้มากมาย รักทะนุถนอมจ้าวรั่วหลานเป็ที่สุด แต่งให้กับชินอ๋องเข้าไปเป็พระชายาเอกก็ทำได้สบาย ทว่าดันไปถูกใจขุนนางเล็กๆ ในเมืองหลวงอย่างกู้ชิ่งเจ๋อเสียได้ เป็ตายก็จะแต่งให้ได้ ผู้บัญชาการฯ จ้าวจนปัญญา จึงตามใจจ้าวซื่อ ในขณะเดียวกันนอกจากสินสมรสเดิมที่ยกให้แล้วก็ยังมีสินสมรสในพิธีการแต่งงานอีกมากมายมหาศาล
เช่นเดียวกัน เรือนหลังของจวนตระกูลกู้อย่างเผยซื่อ บิดาของนางเป็อัครมหาเสนาบดี และเสด็จอาหญิงของนางก็เป็ถึงฮองเฮาองค์ปัจจุบัน ถือเป็ตระกูลที่เรืองอำนาจเป็อย่างมาก หากไม่ใช่เพราะก้าวเข้าจวนช้าไปหนึ่งก้าว เกรงว่าตำแหน่งฮูหยิน คงจะตกเป็ของเผยซื่อหรือเผยอวี้หรุ่ยเป็แน่ นอกจากสินเดิมที่ได้ติดตัวมาอย่างมหาศาลแล้ว ก็ยังมีตระกูลเผยที่ยิ่งใหญ่เป็ผู้หนุนหลังให้อีก
นอกจากสองตระกูลที่แสนมั่งคั่งนี้ เรือนหลังของตระกูลกู้ก็ยังมีบุตรสาวของขุนนางเล็กใหญ่อีกมากมาย เหล่าสตรีมีเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ล้วนหลงใหลในรูปโฉมของกู้ชิ่งเจ๋อ พากันมาคารวะอยู่ใต้ชุดขุนนางของเขา
แม้จะอยู่ใน่วัยกลางคน แต่กู้ชิ่งเจ๋อยังรูปงามเช่นเดิม เขามีบุคลิกสง่างามเปี่ยมความรู้ เดินเหินดั่งเซียน
และกู้เชียนเสวี่ยดันมีประพิมพ์ประพายคล้ายบิดาจำเป็นี่เสียได้
พูดได้ว่ากู้ชิ่งเจ๋อเดินมาถึงจุดนี้ได้ ส่วนใหญ่เป็เพราะเกาะชายกระโปรงนั่นเอง และนี่เป็อีกสิ่งที่ทำให้กู้เชียนเสวี่ยรังเกียจเขา
แต่ในขณะเดียวกัน กู้ชิ่งเจ๋อเป็คนที่เข้าสังคมด้วยความรอบคอบอย่างยิ่ง มักเดินทางสายกลาง ไม่ยึดติดกับสิ่งใด แม้จะไม่มีความดีความชอบอันใหญ่โต แต่กลับตั้งใจทำงานอยู่หลายปี ไมตรีกว้างขวาง บ่มเพาะศิษย์ที่มีความสามารถมากมาย การนั่งอยู่บนตำแหน่งเ้ากรมในตอนนี้ ก็นับว่าสมกับฐานะหน้าที่แล้ว
“ไม่ทราบว่าท่านเ้ากรมยังมีเื่อะไรอีกหรือไม่ หากไม่มีอะไรแล้ว เชียนเสวี่ยขอตัวไปพักผ่อนก่อน” ใบหน้าของกู้เชียนเสวี่ยเผยรอยยิ้มราบเรียบขึ้นมา ทว่าเป็รอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา
“พักผ่อนหรือ เ้ายังมีหน้าไปพักผ่อนอีกหรือ!?” เ้ากรมกู้ดิ้นด้วยความโมโห
กู้เชียนเสวี่ยก้มหน้าครุ่นคิดครู่หนึ่ง หลังจากนั้นก็เงยหน้าขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง “เชียนเสวี่ยไม่รู้ว่าจะอธิบายเื่พวกนี้ได้อย่างไร เหตุใดท่านเ้ากรมกู้ถึงต้องโมโหขนาดนี้ด้วย”
เ้ากรมกู้อยากจะฆ่าบุตรสาวที่นิสัยพลันเปลี่ยนไปให้ตายด้วยน้ำมือตน “เ้ายังมีหน้ามาถามอีกหรือ หากไม่ใช่เพราะเ้าผลักลี่อ๋องตกน้ำ มีหรือที่ตระกูลกู้จะต้องมาพบกับความเสี่ยงเช่นนี้”
“ใครบอกกันว่าข้าเป็คนผลักลี่อ๋องตกน้ำ เป็ท่านเ้ากรมหรือที่เห็นกับตาตัวเอง” กู้เชียนเสวี่ยไม่ตอบ แต่กลับย้อนถาม
“สายตาคนตั้งมาก เ้ายังจะมาเถียงข้างๆ คูๆ อีกหรือ” เ้ากรมกู้ตะคอกใส่