บ่อยครั้งที่แอนน์อดคิดไม่ได้ว่าความรักที่วิลลี่มีต่องานฝีมือนั้นคือการเร้นกายเข้าไปหาความสุขในโลกของเธอแต่เพียงลำพังซึ่งอาจจะเรียกว่าเป็ความเห็นแก่ตัวก็ได้เพราะมันเป็โลกที่ไม่มีใครสามารถเข้าไปหาความสุขร่วมด้วยได้ยิ่งกว่านั้นวิลลี่ก็ไม่เคยสนใจว่างานที่เธอสร้างขึ้นนั้นจะขายได้หรือไม่ความสุขของเธอไม่ได้มาจากโลกภายนอก แต่จากโลกภายในโดยตรงแม้วิลลี่จะไม่เคยพูดถึงเื่นี้เลย แต่แอนน์ก็ยอมรับว่าเธออดอิจฉาในความสุขของเพื่อนสาวไม่ได้
และขณะนี้วิลลี่กำลังกรายร่างไปทั่วห้องใต้หลังคาที่กำลังได้รับการเปลี่ยนแปลงให้เป็สตูดิโอของจอห์นในเร็ววันแอนน์ไม่ใคร่มั่นใจเท่าไรนักเพราะรู้อยู่ว่าจิตรกรนั้นเป็ชีวิตที่มีแต่ความเสี่ยงแต่กระนั้นเธอก็ได้แต่หวังว่าจอห์นจะประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างน้อยก็เพื่อเห็นแก่ความสุขของวิลลี่ เธอยังมองไม่เห็นภาพว่าอะไรจะเกิดขึ้นถ้าจอห์นไม่ประสบความสำเร็จในงานที่เขารัก เขาเป็คนที่ตกเป็ทาสอารมณ์เสียด้วย
“เฮ้..คุณสองคนขึ้นไปทำอะไรกันอยู่บนนั้นน่ะลงมาเสียทีสิ”เสียงจอห์นะโเรียกมาจากเชิงบันได “ถ้าไม่ออกไปเดินเล่นตอนนี้เดี๋ยวก็ไม่ได้ไปกันหรอก จะค่ำอยู่แล้วนะ”
“โอเค..” วิลลี่ตอบเสียงใส “เราจะลงไปเดี๋ยวนี้ละ” เธอเอื้อมไปปิดสวิทช์ไฟก่อนเดินนำไปยังบันได
ห้องใต้หลังคายังคงสว่างแม้ปราศจากแสงไฟฟ้าเหนือแผ่นกระจกร้าวคือท้องฟ้าสีครามใส
“นี่เป็ห้องที่น่าสนใจที่สุดเลยนะ”วิลลี่จับแขนแอนน์พาเดินลงบันไดไปทีละขั้น “เธอว่าไหม..มันน่าสนใจจริงๆ นะ”
“แล้วทำไมเธอไม่ยึดไว้เป็ห้องของตัวเองล่ะ?”แอนน์หันมาถาม “บ้านหลังนี้มีห้องใหญ่ๆอยู่ตั้งหลายห้อง”
“โอ..ไม่ละนี่มันเป็ห้องใหญ่ที่สุดของบ้านอยู่แล้ว จอห์นเขาอยากได้ห้องกว้างๆจะได้ตั้งสามขาสำหรับขึงผ้าใบได้เต็มที่” เธอกวาดนิ้วขึ้นไปข้างบนให้แอนน์หันไปดูลังใส่ผืนผ้าใบขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง
หนุ่มสาวทั้ง 4ขับรถออกไปจนถึงชายหาด จากนั้นก็ลงเดินรับลมกันไปเรื่อยๆวันนั้นเป็วันที่อากาศแจ่มใสมาก พื้นทะเลสีครามแต่งด้วยสีขาวผ่องของยอดเกลียวคลื่นพวกผู้ชายออกเดินนำหน้าในขณะที่ผู้หญิงทั้งสองเดินตามไปช้าๆสนทนากันอย่างมีความสุข
จอห์นกำลังบรรยายให้เพื่อนรักฟังถึงความเปลี่ยนแปลงที่เขากำลังจะทำให้เกิดขึ้นกับบ้านหลังนี้นอกจากจะเพิ่มไฟแสงสว่างในห้องใต้หลังคาแล้ว ก็ยังจะปรับปรุงครัวให้ทันสมัยขึ้นรวมไปถึงการตกแต่งบ้านอด้วยองค์ประกอบใหม่ๆ อีกหลายอย่างเนื่องจากบ้านหลังนี้สร้างมาั้แ่ปีค.ศ.1820 เพราะฉะนั้นย่อมจำเป็ต้องซ่อมแซมปรับปรุงให้แข็งแรงขึ้นนอกจากนั้นจอห์นก็ยังคิดที่จะซ่อมแซมระเบียงชั้นบนเสียใหม่เพราะเก่าคร่ำคร่าเต็มทีเกรงว่าถ้าวิลลี่ออกไปยืนอาจพลัดตกลงไปได้
“คุณนี่ดูจะสร้างความแปลกใจให้ผมตลอดเวลาเลยนะ”มาร์กกล่าว
“อ้าว..ทำไมล่ะ?”จอห์นถามปนหัวเราะ
“ก็อย่างเื่บ้านผมไม่เคยเห็นคุณสนใจกับเื่การซ่อมแซมบ้านช่องมาก่อนเลยนี่ มันก็เลยรู้สึกแปลกๆเวลาได้ยินคุณพูดเื่อย่างนี้”
ซึ่งมันก็เป็ความจริงเช่นนั้นเพราะตลอดเวลา 8 ปีที่อยู่ร่วมกันมาจอห์นกับวิลลี่พำนักอาศัยอยู่ในอพาร์ตเม้นท์เล็กๆ ที่ทันสมัยบนถนนมาร์ลโบโร่ในบอสตัน วิลลี่เปลี่ยนห้องนอนสำรองเป็ห้องเย็บผ้าสำหรับตนเองแต่บ่อยครั้งที่เธอจะเปลี่ยนแปลงแต่งบ้านตามใจชอบขณะที่จอห์นไม่เคยให้ความสนใจกับเื่เล็กน้อยเหล่านี้เลยดังนั้นการที่เขามีจิตผูกพันกับบ้านหลังนี้จึงนับเป็ความเปลี่ยนแปลงที่น่าแปลกใจอย่างยิ่งสำหรับผู้คุ้นเคยเช่นมาร์ก
แต่จอห์นก็มีความสามารถในการสร้างความแปลกใจให้เกิดขึ้นกับมาร์กเสมออยู่แล้วแม้ว่าจะสนิทกันมาั้แ่วัยเด็กถึงอย่างนั้นมาร์กก็ยังคงแปลกใจกับความคิดของเพื่อนได้เสมอๆ
อย่างเช่นเื่การแต่งงานกับวิลลี่เป็ต้นมาร์กแทบไม่อยากเชื่อเลยเมื่อจอห์นขอแต่งงานกับวิลลี่ไม่ใช่เป็เพราะว่ามาร์กไม่ชอบเธอ เพราะความจริงแล้วเขาเกือบจะรักเธอเสียด้วยซ้ำแต่วิลลี่เป็ผู้หญิงที่มีรูปร่างสูงใหญ่ เมื่อเปรียบกับจอห์นแล้วเขาแทบจะเป็แค่เด็กหนุ่มทั้งที่จอห์นก็สูงตั้ง 5 ฟุตเท่ากับวิลลี่เพียงแต่มีรูปร่างโปร่ง มือเท้ายาว ใบหน้าคมสันแบบสมัยเก่าเป็ที่ติดอกติดใจของเพื่อนหญิงมากหน้าหลายตา ออกเดทกับเพื่อนหญิงเ่าั้นับครั้งไม่ถ้วนแต่พอถึงตอนแต่งงานเข้าจริงๆเขากลับเลือกที่จะแต่งกับวิลลี่และคงความซื่อสัตย์ต่อเธอมาจนทุกวันนี้
ครั้งหนึ่งมาร์กได้แวะเข้าไปที่ทำงานของจอห์นเพื่อจะเอาเอกสารที่จอห์นลืมไว้เมื่อคืนก่อนให้ เลขานุการคนที่พาเขาไปพบจอห์นนั้นเป็สาวสวยผมแดงมีรูปร่างชนิดที่ผู้จัดทำนิตยสารเพลย์บอยจะต้องชอบใจอย่างยิ่งถ้าได้เห็นหล่อนรายงานให้จอห์นทราบว่า มาร์กมาหาด้วยน้ำเสียงหวานปานหยาดน้ำผึ้งและมองจอห์นด้วยสายตาถวิลหาจนมาร์กแทบจะเกิดความกระสันขึ้นมา
“ให้ตายสิผมจะไม่ตำหนิคุณเลยจนนิดเดียวถ้าคุณจะมีความสัมพันธ์กับยายนั่น” มาร์กเอ่ยขึ้นทันทีที่เ้าหล่อนลับกายไปพร้อมกับปิดประตูตามหลังลง
“หือ..ว่าไงนะ?”จอห์นเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะเขียนแบบช้าๆ
“ก็ยายนั่นน่ะสิ”มาร์กย้ำ “พุทโธ่จอห์นแม้แต่นักบุญยังทำใจลำบากเลยนะ”
“คุณพูดเื่อะไรไม่เห็นเป็เื่เลยไอ้วันยังงั้นน่ะมันกลายเป็อดีตไปหมดแล้ว เวลานี้เราเป็ผู้ชายที่แต่งงานแล้วนะคุณลืมไปแล้วหรือไง ยิ่งกว่านั้นยายนั้นก็ยังเด็กออก”
“ผมว่าอย่างดีก็อ่อนกว่าคุณไม่เกิน 6ปีหรอกน่า” มาร์กว่า
“คงงั้นมั้งแต่ผมว่าเราเลิกพูดเื่นี้กันดีกว่ามาร์ก ผมไม่เคยคิดนอกใจวิลลี่หรอก”
มาร์กเดาเอาเองว่าอาจจะเป็เพราะงานที่ทำร่วมกันอยู่นั่นเองที่ทำให้จอห์นไม่อาจคิดไปในทางอื่นกับผู้หญิงที่ทำงานร่วมกันมาร์กนั้นทำงานที่เกี่ยวข้องกับเอกสารอยู่ตลอดเวลาต้องได้ยินได้ฟังว่าจากเสียดสีเย้ยหยันอยู่เป็ประจำได้พบเห็นแต่ผู้คนที่มีแต่ความตื่นกลัวเพราะฉะนั้นพอมาเจอสาวสวยเข้ามันก็ทำให้เขาลานตาลานใจได้เหมือนกัน
แต่สำหรับจอห์นที่ทำงานโฆษณาอยู่กับบริษัทเขาย่อมแวดล้อมอยู่แต่สิ่งสวยๆ งามๆ ทั้งสิ้น นอกจากนางแบบสาวสวยแล้วก็ยังพวกสัตว์เลี้ยงสวยงามน่ารัก แม้แต่เครื่องจักรกลที่นำมาใช้ออกแบบโฆษณาก็ต้องเป็ชิ้นที่สวยงามด้วยเขาเช่นกันเมื่อเป็เช่นนั้นจอห์นก็ย่อมเคยชินกับสิ่งสวยงามเป็ธรรมดาและไม่ได้ตื่นเต้นกับสิ่งต่างๆเหล่านี้เลย
เห็นได้ชัดว่าจอห์นจะต้องพบอะไรบางอย่างที่มีความเป็พิเศษในตัววิลลี่เพราะไม่เพียงแต่เขาจะขอแต่งงานกับเธอเท่านั้นแต่ยังมอบความซื่อสัตย์ที่สุดชีวิตให้เธออีกด้วยซึ่งทั้งสองมีชีวิตแต่งงานที่ราบรื่นเป็สุขมาถึง 8 ปีแล้วมาร์กมีความเชื่อว่าจอห์นพอใจแล้วกับความสุขที่เขาได้รับในชีวิตนี้
แต่บัดนี้เมื่อสองสามีภรรยาย้ายมาอยู่แนนทัคเกทมาร์กก็ต้องแปลกใจอีกที่จอห์นยอมละทิ้งความสุขสนุกสบายทุกอย่างแม้กระทั่งตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของบริษัทที่สามารถทำเงินให้กับเขาได้อย่างมากมาย เพื่อมายึดอาชีพเป็จิตรกรที่ยังไม่รู้ว่าอนาคตของตนเองจะเป็อย่างไร
“ผมยัง้าสิ่งที่มากกว่านี้ให้กับชีวิต”เสียงจอห์นพูดอยู่ข้างหู “ผม้าสิ่งที่จะมาช่วยบำรุงจิติญญาของตัวเองด้วยอย่า..อย่าเพิ่งหัวเราะ จะเล่าให้ฟังว่า พอผมอายุ 30 ผมก็เริ่มคิดเื่นี้แล้วคิดถึงว่าชีวิตที่ผมเป็อยู่ทุกวันนี้มันล้วนแต่เป็ของปลอมทั้งนั้นที่ผมได้รับความชื่นชมหาเงินหาทองได้ ก็เพราะนั่งเขียนแต่แบบอยู่กับคอมพิวเตอร์ซึ่งมันไร้ค่าที่สุด ผมยัง้าอะไรที่มากกว่านั้นอะไรก็ได้ที่มันจะทำให้ชีวิตผมร่ำรวยขึ้น ซึ่งคำว่า” ร่ำรวย”ในที่นี้ ผมไม่ได้หมายถึงความร่ำรวยเงินทองอย่างที่ใครๆ เขาคิดกัน”
“แต่ความร่ำรวยด้วยเงินทองมันก็ไม่เลวนักไม่ใช่หรือ?”มาร์กต้องพูดเสียงดังแข่งอยู่กับเสียงคลื่นลมเขากับจอห์นเคยถกเถียงเื่นี้กันมาจนนับครั้งไม่ถ้วนโดยเฉพาะเมื่อจอห์นมองไม่เห็นความสำคัญของเงินและมาร์กก็มักจะเตือนว่าการที่จอห์นสามารถพูดอย่างนั้นได้เพราะเขามีเงินล้นเหลืออยู่แล้วก็เงินมรดกที่พ่อแม่วิลลี่ทิ้งไว้ให้นั่นแหละ
แต่จอห์นจะถือว่าการที่มาร์กพูดอย่างนั้นเท่ากับเป็การดูถูกเขาอย่างแรง