“.........”
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองใบหน้าที่มีหนวดเคราปกคลุมรกรุงรัง อัญชิษฐารู้สึกเหมือนจะคุ้นๆนะ แต่เธอคิดยังไงก็คิดไม่ออกมาผู้ชายตัวโตตรงหน้า มีหน้าตาเหมือนเพื่อนคนไหน ถ้าหากเขาโกนหนวดโกนเคราออกไปก็คงจะดี จะได้เห็นเค้าโครงหน้าเขาชัดๆ
โคร๊กกกคร๊ากกกกก......
“เอ่อ!!...... ฉัน ขอทำอาหารก่อนได้ไหม แล้วเราค่อยมาว่ากันเื่ว่านายหน้าคล้ายใครอีกที ได้ไหม?”
เสียงท้องร้องดังขึ้นขัดจังหวะความคิด อัญชิษฐาจึงพูดบอกนายหัวแสนด้วยเสียงเจื่อนๆ แกมขอร้องอยู่ในที เพราะในตอนนี้เธอรู้สึกหิวจนตาลายแล้ว หากจะให้เธอมาคิดว่าเขาคล้ายใครไม่คล้ายใครอยู่เช่นนี้ เธอคงคิดไม่ออกหรอก ยังไงขอหาอะไรใส่ท้องก่อน แล้วค่อยมาว่ากันใหม่ก็แล้วกันเถอะนะ
“ก็ทำไปสิ ทำเร็วๆด้วยล่ะ”
นายหัวแสนกระแทกเสียง พร้อมกับสะบัดปล่อยแขนเรียวให้เป็อิสระจากการจับกุม แต่กระนั้นดวงตาคมกริบดูยังไงก็ยังคงมีความเกรี้ยวกราดให้เห็นอยู่เช่นเดิม พอเขากล่าวจบก็หมุนตัวเดินไปนั่งลงที่มุมตรงข้ามกับฝั่งทำครัว โดยสายตาคมกริบเฝ้าจับจ้องมองร่างบางอยู่อย่างไม่วางตา
“.........”
อัญชิษตากลอกตามองบน กับคำสั่งของชายหนุ่มตัวโต แล้วลงมือทำอาหารตรงหน้าต่อไปเงียบๆ ซึ่งวัตถุดิบที่มีให้ทำอาหารไม่ได้เยอะแยะแต่อย่างใด ที่เห็นๆอยู่ก็มีไข่ไก่ และผักบุ้ง ส่วนเครื่องปรุงก็มีพอจะปรุงได้อยู่บ้าง
อัญชิษฐาก่อไฟในเตาถ่านเสร็จก็ตั้งหมอข้าวก่อนเป็อันดับแรก ในระหว่างนั้นเธอตอกไข่ใส่ชาม ตามด้วยน้ำปลาลงใส่เล็กน้อย แล้วตีให้เข้ากัน จากนั้นนำผักบุ้งไปล้างน้ำให้สะอาด ล้างเสร็จเธอก็มองหามีดสำหรับหั่น แต่ไม่เห็นมีเลยสักอัน เธอจึงหันไปมองชายหนุ่มตัวโต ดวงตากลมโตคู่สวยสบเข้ากับดวงตาคมกริบเข้าอย่างจัง
“มีมีดหั่นผักไหม?”
อัญชิษฐาเม้มปากบางจิ้มลิ้มเข้าหากัน ก่อนจะแสร้งมองไปทางอื่น เพราะรู้สึกแปลๆกกับดวงตาคมกริบคู่นั้น จนไม่อาจทนสู้สายตาคู่นั้นได้
“ไม่มี... ไม่มีมีดเธอก็จะไม่มีปัญญาทำอะไรกับผักหรือไง”
นายหัวแสนตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเหมือนมะนาวไม่มีน้ำ ซึ่งอันที่จริงมีดน่ะมีอยู่หรอก แต่ถูกเก็บไปแล้ว เพราะหากขืนมีไว้ เธอคงใช้เป็อาวุธ ขนาดว่าไม่มีอาวุธ เธอก็ยังเอาทั้งถังเอาทั้งไม้กวาดฟาดเขาอย่างแรง
‘ทำไมฉันจะไม่มีปัญญายะ ชิ’
อัญชิษฐาหันกลับมาตั้งหน้าตั้งตาทำอาหาร แต่ภายในใจค่อนขอดชายหนุ่มตัวโตไปด้วย ถึงจะไม่มีมีดหั่นผัก เธอก็ใช้มือหักผักบุ้งเป็ท่อนๆได้ และพอข้าวเดือดได้ที่ เธอยกลงมาเอาน้ำออก แล้วนำกลับไปตั้งไฟต่อไปสักพักจึงค่อยยกลงจากเตา จากนั้นเริ่มลงมือเจียวไข่ เสร็จแล้วก็ผัดผักบุ้ง
‘มันน่าเคว้งใส่หัวนักนี่ แต่ทำอย่างงั้นไม่ได้ เดี๋ยวไม่ได้กิน อย่างน้อยๆก็ขอให้กินอิ่มท้องก่อนก็แล้วกัน’
อัญชิษฐาถือจานข้าว จานอาหาร มาวางลงตรงหน้านายหัวแสน โดยที่เขานั่งมองนิ่งเฉย ไม่คิดจะช่วยแต่อย่างใด เธอก็ไม่คิดที่จะบอกให้เขาช่วยแต่อย่างใดด้วย แต่ภายในใจอยากจะโยนจานใส่หน้าเขายิ่งนัก แต่กลัวว่าจะไม่ได้กิน กองทัพต้องเดินด้วยท้อง หากเธอคิดจะหาทางหนีออกจากที่นี่เธอก็ต้องมีแรง
อัญชิษฐานั่งลงกินข้าวกินอาหารที่เธอทำไปเงียบๆ นายหัวแสนก็กินข้าวกินอาหารตรงหน้าไปเงียบๆเช่นกัน แต่ภายในใจยอมรับว่าแค่อาหารง่ายๆ ผู้หญิงตัวเล็กคนนี้ยังทำอร่อยได้ แต่ก็แค่อาหารเท่านั้นแหละ อย่างอื่นผู้หญิงคนนี้ดูเลวร้ายในสายตาของเขาทุกอย่าง เพราะเธอน้องชายของเขาถึงได้คิดสั้นฆ่าตัวตาย
“.........”
อัญชิษฐารู้สึกได้ถึงสายตาอาฆาตพยาบาทจ้องมองมาที่เธอ เธอจึงเงยหน้าขึ้นไปมอง ก็เห็นอย่างที่รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ แต่เธอทำเพียงแค่หลบสายตาคมกริบคู่นั้น ตั้งใจกินให้อิ่มเร็วๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องมานั่งให้เขามองด้วยสายตาอาฆาตพยาบาทเช่นนี้
๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔