บทที่ 9 บรรลุแห่งการบำเพ็ญเพียร
เวินฉิงเหยียบกระบี่ไม้ไผ่ล่องลอยสู่ยอดเขาไผ่รำพัน
นางผู้อ่อนโยนเป็นิจ คราวนี้โกรธจนแทบคลั่ง
ขณะบินอยู่เหนือยอดเขาไผ่รำพัน นางเห็นเหล่าศิษย์รับใช้กำลังตัดไม้ไผ่มรกตอยู่เบื้องล่าง เวินฉิงยิ่งโกรธหนักขึ้นไปอีก
ั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไป ศิษย์ยอดเขาไพร์ที่มาตัดไม้ไผ่มรกตที่ยอดเขาไผ่รำพันจะต้องจ่ายหินิญญา!
หนึ่งหินิญญาต่อหนึ่งต้น! ไม่เช่นนั้นห้ามตัด!
เวินฉิงกลับมายังห้องบำเพ็ญบนยอดเขาไผ่รำพันด้วยความโกรธเกรี้ยว
ทันทีที่เข้ามา นางก็พบว่าเซียวอวิ๋นกำลังตั้งใจฝึกฝนอยู่
เวินฉิงเห็นเซียวอวิ๋นขยันขันแข็งเช่นนี้ ก็ไม่อยากรบกวน
อย่างไรเสีย โอสถเสริมรากฐานก็ซื้อกลับมาแล้ว จะกินเมื่อไหร่ก็ได้
หลังจากสงบจิตใจลงเล็กน้อย นางก็นั่งเงียบ ๆ อยู่ข้าง ๆ มองดูเซียวอวิ๋นฝึกฝน
คอยเฝ้าดูเซียวอวิ๋นตื่นขึ้นมา พร้อมทั้งคุ้มครองเขาไปด้วย
ถึงแม้ว่าวิชาบำเพ็ญของขอบเขตฝึกลมปราณจะไม่มีอันตรายมากนัก แต่เวินฉิงก็ยังไม่วางใจ
นางกลัวว่าเซียวอวิ๋นจะไม่ระมัดระวังแล้วเดินลมปราณผิดจนทำให้ร่างกายาเ็
ในห้องบำเพ็ญ เวินฉิงคอยเฝ้าดูแลเซียวอวิ๋นอย่างเงียบ ๆ
เมื่อจ้องมองเซียวอวิ๋นอยู่อย่างนั้นสักพัก เวินฉิงก็พลันพบว่าศิษย์น้องคนนี้ของตนนั้นก็มีหน้าตาที่ดูดีไม่เบา
นางถูกอาจารย์พามาอยู่ที่ยอดเขาไผ่รำพันั้แ่เด็ก นอกจากอาจารย์แล้ว นางแทบไม่ได้ติดต่อกับคนนอกเลย
โอกาสที่จะอยู่ในห้องเดียวกับชายคนหนึ่งเช่นนี้ ยิ่งไม่เคยมีมาก่อน
เวินฉิงไม่รู้เื่ชายหญิงเอาเสียเลย
นางจ้องมองเซียวอวิ๋นอยู่นาน โดยไม่รู้ว่าเพราะอะไร จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าแก้มของตนเองร้อนผ่าวขึ้นมา
เวินฉิงรีบสงบจิตใจ สงสัยในใจว่าตนเองเป็อะไรไป
หรือว่าเป็เพราะหลายวันมานี้ไม่ได้ฝึกฝน จึงเกิดปัญหากระนั้นหรือ?
เมื่อจิตใจกลับมาสงบนิ่ง ความรู้สึกแปลกประหลาดเมื่อครู่ก็หายไปในทันที
นางคิดว่าเป็เพราะตนเองละเลยการฝึกฝน ร่างกายจึงเกิดความผิดปกติ
ในทันใดนั้น นางก็นั่งขัดสมาธิและเริ่มฝึกฝนในห้องบำเพ็ญ
หากเวินฉิงไม่ฝึกฝนก็คงไม่เป็ไร แต่พอเริ่มฝึกฝนนางก็ต้องใอย่างมาก
ในห้องบำเพ็ญมีกลไกที่อาจารย์วางไว้ เพื่อนำพลังปราณฟ้าดินมาใช้ในการฝึกฝน
หลังจากที่นางเข้าสู่สมาธิ นางก็พบว่าพลังปราณทั้งหมดในห้องบำเพ็ญไหลเข้าสู่ร่างของเซียวอวิ๋นอย่างไม่ขาดสาย
แม้แต่ตัวนางเองก็ไม่อาจแย่งชิงพลังปราณจากเซียวอวิ๋นได้
เวินฉิงไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนเลย
ปกติแล้วเมื่อฝึกฝนในห้องบำเพ็ญกับอาจารย์ ก็ไม่เคยเกิดสถานการณ์ที่พลังปราณไม่เพียงพอเช่นนี้
ในขณะนี้ พลังปราณฟ้าดินถูกเซียวอวิ๋นแย่งชิงไปหมดสิ้น
เหตุการณ์นี้ทำให้เวินฉิงใมาก!
นางคิดว่าเซียวอวิ๋นฝึกฝนจนเกิดปัญหาบางอย่าง จึงรีบปลุกเขาทันที
"ศิษย์น้อง... ตื่นเถิด... ศิษย์น้อง... เ้าเป็อันใดหรือไม่... ศิษย์น้อง..."
เวินฉิงจับไหล่ของเซียวอวิ๋นเขย่าไม่หยุด
เซียวอวิ๋นลืมตาขึ้นอย่างฉับพลัน สิ่งแรกที่เห็นคือใบหน้างามที่เต็มไปด้วยความกังวลของเวินฉิง
"เกิดอะไรขึ้นหรือศิษย์พี่?" เซียวอวิ๋นถามอย่างสงสัย
เมื่อเห็นว่าเซียวอวิ๋นตื่นแล้ว เวินฉิงจึงถอนหายใจยาว
"ศิษย์น้อง ดีที่เ้าตื่นแล้ว ข้าใยิ่งนัก เ้าเป็อย่างไรบ้าง? เ้ารู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือไม่?"
เซียวอวิ๋นไม่เข้าใจว่าทำไมเวินฉิงจึงถามเช่นนั้น เขาขยับร่างกายเล็กน้อย
เขารู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
"ไม่มี ตอนนี้ข้าแค่รู้สึกเต็มไปด้วยพลัง มีเรี่ยวแรงมากล้น"
เวินฉิงจึงวางใจ "ไม่เป็ไรก็ดีแล้ว ดูเหมือนข้าจะกังวลเกินไป"
"เกิดอะไรขึ้นหรือ?"
เมื่อเห็นสีหน้ากังวลของเวินฉิง เซียวอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะถาม
"ข้าเพิ่งกลับมาจากยอดเขาไพร์ เห็นเ้ากำลังฝึกฝนอย่างจริงจัง จึงไม่ได้รบกวนเ้า ต่อมาข้าก็เตรียมจะฝึกฝนสักครู่ จึงได้พบว่าพลังปราณทั้งหมดในห้องบำเพ็ญกลับไหลเข้าสู่ร่างกายของเ้า"
"พลังปราณมหาศาลเช่นนี้หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเ้า ข้ากังวลว่าร่างกายของเ้าจะทนไม่ไหว จึงปลุกเ้าขึ้นมา"
"บัดนี้เห็นเ้าไม่เป็ไร ข้าก็วางใจแล้ว"
เซียวอวิ๋นฟังเวินฉิงเล่าจบ จึงเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อเขาฝึกฝน ไม่มีความรู้สึกอึดอัดใด ๆ ทั้งสิ้น กลับกันกลับรู้สึกสบายอย่างยิ่ง
เขาไม่รู้สึกถึงความผิดปกติของพลังปราณภายนอกแต่อย่างใด
"ศิษย์พี่ ท่านไม่ได้รู้สึกเช่นนี้เมื่อฝึกฝนหรอกหรือ?"
เวินฉิงพยักหน้าพลางกล่าว "แน่นอนว่าไม่ ข้ามีรากฐานิญญาธาตุน้ำแข็งชั้นยอด ความเร็วในการดูดซับพลังปราณก็นับว่ารวดเร็วแล้ว แต่เมื่อเทียบกับความเร็วที่เ้าดูดซับพลังปราณเมื่อครู่ ต่างกันราวฟ้ากับเหว"
เซียวอวิ๋นรู้สึกดีใจยิ่งนัก เช่นนี้แล้ว ตนเองคงไม่ใช่รากฐานิญญาผสมอย่างแน่นอน
เขารู้อยู่แล้วว่าในฐานะผู้ที่ข้ามมิติมา แม้ไม่มีระบบ ก็ไม่มีทางเป็รากฐานิญญาผสมไร้ค่า!
"ศิษย์พี่ไม่ต้องกังวล ตอนนี้ข้ารู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ถึงขนาดคิดว่าข้าสามารถชกวัวตายได้ด้วยหมัดเดียว"
"เ้ามีความรู้สึกเช่นนั้นจริง ๆ หรือ?" เวินฉิงถามพลางดวงตาเบิกกว้าง
"ใช่แล้ว" เซียวอวิ๋นกล่าวพลางออกหมัดสองครั้งใส่อากาศ
เขาเคยฝึกวิชายุทธ์ของปุถุชนมาครึ่งปี การชกทั้งสองครั้งนี้จึงดูมีท่าที
ทั้งยังมีเสียงลม "ฟู่ ๆ" ดังออกมาอีก
เซียวอวิ๋นใ นี่คือการชกโดยใช้ปราณเช่นนั้นหรือ?
ตอนนั้นอาจารย์ที่สอนวิชายุทธ์ของปุถุชนให้แก่ตนเคยบอกไว้ว่า หากฝึกวิชายุทธ์ของปุถุชนจนถึงขั้นสูงสุด ก็จะสามารถใช้ปราณในการต่อสู้ได้
ในระยะห่างหนึ่งจั้งก็สามารถใช้ดับเทียนด้วยปราณจากหมัดได้
เขาเพิ่งฝึกฝนวิชาคลื่นสมุทรมรกตได้เพียงครึ่งวัน แต่กลับบรรลุถึงขีดสุดของผู้ฝึกยุทธ์สามัญแล้ว
วิชายุทธ์ของปุถุชนนั้นเทียบกับวิชาบำเพ็ญเซียนไม่ได้จริง ๆ
เวินฉิงรู้สึกประหลาดใจยิ่งกว่าเซียวอวิ๋น
ดูจากท่าทางตอนที่เซียวอวิ๋นออกหมัด ดูเหมือนว่าเขาจะบรรลุขอบเขตฝึกลมปราณขั้นสองไปแล้ว!
เป็ไปได้อย่างไร? เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งวัน จะฝึกฝนได้เร็วขนาดนี้ได้อย่างไร
ยามที่นางบรรลุขอบเขตฝึกลมปราณขั้นสองนั้น ต้องใช้เวลาตั้งสิบวันเชียวนะ!
เพื่อที่จะพิสูจน์ความคิดในใจของตน เวินฉิงจึงกล่าวกับเซียวอวิ๋นว่า "ศิษย์น้อง ข้าเห็นว่าแรงในการชกของเ้าไม่น้อย เ้าลองชกข้าดูหน่อย ข้าจะดูว่าตอนนี้เ้าอยู่ในระดับใดแล้ว"
"นี่... นี่ไม่ดีกระมัง?"
เซียวอวิ๋นมองดูศิษย์พี่หญิงที่มีร่างบางดั่งต้นหลิวที่อ่อนลู่ลม ก็รู้สึกไม่กล้าลงมือ
หากพลั้งมือทำร้ายศิษย์พี่ขึ้นมาจะทำอย่างไรเล่า?
อีกอย่างก็ไม่รู้จะลงมือที่ใดด้วย?
ชกที่ใดจึงจะเหมาะสมเล่า?
"ไม่เป็ไรหรอกศิษย์น้อง ข้าอยู่ในขอบเขตจินตานขั้นห้า เ้าวางใจได้ ชกมาเถิด" เวินฉิงกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
"นี่ไม่ใช่เื่ของระดับพลังสูงต่ำ ศิษย์พี่ดีกับข้าเช่นนี้ ข้าจะทำร้ายศิษย์พี่ได้อย่างไร หากจะทดสอบ ก็ควรหาสิ่งอื่นมาลองดูดีกว่า" เซียวอวิ๋น กล่าวพลางยิ้ม
เวินฉิงไม่คิดว่าศิษย์น้องผู้นี้จะเคารพนางถึงเพียงนี้ ในใจรู้สึกยินดียิ่งนัก
นางยิ้มพลางกล่าวว่า "เ้าเคารพข้าที่เป็ศิษย์พี่เช่นนี้ แสดงว่าเ้าเป็คนดี! ข้าเองก็ไม่ได้รักเ้าเปล่า ๆ ห้าร้อยหินิญญาที่เสียไปช่างคุ้มค่ายิ่งนัก"
"ที่เ้าพูดก็มีเหตุผลอยู่บ้าง ไปกันเถอะ พวกเราไปลองข้างนอกกัน"
"ห้าร้อยหินิญญาอะไรหรือ?" เซียวอวิ๋นรีบถาม
"โอสถเสริมรากฐานที่ข้าซื้อให้เ้าอย่างไรเล่า ใช้หินิญญาไปตั้งห้าร้อยเชียวนะ เ้าอย่าทำให้ข้าต้องผิดหวังล่ะ ต้องสร้างรากฐานให้สำเร็จเพื่อแก้แค้นให้ข้า!"
"แก้แค้น? แก้แค้นอะไรหรือ? นี่มันเื่อะไรกัน?" เซียวอวิ๋นยิ่งงงมากขึ้น
เวินฉิงไม่อยากส่งต่ออารมณ์แย่ ๆ ให้เซียวอวิ๋น จึงโบกมือพลางกล่าวว่า "ไม่มีอะไรหรอก เ้าไม่ต้องถามมาก แค่เ้าสร้างรากฐานสำเร็จ ก็ถือว่าได้แก้แค้นให้ข้าแล้ว ตอนนั้นดูซิว่าใครจะยังกล้าดูถูกยอดเขาไผ่รำพันของพวกเรา"
เวินฉิงไม่อยากพูด เซียวอวิ๋นก็ไม่กล้าซักไซ้ จึงรีบแสดงท่าทีว่า "ศิษย์พี่วางใจได้ ตอนนี้ข้ามั่นใจเต็มเปี่ยม การสร้างรากฐานไม่มีปัญหาแน่นอน"
"อืม ข้าเชื่อในตัวเ้า ไปกันเถิด ไปทดสอบดูก่อนว่าตอนนี้เ้าอยู่ในระดับไหนแล้ว"
เวินฉิงพูดพลางจูงมือเซียวอวิ๋นเดินออกไปนอกห้องบำเพ็ญ
เซียวอวิ๋นถูกมือเรียวบางอันนุ่มนวลของเวินฉิงจับไว้ รู้สึกเืสูบฉีด หัวใจเต้นเร็ว โดยไม่รู้ตัวก็ถูกพาออกมานอกห้องบำเพ็ญเสียแล้ว