วันรุ่งขึ้นพลอยใสไปมหาวิทยาลัยตามปกติพร้อมกับขนมไทยสองกระเช้าเล็กที่ตั้งใจจะเอาไปให้ชายหนุ่มใจดีและปิดปากเพื่อนในกลุ่มของตัวเองด้วย หญิงสาวแวะซื้อการ์ดใบเล็ก ๆ หน้ามหาวิทยาลัยเอามานั่งเขียนอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนข้างตึกเรียน ซึ่งเป็จุดพบปะของกลุ่มตนเอง
“พลอยใสทำอะไรอยู่?”เสียงตะนอยดังมาก่อนตัว เมื่อเดินมาเห็นเพื่อนก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรอยู่บนโต๊ะ
“เขียนการ์ดขอบคุณ”
“ขอบคุณใครเหรอ?”
“ขอบคุณพี่มินสก์”
“เออ แล้วสรุปว่าเมื่อวานนี้พี่แก๊งกาแฟนั่นเขาพาแกไปไหนวะไอ้พลอย” เป็เสียงจุ๋มที่เดินมาพร้อมกับอ้อน และทันได้ยินสิ่งที่เพื่อนสาวพูดเข้าพอดี
“เออฉันก็อยากรู้เหมือนกัน โทรหาเมื่อวานก็ไม่ยอมรับสาย ปล่อยให้เพื่อนเป็ห่วงอยู่ได้ตอนแรกคิดว่าพี่เขาจะพาแกไปฆ่าปิดปากไม่ให้เที่ยวไปบอกใครว่าเขาขับรถเฉี่ยวแกเสียอีก” ตะนอยพูดเสริมขึ้นอีกคนส่วนอ้อนนั้นนั่งลงยกมือเท้าคางจ้องมองหน้าพลอยใสอย่างเตรียมตัวรอฟังคำตอบของเพื่อนเต็มที่
“ไอ้ตะนอยบ้าคิดอะไรอคติ พี่เขาออกจะน่ารัก ใจดีเว่อร์ อุตส่าห์พาฉันไปหาหมอที่คลีนิกใกล้ ๆ อุ้มฉันไปส่งจนถึงมือหมอจ่ายค่ายา พากลับไปส่งให้ถึงบ้านอีกด้วย ไม่ว่าอะไรฉันสักคำที่ทำให้เขาต้องเดือดร้อนแถมยังเตือนให้ระวังแบบที่แม่ฉันก็เตือนเลย น่ารักป่ะล่ะ?” พลอยใสยิ้มหน้าบานเมื่อพูดถึงชายหนุ่มในดวงใจ
“โอ้โห! ขนาดนั้นเลยเหรอวะแก ไม่น่าเชื่อ ตอนแรกคิดว่าพวกแก๊งกาแฟจะหยิ่งทำตัวแบบเทวดาแตะต้องไม่ได้เสียอีก” จุ๋มออกความคิดเห็น ซึ่งเพื่อน ๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วยเพราะคิดเช่นนั้นกันทุกคน “แล้วนั่นเขียนว่าอะไรอ่ะ ไหนขอดูหน่อย”
จุ๋มดึงการ์ดใบเล็ก ๆออกจากมือพลอยใสมาอ่าน อ้อนกับตะนอยก็รีบเข้ามารุมดูด้วยเช่นกัน “ขอบคุณพี่มินสก์มากนะคะ พลอยใส”
“ไอ้พลอยแกไม่ใส่รูปหัวใจเข้าไปหน่อยล่ะ บอกใบ้พี่เขาไงว่าแกให้ใจเขาแล้วนะ” อ้อนแนะนำเพื่อน
“ไม่เอาหรอกถ้าเกิดเขาเอาการ์ดนี้ไปทิ้ง ก็เท่ากับใจฉันโดนทิ้งไปด้วยนะสิ”พลอยใสตอบกลับเพื่อนหน้าแดง เขินอายที่เพื่อนรู้ทันความรู้สึกของเธอ
“เฮ้ย! พลอยใสแกเขียนชื่อพี่เขาผิดหรือเปล่าเนี่ย ทำไมมี ‘สก์’ด้วย จะ ‘ทร์’ ก็ไม่ใช่”เป็เสียงจากตะนอยที่ถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ไม่ผิดหรอกฉันเช็คมาเรียบร้อยแล้ว ชื่อพี่เขาเขียนทับศัพท์แบบนี้เลย มาจากคำว่า MINSKชื่อเมืองหลวงของประเทศเบลารุสพ่อแม่ของพี่มินสก์เขาไปพบรักกันที่นั่น ลูกออกมาก็เลยตั้งชื่อว่า มินสก์เอาไว้ย้ำเตือนความรักของพวกเขาจ้า” พลอยใสอธิบาย
“โอ้โห! นี่แกรู้ขนาดนี้เลยเหรอ แอบไปเจาะข้อมูลของพี่เขามาั้แ่เมื่อไหร่เนี่ย”อ้อนถึงกับอึ้งในตัวเพื่อนสาว ที่มีข้อมูลเชิงลึกของหนุ่มแก๊งกาแฟขนาดนี้
“ฮ่าฮ่ามันก็ต้องมีกันบ้าง ก็คนมันปลื้มอ่ะ” พลอยใสหัวเราะร่ายืดอกยอมรับ
หลังจากที่หมดคาบเรียนของคีรีชายหนุ่มก็ตั้งใจจะไปเอากาแฟที่ร้านมายด์คอฟฟี่เข้าร่างเสียหน่อยแต่แค่เพียงเดินออกจากห้องเรียน ก็ต้องชะงัก
“สวัสดีค่ะพี่มินสก์” เสียงเล็กๆ ดังขึ้นทักทายชายหนุ่ม จนเ้าของชื่อต้องหันมองหาต้นเสียงซึ่งก็เป็นักศึกษาสาวที่เขาขับรถเฉี่ยวเมื่อวานนี้นี่เอง
“เอ้า!สวัสดีครับ ขาหายแล้วเหรอ?”
“หายแล้วค่ะวิ่งได้แล้ว ขอบคุณพี่มินสก์มากนะคะ ที่เมื่อวานช่วยพาพลอยใสไปหาหมอแถมพาไปส่งบ้านอีก นี่ค่ะลูกชุบอร่อย ๆ ค่ะ” พลอยใสยื่นกระเช้าเล็ก ๆเท่าฝ่ามือที่มีขนมลูกชุบปั้นเป็รูปผลไม้หลายชนิดสีสันหน้าตาน่ากินมาให้คีรี
“ขอบใจมากนะแต่อันที่จริง ไม่ต้องเอาอะไรมาให้พี่หรอก เปลืองเงินเปล่า ๆ พี่ช่วยเพราะพี่เองก็มีส่วนต้องรับผิดชอบไม่ต้องถือเป็บุญคุณหรอก” ชายหนุ่มยื่นมือรับกระเช้ามาเพื่อรักษาน้ำใจของนักศึกษาสาว
“ไม่เปลืองหรอกค่ะขนมนี่แม่พลอยใสทำเอง พลอยใสก็ช่วยแม่ทำด้วยนะคะ”
“อ้อ!บ้านเราทำขนมขายเหรอ”
“ค่ะ..ใช่ค่ะแม่พลอยใสทำขนมไทยอร่อยมากนะคะ เดี๋ยววันหลังพลอยใสจะเอาขนมอย่างอื่นมาให้พี่มินสก์ชิมอีกนะคะ”
“ไม่เป็ไรพี่เกรงใจ เอาไว้พี่ไปอุดหนุนที่บ้านเลยดีกว่า แล้วนี่เราไม่มีเรียนแล้วเหรอ?”
“ค่ะวันนี้พลอยใสมีเรียนวิชาเดียว”
“แล้วจะไปไหนต่อล่ะไปหากาแฟกินด้วยกันไหม?”
“ไปค่ะ!” พลอยใสตอบกลับรวดเร็วอย่างไม่ต้องใช้เวลาคิด พร้อมกับรอยยิ้มและแววตาที่บ่งบอกถึงความตื่นเต้นดีใจที่ได้รับการเชิญชวนจากชายหนุ่ม
สองคนเดินไปพร้อมกัน เป็ที่จับจ้องของสายตาหลายคู่ที่มอง
ด้วยความสงสัยว่าผู้หญิงหน้าหมวยความสวยพื้น ๆ นั้นเป็ใครจึงได้มาเดินเคียงคู่อยู่กับเ้าชายไอที หนึ่งหนุ่มจากแก๊งกาแฟซึ่งหนึ่งในนั้นมีสายตาของน้ำทิพย์ เพื่อนสาวของไอซ์ นักศึกษาสาวผู้้าจะได้หัวใจของคีรีอยู่ด้วย
ร้านมายด์คอฟฟี่ยังคงเปิดทำการตามปกติแต่ที่ดูว่าจะไม่ปกติอยู่ตอนนี้ก็เพราะสถานการณ์ที่เหมือนว่ารถไฟมาชนกันอยู่ในร้านนั่นเอง
“อ้าว!ข้าวหอม มาหากาแฟกินเหรอ?” คีรีส่งเสียงทักนักศึกษาสาวหน้าตาคุ้นเคยเมื่อเดินเข้ามาเจอในร้าน
“ค่ะแล้วก็มารอเจอพี่มินสก์ด้วย” นักศึกษาสาวปีสองตอบคำถามชายหนุ่มแต่สายตาทอดมองไปยังหญิงสาวที่เดินตามเขาเข้ามาในร้านด้วยแววตาที่แสดงความไม่พอใจนัก
“รอเจอพี่?มีอะไรหรือเปล่าครับ?” คีรีพูดพร้อมกับเดินเข้าไปหย่อนก้นนั่งเก้าอี้ตัวข้าง ๆข้าวหอม โดยไม่ลืมที่จะหันมาใส่ใจคนที่เขาชวนมาด้วย
“น้องพลอยใสจะกินกาแฟอะไรสั่งเลยนะ เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง ตอบแทนลูกชุบน่ารัก ๆ กระเช้านี้” คีรีส่งยิ้มบอกพลอยใส ก่อนจะส่งเสียง
ออเดอร์กาแฟของตัวเอง “พี่เสก คาราเมลมัคฯ เย็นเจี๊ยบหนึ่งครับ”
“พลอยใสเอาเหมือนพี่มินสก์อีกหนึ่งค่ะ”พลอยใสสั่งตาม ยิ่งสร้างความรู้สึกไม่ชอบใจให้กับข้าวหอมเพิ่มมากขึ้นไปอีก
“แล้วตกลงว่าข้าวหอมมีอะไรครับถึงมารอเจอพี่ที่นี่?” มินสก์หันกลับมาทางข้าวหอมที่นั่งทำตาขวางอยู่
“ข้าวหอมเอาคอมฯมาให้พี่มินสก์ช่วยดูให้หน่อยค่ะ ไม่รู้เป็อะไร เครื่องอืดมาก เปิดงานมาบางทีก็ค้างบางทีก็ดับไปเลยค่ะ พี่มินสก์ช่วยดูให้ข้าวหอมหน่อยนะคะ” นักศึกษาสาวพูดพร้อมกับยื่นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คส่งให้เ้าชายไอทีรับไปเปิดดู
“ได้เลยครับ เดี๋ยวพี่ดูให้เจอไวรัสเข้าแล้วมั้ง”
พลอยใสนั่งมองแผ่นหลังของคีรีที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดการกับคอมพิวเตอร์เครื่องเล็ก ให้กับผู้หญิงที่ชื่อว่าข้าวหอมด้วยความชื่นชมในความมีน้ำใจและความสามารถของเขาแต่เมื่อเลื่อนสายตามาเจอเข้ากับข้าวหอมที่นั่งอยู่ติดกับชายหนุ่มนักศึกษาสาวหุ่นดี หน้าตาสวย ก็เล่นเอาแววตาแห่งความชื่นชมนั้นต้องหม่นหมองลงทันที พลอยใสได้แต่เตือนสติตัวเองอยู่ในใจว่าเธอคงได้แค่แอบปลื้มเขาอยู่อย่างนี้เพราะรอบตัวของชายหนุ่มนั้น เต็มไปด้วยผู้หญิงสวยครบเครื่องด้วยกันทั้งนั้น
แค่เพียงปลายนิ้วของคีรีกระดิกััแป้นพิมพ์ไม่นานปัญหาก็ได้รับการแก้ไข
“ข้าวหอมรอให้โปรแกรมทำงานสักครู่นะถ้ามันขึ้นว่าเสร็จสิ้นก็ปิดเครื่องเก็บได้เลยครับ” นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์บอกขั้นตอนการทำงานของโปรมแกรมที่เขาโหลดมาใช้ให้เ้าของเครื่องทราบ
อันที่จริงคีรีลงเรียนสองคณะคือบริหารธุรกิจตามที่พ่อของเขา้า ซึ่งทำให้ได้เจอเพื่อน ๆ แก๊งกาแฟ แต่ด้วยความชอบทางด้านเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ทำให้เขาตัดสินใจลงเรียนในคณะวิศวกรรมศาสตร์ด้วยอีกหนึ่งคณะและทำไปทำมาก็มาทุ่มเทให้กับคณะหลังนี่เสียมากกว่าแต่สำหรับคณะบริหารธุรกิจนั้นก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิดเพราะเขามีเพื่อนในแก๊งกาแฟเป็ตัวช่วยอยู่นั่นเอง
“พี่มินสก์เก่งจังเลยนะคะข้าวหอมอารมณ์เสียกับมันอยู่ทั้งคืน พี่มินสก์ทำแป๊บเดียวก็เรียบร้อยวันนี้พี่มินสก์จะไปไหนต่อหรือเปล่าคะ ข้าวหอมอยากตอบแทนด้วยการเลี้ยงหนังค่ะพี่มินสก์ไปดูหนังกับข้าวหอมนะ” ข้าวหอมพูดพร้อมกับทำมือปลาหมึกเข้ามาเกาะแกะกอดแขนคีรีจนชายหนุ่มนั้นต้องรีบดึงแขนตัวเองออก
“เื่แค่นี้ไม่ต้องตอบแทนพี่หรอกเล็กน้อยมากครับ แล้ววันนี้พี่ก็มีธุระต้องไปทำด้วย พี่ไปกับข้าวหอมไม่ได้หรอก”
“แต่พี่เสกว่างนะครับมินสก์ไม่ไป ให้พี่เสกไปแทนได้นะครับน้องข้าวหอม” เสกที่เอากาแฟมาเสิร์ฟให้กับหนุ่มพรีเซนเตอร์ของร้านเอ่ยขึ้นรับ่ทันที
“ไม่เป็ไรค่ะพี่เสกข้าวหอมไม่รบกวนพี่ดีกว่า พี่มินสก์ไม่ไป ข้าวหอมก็หมดอารมณ์ไปแล้วค่ะ”
“อ้าว! แล้วกัน แต่ถ้าน้องข้าวหอมเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ บอกพี่ได้นะ”เสกตอบกลับนักศึกษาสาวสวย ในขณะที่เดินเอากาแฟอีกแก้วมาเสิร์ฟให้กับพลอยใส“ส่วนแก้วนี้ คาราเมล มัคคิอาโต้ของน้องหมวยครับ”
“ขอบคุณค่ะหนูชื่อพลอยใสค่ะพี่ แต่ถ้าพี่อยากจะเรียกหมวย พลอยใสก็ไม่ว่าค่ะ”พลอยใสพูดขณะที่รับแก้วกาแฟมาจากพนักงานประจำของร้าน
“อ้อ! ชื่อน้องพลอยใส ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ พี่ชื่อเสก ถึงจะหล่อน้อยกว่าเ้ามินสก์มันแต่ว่าความแซ่บไม่แพ้กันนะครับ ฮ่ะฮ่ะ” เสกตอบกลับอย่างคนอารมณ์ดีก่อนจะเดินกลับไปประจำอยู่หลังเคาน์เตอร์เช่นเดิม
“ฮ่าฮ่า แล้วพลอยใสจะจำไว้ค่ะว่าพี่เสกแซ่บ” พลอยใสตอบกลับ หัวเราะอารมณ์ดี ก่อนจะกลับมาให้ความสนใจกับกาแฟตรงหน้าซึ่งเป็รสชาติที่หญิงสาวเพิ่งจะได้สั่งมาลองชิมก็ครั้งนี้เองพลอยใสมองเห็นกาแฟในแก้วใสทรงสูงแบ่งแยกกันออกเป็ชั้นจึงหยิบหลอดทำท่าจะคนให้น้ำทุกอย่างผสมให้เข้ากัน แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงของคีรีที่ส่งมาห้ามเอาไว้
“อย่าเพิ่งคนครับพลอยใส”ชายหนุ่มก็ถือแก้วกาแฟของตัวเอง เดินมานั่งข้าง ๆ พลอยใสข้าวหอมเห็นอากัปกิริยาของคีรีที่ปฏิเสธไม่ไปดูหนังกับตัวเองแล้วแถมยังทิ้งตนเดินไปนั่งข้างผู้หญิงคนอื่น ก็ทำให้หญิงสาวไม่พอใจหนักเข้าไปอีกประกอบกับหน้าจอคอมพิวเตอร์โชว์ป๊อบอัพขึ้นมาว่าเสร็จสิ้นการทำงานแล้วหญิงสาวจึงได้ปิดเครื่องแล้วเดินออกจากร้านไปด้วยสีหน้าที่แสดงออกอย่างจริงจังว่าไม่พอใจ
“คะ? เกิดอะไรขึ้นคะ?”พลอยใสมองหน้าคนห้ามด้วยความงุนงง
“กาแฟรสนี้มันมีวิธีการกินที่ไม่เหมือนรสอื่นครับคาราเมล มัคคิ
อาโต้นี่มันจะมาเป็ชั้นอย่างนี้” คีรียกแก้วกาแฟของตัวเองขึ้นชี้ไปที่แต่ละชั้นให้พลอยใสดูพร้อมทั้งอธิบาย “ที่ก้นแก้วจะเป็วานิลลาไซรัป ขึ้นมาเป็สีขาวที่น้องพลอยใสเห็นนี่คือนมสดต่อมาก็เป็ชั้นของกาแฟรสเข้ม ๆ ที่นี่ใช้เอสเปรสโซ่บางที่ก็ใช้กาแฟดำ แล้วราดด้วยซอสคาราเมลไว้้าอีกชั้นหนึ่งวิธีจะกินให้ถูกต้องมันก็ต้องมีขั้นตอนกันหน่อยครับคือเอาปลายหลอดจิ้มลงไปให้ถึงชั้นล่างสุด แล้วก็ดูดพร้อมทั้งดึงหลอดขึ้นมาเรื่อย ๆผ่านแต่ละชั้นจนมาถึงชั้นบนสุดทีนี้ทุกอย่างที่เราดูดขึ้นมามันก็จะมาผสมรวมอยู่ในปากจนทำให้เราได้ัักับรสชาติที่สุดแสนวิเศษไม่เหมือนกับกาแฟรสไหนๆ เลยล่ะ แต่ที่สำคัญคือต้องใจเย็น ๆ ค่อย ๆ ฝึกจนรู้จังหวะจะกินให้อร่อยมันยากหน่อย แต่ถ้าทำได้แล้วรับรองว่าติดใจแน่นอน”
“โอ้โห! พี่มินสก์นี่รู้จริงจังเลยนะคะ งั้นพลอยใสจะลองทำดูนะ” พลอยใสกะพริบตาปริบๆ เป็อีกครั้งที่เธอทึ่งในตัวชายหนุ่มการที่เขาจะทำอะไรสักอย่างจะต้องมีข้อมูลกันขนาดนี้เลยหรืออะไรจะใส่ใจรายละเอียดกันขนาดนั้น
“ครับ ลองดู”มินสก์ตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นอ่อนโยนช่างเป็รอยยิ้มที่ละลายใจสาวได้ทุกคนเลยทีเดียว
“เกิดอะไรขึ้นเหรอพี่เสกทำไมข้าวหอมเดินทำหน้าเป็แมวขาดสารอาหารไปอย่างนั้นล่ะ?”เป็เสียงจากกังหันที่ดังขึ้นตามเสียงกระดิ่งเปิดประตูมาติด ๆ
“......”เสกไม่ได้ตอบเป็คำพูด แต่ใช้สายตากับใบหน้าส่งไปทางคู่ที่เป็ต้นเหตุบอกให้กังหันและปั้นจั่นรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“อ้อ! เป็เพราะพ่อหนุ่มไอทีของเรานี่เองสินะ”กังหันเดินไปตบบ่าเพื่อนพร้อมกับนั่งลงข้าง ๆปั้นจั่นเองก็เดินตามไปนั่งที่โซฟาชุดเดียวกันก่อนจะเป็คนเริ่มแนะนำตัวเองโดยไม่ต้องมีใครบอก
“สวัสดีครับพี่ชื่อปั้นจั่นนะ น้องคือ...”
“หนูชื่อพลอยใสค่ะอยู่ปีสอง”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับพี่ชื่อกังหัน ถึงหน้าตาพี่สองคนจะเหมือนกัน แต่ดูให้ดี ๆจะรู้ว่าพี่หล่อกว่าอยู่นิดนึง” เป็กังหันที่ชิงต่อบทสนทนาก่อนแฝดพี่แถมยื่นมือออกมาทำท่าจะขอจับมือทักทายอย่างวัฒนธรรมตะวันตกกับนักศึกษาสาวอีกด้วย
“เก็บมือไปเลยไอ้ลิงกังน้องเขาเป็คนไทย เขาไหว้มาก็รับไหว้น้องเขาสิ จะมาจับมงจับมืออะไรกัน”คีรีตีมือกังหันที่ยื่นออกมา
“ฮ่าฮ่า”ปั้นจั่นส่งเสียงหัวเราะให้กับน้องชายที่วิธีแต๊ะอั๋งสาวโดนคีรีสะกัดไว้พร้อมกับลุกขึ้นเปลี่ยนไปนั่งข้างพลอยใสแทน
“สวัสดีครับน้องพลอยใสยินดีที่ได้รู้จักนะครับ น้องเรียนอยู่ปีสองแล้วเหรอแล้วทำไมเราเพิ่งจะได้เห็นหน้ากันนะ แสดงว่าน้องต้องไม่ค่อยได้มาอุดหนุนกาแฟที่ร้านนี้แน่เลย”
“ค่ะพลอยใสไม่ได้ดื่มกาแฟบ่อย แต่ก็เคยมาซื้อที่นี่บ้างนะคะ ครั้งสองครั้งแต่พลอยใสเห็นพวกพี่บ่อยนะคะเวลาเดินผ่านร้านนี้
“ต่อไปก็ไม่ต้องเดินผ่านอย่างเดียวนะครับแวะเข้ามาคุยกันได้เลย พวกพี่ผ่านการฆ่าเชื้อพาสเจอร์ไรส์แล้วทุกคนไม่เป็อันตรายต่อพลอยใสแน่นอนครับ อ้อ! ยกเว้นน้องชายพี่ที่ปากมันหมานิดนึงแต่ว่าถนัดเห่าไปอย่างนั้นเอง ไม่กัดสาว ๆ ครับ พี่รับรอง”
“ฮ่าฮ่าฮ่าพวกพี่นี่ตลกดีนะคะ”
“พลอยใสฟังพวกมันเอาฮาได้แต่อย่าหวังสาระ เพราะหาไม่ค่อยได้จากพวกมันหรอกครับแล้วน้องพลอยใสจะไปไหนต่ออีกหรือเปล่าครับ หรือว่าจะกลับบ้านเลย”
“กลับบ้านค่ะพลอยใสต้องกลับไปช่วยแม่ทำขนม”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปครับพี่ไปส่งเอง ถือโอกาสไปอุดหนุนขนมที่บ้านพลอยใสด้วย พรุ่งนี้พี่จะกลับบ้านสวนจะได้เอาไปฝากคุณย่าเลย”
“อ้าวเห้ย! กูเพิ่งจะคุยกับน้องเขาได้ไม่กี่คำ มึงจะชวนน้องเขาไปซะแล้วอย่างนี้เขาเรียกว่าหวงนะเว้ย”
“หวงบ้าอะไรพูดให้มันดี ๆ ไอ้ลิงกัง เดี๋ยวน้องเขาเสียหาย กูจะไปอุดหนุนขนมที่บ้านน้องเขาส่วนของพวกมึงอยู่โน่น กูยกให้” คีรีชี้ไปที่กระเช้าลูกชุบใบเล็กที่ตั้งอยู่บนเคาน์เตอร์ติดกระจกด้านข้างของร้านก่อนจะหันกลับมาพูดกับนักศึกษาสาว “ไปครับ น้องพลอยใส”
“สวัสดีค่ะ พี่ ๆ ทุกคนเอาไว้พลอยใสแวะมาคุยด้วยใหม่นะคะ วันนี้ขอตัวกลับก่อนค่ะ”พลอยใสลุกขึ้นเอ่ยลาทุกคน แล้วเดินออกจากร้านมายด์คอฟฟี่ไปโดยไม่ลืมหยิบกาแฟติดมือออกมาด้วยส่วนคีรีนั้นหยิบเงินค่ากาแฟวางไว้บนโต๊ะแล้วเดินตามพลอยใสออกไปติด ๆ
“มันยังไงกันครับพี่เสกเล่ามาเลย” แฝดน้องรีบบอกให้เสกพนักงานของร้าน ผู้อยู่ในเหตุการณ์โดยตลอดเล่าเื่ราวให้ฟังทันทีหลังจากที่ทั้งคู่เดินออกไปจากร้านแล้ว
คีรีเดินนำพลอยใสมายังรถของเขาที่จอดอยู่ริมข้างถนนติดสวนหย่อมเล็กๆ ข้างตึกวิศวะ
“พลอยใสรอพี่แป๊บเดียวนะครับพี่ขอเข้าไปเอาชีทในล็อกเกอร์ก่อน”
“ได้ค่ะ” นักศึกษาสาวตอบกลับพร้อมรอยยิ้มปล่อยให้ชายหนุ่มเดินหายเข้าไปในตึกส่วนตัวเธอนั้นก็ยืนดูพื้นที่สีเขียวที่จัดตกแต่งไว้สวยงาม
ในจังหวะที่หญิงสาวกำลังเพลิดเพลินกับการมองดูการจัดสวนเล็กๆ อยู่นั้นเอง สายน้ำปริศนาก็ตรงเข้าฉีดใส่ร่างของเธอจนเปียกปอน
“ว้าย!! กรี๊ดดดด!!” หนึ่งสายตั้งใจฉีดใส่ใบหน้า เพื่อให้เธอมองอะไรไม่เห็นอีกหนึ่งสายฉีดใส่ร่างกายจนเสื้อผ้าเปียกปอน