จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

ตอนที่ 226 เมืองหน้าด่านแคว้นมู่

ตอนที่ 226 

เมืองหน้าด่านแคว้นมู่ 

ขบวนการเดินทางของหลิวเฉินเดินทางติดๆกันมา 5 วันเต็มๆจนเขานั้นก้าวเข้าสู่ดินแดนแคว้นมู่ แคว้นมู่เป็นแคว้นที่ถือว่าวางตัวเป็นกลางในทุกๆแคว้นไม่รุกรานและไม่เบียดเบียนแคว้นอื่นทำให้ชายแดนของแคว้นมู่สามารถผ่านเข้าออกได้โดยไม่มีการตรวจสอบอันใดแน่นหนา 

หัวจ้านนำขบวนการเดินทางมุ่งตรงเข้าสู่แคว้นมู่โดยจุดพักหมายแรกก็คือเมืองหน้าด่านของแคว้นมู่ กัวจ้านและผู้ติดตามของมันเดินทางไปมาแล้วทั่วทั้งห้าแคว้นเพราะเช่นนั้นการที่มันจะรู้เส้นทางดีก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด

เมืองหน้าด่านที่เป็นทางเชื่อมต่อระหว่างแคว้นมู่และแคว้นหมิงมันเป็นเมืองเล็กๆที่มีบรรยากาศร่มรื่นและมีผู้คนอาศัยอยู่จำนวนนึง

ขบวนการเดินทางของหลิงเฉินมุ่งผ่านประตูเมืองเข้าไปด้านในก่อนที่พวกเขาจะไปหยุดลงตรงที่หน้าโรงน้ำชาประจำเมือง 

เมื่อขบวนหยุดพักหลิงเฉินและกัวจ้านเองก็โน้มกายลงมาจากหลังของอาชาและตามมาด้วยผู้ติดตามนับสิบคนที่เหลืออยู่ 

กัวจ้านเริ่มจัดการและแบ่งหน้าที่ให้กับเหล่าผู้ติดตามของมันทันทีโดยตอนนี้ตอนที่หยุดพักที่เมืองนี้มันก็มีจุดประสงค์อยู่นั่นคือการไปหาซื้อเสบียงและมาเตรียมเอาไว้เพื่อพร้อมจะเดินทางต่อ เสบียงที่ที่ถามคฤหาสน์จัดเตรียมเอามาให้มันก็สามารถกินใช้ได้เพียงแค่ 5 วันเท่านั้นพวกมันก็หมดลงจึงต้องมาหยุดพักซื้อเสบียงที่เมืองหน้าด่านแห่งนี้

หลิงเฉินได้เข้าไปนั่งรอด้านในโรงน้ำชาประจำเมืองและให้เสี่ยวเอ้อนำน้ำชาและขนมมาต้อนรับอย่างไม่ขาดตกเพื่อรอกัวจ้านที่กำลังจัดการทุกอย่างอยู่ด้านนอกเดินเข้ามา

ในขณะที่น้ำชาและขนมของว่างถูกนำมาให้เรียบร้อยแล้วไม่นานนักกัวจ้านได้เดินตามเข้ามาภายในโรงน้ำชาพร้อมกับผู้ติดตามอีก 2 คน

บุรุษที่สวมใส่ชุดคลุมหนังสัตว์ที่ดูองอาจกว่าผู้อื่นเดินมาหยุดตรงข้างกายของหลิงเฉิน 

“ นั่งสิกัวจ้าน ” หลิงเฉินหันไปเอ่ยกับผู้คุ้มกันของตนเองที่เพิ่งเดินเข้ามา 

“ ขอบคุณนายท่านขอรับ ” กัวจ้านเอ่ยตามมารยาท แต่ก่อนที่มันจะนั่งลงที่เก้าอี้มันก็หันไปพยักหน้าสั่งการกับผู้ติดตามด้านหลัง

เมื่อได้รับคำสั่งผู้ติดตาม 2 คนนั้นก็แยกกันออกไปยืนเฝ้าคนละจุดเพื่อคุ้มกันนายท่านของพวกมัน 

สำหรับคนพวกนี้แล้วกัวจ้านคือหัวหน้าที่จะขึ้นเป็นหัวหน้าเผ่าคนต่อไปแต่ในเมื่อหัวหน้าของพวกมันยกย่องให้บุรุษผู้นี้เป็นนายท่านนั้นก็ย่อมแสดงว่าพวกมันเองก็ยกย่องหลิงเฉินให้เป็นนายท่านไม่ต่างกัน 

หลิงเฉินที่นั่งอยู่ใจกลางโรงน้ำชาประจำเมืองที่เป็นที่นั่งพิเศษ เขาถูกคุ้มกันอย่างแน่นอนโดยผู้ฝึกตนระดับหยั่งรู้ถึงสองคนมันทำให้จุดทึ่เขานั่งอยู่กลายเป็นที่สังเกตุจากสายตาของแขกภายในโรงน้ำชามากมาย 

หลิงเฉินนั่งดื่มน้ำชาอย่างใจเย็นโดยมีกัวจ้านที่นั่งอยู่ด้านหน้า 

“ เป็นอย่างไรเรียบร้อยหรือไม่ ” หลิงเฉินไถ่ถามถึงเรื่องที่กัวจ้านจัดการเพิ่งจะเสร็จ 

“ เรียบร้อยดีขอรับนายท่าน ข้าส่งให้คนยืนเฝ้าของและม้าของพวกเราเอาไว้แล้วก็แบ่งคนให้ออกไปซื้อเสบียงอาหารมากักตุนเอาไว้เพื่อใช้ในการเดินทางเรียบร้อยแล้ว ” อีกฝ่ายกล่าวรายงานด้วยใบหน้าเรียบเฉยเย็นชาแต่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความนอบน้อมต่อผู้เป็นนาย

หลิงเฉินพยักหน้าขึ้นลงกัวจ้านผู้นี้เองก็ถือว่าเป็นผู้ที่รอบคอบและมีความสามารถเป็นผู้นำได้ ถ้าหวังเซียนเปรียบเสมือนแขนข้างซ้ายของเขาที่ดูแลจัดการเรื่องการเงินการพัฒนาคฤหาสน์และพรรคของเขาภายใน กัวจ้านผู้นี้เองก็คือเปรียบเสมือนแขนขวาที่คอยเป็นผู้นำในด้านการต่อสู้ให้กับผู้อื่น 

ตอนนี้พรรคของเขาเริ่มมีผู้คนมากมายหลั่งไหลเข้ามาและก่อตัวเป็นรูปร่างขึ้นมาเรื่อยๆแล้ว ตอนแรกก็เริ่มจากหวังเซียนและประหนึ่งแขนซ้ายที่จัดการดูแลทุกอย่าง กัวจ้านที่เป็นดั่งแขนขวาที่เคยจัดการเกี่ยวกับเรื่องกำลัง และยังมีเยี่ยหวนและเกาซานเวยที่เป็นเหมือนกับตัวช่วยผลักดันในการสนับสนุนด้านยาและอาวุธอีก อีกเพียงไม่นานพรรคของเขาจะต้องกลายเป็นพรรคที่ยิ่งใหญ่ภายในยุทธภพ

ในขณะที่กำลังรอให้ผู้ติดตามจัดการเรื่องการซื้อและจัดหาเสบียงกันอยู่ ตัวของหลิงเฉินก็นั่งสนทนากับกัวจ้านไปเรื่อยๆถึงเรื่องต่างๆ 

แต่นั่งสนทนากันไปกันมาหลิงเฉินและกัวจ้านเองก็สัมผัสถึงบางอย่างได้ ทั้งสองต่างพลันปรายตาไปมองตรงบริเวณทางเข้าของโรงน้ำชาประจำเมือง

พวกเขาสัมผัสได้ถึงตัวตนของผู้ฝึกตนที่อยู่ในระดับใกล้เคียงกับพวกเขากำลังย่างกายเข้ามา และแล้วร่างของบุรุษวัย 20 กลางๆที่มีท่าทางสง่างามแต่ว่ามีสีผิวที่ซีดขาวราวกับคนป่วยที่อยู่ในอาภรณ์สีดำสนิทย่างกายเข้ามาพร้อมกับพัดสีดำสนิทในมือ ด้านหลังของคนผู้นั้นมันมีผู้ติดตามจำนวนนึงเดินตามมาอย่างเด็ดๆ

ชายผู้นั้นแผ่ซ่านออร่าพลังวิญญาณระดับรากฐานเซียนขั้นที่ 2 ออกมา คนพวกนี้คืออู่หานฉิงผู้ที่เป็นประมุขน้อยของพรรคมังกรทมิฬอันเลืองชื่อของแคว้นมู่ 

หลิงเฉินที่ปรายสายตาไปมองที่ร่างกายบุรุษผิวกายซีดขาวเท่านั้นที่ย่างกรายเข้ามาก็จำได้ทันทีว่าเขาคือคนที่เคยพบเจอกันที่โรงประมูลประจำแคว้นหมิงและผู้ติดตามที่มันเคยโดนเขาเล่นงานยังคงเดินตามติดอยู่ด้านหลังอยู่เลย

เมื่อประมุขน้อยของพรรคมังกรทมิฬย่างกายเข้ามามันก็ทอดสายตามองยาวสังเกตไปที่กลุ่มของหลิงเฉินทันที มันเป็นผู้ฝึกตนระดับรากฐานเซียนขั้นที่ 2 ย่อมสัมผัสได้ถึงตัวตนที่มีระดับพลังวิญญาณที่สูงล้ำกว่าที่อยู่เบื้องหน้าของตนเอง

หนึ่งเป็นบุรุษที่มีอายุไล่เลี่ยกับมันแต่สวมใส่อาภรณ์หนังสัตว์ปกคลุมทั่วทั้งร่างกายที่กายของผู้นั้นกำลังแผ่ซ่านออร่าพลังวิญญาณระดับรากฐานเซียนขั้นที่ 5 แต่ดวงตาของอู่หานฉิงกลับหันมองไปสังเกตผู้ที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับชายผู้นั้นมากกว่า

บุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีดำทมิฬอันแฝงไปด้วยความสง่างามของลวดลายสีทองที่ถูกถักทออยู่บนเนื้อผ้าสีดำ อู่หานฉิงสังเกตเห็นว่าบุรุษผู้นั้นมีวัยอ่อนกว่าตนเองประมาณ 2-3 ปีแล้วยังมีท่าทางอันองอาจสง่างามและใบหน้าอันหล่อเหลาดูต่างจากคนทั่วไปแต่ก็ให้กลิ่นไอและความรู้สึกที่คุณตาอย่างบอกไม่ถูกราวกับว่าเขานั้นเคยพบเจอกับบุรุษผู้นี้มาแล้ว แต่ไม่ว่าจะนึกอย่างไรก็นึกไม่ออกมันติดอยู่ในก้นบึ้งแห่งความคิด แต่จุดที่น่าสังเกตอีกฝ่ายที่ทำให้มันต้องจับจ้องบุรุษผู้นั้นนั่นคือพลังวิญญาณระดับเซียนอักขระ 

หลิงเฉินและกัวจ้านที่ปรายตาไปมองอู่หานฉิงที่ย่างกายเข้ามาผ่านไปสักพักหลิงเฉินก็ละสายตาจากมันแล้วกลับมาจ้องมองที่กัวจ้านเช่นเดิม เขาไม่สนใจอันใดอยู่แล้วอีกอย่างก็ดูเหมือนว่ามันจะจำเขาไม่ได้ด้วย ครั้งก่อนหน้าที่เคยเจอกันเขาอยู่ในร่างของเด็กหนุ่มที่ยังไม่ย่างเข้าวัยยี่สิบ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้วตอนนี้เขาอยู่ในร่างของบุรุษวัยยี่สิบต้นๆอย่างไรเสียชายคนนั้นก็คงไม่คาดคิดว่าเขาจะมาอยู่ในร่างนี้อย่างแน่นอน

“ ประมุขน้อยพรรคมังกรทมิฬ ” กัวจ้านเอ่ยออกมาหลังจากที่จ้องมองใบหน้าของอู๋หานฉิงที่เพิ่งย่างกายเข้ามาภายในร้าน

“ เจ้ารู้จักด้วยงั้นรึกัวจ้าน... ” หลิงเฉินทำใบหน้าประหลาดใจ เขาเองก็ไม่คิดว่าผู้คุ้มกันของเขาจะรู้จักกับบุรุษผู้นั้นด้วย 

ครั้งก่อนที่เจอกับบุรุษผู้นั้นที่งานประมูลของแคว้นหมิง ก็ไม่ได้ถามถึงตัวตนของมันเพราะว่าคิดว่าจะไม่ได้เจอกันอีก

“ ขอรับนายท่าน มันคือประมุขน้อยของพรรคมังกรทมิฬอู่หานฉิง ”

“ พรรคมังกรทมิฬ.. ” หลิงเฉินไม่เคยได้ยินชื่อของพรรคมังกรทมิฬมาก่อนนั้นแสดงว่ามันเป็นพรรคที่เพิ่งก่อตั้งในช่วงเวลา 500 ปีที่เขานั้นหายไปจากยุทธภพ 

“ พรรคมังกรทมิฬเป็นพรรคที่มีพื้นที่การปกครองอยู่ในเขตแคว้นมู่ ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นพรรคที่รับงานในการคุ้มกันหรือว่างานในการสังหารคนให้กับราชวงศ์ของแคว้นมู่ เพราะฉะนั้นมันเลยทำให้อำนาจของพรรคมังกรทมิฬถูกสนับสนุนโดยราชวงศ์มู่ เลยกลายเป็นพรรคที่ยิ่งใหญ่ลำดับต้นๆและมีอำนาจมากที่สุดภายในแคว้นมู่แห่งนี้ ”

เมื่อได้ฟังสิ่งที่กัวจ้านอธิบายมันก็ทำให้หลิงเฉินล่วงรู้เกี่ยวกับตัวตนของพรรคมังกรทมิฬโดยคร่าวๆแล้วที่แท้พวกมันก็เป็นผู้ยิ่งใหญ่ของแคว้นมู่นี่เอง 

แต่หลังจากที่หลิงเฉินได้เคยพบปะและสนทนากันอยู่หลายประโยคกับประมุขน้อยพักมังกรทมิฬมันก็ทำให้เขารู้ได้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ใช่ผู้ที่มีนิสัยหรือเจตนาแอบแฝงเหมือนกับเฟิ่งจวินเหยียนเพราะเช่นนั้นเลยไม่น่าจะเป็นภัยกับเขา หลิงเฉินเลยเลือกที่จะปล่อยผ่านตัวตนของอู๋หานฉิงผู้นั้นไปแล้วปล่อยให้มันใช้ชีวิตของมันไปโดยต่างคนต่างอยู่ 

หลิงเฉินกลับมานั่งดื่มชาและทานขนมของตนเองต่อ แต่ผู้ที่เรื่องจะเกิดนั่งอยู่เฉยๆเรื่องมันก็วิ่งเข้ามาหาเขาเองโดยที่เขาไม่ต้องยื่นมือเข้าไปสักนิด 

ร่างของผู้ติดตามคนเดิมที่เคยมีเรื่องกับหลิงเฉินมันก็ตรงดิ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็วแต่ชายผู้นั้นก็ต้องหยุดเท้าเมื่อผู้ติดตาม 2 คนของกัวจ้านเข้ามายืนขวางหน้ามันไว้ 

หลิงเฉินลอบปรายสายตาของตนเองไปมองที่ชายร่างกายกำยำใหญ่โตผู้นั้นที่ตรงดิ่งเข้ามาหาเขา 

“ ตรงนี้ห้ามเข้า ” หนึ่งในผู้คุ้มกันของกัวจ้านเอ่ยกับคนของพรรคมังกรทมิฬที่ตรงดิ่งเข้ามา 

โดยผู้ติดตามของประมุขน้อยพรรคมังกรทมิฬผู้นั้นเริ่มแสดงใบหน้าที่ไม่พึงพอใจออกมาก่อนที่มันจะเอ่ย “ พวกเจ้าหลบไปซะนั่นเป็นที่นั่งที่ดีที่สุดภายในโรงน้ำชาแห่งนี้มันเหมาะสมกับคุณชายของข้า ”

สิ้นเสียงที่มันเปิดปากออกมาพลังวิญญาณที่ถูกซัดออกมาจากฝ่ามืออัดกระแทกเข้าที่อกของชายผู้นั้นอย่างเต็มๆ ผัวะ!!! 

ร่างของมันกระเด็นเกลือกกลิ้งไปกับพื้นก่อนจะไปหยุดตรงที่ฝ่าเท้าของอู๋หานฉิงผู้เป็นนายของมันแล้วกระอักโลหิตจำนวนมากออกมาด้วยความเจ็บปวด ดวงตามากมายจับจ้องไปที่ร่างของผู้ที่ลงมือ

บุรุษวัยยี่สิบกลางๆที่สวมใส่ชุดคลุมหนังสัตว์ที่ดูแปลกตาก้าวนำหน้าของผู้คุ้มกันขึ้นมาด้วยท่าทางและใบหน้าที่สุขุมสงบนิ่งฉายความเยือกเย็น ฝ่ามือเมื่อครู่กัวจ้านเป็นผู้ที่ลงมือก่อน 

แม้จะลงมือใส่คนของพรรคมังกรทมิฬแต่ใบหน้าของกัวจ้านยังเต็มไปด้วยความสุขุมเยือกเย็นไม่เปลี่ยนแปลงเลยสักนิด

ปากที่กำลังประดับอยู่บนใบหน้าของบุรุษผู้นั้นได้เปิดออกแล้วเริ่มกล่าวถ้อยอันมันเย็นชาออกมา “ ที่แห่งนี้เป็นที่ของนายข้าผู้ใดกล้าเข้ามาตาย... ”

เมื่อสิ้นสุดคำพูดกัวจ้านเริ่มแผ่ซ่านออร่าพลังวิญญาณระดับรากฐานเซียนขั้นที่ 5 ออกมาเพื่อข่มขวัญอีกฝ่ายที่อยู่ด้านหน้า 

จบตอน 

 

คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิอักขระสยบฟ้า ที่คุณอ่าน

เทพยุทธ์ดาวตก

เทพยุทธ์ดาวตก

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
506K 928
ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

นิยาย แฟนตาซี
3.26M 1036
ความโกรธแค้นของชูร่า

ความโกรธแค้นของชูร่า

นิยาย เกมออนไลน์
2.39M 852
จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

นิยาย แฟนตาซี
146K 253
มหามรรคาไร้เทียมทาน

มหามรรคาไร้เทียมทาน

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
423K 812
[อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

[อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
231K 405
เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

นิยาย แฟนตาซี
1K 34
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
อสูรข้ามฟ้า

อสูรข้ามฟ้า

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
4.46M 2294
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734