ระบบความเกลียดชัง

    ตอนที่ 11 บรรณาธิการเหมิงเฟย

    ช่วงเวลากลางคืน


    ชายวัยกลางคนยืนพุงยื่นอยู่ในห้องที่ล้อมรอบไปด้วยเทคโนโลยีภาพเสมือนจริง  แค่ปัดมือเบาๆ จอภาพก็หายไป แต่ถ้าเขาสัมผัสเพียงเล็กน้อย มันจะปรากฏหน้าใหม่ขึ้นมา  


    นี่คือเทคโนโลยีของดาวหยานหวงที่สามารถฉายภาพเสมือนจริงออกมาจากคอมพิวเตอร์ได้


    โลกเสมือนจริงในตำนาน มีเทคโนโลยีขั้นสูงที่สามารถดึงภาพเสมือนจริงออกมาจากจิตใต้สำนึกของมนุษย์ได้ ซึ่งมีข่าวลือแพร่สะพัดว่า เทคโนโลยีดังกล่าวอาจมีอยู่ในห้องปฏิบัติการลับสุดยอดของรัฐบาลกลาง แต่ก็เป็นเพียงข่าวลือที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน 


    “คิดว่าคุณสามารถเขียนนิยายอีโรติกด้วยบทเขียนธรรมดาๆ คือนิยายอีโรติกหรือไง มันดูตลกสิ้นดี นักเขียนซังกะบ๊วยพวกนี้คิดเหยียบย่ำงานเขียนอีโรติกซะมากกว่า”


    น้ำเสียงของเขาไปด้วยความเย้ยหยัน เขามีชื่อว่าเหมิงเฟย เป็นชายวัยสามสิบห้าปี นั่งตำแหน่งบรรณาธิการของเว็บไซต์ เพนกวินโนเวลเน็ตเวิร์ก ซึ่งเป็นเว็บไซต์นวนิยายที่ใหญ่ที่สุดในดาวหยานหวง มีหน้าที่ตรวจสอบผลงานและค้นหานักเขียนที่มีคุณภาพมาเซ็นสัญญากับทางบริษัท และนำผลงานดังกล่าวมาวางขายบนเว็บไซต์


    ปัญหาตอนนี้คือ เขายังไม่พบนิยายอีโรติกที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการของเขา ส่วนใหญ่ที่ส่งมาทางเว็บไซต์ก็มีแต่เนื้อเรื่องซ้ำซากจำเจ นานเข้าก็รู้สึกหมดความสนใจที่จะอ่านต่อ 


    ต้องรู้ด้วยว่า หน่วยรัฐไม่มีกฎข้อห้ามเกี่ยวกับงานเขียนแนวอีโรติก ส่งผลให้นิยายกลุ่มนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย


    หลายคนอยากหารายได้จากการเขียนนิยาย แต่ก็ต้องสิ้นหวังเพราะมีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง ถ้าไม่มีความคิดสร้างสรรค์แปลกใหม่ก็ยากที่จะอยู่ในเส้นทางนี้ได้ 


    “เฮ้อ...”


    เหมิงเฟยถอนหายใจ “นับตั้งแต่อาจารย์เจียจือเว่ยและอาจารย์เป่าปีชางเกษียณอายุ ยังไม่มีใครสามารถรังสรรค์งานเขียนที่ทำให้อดหลับอดนอนเพื่อได้อ่านมัน ความรู้สึกนี้ห่างหายไปนานแล้ว”


    ย้อนไปเมื่อสิบปีก่อน เป็นยุคทองของนิยายอีโรติก ทุกงานเขียนเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ เรื่องราว และอรรถรส ในตอนนั้น เขาเสพติดการอ่านนิยายจนส่งผลต่อชีวิตประจำวันหลายด้าน ทั้งมีปัญหาการเรียน ปล่อยให้ร่างกายสูบผอมเหมือนโครงกระดูก 


    ด้วยเหตุนี้เอง เหมิงเฟยจึงเข้ารับตำแหน่งบรรณาธิการให้กับเว็บไซต์ เพนกวิน


    ทุกวันนี้เขายังทำงานล่วงเวลา เฝ้าดูงานเขียนใหม่ๆ เพื่อหางานที่มีคุณภาพใช้ลบคำสบประมาทที่ว่า นิยายแนวอีโรติกได้ตายไปจากวงการนิยายแล้ว แต่น่าเสียดาย จนถึงตอนนี้เขาก็ยังคงหาสิ่งนั้นไม่เจอ 


    “หรือเป็นเพราะเรามีวิสัยทัศน์คับแคบเกินไป จึงไม่สามารถหานิยายอีโรติกดีๆ ได้สักเรื่อง” 


    เหมิงเฟยอดสงสัยตัวเองไม่ได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสองปีก่อน เขาประสบอุบัติเหตุถูกรถชนขณะเดินข้ามถนนจึงได้รับบาดเจ็บสาหัส 


    หลังจากเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลจนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม เขาก็พบว่า เกิดความผิดปกติบางอย่างกับร่างกายของเขา โดยเฉพาะความรู้สึกทางด้านอารมณ์รวมถึงการอ่านนิยาย แต่เขาไม่ได้แจ้งเรื่องนี้กับทางบริษัท เพราะกลัวโดนไล่ออก


    “จะมายอมแพ้แบบนี้ไม่ได้ อนาคตของนิยายอีโรติกขึ้นอยู่กับฉันคนนี้ ถ้ายังหามันไม่เจอ ฉันตายตาไม่หลับแน่” 


    ดวงตาเหมิงเฟยเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น 


    “อ่านเรื่องสุดท้ายแล้วพอก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยดูใหม่อีกที”


    เหมิงเฟยมองนิยายเรื่อง ‘อาจารย์ไป่หรง’ ชื่อผู้แต่ง ‘หมาป่ารัตติกาล’ ดูแล้วน่าจะเป็นนักเขียนหน้าใหม่ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะสิ่งสำคัญของนิยายคือเค้าโครงเรื่องกับสำนวนเนื้อหา ในฐานะผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการนี้มานาน บวกกับนิสัยพิถีพิถันเสพติดแต่ผลงานคุณภาพ แม้จะเป็นนักเขียนหน้าใหม่ แต่ถ้าหากมันเป็นนิยายขยะ เขาก็ไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น   


    เดี๋ยวนะ.... ตัวเอกของเรื่องเป็นอาจารย์หญิง 


    ในเรื่องพูดถึงอาจารย์หญิงที่เก่งคนหนึ่ง เธออยู่ในช่วงวัยสดใสงดงาม มีรูปร่างสมส่วน และได้แต่งงานแล้ว 


    เหมิงเฟยอยู่คิดในใจ ‘ทำไมตอนที่เขาเรียนหนังสือไม่มีอาจารย์แบบนี้บ้างนะ เขาเจอแต่อาจารย์ที่มีอายุเกินวัยกลางคน’ 


    จากนั้นเขาก็อ่านต่อไป... 


    ตัวร้ายรับบทเป็นอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียน เขาใช้ตำแหน่งข่มขู่อาจารย์ไป่หรงก่อนที่จะลวนลามเธออย่างเปิดเผย มันทำตัวไม่ต่างจากเดรฉานในคราบมนุษย์ 


    ประเด็นอาจารย์สาวสวยถูกล่วงละเมิดทางเพศในโรงเรียน มันน่ารังเกียจจนเกินกว่าจะยอมรับได้


    แต่จะว่าไปแล้ว นิยายควรเป็นแบบนี้ไม่ใช่หรือไง นั่นคือการดำเนินเรื่องราวอย่างตรงไปตรงมา 


    เหมิงเฟยจมสู่โลกนิยายเรื่องนี้โดยสมบูรณ์ เขาพบว่าเนื้อหาเข้มข้นขึ้นทุกช่วงตอน จากเหตุการณ์ที่โรงเรียน สลับไปเล่นจ้ำจี้กันถึงบ้าน สุดท้ายก็มาถึงฉากสำคัญ เมื่อสามีของอาจารย์ไป่หรงกลับมาอย่างกระทันหัน จากนั้นตัวหนังสือก็หายไป


    “บ้าเอ๊ย ทำไมไม่มีเนื้อหาต่อล่ะ มันหายไปไหน” เหมิงเฟยรู้สึกร้อนไปถึงหัว เขาอยากจะจับไอ้นักเขียนคนนี้มาอัดกับพื้นให้รู้แล้วรู้รอด นึกอยากตัดตอนไหนไม่ตัด มาตัดตอนถึงฉากสำคัญ 


    ขณะที่อารมณ์พลุ่งพล่านอยู่นั้น เขารู้สึกเหมือนมีกระแสความร้อนไหลผ่านไปทั่วร่าง 


    คล้ายกับเรื่องระบบความเกลียดชัง ที่คุณอ่าน