บทที่ 2 เราหย่ากันได้นะ
“ทำไมคุณยังไม่นอนอีก” ฟู่อวิ่นซางดับก้นบุหรี่แล้วมองไปยังเธอด้วยสีหน้าไม่พอใจพร้อมกับคิ้วขมวดเล็กน้อย
เขาก้าวยาว ๆ เดินไปข้างเตียงแล้วมองเยี่ยเจียด้วยแววตาเคร่งเครียด พร้อมกับเอ่ยเสียงเ็า “อย่าทำงานดึกรอผมกลับบ้านอีกนะ นอนให้เร็วหน่อย การนอนดึกไม่ดีต่อหัวใจ หลับบนโซฟาก็ทำให้ล้มป่วยได้เหมือนกัน”
แม้จะพูดด้วยความห่วงใย แต่เธอกลับไม่รู้สึกว่าเขาห่วงใยเธอจริง ๆ เหมือนเขาห่วงใยเพียงแค่หัวใจของเธอเท่านั้น
เมื่อเห็นเขาดูไม่พอใจ เยี่ยเจียจึงพูดต่อ “วันนี้ฉันไม่ค่อยง่วง เลยคิดจะรอคุณกลับบ้าน ไม่คิดว่าคุณจะกลับมาช้าขนาดนี้”
เมื่อพูดจบเธอก็เลื่อนตัวเข้าไปข้างในเตียง และเว้นที่ให้ฟู่อวิ่นซาง
หลังจากนอนลง ฟู่อวิ่นซางก็ดึงผ้าห่มมาคลุมตัว แล้วพูดออกมาอีกประโยค “อืม ต่อไปก็ไม่ต้องรอ”
ถึงเธอจะนอน แต่เธอก็นอนไม่หลับสักที
เยี่ยเจียคิดหนักก่อนจะเอ่ยปากถาม “วันนี้คุณมีงานเยอะมากเลยเหรอ ถึงได้กลับบ้านช้าขนาดนี้”
“อืม”
ก่อนหน้านี้ที่เธอรอเขากลับบ้าน เธอคาดเดาอะไรไว้หลายอย่าง จิตใจวิตกกังวลเป็อย่างมาก
แต่ไม่คิดเลยว่า ฟู่อวิ่นซางจะตอบกลับด้วยท่าทีเฉยเมยขนาดนี้ แม้แต่คำพูดหลอกลวงเธอสักคำก็ยังไม่มี เขาแค่ตอบรับด้วยคำว่า ‘อืม’ เพียงคำเดียว
เยี่ยเจียมองไปยังฟู่อวิ่นซางก็พบว่าเขาปิดเปลือกตาไปแล้ว
เธอขยับริมฝีปากออกเสียง “ฟู่อวิ่นซาง คุณรักฉันไหม”
เธอถามคำนี้ แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ เขาปิดตาสนิทไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ราวกับไม่ได้ยินเสียงของเธอเลย
ที่ผ่านมา เยี่ยเจียไม่เคยมั่นใจเลยว่าฟู่อวิ่นซางรักเธอหรือไม่ แต่งงานกันมาเกือบสามปีแล้ว แต่เขาไม่เคยพูดกับเธอว่า ‘ผมรักคุณ’ เลยสักครั้ง
แม้แต่ตอนที่เขาขอเธอแต่งงาน เขาก็ไม่เคยพูดอะไรแบบนี้
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์วันนี้ที่สวี่เสียนหย่าคล้องแขนเขา เยี่ยเจียจึงพูดว่า “ฟู่อวิ่นซาง คำพูดที่ฉันบอกกับคุณตอนแต่งงานยังคงมีผลอยู่”
“ถ้าคุณชอบคนอื่นหรือเบื่อฉัน ถ้าคิดจะหย่ากับฉัน ขอแค่คุณบอกฉันมาคำเดียว…”
ฟู่อวิ่นซางลืมตาขึ้นมา แล้วขมวดคิ้วมองเธอ “นี่คุณกำลังคิดมากไปไหม”
"ฉัน..."
เขาไม่ให้เธอพูด ฟู่อวิ่นซางแทรกเสียงเย็นเยียบออกไป “ั้แ่ผมแต่งงานกับคุณ ผมก็ไม่เคยคิดจะหย่าเลย”
เขาพูดว่าไม่เคยคิดจะหย่า
แปลว่า… เขารักเธอหรือเปล่า
ต้องใช่อยู่แล้วสิ ถ้าเขาไม่รักเธอ แล้วจะแต่งงานด้วยทำไม
เพราะมัวแต่ครุ่นคิดจนนอนไม่หลับ กว่าจะได้นอนก็เกือบเช้า เธอตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงคนคุยกัน
“แม่ ทำไมถึงได้มาแต่เช้าขนาดนี้ล่ะ”
“พ่อของลูกให้แม่มาดูว่าลูกเป็ยังไงบ้าง สุดสัปดาห์นี้ลูกก็ไม่ได้กลับบ้าน เมื่อคืนแม่ก็ไม่รู้ว่าลูกเลิกงานกี่โมง แม่คิดว่า่นี้ลูกคงทำงานตัวเป็เกลียว เลยคิดจะมาตอนเช้า แม่เอาอาหารเช้ามาให้ด้วยนะ เป็ของที่ลูกชอบกินไงจ๊ะ”
ฟังจากน้ำเสียงเยี่ยเจียก็รู้ได้ทันทีว่าเป็แม่สามีของเธอ
หลังจากแต่งงานกับฟู่อวิ่นซาง เธอก็ย้ายออกมาอยู่ด้วยกัน ไม่ได้จ้างแม่บ้านเลย มีแค่คนมาทำความสะอาดเป็รายชั่วโมงเท่านั้น
แม่สามีของเธอจะมาบ้างเป็ครั้งคราว ส่วนมากฟู่อวิ่นซางจะพาเธอกลับไปบ้านเก่าเพื่อพบกับพ่อแม่ของเขา
เยี่ยเจียรีบเก็บกระเป๋าสัมภาระ เตรียมออกไปพบคุณนายฟู่ และในห้องรับแขกยังคงมีเสียงสนทนาดังอยู่
“ลำบากแม่อีกแล้ว ต้องเสียเวลามาส่งอาหารเช้าให้พวกเรา”
คุณนายฟู่มองฟู่อวิ่นซางด้วยสายตาไม่พอใจ “อวิ่นซาง ลูกอย่าทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้อยู่เลย ที่แม่มาในครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อมาส่งอาหารเช้าให้หรอกนะ ลูกบอกแม่มาทีสิว่าจะมีหลานให้แม่เมื่อไหร่”
หลาน...
เยี่ยเจียเพิ่งจะก้าวขาไปถึงประตู เมื่อได้ยินคุณนายฟู่พูดถึงเื่ลูก ร่างของเธอก็หยุดชะงัก
“พวกลูกแต่งงานกันมาสามปีแล้ว แม่รู้ว่าเยี่ยเจียมีปัญหาเื่หัวใจและการตั้งครรภ์จะเป็อันตราย แต่ปัญหาหัวใจก็ไม่ใช่โรคร้ายแรงนี่ ถึงเธอจะรักษายังไงก็ไม่สามารถทำให้หายเป็ปกติได้ สุดท้ายแล้วก็ยังเสี่ยงอยู่ดี”
ฟู่อวิ่นซางขมวดคิ้ว แล้วเอ่ยปาก “ครั้งก่อนผมได้บอกพ่อกับแม่ไว้ชัดแล้วว่าเราจะเลื่อนการมีลูกออกไปอีกสองปี”