บทที่ 8 ปรับเปลี่ยนตระกูลซ่ง (1)
เช่นเดียวกับแม่ซ่ง ซ่งเส้าเส้านอนไม่หลับ นางพลิกไปพลิกมา ในหัวคิดถึงแต่เส้าชิงหยวน
ซ่งเส้าเส้าจำได้ ว่าในนิยายเส้าชิงหยวนกำลังจะกลับมาที่หมู่บ้าน แล้วก่อนที่เขาจะกลับมาไม่กี่วัน ตระกูลเส้ามีการแจ้งให้ชาวบ้านทุกคนทราบ หมู่บ้านจึงครึกครื้นเป็พิเศษ
ขบวนเสลี่ยงยาวเหยียดเคลื่อนเข้ามาจากทางเข้าหมู่บ้าน คนนำขบวนถือธงดูน่าเกรงขาม ตามมาด้วยเส้าชิงหยวนที่ขี่ม้าสวมชุดจอหงวนดูหรูหรา ในมือถือกระดานไม้เนื้อผ้าและสีของเสื้อผ้าเป็แบบที่ชาวบ้านไม่เคยเห็นมาก่อน
เส้าชิงหยวนนั่งบนม้า นำขบวนแห่รอบหมู่บ้านเพื่อให้ชาวบ้านได้ชื่นชม ซ่งเส้าเส้าก็อยู่ในนั้นด้วย
ตลอดเส้นทางมีเสียงกลอง เสียงฆ้องดังสนั่น ชาวบ้านสองข้างทางต่างก็โห่ร้องยินดี บรรยากาศคึกคักยิ่งกว่าวันตรุษจีนเสียอีก
ข้างๆรถม้ามีทหารองครักษ์แปดคน ด้านหลังรถม้ามีบริวารและสตรีหน้าตาสะสวยอีกหลายคน บรรยากาศเต็มไปด้วยความครื้นเครง
ในวันนั้น ดูเหมือนว่าเส้าชิงหยวนจะพาสตรีคนหนึ่งกลับมาด้วย นางเป็คุณหนูตระกูลใหญ่ ซ่งเส้าเส้าจำได้ว่าสตรีผู้นั้นไร้บิดามารดาคอยดูแล มีเพียงพี่ชายที่สังกัดกรมทหารองครักษ์ ในนิยาย ซ่งเส้าเส้าบุกเข้าทำร้ายสตรีผู้นั้นจึงถูกพี่ชายของนางจับตัวไป
คาดว่าอีกไม่นานเส้าชิงหยวนน่าจะกลับมาแล้ว
ช่างเถอะ คิดมากไปก็เท่านั้น พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า จัดเครื่องเรือนในบ้านใหม่แล้วก็เอามูลหมูไปเกลี่ยในไร่นา ่นี้เป็่ที่เหมาะสมในการเพาะปลูกผัก
การที่มัวแต่สนใจเส้าชิงหยวน มันทำให้นางเสียเวลาเปล่า ไม่คุ้มกัน
....
เช้าวันรุ่งขึ้น
ฟ้าเพิ่งจะสาง ซ่งเส้าเส้าก็ตื่นนอนแล้ว
ซ่งเส้าเส้าสวมเสื้อคลุมอย่างเงียบเชียบ แล้วเดินออกไปข้างนอก อากาศที่ไม่มีมลพิษจากท่อไอเสียนี่มันช่างสดชื่นเสียจริง
อากาศสดชื่นราวกับเพิ่งถูกชำระล้าง ไม่มีความขุ่นมัว แสงแดดก็ส่องประกายไร้ฝุ่นละออง สดชื่นเหมือนกลิ่นใบบัวผสมกับกลิ่นสะระแหน่ในคืนฤดูร้อนผสมผสานกับกลิ่นดินจางๆบนอากาศในฤดูใบไม้ผลิ ช่างมีชีวิตชีวายิ่ง
ซ่งเส้าเส้าเดินไปที่ไร่นารกร้าง ดินตรงนี้ไม่มีความอุดมสมบูรณ์ กระทั่งหญ้าก็ยังไม่ขึ้น
ซ่งเส้าเส้าหาจอบ ตั้งใจจะพรวนดิน แต่ปรากฏว่าดินแห้งแข็งจนขุดไม่ได้ จึงไม่มีทางเลือกนอกจากไปตักน้ำมาราดให้มันนิ่มขึ้น
ซ่งเส้าเส้าแบกถังไม้สองใบ เดินไปที่ลำธารข้างเขาหลังหมู่บ้าน โชคดีที่บ้านของนางอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำ
หลังจากตักน้ำเสร็จ นางก็เทน้ำทั้งหมดลงในไร่นา แม้ว่าน้ำจะไม่มาก แต่ก็เพียงพอสำหรับพรวนดิน ซ่งเส้าเส้าพรวนดินทั้งหมดแล้วก็นำมูลหมูที่วางไว้หน้าประตูหลายวันมาโรย
ซ่งเส้าเส้าไม่โรยมูลหมูก็ไม่เป็ไร แต่พอโรยแล้วกลิ่นก็ฟุ้งกระจาย ปลุกทั้งสามคนที่กำลังหลับให้ตื่นขึ้นมา
"สาวน้อย เ้ากำลังทำอะไร" พ่อซ่งเอามือปิดจมูกเดินออกมา
กลิ่นของมูลหมูตอนอยู่เฉยๆก็ไม่เป็ไร แต่พอขยับกลิ่นก็รุนแรงขึ้น
"ท่านพ่อ กลิ่นแรงไปหรือหรือ ข้าปลุกพวกท่านรึเ้าคะ"
พ่อซ่งกำลังจะโบกมือ แต่ทนกลิ่นไม่ไหวจึงเอามือลงปิดจมูก
"ไม่เป็ไร ถึงเวลาตื่นพอดี แต่สาวน้อยเ้ากำลังทำอะไรอยู่หรือ"
"ใช่ อากาศบริสุทธิ์ยามเช้าของข้าหายไปหมดแล้ว"
เห็นได้ชัดว่าพี่ชายซ่งจะหงุดหงิดที่ถูกปลุก น้ำเสียงจึงไม่พอใจเล็กน้อย
"พี่ใหญ่ ขออภัยที่ปลุกท่านเ้าค่ะ" ซ่งเส้าเส้ารู้สึกผิด
"ในเมื่อตื่นกันหมดแล้ว ภรรยาข้า เ้าไปทำอาหารเช้าเถอะ"
"เ้าค่ะ" เสียงของแม่ซ่งดังมาจากในห้อง
"แต่มีกลิ่นแบบนี้จะกินลงหรือ ..."
พี่ชายซ่งยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกพ่อซ่งก็เขกเข้าที่หัวอย่างแรง
"ยังไม่รีบไปช่วยน้องสาวของเ้าอีก!"
พี่ชายซ่งไม่มีทางเลือก จึงได้แต่ปิดจมูกทำตาม
"น้องหญิง ข้าว่าเ้า..."
"พี่ใหญ่ ข้ากำลังใส่ปุ๋ยให้ไร่นาเ้าค่ะ"
"ใส่ปุ๋ยรึ?"
ซ่งเส้าเส้ากำลังคุยกับพี่ชายซ่ง พ่อซ่งก็เดินเข้ามาช่วย
"เ้าค่ะ ท่านพ่อ"
"หากมันใช้เป็ปุ๋ยได้จริง แล้วเหตุใดเ้าไม่เอามูลหมูพวกนี้ไปใส่ในไร่นาที่พวกเรากำลังปลูกพืชผลเล่า"
พี่ชายซ่งชี้ไปที่ไร่นาข้างๆ
"เอาไปใส่ในไร่นาที่มีพืชผลไม่ได้ เมื่อหลายปีก่อน มีบ้านหลังหนึ่งเอามูลหมูไปใส่ในไร่นาที่มีพืชผล แต่หลังจากที่นำพืชผลเ่าั้มากิน ทั้งครอบครัวก็ล้มป่วย"
"ท่านพ่อพูดถูก ตอนนี้ยังเอาไปใส่ในไร่นาที่มีพืชผลไม่ได้ พวกเราต้องหมักมันก่อน"
พี่ชายซ่งยิ่งฟังก็ยิ่งงง เกาหัวด้วยความไม่เข้าใจ
"แล้วสาวน้อย มูลหมูหมักอย่างไรหรือ หมักแล้วจะไม่ทำให้ป่วยจริงๆใช่ไหม?"
"เ้าค่ะท่านพ่อ หมักแล้วจะไม่ทำให้ป่วย พวกเราต้องตากมูลหมูให้แห้งสักครึ่งวันก่อนเพื่อไล่ความชื้น จากนั้นก็กองมูลหมูไว้ด้วยกัน แล้วหาอะไรมาคลุม ปิดให้สนิททิ้งไว้สักพักก็จะหมักได้ที่แล้วเ้าค่ะ"
"แค่นี้ก็เสร็จแล้วหรือ " พี่ชายซ่งยังคงมองซ่งเส้าเส้าด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
"มูลหมูที่หมักแล้วเป็ปุ๋ยอินทรีย์อย่างดี ช่วยให้ดินร่วนซุย อุดมสมบูรณ์มีธาตุอาหารครบถ้วน ช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพของดิน เพิ่มประสิทธิภาพของเอนไซม์ในดิน ช่วยรักษาความชุ่มชื้นและอื่นๆ..."
ซ่งเส้าเส้าพูดออกมาเป็ชุด จนพี่ชายซ่งงงไปหมด
"สาวน้อย มีคำมากมายที่ข้าฟังแล้วไม่เข้าใจ ที่เ้าพูดมาทั้งหมดนี้ เป็นางเซียนคนนั้นบอกเ้ามาใช่หรือไม่"
ซ่งเส้าเส้าพยักหน้ายอมรับอย่างภาคภูมิใจ
"พวกเ้าพ่อลูกคุยกันทีหลังเถอะ มากินข้าวเช้าก่อน" แม่ซ่งะโเรียก หยุดการสนทนาของทั้งสาม
อาหารเช้าวันนี้กลับมาเป็เหมือนในทุกๆวัน ถึงแม่ซ่งจะรู้สึกเสียดาย แม้ว่าอาหารฝีมือซ่งเส้าเส้าจะอร่อย แต่วัตถุดิบมันหายาก
ซ่งเส้าเส้าก็ไม่ได้เรียกร้องอะไร ตอนนี้สิ่งสำคัญคือการปรับปรุงสภาพความเป็อยู่ของครอบครัวซ่ง
ซ่งเส้าเส้าคิดพลางก้มลงมองโต๊ะและเก้าอี้ที่นางนั่งอยู่ พบว่าพวกมันผุพัง โต๊ะแทบจะตั้งไม่ได้ พ่อซ่งต้องหาอิฐมารองขาโต๊ะ เก้าอี้ก็โยกเยก
"พี่ใหญ่ หลังจากกินข้าวเสร็จ ช่วยข้าโรยมูลหมูด้วยนะ ข้าจะออกไปหาของ"
"เ้าจะไปหาอะไร ข้าไปหาให้ เื่มูลหมูเ้าจัดการเองเถอะ"
พี่ชายซ่งทนกลิ่นมูลหมูไม่ไหวจึงบ่ายเบี่ยง
"งั้นพี่ใหญ่ไปหาไม้กระดานมาให้ข้าได้หรือไม่เ้าคะ"
"ไม้กระดาน? เ้าจะเอาไปก่อไฟเรอะ"
ซ่งเส้าเส้าส่ายหน้า "ท่านดูสิ โต๊ะกับเก้าอี้ในบ้านของเราพังขนาดนี้ อยู่แบบนี้ต่อไปคงไม่ไหว ข้าอยากจะทำโต๊ะเก้าอี้ใหม่เ้าค่ะ"
พี่ชายซ่งเห็นว่าก่อนหน้านี้ซ่งเส้าเส้าเก่งกาจขนาดนั้น จึงไม่ได้สงสัยอะไรอีกหลังจากกินข้าวเช้าเสร็จก็ออกไปหาไม้กระดาน
ส่วนซ่งเส้าเส้าก็อยู่บ้านหมักมูลหมู
พ่อซ่งและแม่ซ่งก็อยู่บ้านเตรียมตัวไปทำงาน
ทุกอย่างดูเป็ปกติ แต่แล้วป้าใหญ่ของตระกูลซ่งก็มา
"โอ้โห กลิ่นอะไรเนี่ย บ้านของพวกเ้าตกลงไปในกองมูลหรือไร?"
ท่านป้าใหญ่เฉินยังคงไม่เกรงใจเหมือนเดิม ตรงกันข้าม นางคล้ายยิ่งเอาแต่ใจมากขึ้น
"พี่สะใภ้เชิญนั่งก่อนเ้าค่ะ ข้าจะไปรินน้ำให้"
พ่อซ่งและแม่ซ่งยังคงให้เกียรติท่านป้าใหญ่เฉิน ส่วนซ่งเส้าเส้าไม่ได้สนใจ นางยังคงโรยมูลหมูต่อไป