3
งามจากจิตใจ
“ข้าไม่งามใช่หรือไม่ผู่เย่ว์” ฮูหยินเอ่ยถามสาวใช้ข้างกายที่เดินตามอยู่ทางด้านหลังด้วยน้ำเสียงเรียบ นางยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาแล้วใช้สายตาไล่มองั้แ่ฝ่ามือพลิกมองหลังมือ ข้อมือ ตลอดจนแขนทั้งสองข้างที่อวบอ้วน พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่
“คุณหนูของข้างามจากจิตใจเ้าค่ะ” ผู้เป็บ่าวตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลพลางยกยิ้มให้คุณหนูของตนจากทางด้านหลัง เจียงถิงถิงหยุดเดินแล้วขมวดคิ้วก่อนจะหันกลับไปมองสาวรับใช้ของตน
“แปลว่าภายนอกไม่งามสินะ”
“ไม่ใช่เ้าค่ะคุณหนู”
“เอาเถอะ ข้าก็พอจะรู้ตัวดีอยู่แล้ว เฮ้อ” สองเท้าออกเดินไปข้างหน้าหลังจากพูดจบ พอเห็นคุณหนูของตนดูมีท่าทีไม่สบายใจก็รีบเดินตามไปติด ๆ
“คุณหนูมีสิ่งใดไม่สบายใจหรือเ้าคะ” ผู่เย่ว์ถามเ้านายของตนขณะที่กำลังเปิดประตูห้องให้เจียงถิงถิงเข้าไปด้านใน เจียงถิงถิงพาร่างที่อวบอ้วนของตนเดินเข้าไปด้านใน ผู่เย่ว์ปิดประตูแล้วเดินตามเข้าไปยืนอยู่ข้าง ๆ ตั่งไม้
“หนักใจน่ะสิ ข้าต้องลดน้ำหนักเกือบสองร้อยจิน เมื่อใดจะผอมเล่าไหนจะข้าวปลาอาหาร งานหนักโดยแท้” เจียงถิงถิงกล่าวกับสาวใช้ของตนพร้อม ๆ กับใช้มือข้างที่ถนัดกุมขมับของตนเอาไว้ราวกับกำลังคิดหนักเสียเหลือเกิน ก่อนจะผุดลุกขึ้นอย่างรีบร้อนจนผู่เย่ว์งุนงงกุลีกุจอตามออกไป
“หาสิ่งใดหรือเ้าคะคุณหนู”
“ข้ากำลังมองหาว่ามีสิ่งใดที่สามารถใช้ได้บ้าง” เจียงถิงถิงเดินเปิดตรงนั้นดูตรงนี้เพื่อมองหาว่าผักผลไม้ที่มีอยู่จะใช้ทำอาหารที่นาง้าได้มากน้อยเพียงใด เปิดดูสิ่งของในครัวอยู่เกือบหนึ่งเค่อนางก็หันไปหาสาวใช้ของตน
“ผู่เย่ว์ไปเอาเนื้อไก่ ต้นหอม แตงกวามาให้ข้าที” ผู่เย่ว์พยักหน้ารับคำก่อนจะเดินออกไปจากห้องครัว ส่วนเจียงถิงถิงลงมือจัดเก็บของต่างๆ ในห้องครัวที่ดูคล้ายไม่ได้ใช้งานมาแสนนาน นางทำความสะอาดเครื่องครัวทั้งหมด ทั้งถ้วย ชาม ตะเกียบ กระทะ หม้อ ทำความสะอาดเสร็จก็จัดข้าวของให้เรียบร้อย นางจัดของที่้าใช้ไว้ใกล้มือเพื่อให้ง่ายเวลาที่ตนเองลงมือปรุงอาหาร ขณะกำลังงุ่นง่านกับการจัดเรียงถ้วยชามก็มีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องมายังนางที่หยิบนั่นจับนี่
“คุณชายอัน ทำสิ่งใดอยู่หรือเ้าคะ” ผู่เย่ว์ที่กลับจากการจัดหาวัตถุดิบตามที่เ้านายสั่งจนครบและกำลังเดินกลับมาที่ครัวของเรือน แต่บังเอิญเห็นอันอี้เฉินที่ยืนมองผู้เป็นายของตนอยู่จึงถามขึ้นด้วยความสงสัย เจียงถิงถิงหันไปมองยังเสียงของสาวรับใช้ก็พบบุรุษที่ช่วยนางจากน้ำเย็นเฉียบในบ่อบัวไม่นานนี้
“คุณชายอี้เฉิน มาทำสิ่งใดที่นี่หรือมีสิ่งใดอยากพูดกับข้าเช่นนั้นหรือ”
“ข้าเพียงมาดูว่าเ้ายังสบายดีอยู่หรือไม่ แต่ดูท่าเ้าจะสบายดีเกินไปเสียด้วยซ้ำจึงได้นึกพิสดารมาเก็บกวาดเรือนเองเช่นนี้” อันอี้เฉินกล่าวพร้อมกับออกเดินเข้าไปในครัวเพื่อคุยกับเจียงถิงถิงซึ่งยืนถือกระทะอยู่ บุรุษผู้นั้นเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าของสตรีที่มีศักดิ์เป็พี่สะใภ้ตน ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบชามกระเบื้องเคลือบที่ถูกทำความสะอาดแล้วมาดู
"ข้าแปลกประหลาดพิสดารอย่างไรก็คงไม่แปลกเท่าเ้าหรอกกระมังที่มายืนดมฝุ่นอยู่ได้ตั้งนาน" กล่าวจบมืออวบอ้วนก็เอื้อมไปดึงชามกระเบื้องในมือของบุรุษตรงหน้ามาถือไว้ ก่อนจะวางไว้ที่เดิม
"คุณหนูข้าได้ของมาแล้วเ้าค่ะ" เมื่อเห็นว่าผู้เป็นายวางมืจากงานแล้วผู่เย่ว์จึงเดินถือตะกร้าใส่วัตถุดิบที่มีเนื้อไก่ ต้นหอม แตงกวา คุณหนูเจียงเข้าไปรับตะกร้าวัตถุดิบมาไว้ในมือแล้วหันกลับไปที่หน้าเตา
"เ้าหั่นเนื้อไก่กับต้นหอมให้ข้าที"
"เ้าค่ะคุณหนู"
"พวกเ้ากำลังทำสิ่งใดกัน" อันอี้เฉินเดินเข้ามายืนมองเจียงถิงถิงที่กำลังก่อไฟอยู่หน้าเตาท่าทีคล่องแคล้วแปลกตา
"เห็นอย่างนี้แล้วไม่รู้หรอกหรือว่าข้ากำลังเตรียมอาหาร"
"รู้สิ แต่ข้าไม่รู้ว่าเหตุใดเ้าต้องลงมือเอง ก่อนที่เ้าจะจมบ่อบัวเพียงชายกระโปรงเปื้อนโคลนเ้ายังโวยวายเสียยกใหญ่" อันอี้เฉินกล่าวพร้อมกับหยิบเศษใยแมงมุมบนศีรษะของนางออก
"ช่างหัวข้าเถอะน่า เ้าเล่ามีเื่อันใดอีกถ้าไม่มีก็รีบกลับไปได้แล้ว อย่าอยู่กวนข้า" เจียงถิงถิงโบกมือไล่อันอี้เฉินที่ยืนอยู่ด้านหลัง ก่อนจะลุกขึ้นหยิบกระทะไปตั้งไว้บนเตา นางนำหนังไก่จากชามในมือผู่เย่ว์ใส่กระทะใส่น้ำเปล่าตามเพียงเล็กน้อยพร้อม ๆ กับโรยเกลือไปหนึ่งหยิบมือ รอจนหนังไก่เริ่มกรอบจึงตักใส่ชามไว้
"นั่นสิ่งใด"
"หนังไก่ทอด ลองชิมสิ" หันไปกล่าวกับอันอี้เฉินเสร็จครู่เดียวก็หันกลับมาสนใจตรงหน้า นางเทน้ำมันออกจากกระทะก่อนจะโยนกระเทียมที่ถูกทุบไว้ลงไป พอกระเทียมเริ่มเหลืองก็ใส่เนื้อไก่ลงไปทั้งชาม ผัดสักครู่ก็ตักน้ำหมักถั่วเหลืองลงไปหนึ่งช้อนพร้อม ๆ กับน้ำตาลหยิบมือหนึ่ง ตามด้วยต้นหอมที่หั่นเป็ท่อน ผัดอีกสองสามทีไม่นานไก่ผัดต้นหอมก็ส่งกลิ่นหอมไปทั่วครัว
"ข้าไม่เห็นรู้เลยว่าเ้าทำอาหารได้"
"งั้นก็รู้ซะสิ"
"เช่นนั้นขอข้าลองชิมดูหน่อยสิว่าจะอร่อยเหมือนน่าตาหรือไม่" อันอี้เฉินที่พอได้กลิ่นไก่ผัดต้นหอมชามใหญ่ก็เกิดนึกอยากลองชิมฝีมือของสหาย จึงหันไปหยิบตะเกียบขึ้นมาหวังจะคีบเนื้อไก่ใส่ปากแต่ถูกตะเกียบอีกคู่คีบขืนเอาไว้
"อย่ามาแย่งข้าสิ หากข้ากินไม่อิ่มจะทำอย่างไร"
"เมื่อครู่เ้ายังบอกให้ข้าลองชิมอยู่เลย" คุณชายอันกล่าวกับเจียงถิงถิงพร้อมออกแรงดึงตะเกียบตนเองออกจากตะเกียบของนาง
"ข้าหมายถึงหนังไก่ต่างหากไม่ใช่เนื้อไก่" เจียงถิงถิงกล่าวจบเนื้อไก่ในชามก็ถูกอันอี้เฉินคีบใส่ปากไปจนได้
"อร่อยนิ เช่นนั้นข้าขอกินข้าวด้วยแล้วกัน"