ภายในห้องเช่ารูหนูที่ผนังเต็มไปด้วยคราบเชื้อราและกลิ่นอับชื้น นนทพัทธ์นั่งอยู่บนเตียงไม้เก่าๆ ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่เขาขยับตัว เบื้องหน้าของเขาคือปึกธนบัตรที่เรียงรายกันอยู่อย่างไม่เป็ระเบียบ แสงไฟจากหลอดนีออนสลัวๆ เหนือหัวกะพริบถี่เหมือนมันกำลังจะหมดอายุไข แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความวาวโรจน์ในดวงตาของนนท์ลดน้อยลงเลย
เขายกข้อมือซ้ายขึ้นมาดู เส้นเืสีดำที่เคยปูดโปนจากการใช้งานนาฬิกาครั้งก่อนเริ่มจางลงเล็กน้อย แต่มันยังคงทิ้งรอยจางๆ ไว้ใต้ิัเหมือนรอยหมึกที่ซึมลึก ความเ็ปที่เคยเหมือนเข็มพันเล่มทิ่มแทงเริ่มกลายเป็ความชาหนึบ นนท์ใช้ปลายนิ้วลูบคลำนาฬิกาพกทองเหลืองในมือเบาๆ ััเย็นเยียบของมันกลับทำให้เขารู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดในหัวใจ
"แค่แป๊บเดียว... แค่แวบเดียวเท่านั้น" เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงสั่นพร่าด้วยความโลภที่กำลังกัดกินใจ
นนท์ตัดสินใจก้าวออกจากห้องเช่าในย่านสลัมที่แสนจะซอมซ่อ เขามุ่งหน้าไปยังย่านธุรกิจที่หรูหราที่สุดของเมือง ที่ซึ่งแสงไฟนีออนหลากสีสันส่องสว่างราวกับเป็โลกอีกใบ เขาแฝงตัวอยู่ท่ามกลางฝูงชนที่สวมเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพง คนพวกนี้เดินผ่านเขาไปราวกับเขาเป็เพียงเศษฝุ่น แต่นนท์ไม่ได้รู้สึกต่ำต้อยเหมือนเคย เขากำนาฬิกาในกระเป๋าแจ็คเก็ตหนังเก่าๆ ไว้แน่น
เมื่อเขาเดินผ่านธนาคารขนาดใหญ่ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่น นนท์หยุดฝีเท้าลง หัวใจเต้นรัวเป็จังหวะหนักหน่วง เขามองหาจังหวะที่พนักงานขนเงินกำลังลำเลียงถุงเงินเข้าสู่รถหุ้มเกราะ
*แกร๊ก!*
นิ้วโป้งของเขาประทับลงบนปุ่มกด้าของนาฬิกาโบราณ ทันใดนั้น โลกทั้งใบก็หยุดหมุน
หยดน้ำฝนที่กำลังร่วงหล่นค้างติ่งอยู่กลางอากาศราวกับอัญมณีใส เสียงเครื่องยนต์ที่เคยดังระงมดับวูบลงในทันที ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าขนลุก นนท์เดินผ่านร่างของผู้คนที่แข็งทื่อเหมือนรูปปั้นขี้ผึ้ง เขาตรงเข้าไปหาถุงเงินที่วางอยู่บนรถเข็น พยายามดึงมันออกมา แต่ความรู้สึกเ็ปแล่นแปลบขึ้นมาที่ข้อมือซ้ายทันที
"อึก...!" นนท์กัดฟันกรอด เส้นเืสีดำเริ่มขยายตัวลามขึ้นมาถึงข้อศอกอย่างรวดเร็ว เขาััได้ถึงความร้อนระอุภายในเส้นเืเหมือนมีลาวาไหลวนอยู่แทนเื มันคือ 'ราคา' ที่ต้องจ่ายสำหรับการขยับสิ่งของในขณะที่เวลากำลังหยุดนิ่ง แต่เมื่อเขามองเห็นเงินจำนวนมหาศาล ความเ็ปนั้นก็กลายเป็เื่เล็กน้อย
เขากวาดเงินสดใส่เป้สะพายหลังจนเต็ม ก่อนจะเดินออกจากที่นั่นอย่างผู้ชนะ เขาแวะเข้าห้างสรรพสินค้าหรูหราที่ปิดให้บริการไปแล้ว (ในโลกของเขา) เขาเลือกสวมเสื้อผ้าใหม่ราคาแพงทับชุดเก่าที่ขาดวิ่น หยิบโทรศัพท์รุ่นล่าสุด และน้ำหอมกลิ่นที่เขาเคยทำได้แค่ฝันถึงมาฉีดพรมไปทั่วตัว
เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาจึงกดปุ่มให้นาฬิกากลับมาทำงานอีกครั้ง
*พรึ่บ!*
เสียงของโลกกลับมาดังสนั่นอีกครั้ง นนท์ยืนอยู่อีกฟากหนึ่งของถนนท่ามกลางฝูงชนที่ยังคงเดินหน้าต่อไปโดยไม่รู้เลยว่ามีบางอย่างหายไป เขาหอบหายใจรัว ข้อมือซ้ายสั่นระริกจนต้องซุกไว้ในกระเป๋าเสื้อ แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของเขากลับกว้างขึ้น
คืนนั้น นนท์ไปหาเก่งที่อู่ซ่อมรถ เขาโยนเป้ที่เต็มไปด้วยเงินลงบนโต๊ะไม้ที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมันเครื่อง เก่งที่กำลังง่วนอยู่กับการซ่อมเครื่องยนต์เงยหน้าขึ้นมาด้วยความใ
"เฮ้ย! นนท์... นี่มันอะไรกันวะ?" เก่งถาม เสียงสั่นเครือเมื่อเห็นปึกเงินหนาเตอะ
"ส่วนแบ่งของแกไงเก่ง เราจะไม่ต้องทนหิวอีกต่อไปแล้ว" นนท์พูดพร้อมกับยิ้มกว้าง เขาหยิบธนบัตรใบละพันส่งให้เพื่อน "ไปหาอะไรดีๆ กินกันเถอะ ไปฉลองชีวิตใหม่ของเรา"
เก่งมองเงินในมือสลับกับใบหน้าของเพื่อนสนิท เขาไม่ได้ดูดีใจอย่างที่นนท์คาดหวัง ในดวงตาของเก่งมีความหวาดกลัวแฝงอยู่ "นนท์... แกไปเอาเงินนี่มาจากไหน? มันไม่ใช่เื่เล่นๆ แล้วนะเว้ย แกทำอะไรลงไป?"
"ฉันแค่ใช้วิธีของฉันน่า เก่ง... แกเชื่อใจฉันสิ" นนท์ตบไหล่เพื่อน แต่เก่งสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ข้อมือของนนท์
"แขนแก... เป็อะไรวะ?" เก่งคว้าข้อมือเพื่อนมาดู รอยเส้นเืสีดำเข้มที่ขดตัวเป็ลวดลายประหลาดลามขึ้นไปเกือบถึงไหล่ มันดูเหมือนซากปรักหักพังที่กำลังเน่าเปื่อยอยู่ใต้ิั
นนท์สะบัดมือออกทันที "ไม่มีอะไรหรอก แค่รอยสักน่ะ... ไปเถอะ เลิกถามมากได้แล้ว"
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังถกเถียงกัน ในเงามืดข้างกำแพงอู่ มีนายังคงยืนนิ่งราวกับิญญา ดวงตาสีน้ำเงินเข้มของเธอมองภาพนั้นด้วยความเวทนา เธอเห็นควันสีดำจางๆ พวยพุ่งออกมาจากร่างของนนท์ทุกครั้งที่เขาััเงินเ่าั้ มันคือเศษเสี้ยวิญญาที่ถูกกระชากออกไปเพื่อแลกกับความละโมบ
"เขาไม่รู้เลยว่า... ยิ่งเขาได้มามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งสูญเสียตัวเองไปมากเท่านั้น" มีนากระซิบกับความว่างเปล่า
ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็เย็นลงอย่างรวดเร็ว มีนาััได้ถึง 'แรงกดดัน' ที่คุ้นเคย มันไม่ใช่แรงกดดันจากกฎสมดุลกาลเวลา แต่เป็แรงกดดันจากอำนาจที่มนุษย์สร้างขึ้น
ที่ปากซอยสลัม รถยนต์สีดำมันปลาบเคลื่อนที่เข้ามาอย่างช้าๆ ก่อนจะจอดสนิท เอเวอลีนก้าวลงมาจากรถในชุดรัดรูปสีดำที่ดูทะมัดทะแมง ผมสั้นสีเงินของเธอกระทบแสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างทาง เธอยกอุปกรณ์สื่อสารที่หูขึ้นมา "ถึงพิกัดแล้วค่ะผู้บัญชาการ เป้าหมายกำลังอยู่กับเพื่อน... ให้จัดการเลยไหมคะ?"
"อย่าเพิ่ง..." เสียงของเวนดังลอดออกมาจากปลายสาย มันเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยอำนาจ "เฝ้าดูไปก่อน กุญแจดอกนี้กำลังสนุกกับของเล่นชิ้นใหม่ ปล่อยให้เขารู้สึกเหมือนเป็พระเ้าไปอีกสักพัก... เพราะเมื่อถึงเวลาที่ต้องเรียกคืน ดอกเบี้ยที่เขาต้องจ่าย มันจะทำให้เขาภาวนาขอความตายมากกว่าการมีชีวิตอยู่"
นนท์ที่กำลังหัวเราะร่าเริงอยู่กับเก่ง ไม่ได้เอะใจเลยว่า ข้อมือซ้ายของเขาเริ่มกระตุกอย่างรุนแรง และภาพเบื้องหน้าของเขาก็เริ่มพร่าเบือนไปชั่วขณะ... เขาเห็นเงาของตัวเองในกระจกเก่าๆ ในอู่ แต่มันไม่ใช่เงาของเขา แต่มันคือร่างที่ซูบผอมและดวงตากลวงโบ๋ราวกับศพที่เดินได้
ความโลภมักบังตาจนเรามองไม่เห็นราคาที่ต้องจ่ายเสมอ! นนท์เริ่มถลำลึกเข้าไปในอำนาจของนาฬิกาโบราณแล้ว เพื่อนๆ คิดว่าเก่งจะช่วยเตือนสติเพื่อนได้ไหม? แล้วเอเวอลีนจะลงมือตอนไหน? ฝากติดตามการปะทะกันของขั้วอำนาจในตอนหน้าด้วยนะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน อย่าลืมกดติดตามและคอมเมนต์เป็กำลังใจให้ด้วยนะ!