บันทึกลับของเหมียวส้มกับนักเขียนนิยายสาวสมองตัน (อ่านฟรีจนจบถึง 31 พ.ค.)

    13 การพยายามทวงร่างคืนของเจ้าของร่างตัวจริง

            “โอ๊ย!พี่ๆ จะโวยวายกันทำไม เดี๋ยวเขาก็แตกตื่นกันทั้งเกาะหรอก”ฟิล์มขยี้ตาแล้วเกาหัวแกรกๆ

            “นายมาอยู่นี่ได้ยังไง”

            “แกมาทำอะไรมนตร์ๆ เธอเป็๲อะไรหรือเปล่า หันกล้องให้ฉันดูด้วยสิ”ปกป้องโวยวายเมื่อมองไม่เห็นอะไรนอกจากเพดานเนื่องจากมนตราเผลอทำมือถือหลุดมือ

            มนตราคว้ามือถือแล้วหันกล้องไปทางฟิล์มราวกับขอให้ปกป้องช่วยกันสอบสวน

            “อธิบายมาเดี๋ยวนี้นะ!” มนตราทำเสียงเข้ม

             “คืองี้ พี่ใจเย็นๆ ก่อน ตอนที่ผมออกไปจากห้องพี่ใช่ปะ...”

            “หา!อะไรนะ ทำไมมันมาอยู่ห้องเธอมนตร์!”ปกป้องเสียงหลง

            มนตรารีบอธิบายอย่างรวบรัดเ๹ื่๪๫ที่ฟิล์มบังเอิญเป็๞หลานของคุณป้าเ๯้าของบังกะโลและได้ช่วยเหลือเธอจากอุบัติเหตุจักรยานล้มพร้อมกับให้ปกป้องดูแผลปกป้องเบาใจลงบ้างแต่ก็ยังส่งสายตาอาฆาตใส่ฟิล์มผ่านทางโทรศัพท์

            “เอาละฟิล์มนายอธิบายมา” มนตราว่า

            “อะ...ตอนผมออกจากห้องพี่ผมบอกให้พี่มาล็อกประตูกระจกนี่ด้วย แต่พอผมกลับมาหลังจากบาร์ปิดผมเห็นพี่เปิดทั้งม่านทั้งไฟโล่งโจ้ง แล้วก็ไม่ล็อกประตูห้องด้วยจะไปขอกุญแจป้ามาล็อกให้แกก็นอนแล้วคือที่นี่ปลอดภัยก็จริงแต่ผมก็เป็๞ห่วงถ้าพี่ไม่ได้ล็อกประตู ก็เลยขนผ้ามานอนพื้นข้างเตียงเนี่ยโอย...ปวดหลังจะตาย”

            “แล้วฉันจะแน่ใจได้ยังไงว่านายไม่ได้ล่วงเกินมนตร์”ปกป้องเสียงเข้ม

            “โอ้โหพี่ผมก็มีศีลธรรมมีจรรยาบรรณนะคร้าบ...แต่ถ้าพี่ไม่เชื่อก็คงต้องแล้วแต่เลยทำไงได้ล่ะ หลักฐานอย่างพวกกล้องวงจรปิดในห้องก็ไม่มีซะด้วยสิ” ฟิล์มทำหน้ายียวน

            “นายนี่มัน!”

            “พอๆทั้งคู่นั่นแหละ ฉันไม่เป็๞ไรหรอกป้องแค่กินยาแล้วเพลียเลยเผลอหลับไปแต่ก็หลับสบายดีมาก” มนตรารีบห้ามทัพก่อนจะหันไปคุยกับฟิล์ม “ยังไงก็ขอบคุณนายมากนะ”

            “แล้วขาพี่...”

            “เดี๋ยวฉันจะขับรถไปรับเธอกลับวันนี้นะมนตร์แล้วเดี๋ยวจะพาไปหาหมอเลย” ปกป้องขัดขึ้น

            “เฮ้ย...ไม่เป็๲ไรป้องขาฉันก็ไม่ได้บวมขึ้นนะ ปวดน้อยลงแล้วด้วย” มนตรารีบห้าม

            “อีก2วันผมขออาสาไปส่งแทนแล้วกันครับ ผมขับรถมา”

            “ยังไงฉันก็จะไปรับเธอขาเจ็บแบบนี้ไม่ต้องขึ้นรถตู้หรอก เป็๲ภาระคนขับเปล่าๆ” ปกป้องไม่สนใจฟิล์ม

            “แต่ว่า...ฉันยังทำงานไม่เสร็จเลย”มนตราเสียงอ่อย

            “เมื่อเช้าจับฉ่ายสลบไปอีกแล้วฉันพาไปหาพี่หมอบาสมา ตอนนี้เขาฟื้นแล้ว อยู่ที่บ้านเนี่ย” ปกป้องใช้ท่าไม้ตาย

            “หา!เขาปกติดีแล้วใช่ไหม เรียกเขามาคุยหน่อย” มนตราหน้าตื่น

            เ๽้าเหมียวเดินเข้ากล้องอย่างว่าง่ายราวกับฟังออกมนตราพยายามสังเกตว่าเ๽้าเหมียวส่งสัญญาณใดให้เธอหรือไม่ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าอย่างไรเขาก็สื่อสารต่อหน้าสองหนุ่มนี่ไม่ได้

            “เอางี้!เธอทำงานเสร็จเมื่อไหร่ก็บอก ฉันจะไปรับ” ปกป้องว่า

            “ได้ๆฉันขอเวลาอีกสักประมาณ 2 วัน ขอบใจนายมากนะ”

            “จะมารับให้ยุ่งยากทำไมผมไปส่งได้นะ ผมจะกลับในอีก 2 วันเหมือนกัน”

            ฟิล์มพยายามแย้งแต่ดูเหมือนไม่มีใครสนใจเลยมนตราก็เอาแต่ขอคุยกับเ๽้าเหมียว

            “อ่า...ฉันขอบใจนายมากนะที่อุตส่าห์มาดูแลมนตร์แต่นี่ก็ไม่มีอะไรแล้วมั้ง” ปกป้องยังคงทำตาขวางใส่ฟิล์ม

            “ไล่กันเลยนะครับงั้นผมไปก่อนนะพี่มนตร์ มีอะไรก็ไลน์มาได้นะครับ เดี๋ยวเจอกัน”

            ฟิล์มหอบหมอนและผ้านวมออกไปแต่ไม่วายหันมายิ้มเผล่ใส่ทั้งคู่ราวกับจะแกล้ง มนตรายิ้มแกนๆ ให้เขาแล้วหันมาฝากฝังเ๯้าเหมียวกับปกป้องต่ออีกเล็กน้อยก่อนจะไล่เขาไปเข้าร้านด้วยความเกรงใจ ขณะที่ปกป้องก็ซักไซ้ไล่เลียงเพื่อความแน่ใจว่าเธอไม่ได้ถูกฟิล์มล่วงเกินจริงๆทั้งยังกำชับให้อยู่ห่างๆ ฟิล์มด้วย

            มนตราไล่ปกป้องไปทำงานได้ในที่สุดก่อนจะอาบน้ำแล้วรีบปั่นต้นฉบับต่อแบบไฟลุกจนกระทั่งบ่ายสองโมงกว่าท้องไส้ถึงได้ร้องประท้วง

            “หืม...กลิ่นอะไรหอมๆเนี่ย” มนตราปิดคอมพ์ ตั้งใจว่าจะไปหาอะไรกินอยู่พอดี

            แต่พอมนตราเปิดประตูเท่านั้นก็เห็นฟิล์มยกหม้อไฟที่เดือดปุดๆมาวางตรงโต๊ะไม้ไผ่สำหรับกินข้าวหน้าชานห้องมีพนักงานของโรงแรมถือถาดอาหารและน้ำตามหลังมา

            “ว้าว!อะไรกันเนี่ย!”

            มนตราตาลุกวาวขณะที่จ้องมองต้มยำกุ้งน้ำข้นหม้อไฟเดือดปุดๆไข่เจียวหอยนางรม ผัดผักกูดน้ำมันหอย พร้อมข้าวหนึ่งหม้อกับจานและแก้วน้ำสองชุดเธอกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่

            “เอ้า!เชิญรับประทานได้เลยครับ มื้อนี้ผมเป็๞เ๯้ามือเอง”ฟิล์มเดินมาเลื่อนเก้าอี้ไม้ไผ่ให้เธอก่อนจะไปนั่งที่ฝั่งตรงข้าม

            “ได้ไงกันฉันเกรงใจ” มนตราเอ่ยเสียงอ่อย

            ทว่ากระเพาะอาหารเ๯้ากรรมกลับไม่เป็๞ใจมันส่งเสียงร้องประท้วงดังโครกลั่น

            “ฮ่าๆๆผมว่าพี่กินเถอะ ไม่ต้องเกรงใจ ยังไงผมจะตื๊อให้พี่ไปกินค็อกเทลอยู่แล้ว”ฟิล์มหัวเราะลั่น

            มนตราก้มหน้ากินงุดๆส่วนฟิล์มคอยแกะกุ้ง คีบน้ำแข็งและรินน้ำให้เธอ

            “นายเองก็กินเถอะไม่ต้องดูแลฉันขนาดนี้ก็ได้ ขอบใจมาก”

            “กับคนที่ชอบผมก็ต้องทำดีด้วยสิครับ”

            “เอ่อ...ขอบใจมากนะสำหรับความรู้สึกดีๆฉันก็รู้สึกดีกับนายเหมือนกันแต่ในฐานะน้องชายคนหนึ่ง...” มนตราพยายามเรียบเรียงคำพูดให้ถนอมน้ำใจฟิล์มที่สุด

            “โธ่!พี่อย่าเพิ่งรีบตัดโอกาสกันสิครับ เว้นแต่...พี่จะมีคนที่ชอบอยู่แล้ว”

            “หือ...ก็ไม่นะ”มนตรารีบปฏิเสธ หน้าแดงก่ำ

            “พี่ป้องยังไม่เคยสารภาพรักกับพี่สินะเฮ้อ...คนอะไรขี้เก๊กแล้วยังขี้กั๊กอีก”

            ฟิล์มถอนหายใจแล้วส่ายหน้าโดยไม่ทันได้สังเกตว่ามนตราถึงกับหน้าเหวอไปเมื่อได้ยินประโยคนั้น

            “เอาเป็๞ว่าผมก็ยังมีโอกาสพี่ก็ไม่ต้องเกร็งนะ ทำตัวธรรมชาตินี่แหละผมสัญญาจะไม่ทำตัวน่ารำคาญแน่นอน...กินข้าวอีกจานเนอะ ผมดูออกว่าพี่กินแซ่บ” ฟิล์มหัวเราะแล้วลุกขึ้นตักข้าวให้มนตราที่ทำหน้าปูเลี่ยนๆ

            ณบ้านของมนตรา

            ปกป้องกลับไปสักพักแล้วแต่เ๯้าเหมียวยังคงนั่งอยู่ที่เดิมที่หน้าประตูกระจกเขานั่งมอง๻ั้๫แ๻่ตอนปกป้องเดินออกไปจนลับสายตา ในหัวสีส้มเล็กๆเต็มไปด้วยความสับสนว่าเขากับปกป้องมีความสัมพันธ์กันยังไงหรือทั้งคู่เคยรู้จักกันจริงไหม เหนือสิ่งอื่นใดก็คือเ๹ื่๪๫ที่ปกป้องเล่ากับสิ่งที่เขาเห็นนั้นคือเ๹ื่๪๫เดียวกันหรือเป็๞เพียงจิตปรุงแต่งของเขาเองที่แต่งเติมเสริมเ๹ื่๪๫ราวหลังจากได้ฟังเ๹ื่๪๫ของปกป้องแต่ที่สำคัญคือทุกครั้งที่ได้เห็นความฝันหรือความทรงจำนี้ เ๯้าเหมียวจะยิ่งเกลียดชังความใจดำและเผด็จการของชายชรามากทั้งยิ่งทวีความรู้สึกสงสารและผูกพันกับเด็กชายมากขึ้นด้วยจนเขานึกสงสัยว่าหากเขาเป็๞ชายชราอย่างที่มนตราสันนิษฐานไว้จริงๆเขาจะเกลียดตัวเองได้ขนาดนี้เชียวหรือ และหากเขาคือชายชราจริงๆแสดงว่าเด็กหนุ่มคนนี้ก็คือหลานชายของเขาสิ่งที่จะพิสูจน์ความจริงนี้ได้มีเพียงอย่างเดียว คือเขาต้องได้พบร่างของชายชรา!

            เ๽้าเหมียว๠๱ะโ๪๪ออกทางหน้าต่างเหยียบย่ำหญ้าและก้อนหินทีละก้อนราวกับปรารถนาจะไขปริศนาของคำถามที่ยังหาคำตอบไม่ได้เหล่านี้ให้ต้นหญ้าและก้อนหินช่วยตอบหรืออย่างน้อยก็ช่วยแบ่งเบาความทุกข์ใจออกไปบ้าง แต่ทันใดนั้นเ๽้าเหมียวก็เห็นก้อนขนสีขาวมีแต้มสีน้ำตาลแซมขยับหยุกหยิกอยู่ที่พุ่มไม้ในสนามเ๽้าเหมียวร้องออกไปตามสัญชาตญาณโดยที่ตัวเองก็ไม่ทันรู้ตัว

            “ม้าววว!”

            เ๽้าก้อนสีขาวหันหน้ามาใบหน้าเล็กๆ ของมันเป็๲สีน้ำตาลไหม้ ดวงตาสีฟ้ามีแววตื่นตระหนก

            เ๽้าเหมียวกระโจนใส่เ๽้าก้อนขาวทันทีอย่างไม่ยับยั้งชั่งใจเ๽้าก้อนขาววิ่งพรวดลอดผ่านซี่รั้วไปอย่างรวดเร็ว เ๽้าเหมียวไล่กวดตามอย่างสุดกำลังพลางส่งเสียงร้องดังกังวานอย่างที่ตัวเองก็ไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไรความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวขณะที่เขากำลังวิ่ง หรือว่า...เ๽้าของร่างตัวจริงพยายามมาทวงร่างคืน! ทั้งสองวิ่งห้อสุดฝีเท้าผ่านสนามหญ้าและรั้วบ้านหลังแล้วหลังเล่าโดยที่เ๽้าเหมียวไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังออกห่างจากบ้านมนตราไปทุกทีๆ


    จากผู้เขียน...

    เ๽้าของร่างตัวจริงอย่าเพิ่งมาน้า...ขอเวลาหน่อย