หลังจากคืนนั้นเป็ต้นมา เมื่อเทวานอนหลับสนิทแล้ว แสงสีทองของจี้หยกจะปรากฎขึ้น ก่อนจะรวมตัวกลายเป็บอลแสงลูกเล็กพุ่งเข้าสู่ร่างกายไปยังจุดท้องน้อยของเขา เป็เช่นนี้ทุกคืน ขนาดของลูกบอลแสงก็เหมือนจะค่อยๆเพิ่มขึ้นทีละนิดทุกคืนเช่นกัน โดยที่ชายหนุ่มไม่ได้รู้เื่รู้ราวอะไรเลย
เทวาใช้ชีวิตวนเวียนกับการไปสัมภาษณ์งาน ส่งใบสมัครงาน และคอยแวะเวียนไปเยี่ยมเ้าแมวน้อยมาลำที่คลีนิก กบับถึงบ้านตอนเย็นโทรคุยกับป้าเภาที่ต่างจังหวัด
คืนนี้ก็เช่นกัน เขาวางสายจากป้าแล้วก็หยิบมือถือเล่นเกมบนเตียงนอนอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเริ่มรู้สึกง่วงจนเคลิ้มหลับไปทั้งอย่างนั้น
หน้าจอมือถือที่วางอยู่ข้างตัวแสดงเวลาเที่ยงคืนตรง ลมหายใจของเทวาเป็จังหวะสม่ำเสมอ จี้ขาวบริสุทธิ์บนหน้าอกสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะ จากนั้นประกายสีทองค่อยๆสว่างขึ้นจากตรงกลางของจี้
จากจุดเล็กยิ่งกว่าปลายเข็มหมุดค่อยๆเจิดจรัสจนจี้ทั้งชิ้นกลายเป็สว่างจ้า ลำแสงพุ่งออกมาเหมือนเช่นเคย แต่คืนนี้แตกต่างไป ปกติทุกคืนจะมีลำแสงสีทองเพียงหนึ่งเดียว แต่ทว่าคืนนี้เมื่อแสงสีทองพุ่งวาบออกมาก่อนที่จะรวมร่างให้กลายเป็ลูกบอลแสงแทรกเข้าไปในร่างของเทวา
จี้น้อยพลันปรากฎลำแสงอีกหนึ่งที่เป็สีเงินเจิดจ้าพุ่งขวับออกมาเช่นกัน แสงเงินพุ่งฉวัดเฉวียนไปมารอบๆห้อง ราวกับตื่นเต้นยินดีเป็อย่างยิ่ง มันโลดแล่นไปมาไม่หยุด
แสงทองที่กำลังจะรวบรวมพลังพุ่งเข้าร่างเทวา พลันชะงักค้างนิ่ง อาการคล้ายการตกตะลึงของมนุษย์ ก่อนที่มันจะเปลี่ยนทิศทางพุ่งเข้าไปหาแสงเงิน แต่แสงเงินก็ปราดเปรียวยิ่งกว่า มันมุดซ้ายขวาบนล่างไม่อยู่นิ่งเปลี่ยนทิศทางตลอดเวลา หลอกล่อจนแสงสีทองหัวหมุนไล่ล่าติดตาม แสงเงินนั้นคล้ายรู้สึกสนุกสนาน คอยจนแสงทองใกล้มาถึงตัว มันจะบิดกายพุ่งหนีไปเรื่อยๆ
แสงทั้งสองหนึ่งวิ่งหนีหนึ่งไล่ตาม วนเวียนทั่วห้อง แสงสีทองที่ได้แต่ไล่ตามตลอดเวลา พลันหดร่างลำแสงเป็ลูกกลมเล็ก สั่นสะท้านขึ้นแล้วขยายร่างอย่างฉับพลัน พร้อมกันนั้น เสียงคำรามประหลาดก็ดังสะท้านไปทั่วทั้งห้อง ร่างที่นอนนิ่งอยู่พลันสะท้านขึ้นพร้อมกับเปล่งแสงจางๆออกมารอบตัวคลื่นเสียงนี้กังวานไกลสะท้อนขึ้นไปทั่ว และฉับพลันนั้นเสียงฟ้าคำรามก็ดังติดตามมา ทันทีทีแสงสีเงินที่ได้ยินเสียงคำรามก็หยุดนิ่งทันทีราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นคว้าจับเอาไว้ ลูกบอลสีทองเห็นอย่างนั้นรีบฉวยโอกาสพุ่งเข้าไปพันจนรอบฉุดลากอีกฝ่าย ทางฝั่งแสงเงินเมื่อหมดเสียงคำรามก็ฟื้นคืนความปราดเปรียว แต่น่าเสียดายที่ตนเพลี่ยงพล้ำตกเป็รอง ถูกอีกฝ่ายมัดไว้ได้ จึงพยายามขัดขืนสุดกำลังทั้งสองฝ่ายยื้อยุดกันไปมา
สุดท้ายแสงสีทองที่มีกำลังมากกว่าก็ชนะสามารถลากอีกฝ่ายที่ดิ้นรนไม่หยุดตามมา แต่เมื่อพุ่งกลับมาทางเตียงนอนหวังจะลากอีกฝ่ายกลับเข้าจี้ แต่เมื่อเข้าใกล้ร่างบนเตียงแสงทั้งสองก็นิ่งค้างกลายเป็หินฉับพลัน เพราะไม่รู้ั้แ่เมื่อไรที่ชายหนุ่มเ้าของจี้ลืมตาขึ้นจ้องดูพวกมันทั้งสองอยู่อย่างเงียบงัน
เทวาที่นอนหลับลึก สะดุ้งตื่นทันทีที่ได้ยินเสียงคำรามกึกก้อง มันดังอึงอลอยู่ข้างในหูพักใหญ่ แต่เขาไม่ทันจะสนใจอาการหูอื้อที่เกิดขึ้น เพราะทันทีที่ลืมตาเขาก็เห็นภาพเหลือเชื่อตรงหน้า ลูกบอลแสงสองสีที่ลอยไปมา เปลี่ยนรูปร่างได้ แถมยังพากันลอยพุ่งมาหาเขาอีก
ต่างฝ่ายต่างจ้องซึ่งกันและกัน ก่อนที่แสงทั้งสองจะดับวูบหายไปต่อหน้าต่อตา เทวาซึ่งตื่นขึ้นมากลางดึก ยังไม่ทันได้ทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆก็ได้เห็นเหตุการณ์ประหลาดต่อหน้า ภาพของแสงสว่างสองสี บินว่อนไปมาก่อนจะหายไปซึ่งหน้า
ชายหนุ่มไม่ทันรู้สึกว่าเมื่อแสงสว่างทั้งสองวูบหายไป จี้ตรงหน้าอกเขามีจุดสว่างเล็กกว่าปลายเข็มหมุด เรืองแสงวูบขึ้นและกลับเป็ปกติในฉับพลัน
เขายังรู้สึกปวดหูอยู่แต่เสียงคำรามที่ทำให้เขาตื่นรวมถึงท้องฟ้าที่มีเมฆดำยังส่งเสียงครื้นครั่นไม่หยุดที่ด้านนอก เทวาลุกขึ้นเดินถึงข้างหน้าต่าง เขาไม่ได้ปิดม่านเมื่อตอนนอน ทำให้สามารถมองผ่านออกไปได้โดยสะดวก
ภายนอกเป็ความมืดสนิท แต่เขาเห็นแสงไฟสว่างขึ้นหลายบ้าน น่าจะเพราะใจากเสียงฟ้าร้องเหมือนกับเขา เพียงแต่เทวารู้สึกว่าเสียงที่ได้ยินครั้งแรกสุด ไม่เหมือนเสียงฟ้าร้องที่เคยได้ยินมา
เขาเปิดไฟข้างเตียงพยายามเรียบเรียงความคิด ชายหนุ่มคิดเพียงว่า ลูกกลมแสงเมื่อครู่ น่าจะเกิดจากแมลงเรืองแสงประเภทหนึ่ง ที่อาจจะหลุดเข้ามาในบ้าน เมื่อใเสียงฟ้าคำราม ทำให้มันออกบินสะเปะสะปะ
เมื่อหาเหตุผลตอบตัวเองเรียบร้อย เทวาตั้งใจจะนอนหลับต่อแต่กลับตาสว่าง
จนเกือบรุ่งสางถึงหลับได้ ดีที่วันนี้ไม่มีงานอะไร นอกจากมีนัดไปรับเ้ามาลำมาบ้าน
พอถึง่สายหน่อยเขาก็ไปถึงคลีนิกพร้อมกระเป๋าสัตว์เลี้ยงที่เตรียมมา แต่ที่น่าแปลกคือมาลำที่ทุกทีเคยเล่นกับเทวา กลับไปซ่อนตัวอยู่มุมกรง แมวน้อยตัวสั่นระริกยิ่งเมื่อเขายื่นมือไปจะอุ้ม ขนตามตัวพองฟู เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่ด้วยความช่วยเหลือของคุณหมอและเหล่าผู้ช่วย ในที่สุดก็สามารถย้ายมาลำเข้ากระเป๋าสำเร็จ
ตลอดทางที่นั่งรถมาด้วยกัน มาลำซุกตัวนิ่งไม่ขยับ จนเมื่อเปิดกระเป๋า มันกระโจนพรวดออกมาวิ่งไปซ่อนตัวใต้โซฟา เทวาได้แต่ปล่อยไปตั้งใจให้มันทำความคุ้นชินกับบ้านใหม่ไปก่อน
เมื่อถึงตอนเย็นคุยกับป้าพอเล่าให้ฟัง ป้าก็หัวเราะบอกว่าแมวเอาใจยากให้เวลามันก่อน
ซึ่งเทวาพบว่าผ่านมาอาทิตย์หนึ่งแล้ว มาลำยังคงไม่ยอมเข้าใกล้เขาอยู่ดีแถมถ้าเผลอเปิดประตูโดยไม่ระวัง มันจะหนีออกจากบ้านทันที ทำให้เขาต้องออกมาตามหามันแทบทุกวัน
วันนี้ก็เช่นกัน แมวน้อยอาศัยจังหวะที่เทวาเผลอ กระโจนออกจากประตูรั้วบ้าน เขาวิ่งตามไปติดๆทันเห็นมันะโพุ่งเข้าไปหากลุ่มคนที่ยืนอยู่ข้างหน้า เทวาใจหายวาบรีบะโเตือน“ระวัง ! ครับ แมวผมหลุดออกมา …….” พูดไม่ทันจบประโยคดี เขาเห็นคนหนึ่งในกลุ่ม ตวัดมือออกคว้าหลังคอมาลำไว้อย่างแม่นยำ จากนั้นทั้งกลุ่มก็หันมามอง
กลุ่มคนตรงหน้ามี 4 คน เป็ชายทั้งหมด คนที่จับมาลำไว้เป็ชายหนุ่มอายุระหว่าง25ถึง27 หน้าตาดูหล่อเหลา ั์ตาหงส์สีดำดูเ็าใส่เสื้อยืดดำกางเกงขายาวดำมีแจ็กเก็ตดำสวมทับ คนที่2 ดูอายุราวๆ20 หน้าตาดูใสสะอาดใส่แว่นตามีผมยาวรวบไว้ด้านหลังใส่สูทสีม่วงเสื้อลายดอกไม้เล็ก คนที่3 เป็เด็กหนุ่มน่าจะ 16 หรือ 17 ปี ใส่เสื้อยืดแบบมีฮู้ดคลุม ส่วนคนสุดท้ายเป็ชายชราผมขาวทั้งศรีษะดูท่าทางใจดี
เทวายืนอึ้งๆไปก่อนจะรีบบอก“ขอโทษครับ นั่นแมวผมเอง มันหลุดออกมาจากบ้าน พวกคุณไม่เจ็บใช่ไหม”
ชายชราผมขาวยิ้มใจดีตอบ“ไม่เป็ไร เพื่อนผมจับไว้ทัน”พูดจบก็หันไปส่งภาษาจีนกับ ชายหนุมชุดดำที่หิ้วมาลำไว้ เขาก้าวออกมายื่นเ้ามาลำคืนให้
เทวารีบรับแมวมาพร้อมทั้งโค้งแล้วโค้งอีกพยายาม กล่าวขอบคุณเท่าที่นึกออก“Thank you เซี่ยเซี่ยหนี่” อยู่หลายครั้ง ก่อนจะอุ้มเ้ามาลำเดินกลับบ้าน
เขารู้สึกมีสายตาเพ่งเล็งจากด้านหลังจนรู้สึกขนลุก พอเดินเข้าบ้านได้เสียงมือถือก็ดังขึ้นพอดี หน้าจอแสดงชื่อ หัวหน้าห้อง
"วา วันนี้ว่างไหม ออกมาทานข้าวเที่ยงกัน" เทวายิ้ม
"ก็ว่างอยู่นะ ทำไมจู่ๆนัดกะทันหันละหัวหน้า มีแต่นัดกันตอนเย็นไม่ใช่เรอะ"
หัวหน้าห้องหรือชื่อจริงจามร แต่เพื่อนของเขาทุกคนเรียกเขาหัวหน้า จนตัวเองคุ้นชินแล้ว เพราะตลอดมาั้แ่เรียนมัธยมต้นถึงมัธยมปลายได้รับเลือกเป็หัวหน้าห้อง จนทุกคนเรียกแทนชื่อจามรของตัวเอง
"ไอ้หมีมันได้บัตรลดราคาร้านเปิดใหม่มา แต่มันจะหมดอายุแล้ว เลยต้องรีบใช้ มันส่งแจ้งในไลน์อยู่"
"หืม ร้านแนวไหนเหรอ จะอร่อยหรือเปล่า "
“ร้านอาหารจีน เชฟเป็คนจีนแท้เลยอิมพอร์ตโดยตรงจากฮ่องกง ลองเปิดค้นดู หน้าตาเป็ดย่างหมูหันดูโอเค บัตรลด 50% อีก ถือว่าไปลองดู”
“หัวหน้านัดกี่โมงละ บัตรลดมีข้อกำหนดห้ามอะไรไหม”
“ห้ามใช้วันหยุดกับ่เย็น เลยต้องนัดเที่ยง แต่เอาที่มากันได้ไง บัตรมันได้มาฟรี ถือซะว่ากินข้าวถูกลง ใครอยู่ใกล้หรือว่างอยากมาก็มา เดี๋ยวจะส่งชื่อกับที่ตั้งให้นะ แค่นี้ก่อน นะ ”
เทวากดดูร้านที่ส่งมาให้ในไลน์ส่วนตัวเห็นร้านชื่อ'เซียงเซียง'ที่ตั้งแถวถนนพระรามเก้า
เทวาหยุดยืนอยู่ด้านนอกร้าน'เซียงเซียง' ร้านเป็ตึกแถว4คูหาติดกระจก ทั้งร้านประดับด้วยโคมจีนและอักษรจีนสีแดงอย่างสวยงาม เขายกมือถือถ่ายเซลฟี่ตัวเองกับร้านไปหลายรูป ใใจก่อนจะเดินเข้าไปหาเพื่อนๆด้านใน จามรบอกให้เทวาเดินขึ้นชั้น2 ห้องที่3 ซ้ายมือ ชายหนุ่มเดินเข้าไปก็เห็นกลุ่มเพื่อนสมัยโรงเรียนมัธยมปลายชายล้วน นั่งกันอยู่ในห้องแล้ว8คน เสียงพูดคุยในห้องดังจนจับใจความไม่ถูก ตัวห้องมีกระจกประดับที่ผนังบางส่วนเขียนลวดลายดอกไม้แบบพู่กันจีน เขาเดินเข้าไปพร้อมทักทายเพื่อนๆก่อนจะเลือกที่นั่งว่างๆนั่งลง แต่ละคนไม่เจอกันนานจึงมีเื่ให้คุยกันไม่จบ ระหว่างรออาหารขึ้นโต๊ะ จามรกดไลน์ดูก่อนบอกว่า"ยังขาดไอ้น่าน มันบอกมาถึงแล้วนะ" เพิ่งพูดจบ ประตูก็ถูกผลักเปิดออกพร้อมชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาก้าวเข้ามา
"เออ ไอ้น่านมาได้เสียที เห็นไลน์บอกถึงแล้ว รออยู่จนไอ้วามา ยังไม่เห็นตัวนึกว่ามึงไปผิดร้าน"จามรบ่นไม่จริงจัง
ชายหนุ่มที่เข้ามาใหม่หัวเราะ"ขอโทษทีวะ กูมัวแต่คุยโทรศัพท์ เฮ้ย ไอ้วาไม่เจอกันตั้งนาน เป็ไงบ้างวะมึง"
เทวาได้ยินเสียงเพื่อนทักก็หันหน้าไปจะตอบ ก็ต้องชะงักทันที เพราะที่เขาเห็นคือชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าประตูมี สัตว์ประหลาดตัวหนึ่งเกาะอยู่บนไหล่ มันดูคล้ายลิงปนค่างแต่ตาเป็สีแดงก่ำ เขี้ยวงอกยาวขนยาวรุงรังสีดำ ที่สำคัญถึงจะอยู่ห่างโดยมีโต๊ะกั้น แต่เทวารู้สึกว่ามีไอเย็นะเืแถมกลิ่นคาวๆสะอิดสะเอียนจากเ้าตัวประหลาดนี้คลุ้งห้อง ที่สำคัญคือเขาเห็นมันชัดด้วยตาเปล่า
แต่กระจกที่น่านฟ้ายืนอยู่ใกล้ๆสะท้อนภาพน่านฟ้าคนเดียว เทวาใจเต้นรัว ไม่ต้องใช้สมองคิดเขาก็นึกรู้ทันทีว่า ตัวประหลาดลิงปนค่างไม่น่าจะเป็สัตว์ธรรมดา แต่จะเป็ตัวอะไรเขาไม่มีความรู้เลย แล้วทำไมเพื่อนเขาถึงมีไอ้ตัวนี้ติดมาด้วย
มองดูทั้งห้องแล้วไม่มีเพื่อนคนไหนทำท่าว่าจะเห็นแบบเขาเลย เขาได้แต่ฝืนยิ้มตอบชายหนุ่มที่ยืนหน้าประตูแบบขอไปที"ก็สมัครงานอยู่หลายที่แหละมึงละ" น่านฟ้าเดินเข้ามาจะมานั่งข้างๆ เทวาใจหายวาบมือไวกว่าความคิดสะบัดแก้วน้ำชาในมือออกไปทันที
"เฮ้ย ไอ้วามึงเป็ไรวะ"น่านฟ้าสะดุ้งเพราะน้ำชาในแก้วสาดมาโดนเต็มๆ เ้าตัวประหลาดบนไหล่เขาก็แยกเขี้ยวขู่เขาขึ้นพร้อมกัน เทวาอยากจะร้องไห้ เขาใจนลืมตัวจริงๆ
ตอนนี้เพื่อนหลายคนได้ยินหันมาดูพวกเขา"เอ้าไอ้วามึงจะเล่นสงกรานต์กับไอ้น่านหรือวะ" เสียงแซวมาจาก พิษณุหรือ ‘หมี’ เทวาพยายามฉีกยิ้มให้ดูปกติที่สุด "มือกูกระตุกเองว่ะ ไอ้น่านกูขอโทษนะโว้ย"น่านฟ้าเบ้ปากนิดๆ
"เออไม่เป็ไร เดี๋ยวกูไปล้างเสื้อก่อน" ชายหนุ่มพูดพลางก้มดูเสื้อที่เปียกโชกของตน สัตว์ประหลาดบนไหล่ ก้มลงมองพร้อมกัน เทวากลั้นลมหายใจมองอย่างหวาดเสียวแทนเพื่อนเพราะเขี้ยวโง้วคู่นั้นอยู่ใกล้หน้าน่านฟ้าเหลือเกิน
แต่สิ่งที่ทำให้เทวาใ จนตาแทบถลนออกมานอกเบ้าคือ เ้าลิงผสมค่างตัวนั้น ทำท่าเหมือนคุยอะไรบางอย่างกับน่านฟ้า แถมเพื่อนเขาทำท่าฟังมันรู้เื่ นี่มันเหมือนเ้าของกับสัตว์เลี้ยงชัดๆ
น่านฟ้าเลิกคิ้วขึ้นนิดนึง ก่อนจะเหลือบตามองมาทางเขา ภาพนี้ถ้าเพื่อนผู้หญิงที่รู้จักกับน่านฟ้า มาเห็นคงร้องกรี๊ดว่าเท่ขาดใจ เทวานั้นเห็นด้วยเื่ความหล่อบาดใจของเพื่อน แต่ภาพคนหล่อที่มีสัตว์ตาแดงก่ำเขียวโง้งอยู่ข้างๆ ในสายตาเขาตอนนี้ มันดูหลอนยิ่งกว่าหนังสยองขวัญเื่ไหนๆ
เทวาข่มใจที่อยากกระโจนออกไปจากร้านเต็มที่ ทำท่านิ่งเฉยพยายามโฟกัสสายตาอยู่แค่หน้าน่านฟ้า พูดด้วยเสียงนิ่งๆปกติ
“เสื้อมึงเปียกมาก ต้องเปลี่ยนไหมวะถ้ายังไงเดี๋ยวกูออกไปซื้อมาให้”
น่านฟ้าจ้องเขาครู่หนึ่งก่อนยิ้มนิดๆ “ไม่ต้องอ่ะ ในรถกูมีเสื้ออยู่เดี๋ยวกูไปเอามาเปลี่ยนเอง” พูดจบชายหนุ่มก้าวยาวๆออกจากห้อง
พอเห็นเ้าของสัตว์สยองขวัญเดินออกจากห้อง เทวาซึ่งอยากหนีออกจากร้านใจจะขาด ลุกพรวดขึ้นทันที ก่อนหันไปละล่ำละลักบอกเพื่อนๆว่า “กูเพิ่งนึกได้ว่า กูมีธุระด่วนว่ะ กูขอตัวก่อนนะโว้ย”พูดยังไม่ทันจบเทวากระชากประตูเปิด ก่อนนิ่งค้างจังงังเหมือนถูกกดปุ่มหยุดอยู่ตรงนั้น
ตรงหน้าห้องมีเ้าสัตว์กึ่งลิงกึ่งค่างของน่านฟ้า หมอบอยู่ตรงนั้น ขนาดตัวมันตอนนี้ไม่ใช่ตัวเล็กแบบที่นั่งบนไหล่น่านฟ้า แต่กลายเป็ขยายขนาดใหญ่ขึ้นเท่ากับวัวตัวใหญ่ ตาแดงฉานเท่ากระดิ่งจ้องเขม็งมองเทวา พร้อมๆกับแสยะปากออก เขี้ยวขาวสองข้างดูราวกับดาบคู่ขนาดย่อมๆ
เทวายืนนิ่งไปราว3วินาทีก่อนจะดึงประตูปิดปัง หันกลับไปหาเพื่อนๆในห้อง ก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นๆเหมือนจะร้องไห้ ด้วยสีหน้าซีดเผือด “พวกมึงใครก็ได้เดินไปส่งกูหน่อยเถอะ ไปช่วยกูเรียกรถหน่อย”
เพื่อนในห้องที่กำลังคุยกันอยู่ ตั้งตัวกันไม่ทันจากเดิมที่ได้ยินเทวาร้องว่าจะรีบกลับ ยังไม่ทันขาดคำเ้าตัวก็หันกลับมาขอเพื่อนๆไปส่งอีก ทุกคนหันไปมองเป็จุดเดียวกัน ก่อนที่จามรจะร้องลั่นว่า
“ไอ้วา มึงเป็ไรวะ หน้ามึงซีดจนจะเป็กระดาษอยู่แล้ว”
เทวาได้แต่มองค้อนหัวหน้าห้องในใจ ลองให้มาเห็นอย่างที่เขาเห็นดูบ้างสิ ใครมันจะองอาจกล้าหาญอยู่ได้ “กูไม่เป็ไรหรอก แต่หัวหน้ามึงมาส่งกูหน้าร้านหน่อย กูขอร้อง” จามรมองหน้าสำรวจ“มึงดูไม่สบายมาก ให้ไอ้น่านไปส่งไหม มันเอารถมา”
พอได้ยินชื่อน่านฟ้า เทวาสะดุ้งโหยงสั่นหน้ารัวๆ“ไม่ต้องๆ กูกลับเองได้ กูรู้ตัว ไม่ต้องลำบากเพื่อนหรอก หัวหน้าลงไปเป็เพื่อนกูก็พอ”จามรได้ยินยักไหล่นิดหนึ่งก่อนลุกจากเก้าอี้ เดินมาหาเทวา“เอ้าถ้ามึงว่างั้นก็ได้ กูไปส่งเอง มึงหน้าขาวขนาดนี้ กูก็กลัวมึงเป็ลมหน้าร้านเหมือนกัน