เมื่อได้ยินคำพูดของเสวี่ยเหวินหลง สีหน้าของหลิวชิงหยู่ ก็มืดมนทันที เขารู้ดีว่า เสวี่ยเหวินหลงคนนี้กำลังโกหก ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจพูดอย่างเ็าว่า “คุณเสวี่ยคุณพูดถูก ที่บอกว่าสถานที่นี้ไม่เหมาะสม ผมไม่มีคุณสมบัติในการตัดสินใจเื่ของเทศมณฑล แต่ในฐานะนายกเทศมนตรีของกวนซาน ผมจึงต้องคำนึงถึงเื่ของตำบลเป็หลัก คุณไม่ต้องบอกว่านี่เป็การตัดสินใจร่วมกัน มันก็แค่เื่ที่กุขึ้นมาหลอกผม ซึ่งคุณก็รู้อยู่แก่ใจดี เพราะนี้เป็เพียงข้ออ้างที่คุณ้าชิงเงินไปจากพวกเรา แต่ผมไม่สนใจหรอกนะว่าคุณจะคิดอะไร ผมขอถามเพียงประโยคเดียวว่า เงินที่เหลือสี่ล้านห้าแสนที่เป็ของกวนซานอยู่ที่ไหน อย่าได้ใช้หลักฐานปลอมๆ มาหลอกผม คุณเชื่อหรือไม่ว่าผมไม่ชอบใช้ปากสร้างความขุ่นเคือง แต่มีนิสัยชอบลงไม้ลงมือ ใครกล้าเบียดเบียนผลประโยชน์ของประชาชน ผมหลิวชิงหยู่ในฐานะชายชาติทหารย่อมมิอาจทนรับได้ ใช่ผมเป็คนใจร้อน ไม่ชอบคิดอะไรที่มันซับซ้อน” หลิวชิงหยู่พูดพร้อมมองไปยังเสวี่ยเหวินหลงอย่างโเี้
ในขณะนี้เสวี่ยเหวินหลง เองก็ได้ยิน เขารู้ดีว่าความโกรธของหลิวชิงหยู่กำลังเพิ่มขึ้น ซึ่งเขายังเชื่อว่า หลิวชิงหยู่ยังกลัวเขาและไม่กล้าปะทะฝีปากกับเขามากนัก แต่คราวนี้เขาก็ทำเกินไป ถึงอย่างนั้นก็พูดได้ว่าหากหลิวชิงหยู่ไม่อยากมีปัญหาใดๆ ก็ต้องอดทนเพราะหลิวชิงหยู่ยังต้องทำงานกับเขา เขาจึงกล่าวออกไปด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “สหายเสี่ยวหลิว ถ้าคุณจะพูดแบบนั้น ฉันขอเตือนให้คุณรู้จักสถานะของตัวเองก่อน คุณเป็นายกเทศมนตรีตำบลกวนซาน และเป็ทหารของทางการ คุณจะไม่สนใจกฎหมายได้อย่างไร ในฐานะที่เป็เ้าหน้าที่ของทางการคุณไม่สามารถเพิกเฉยต่อกฎระเบียบได้ คุณยังมีอนาคตที่สดใสรออยู่! "
หลิวชิงหยู่ก้าวเข้าไปใกล้เสวี่ยเหวินหลงราวๆ 30ซม. แล้วพูดว่า “คุณเสวี่ยอย่ามาอ้างนู่นอ้างนี่กับผม ผมขอถามคุณครั้งสุดท้ายว่าคุณจะคืนเงินบรรเทาทุกข์มาหรือไม่?”
เสวี่ยเหวินหลงก็ยังคงยืนกรานคำเดิม “ไม่ใช่ว่าผมไม่้าให้ แต่มันเป็การตัดสินใจร่วมกันของคณะกรรมาธิการ” เสวี่ยเหวินหลง พูดยังไม่ทันจบ เสียงของฝ่ามือกระทบกับปากก็ดังขึ้นในห้องทำงาน
หลิวชิงหยู่สะบัดมือกลับ แล้วถามต่อไป “เสวี่ยเหวินหลง คุณจะคืนหรือไม่!
"ไม่! "เสวี่ยเหวินหลงพูดอย่างหนักแน่น ความเ็ปบนใบหน้าทำให้เขาแทบคลั่ง ความอัปยศที่เกิดจากการถูกผู้ใต้บังคับบัญชาตบในฐานะผู้บังคับบัญชาทำให้เขาไม่พอใจมาก เสวี่ยเหวินหลงรู้สึกเกลียดชังหลิวชิงหยู่มากขึ้น เขาสาบานว่าจะจัดการกับหลิวชิงหยู่อย่างสาสม เทียบกับการตกนรกขุมที่ 18 ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด ในความคิดของเขา อย่างมากอีกฝ่ายก็แค่ตบปากเขาสองสามครั้งเพื่อระบายความโกรธ ตราบใดที่หลิวชิงหยู่ไม่สามารถเอาเงินคืนไป บริหารจัดการภัยพิบัติได้ เขาก็จะใช้เื่นี้เพื่อเป็ข้ออ้างสั่งปลดหลิวชิงหยู่ ถึงตอนนั้นแม้ทางกองทัพ หรือ ถังเจี้ยนกั๋วเข้ามาถามเขา ก็เอาผิดกับเขาไม่ได้
เขายอมอดทนเจ็บตัว เพื่อให้แผนการใหญ่สำเร็จ ตอนนี้เสวี่ยเหวินหลงตัดสินใจแน่วแน่ที่จะทำแบบนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาเป็คนที่ชั่วช้าอย่างมาก
แต่เขาก็ประเมินหลิวชิงหยู่ต่ำไป
เมื่อเห็นเสวี่ยเหวินลงปฏิเสธที่จะคืนเงินทุน พร้อมกับจงใจปกปิดเื่นี้ไม่รายงานทางเทศบาลเมือง หลิวชิงหยู่ก็คว้าคอเสวี่ยเหวินหลงแล้วลากออกไปนอกสำนักงานของเสวี่ยเหวินหลง
ชั้นที่เขาอยู่นี้เป็ที่ทำงานของคณะกรรมการ และ คณะกรรมาธิการพรรคเกือบทุกคน คณะกรรมทั้งหลายในวันนี้ต่างก็อยู่ในสำนักงานเพื่อทำงานและรอประชุมคณะกรรมาธิการในอีกหนึ่งชั่วโมง
ในขณะนี้หลังจากที่หลิวชิงหยู่ลากเสวี่ยเหวินหลงมาที่ทางเดินแล้วก็เตะเข้าไปที่ท้องของเสวี่ยเหวินหลงพร้อมเหยียบหน้าด้วยเท้าแล้วพูดว่า “เสวี่ยเหวินหลง ผมขอถามอีกครั้งคุณจะคืนเงินให้กวนซานไหม”
นายกเทศมนตรีคนหนึ่งที่รออยู่นอกประตู เมื่อเห็นหลิวชิงหยู่ลากเสวี่ยเหวินหลงออกมาเตะ เพื่อแสดงความภักดีเขาจึงเดินเข้าไป แต่เมื่อฉุกคิดได้ว่าหลิวชิงหยู่กล้าแม้แต่จะลงมือกับผู้ว่าการเสวี่ย เขาจึงก้าวออกไปแค่ครึ่งเท้า แล้วะโขึ้นว่า “หลิวชิงหยู่ คุณทำอะไรของคุณ ทำไมคุณถึงลงไม้ลงมือกับผู้ว่าการเสวี่ยแบบนี้ ไหนคุณบอกมีเื่จะคุย”
สหายนายกผู้นี้คุ้นเคยกับการเป็ผู้นำ ดังนั้นคำพูดของจึงดูเป็ทางการนิดหน่อย
หลิวชิงหยู่ไม่สนใจแม้แต่น้อย เขาเตะเสวี่ยเหวินหลงแล้วพูดขึ้นว่า “เสวี่ยเหวินหลง ครั้งล่าสุดที่ผมมาของเงินทุน คุณใช้เงินไปซื้อรถและตกแต่งสำนักงาน แต่กลับไม่ยอมให้งบกวนซานของเราผมยังพอรับได้ แต่ตอนนี้คุณกลับฮุบเงิน4.5ล้านของตำบลกวนซาน คุณยังมีจิตสำนึกความไร้ยางอายอยู่หรือเปล่า ผมจะถามเป็ครั้งสุดท้าย คุณจะคืนหรือไม่คืน”
ในตอนนี้ เสวี่ยเหวินหลงนอนกองอยู่กับพื้น ความโกรธของเขาพุ่งขึ้นศีรษะทะลุเพดาน เขาไม่คิดว่าหลิวชิงหยู่จะไม่สนใจกฎเกณฑ์ใดๆ และลากคอผู้ว่าการออกมาทุบตีต่อหน้าผู้คนแบบนี้ ครั้งนี้เขารู้สึกอับอายอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตามฉากที่คิดก็เกิดขึ้นสหายนายกผู้สูงวัยก็รู้ว่าหลิวชิงหยู่ไม่ยอมปล่อยผู้ว่าแน่ เขาจึงเดินไปเคาะประตูแต่ละห้องแล้วะโว่า “ช่วยด้วย! หลิวชิงหยู่กำลังจะฆ่าผู้ว่าการแล้ว”
ตอนนี้ทำให้เหล่าสมาชิกคณะกรรมาธิการต่างๆ ที่กำลังเบื่อไม่สามารถอยู่ในห้องอีกต่อไป พวกเขาออกมาดูด้วยความตื่นเต้น เมื่อพวกเขาเห็นว่า เสวี่ยเหวินหลงที่ข่มพวกเขามาตลอดกำลังถูกหลิวชิงหยู่ซ้อมเป็เื่สนุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซี่ยเจิ้งเต๋อ แม้สีหน้าเขาจะดูเ็ามาก แต่ในฐานะผู้นำเขาก็เดินตรงเข้าไปดู เสวี่ยเหวินหลงทันที “หลิวชิงหยู่ คุณกำลังทำอะไร คุณรู้หรือไม่นี่คือสำนักงานของคณะกรรมาธิการในเทศมณฑลนะ คุณรู้หรือไม่ว่าที่คุณเหยียบอยู่คือใคร เขาคือเสวี่ยเหวินหลง คุณช่วยให้เกียรติจับเขายืนขึ้นแล้วพูดเสียหน่อยเถิด”
เมื่อเห็นหัวหน้าพรรคประจำเทศมณฑลเอ่ยปาก สมาชิกคณะกรรมาธิการคนอื่นๆ ก็รู้ได้ว่านี่เป็การเหน็บแนม เสวี่ยเหวินหลง ในเชิงตำหนิ หลิวชิงหยู่
รองเลขาธิการพรรคประจำเทศมณฑล เปาเทียนหยางพูดขึ้นด้วยความโกรธว่า “ หลิวชิงหยู่คุณกำลังทำอะไร คุณกำลังผิดต่อระเบียบวินัยในองค์กรณ์ คุณกล้าตีผู้ว่าเทศมณฑลแบบนี้ คุณรู้หรือถึงผลที่จะตามมาหรือไม่ คุณจะต้องลงโทษทางวินัย”
หลังจากได้ยินคำพูดของเปาเทียนหยาง หลิวชิงหยู่ก็ไม่สนใจ เขามองไปยัง เซี่ยเจิ้งเต๋อแล้วพูดว่า “หัวหน้าพรรคเซี่ย ผมยากถามคุณเื่หนึ่ง งบบรรเทาทุกข์ภัยพิบัติของกวนซาน 5 ล้านที่ทางรองนายกเทศมนตรีถังมอบให้ ทางเทศมณฑลได้ประชุมหารือระหว่างคณะกรรมาธิการเพื่อระงับมันใช่หรือไม่”
ในขณะที่ เสวี่ยเหวินหลงถูกเหยียบอยู่ เขาไม่คิดมาก่อนว่าหลิวชิงหยู่จะขอให้ใครตรวจสอบเื่นี้ เขาตระหนักได้ว่ากำลังจะมีปัญหาใหญ่ตามมา
แน่นอนว่าหลังจากได้ยินคำถามของหลิวชิงหยู่ เซี่ยเจิ้งเต๋อก็ส่ายหัวแล้วพูดว่า “เป็ไปไม่ได้ เทศมณฑลมักจะไม่ทำสิ่งที่ขัดต่อครรลองกฎข้อบังคับ โดยทั่วไปแล้วจะทำตามอำนาจขอบเขตเท่านั้น กองทุนพิเศษสำคัญอย่างกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยมีวัตถุประสงค์พิเศษที่ระบุวัตถุประสงค์ความ้าของเทศบาลเมือง ทางเทศมณฑลจะจัดการประชุมตัดงบได้ยังไง หลิวชิงหยู่คุณคงได้ยินมาผิดแล้ว”
ในตอนนี้ เซี่ยเจิ้งเต๋อชื่นชมหลิวชิงหยู่มาก เขาพบว่าหลิวชิงหยู่คือดาวนำโชคจริงๆ ครั้งสุดท้ายที่เขามายังเทศมณฑล ก็มีข่าวว่า หลิวชิงหยู่ตบเสวี่ยเหวินหลงคว่ำ แต่คราวนี้ไม่เพียงแค่ตบ แต่ยังเตะกระทืบต่อหน้าเหล่าคณะกรรมาธิการ และเปิดเผยถ้อยคำโกหกของเสวี่ยเหวินหลงออกมาต่อที่สาธารณะ ทำให้เสวี่ยเหวินหลงอับอายยิ่ง มีหรือที่เซี่ยเจิ้งเต๋อจะปล่อยโอกาสดีๆ แบบนี้ให้หลุดลอย เขาจึงอธิบายเสริมอย่างละเอียด
เมื่อฟังเซี่ยเจิ้งเต๋อพูดหลิวซิงหยู่ก็รู้ว่าเขาคิดถูก เขาจับเสวี่ยเหวินหลงขึ้นมามองหน้าแล้วพูดขึ้นอย่างเ็าว่า “เรียนผู้ว่าเสวี่ย คุณไม่ได้พูดหรือว่านั่นเป็การตัดสินใจร่วมกันของคณะกรรมาธิการเทศมณฑลเพื่อระงับทุนช่วยเหลือประสบภัยตำบลกวนซาน ตอนนี้เราได้ยินกันชัดเต็มสองหูแล้วว่ามันเป็เื่โกหก ความจริงถูกเปิดโปง คุณมีอะไรจะสารภาพหรือไม่ ผู้ว่าการเสวี่ย ไม่ใช่ว่าเห็นผมไม่พูด แล้วคุณจะโกหกได้ง่ายๆ นะ ที่คุณทำแบบนี้มันก็เพื่อล้างแค้นผมไม่ใช่รึไง คุณจงใจปล่อยให้คนในตำบลกวนซาน อดน้ำอดอาหารจนตาย มันก็ไม่ต่างอะไรกับการฆาตกรรมโดยเจตนา ผู้ว่าการเสวี่ย คุณพูดมาสิว่าคนอย่างคุณผมควรจะปฏิบัติยังไง คราวนี้คุณตื่นหรือยัง ผมหลิวชิงหยู่รู้ว่าการทำร้ายร่างกายมันผิด ผมยอมรับความผิดนี้และยินดีรับผิดชอบ แต่ผู้ว่าการเสวี่ย เราขอให้คุณคืนเงินมาให้พวกเราเท่านั้น ผมขอร้องในนามของประชาชน 30,000 คนในตำบลกวนซาน ขอให้คุณปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ และโอนเงินบรรเทาทุกข์คืนมาให้กวนซานเรา!”