Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 22


    นทีใช้ห้องหนึ่งที่ยังว่างอยู่ให้พนักงานมาติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้ พนักงานเหล่านั้นก็ทำงานกันอย่างขยันขานแข็ง นทีได้ทำอีกหลากหลายอย่างในช่วงนั้น ไม่ว่าจะเป็นการซ็อปออนไลน์ชื้อโต๊ะและเก้าอีกสำหรับไว้ทำงาน และยังโทรสอบถามเรื่องอินเตอร์เน็ตที่ใช้อยู่ให้เร็วขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับยินดีที่จะจ่ายส่วนต่างทันที ไม่นานมากนักกิจกรรมเหล่านั้นก็เสร็จสิ้นลง พนักงานต่างๆได้มาสั่งของและติดตั้งอุปกรณ์และโต๊ะเก้าอี้เป็นที่เรียบร้อย เวลานี้คือเวลา14.48น. นทีที่นึกถึงคำพูดของยมทูตกานต์ก็อยากไปดูสถานการณ์ด้วยตัวเอง จึงใช้โหมดยมทูตอีกครั้ง นทีใช้ก้าวพริบตามาถึงก็เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นพอดิบพอดี เหล่าชายชาติทหารถืออาวุธสงครามติดมือกันทุกคน ดูแล้วเหมือนกับเป็นทหารเก่า หรือไม่ก็ทหารรับจ้างที่มีอยู่ตามภาพยนตร์ชื่อดัง พวกเขาถือปืนขึ้นมาแล้วกาดยิงผู้คนในห้างอย่างที่ไม่มีใครได้ตั้งตัว “ปังๆ ปังๆๆๆๆๆๆx10” และไม่นานก็มีชายคนหนึ่งดึงระเบิดออกจากเอว แล้วทำการปลดสลักออกก่อนจะโยนไปชั้นสอง ถึง 3 ลูกด้วยกัน “ตู้มๆๆ” ชายคนนั้นยังกล่าวออกมาอีกว่า “ทำการปิดล้อมทางเข้าทางออกให้หมด อย่าให้ใครหนีออกไปได้” ทหารรับจ้างเหล่านี้ทำงานกันเป็นทีมอย่างแท้จริง มีพวกเขามีกันมากเกินกว่า 40 คน ประตูห้างทั้งหมดที่สามารถเข้าออกได้มีมากกว่า 10 ประตู พวกเขาแบ่งคนไปที่ห้องควบคุม สามคน และแบ่งที่แต่ละประตูๆละ 2 คน ตัวหัวหน้าของพวกมัน นั่งอยู่บนโซฟาพร้อมกับถือไส้กรอกทอดกินอยู่ด้านล่าง โซนร้านอาหาร นทีที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็ไม่ได้รู้สึกกลัวแต่อย่างใด จิตใจของเขาในตอนนี้ไม่ได้ต่างจากหุ่นยนต์เลยแม้แต่น้อย แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนเข้าคงกลัวมากอย่างแน่นอน นทีเดินมารวมตัวกับเหล่ายมทูต และเมื่อพวกเขาเหล่ายมทูตเห็นนทีก็คลุกเข่า พร้อมกับเอยคำเคารพ นทีก็ปล่อยให้เหล่ายมทูตทำหน้าที่ของตัวเองไป เขาเดินไปดูแต่ละศพ แต่ละวิญญาณเขาไม่พบเจอคนที่รู้จักเลยสักคน เขาก็โล่งใจเพราะสิ่งที่เขากลัวเพียงอย่างเดียวก็คือการตายของคนที่เขารู้จัก นทีเดินเข้าไปใกล้กับหัวหน้าทหารรับจ้าง และผู้ช่วยของหัวหน้าที่ดูเหมือนจะพูดคุยอะไรกันสักอย่างอยู่ “เราทำการยึดทุกชั้นได้แล้วครับหัวหน้า ห้องควบคุมเองเราก็ยึดไว้ทั้งหมด ประตูทุกประตูถูกปิดด้วยระบบไฟฟ้าหมดแล้วครับ” ผู้ช่วยเอยรายงานออก “อย่างนั้นก็เริ่มแผนถัดไปได้ นำผู้คนที่เหลืออยู่มารวมกันที่โซนตรงกลางของแต่ละชั้น และตัดไฟฟ้าในห้างได้” เหตุที่ต้องตัดไฟฟ้าเพราะเขากลัวว่าจะมีการแอบดูสถานการณ์จากภายนอกผ่านกล้องวงจรปิดไปได้ ‘โอ่ว..เหมือนพวกเขาจะวางแผนกันมาอย่างดี ต้องขอดูสักหน่อยว่าพวกเขาจะทำยังไงต่อ’ นทีพูดขึ้นออกมาแต่ก็ไม่มีใครได้ยินเสียงของเขา เพราะเขาพูดในใจ ฮ่าๆๆ อันนี้มุก ภายนอก ณ สถานีตำรวจหลังจากเหตุการณ์ต่างๆได้เริ่มขึ้น 5 นาที “ผู้บัญชาการครับ มีเหตุปล้นห้างดัง ผู้ก่อการร้ายมากกว่า 40 คนครับ พวกเขายังมีอาวุธสงครามครบมือครับ” ผู้บัญชาการดูเหมือนจะนิ่งคิดไปสักครู่ “นำกองกำลังครึ่งหนึ่งที่มีทั้งหมดปิดสถานที่เอาไว้ ติดต่อไปยัง ผบ.ทบ (ผู้บังคับบัญชาทหารบก) ขอหน่วยรบพิเศษด้วย …อืม...แล้วทางผู้ร้ายได้บอกความต้องการของพวกมันไม?” “ทางนั้นยังไม่ได้เรียกร้องอะไรครับท่าน” “งั้นหรอ ออกไปได้แล้ว” ไม่นานผู้ช่วยของเขาก็ออกไปจากห้อง ผบ.ตร.ก็นั่งคิดอะไรอยู่พักหนึ่งก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “ใช่คนตั้ง 40 กว่าคนแถมยังใช้อาวุธสงครามอีก คงไม่ใช่ก่อการร้ายธรรมดาแน่ มันต้องมีอะไรบ้างอย่างที่เราไม่รู้ เห้อ” ผ่านไปสิบห้านาทีต่อจากนั้น ทหารหน่วยรบพิเศษและตำรวจ ได้ล้อมห้างไปทั่วตึกแล้ว พวกเขาตรึงกำลังไว้ พวกเขาพยายามที่จะติดต่อกับผู้ก่อการร้ายข้างใน แต่ก็ไม่สามารถติดต่อไปเลยพวกเขาคาดการณ์เอาไว้ว่าทางผู้ร้ายได้ตัดสายโทรศัพท์ที่มีทั้งหมดทิ้งไปแล้ว พวกเขาจึงจะลองที่จะโทรไปยังเบอร์โทรของผู้จัดการร้านอาหารต่างๆที่อยู่ภายในห้าง แต่เหตุการณ์กับแย่ลง “เสียงโทรศัพท์นั้นของใครกันนะ ... โอ่วของเธอเองหรอ รับสายซะสิ เปิดลำโพงด้วยนะฉันเองก็อยากได้ยิน” เป็นเสียงของผู้ร้านคนหนึ่งที่เดินมาทางผู้จัดการร้านอาหารสาวคนหนึ่ง เธอก็กดรับสายตามที่คนร้ายได้บอกกับเธอ “สวัสดีครับ เราโทรมาจากภายนอกอาคาร ผมเป็นตำรวจยศ...” เขาพูดยังไม่ทันจบก็มีเสียงดังออกมาจากโทรศัพท์ที่พวกเขาโทรเข้าไป “ปัง กรี้ดๆๆ ฮ่าๆ เงียบหน่อยถ้าไม่อยากเป็นศพ เอาละมีใครที่ต้องการใช้โทรศัพท์อีกไมเอย บอกได้นะ ฉันชอบมากๆเลย ถ้าไม่มีแล้วก็ส่งมือถือที่มีมารวมกันตรงนี้ โอ่วจริงสิคุณตำรวจผู้น่ารักจ้า โทรเขามาอีกนะ พอดีอยากยิงคนเพิ่มนะ” มีเสียงปังดังขึ้นอีกครั้ง แล้วสัญญาณก็ดับไป ในเมื่อสถานการณ์แย่ลง ทางกองกำลังตำรวจก็ตัดสินใจที่จะไม่โทรเข้าไปข้างในอีกแล้ว พวกเขาไม่ต้องการให้มีผู้บริสุทธิ์ต้องตายเกิดขึ้นอีก ในขณะเดียวกัน ทางด้านหัวหน้าผู้ก่อการร้าย “สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง” เขาเอยถามกับผู้ช่วยเขา “ทำการรวบรวมของมีค่าในห้างนี้ทั้งหมดแล้วครับ ของทุกอย่างอยู่ที่รถของเราที่ลาดจอดรถใต้ดินแล้วครับ เมื่อเสร็จเรื่องนี้แล้วเราจะให้คนของเราอีกพวกหนึ่งมาขับออกไปตามแผนครับ” “อย่างนั้นหรอ แล้วทางด้านสกายละเป็นยังไงบ้าง” หัวหน้าถามต่อ ผู้ช่วยก็ตอบกลับว่า “เสร็จสิ้นไปกว่า 70 เปอร์เซ็นต์แล้วครับ” เมื่อหัวหน้าได้ยินก็หันไปมองที่นาฬิกาข้อมือ แล้วก็พูดขึ้นต่อว่า “เร่งมือหน่อย อีกไม่เกิน 40 นาทีเป้าหมายจะมาแล้ว” “ทราบแล้วครับ จะรีบดำเนินการทุกอย่างให้เรียบร้อยครับ” แล้วผู้ช่วยก็วอวิทยุบอกให้ทุกคนรายงานมาถึงภารกิจแต่ละคน และอีกไม่ถึง 15 นาทีทุกอย่างก็น่าจะพร้อมแล้ว เขาจึงรายงานต่อหัวหน้าอีกที “เอาละได้เวลา แสดงการแสดงครั้งใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว IT'S SHOW TIME”