ASTERRA
ภาค I — ดาวดวงแรกแห่งเซเลสเทรีย
ตอนที่ 03 — บ้านที่ร่างกายจำได้ (1)
หลังจากใช้เวลาสามวันอยู่ระหว่างเตียง หน้าต่าง และคำสั่งของหมอ ลูเซียนค้นพบความจริงข้อหนึ่งเกี่ยวกับชีวิตใหม่ของตัวเอง
การฟื้นตัวเป็เื่น่าเบื่ออย่างเหลือเชื่อ
เช้าวันนี้จึงนับเป็ความก้าวหน้าครั้งสำคัญ เมื่อหมอยอมอนุญาตให้เขาลงไปกินอาหารเช้าข้างล่างได้ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องไม่ออกจากคฤหาสน์ ไม่ใช้เวท ไม่เดินไกล และถ้ารู้สึกเวียนหัวแม้แต่น้อยต้องกลับไปพักทันที
ลูเซียนฟังจนจบ ก่อนถามว่ามีอะไรที่เขายังได้รับอนุญาตให้ทำอยู่บ้าง
หมอไม่ขำ
เซลีนขำ
และตอนนี้เขากำลังยืนอยู่หน้าเสื้อผ้าหลายชุดด้วยความรู้สึกว่าบางทีการกลับไปนอนอาจง่ายกว่า
“ให้ข้าช่วยไหมขอรับ”
เสียงจากด้านหลังทำให้ลูเซียนเหลือบมองผ่านกระจก
ชายหนุ่มซึ่งได้รับมอบหมายให้คอยดูแลเขายืนอยู่ไม่ไกล อีกฝ่ายน่าจะอายุน้อยกว่าเขาสองสามปี แต่งกายเรียบร้อยด้วยเสื้อสีเข้มและยืนหลังตรงเสียจนลูเซียนอดสงสัยไม่ได้ว่าเซลีนสั่งให้มาช่วย หรือสั่งให้มาเฝ้าไม่ให้เขาทำอะไรเกินตัวกันแน่
มีความเป็ไปได้สูงว่าจะเป็อย่างหลัง
“ไม่เป็ไร ข้าทำเองได้”
“แต่ท่านหญิงกำชับว่า—”
“ถ้าข้าติดกระดุมเสื้อเองแล้วเป็ลม เ้าค่อยไปตามนาง”
คนรับใช้หนุ่มเงียบไป
ลูเซียนมองอีกฝ่ายผ่านกระจก ก่อนจะนึกได้ว่าประโยคนั้นอาจฟังจริงจังเกินกว่าที่ตั้งใจ
“ข้าจะไม่เป็ลมหรอก”
“ขอรับ”
คำตอบนั้นฟังดูไม่ได้เชื่อเขาเท่าไร
ลูเซียนหันกลับมาสนใจเสื้อผ้าตรงหน้า
การแต่งกายในโลกนี้ไม่ได้ซับซ้อนเกินเข้าใจ ปัญหาอยู่ที่รายละเอียดเล็ก ๆ ซึ่งเขาไม่คุ้นเคย—ตะขอโลหะ แถบผ้าที่ต้องสอดผ่านห่วง และกระดุมบริเวณข้อมือซึ่งทำให้เขาเสียเวลามากกว่าที่ควร
เขาเลือกเสื้อสีเทาเข้มจากตู้โดยแทบไม่ได้คิด จากนั้นมือก็เอื้อมไปยังลิ้นชักด้านขวา
ปลายนิ้วแตะด้ามจับ
ลูเซียนหยุด
เขาไม่รู้ว่าข้างในมีอะไร
แต่เมื่อดึงลิ้นชักออก เขากลับพบเข็มกลัดโลหะสีเงินวางอยู่ตรงตำแหน่งที่มือเอื้อมหา
ตราสลักบนผิวโลหะเป็รูปหมาป่าท่ามกลางแนวูเา
“ตราประจำตระกูลหรือ”
“ขอรับ ตราเวลมอนต์”
ลูเซียนหยิบมันขึ้นมา
อย่างน้อยมือของเขาก็รู้ว่าของชิ้นนี้อยู่ตรงไหน
ส่วนวิธีติดนั้นดูจะเป็อีกเื่หนึ่ง
ครั้งแรกเขาติดกลับด้าน
ครั้งที่สองเกี่ยวตะขอผิดช่อง
พอถึงครั้งที่สาม คนรับใช้ด้านหลังก็เริ่มขยับเหมือนกำลังต่อสู้กับความ้าเข้ามาช่วย
ลูเซียนมองผ่านกระจก
“ข้าขอลองอีกครั้ง”
คนรับใช้หยุด
“ขอรับ”
คราวนี้เขาทำสำเร็จ
ลูเซียนมองเข็มกลัดอยู่ครู่หนึ่ง ความคุ้นเคยที่เกิดขึ้นไม่ได้เหมือนการนึกอะไรออก ไม่มีภาพหรือความทรงจำตามมา มีเพียงความรู้สึกคลุมเครือว่ามือของเขาเคยทำสิ่งเหล่านี้มาก่อน
เขาไม่ได้ทดลองกับลิ้นชักอื่นต่อ
วันนี้มีสิ่งอื่นให้เรียนรู้มากพอแล้ว
เมื่อแต่งตัวเสร็จ ลูเซียนเดินไปที่ประตู คนรับใช้หนุ่มตามหลังมาทันที
“เ้าไม่จำเป็ต้องตามข้าทุกก้าวก็ได้”
“ท่านหญิงสั่งไว้ขอรับ”
แน่นอน
“แล้วถ้าข้าบอกว่าไม่ต้องตาม?”
ชายหนุ่มมีสีหน้าลำบากใจ
“ข้าคิดว่าคำสั่งของท่านหญิงมาก่อนขอรับ”
พอพูดจบ อีกฝ่ายก็ดูเหมือนเพิ่งตระหนักว่าตัวเองอาจพูดสิ่งที่ไม่ควรพูด
ลูเซียนกลับพยักหน้า
“ถ้าอย่างนั้นก็ตามมาเถอะ”
“ขอรับ”
เขาเปิดประตูออกไป
และได้เห็นบ้านของตัวเองเป็ครั้งแรก
✦
ทางเดินด้านนอกกว้างกว่าที่เขาคิด
แสงเช้าส่องผ่านหน้าต่างทรงสูงเป็่ ๆ ทอดลงบนพื้นหินสีอ่อน ผนังด้านหนึ่งแขวนภาพภูมิประเทศของูเาและป่าสน อีกด้านมีเสาไม้เข้มสลักลวดลายเรียบง่าย ทุกระยะจะมีผลึกสีส้มอ่อนฝังอยู่ในกรอบโลหะตามผนัง
ลูเซียนเดินผ่านผลึกชิ้นหนึ่งแล้วชะลอฝีเท้า
อากาศบริเวณนั้นอุ่นกว่าส่วนอื่นเล็กน้อย
“ผลึกทำความร้อนหรือ”
“ขอรับ”
“ใช้ทั้งคฤหาสน์?”
“เฉพาะบริเวณที่ใช้งานเป็ประจำขอรับ ห้องเก็บของกับปีกตะวันตกบางส่วนไม่ได้เปิดตลอด”
ลูเซียนพยักหน้า
ถ้าผลึกแต่ละชิ้นให้ความร้อนได้ในพื้นที่จำกัด บ้านขนาดนี้คงต้องใช้ไม่น้อย แล้วพลังของมันอยู่ได้นานเพียงใด ต้องเปลี่ยนผลึกหรือเติมพลังอย่างไร
คำถามหลายข้อผุดขึ้นมา
เขายังไม่ได้ถามต่อ
ชั้นล่างมีชีวิตมากกว่า้า คนรับใช้เดินผ่านโถงพร้อมผ้าพับเรียบร้อย อีกคนถือถาดอาหาร กลิ่นขนมปังอบใหม่ลอยมาจากทางหนึ่ง ปะปนกับกลิ่นไม้และสมุนไพรแห้ง
เมื่อเห็นเขา หลายคนหยุดทำความเคารพ
“อรุณสวัสดิ์ขอรับ ท่านลูเซียน”
“อรุณสวัสดิ์เ้าค่ะ”
ลูเซียนพยักหน้าตอบ
บางคนดูโล่งใจที่เห็นเขาเดินได้ ขณะที่บางคนมีความระมัดระวังบางอย่างซ่อนอยู่ในท่าทาง
เขาสังเกตเห็น แต่ยังไม่มีข้อมูลมากพอจะตัดสินว่ามันหมายถึงอะไร
เมื่อมาถึงทางแยกหนึ่ง ลูเซียนกำลังจะถามว่าห้องอาหารอยู่ทางไหน แต่เท้ากลับเลี้ยวขวาไปก่อนแล้วหนึ่งก้าว
เขาหยุด
คนรับใช้หนุ่มด้านหลังเกือบชน
ลูเซียนมองทางเดินตรงหน้า
“ห้องอาหารไปทางไหน”
ชายหนุ่มชี้ไปข้างหน้า
“ทางนี้ขอรับ เลี้ยวซ้ายตรงสุดทาง”
“เข้าใจแล้ว”
ลูเซียนเดินต่อ
ไม่มีภาพ ไม่มีเสียง และไม่มีความทรงจำว่าเคยเดินผ่านทางนี้ แต่พอถึงปลายทางเดิน เขากลับรู้สึกว่าควรเลี้ยวซ้ายก่อนจะเห็นประตูห้องอาหารเสียอีก
อย่างน้อยดูเหมือนเขาจะไม่ต้องเริ่มเรียนรู้บ้านหลังนี้จากศูนย์เสียทีเดียว
เสียงโลหะกระทบพื้นดังขึ้นไม่ไกล
ลูเซียนหันไป
หญิงสาวคนหนึ่งในชุดคนรับใช้ยืนตัวแข็งอยู่ข้างรถเข็น ถ้วยเงินใบเล็กกลิ้งมาตามพื้นก่อนหยุดตรงรองเท้าของเขาพอดี
ใบหน้าของเธอซีดลง
“ขะ...ขออภัยเ้าค่ะ ท่านลูเซียน”
ลูเซียนก้มลงหยิบถ้วย
การเคลื่อนไหวทำให้ชายโครงเจ็บขึ้นเล็กน้อย เขาจึงช้ากว่าปกติ แต่สุดท้ายก็หยิบมันขึ้นมาได้
เมื่อเงยหน้า หญิงสาวกลับมองเขาด้วยความประหลาดใจ
ลูเซียนยื่นถ้วยคืน
“คราวหน้าค่อย ๆ ระวังก็พอ”
“เ้าค่ะ”
เขากำลังจะเดินต่อ ก่อนนึกอะไรขึ้นได้
“แล้วก็ไม่เป็ไร”
หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย
“ขอบพระคุณเ้าค่ะ”
ลูเซียนเดินต่อ
ผ่านไปหลายก้าว เขาจึงเอ่ยโดยไม่หันกลับไปมองคนรับใช้หนุ่ม
“นางกลัวข้าหรือ”
ความเงียบยาวกว่าปกติ
“ข้า...ไม่ทราบขอรับ”
คำตอบระมัดระวังเกินกว่าจะไม่มีความหมาย แต่ลูเซียนไม่ได้ซักต่อ
“ห้องอาหารอีกไกลไหม”
คนรับใช้หนุ่มเหมือนโล่งใจที่ได้เปลี่ยนเื่
“อยู่ข้างหน้าแล้วขอรับ”
“ดี ข้าเริ่มหิวแล้ว”
✦
ห้องอาหารกว้างแต่ไม่ได้โอ่อ่าจนน่าอึดอัด หน้าต่างด้านหนึ่งเปิดรับแสงเช้า โต๊ะไม้ยาวตั้งอยู่กลางห้อง แต่เช้านี้มีเพียงสามที่นั่งถูกจัดไว้ใกล้กันบริเวณหัวโต๊ะ
เซลีนกำลังรินชา
แกร์ริกอ่านเอกสารอยู่ข้างจานอาหาร
ทั้งสองเงยหน้าขึ้นเมื่อเขาเข้ามา
“เ้าลงมาเองจริง ๆ ด้วย” เซลีนว่า
“หมออนุญาตแล้ว”
“หมออนุญาตให้ลงมากินอาหาร ไม่ได้อนุญาตให้เ้าเดินทั่วคฤหาสน์”
“ข้ายังไม่ได้ไปไกลขนาดนั้น”
แกร์ริกวางเอกสารลง
“พ่อบอกแล้วว่าให้ยกอาหารขึ้นไปให้”
“ข้านอนอยู่ในห้องมาสามวันแล้ว อย่างน้อยให้ข้าได้ลงมากินข้าวเองเถอะ”
แกร์ริกมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง
“ถ้าเหนื่อยก็กลับขึ้นไปพัก”
“ตกลง”
เซลีนเลิกคิ้ว
“ตกลงง่ายเช่นนี้ แม่ควรกังวลหรือไม่”
ลูเซียนเหลือบมองทั้งสองคน
“ข้าแค่รู้ว่าเถียงต่อไปก็คงไม่มีใครอยู่ข้างข้า”
แกร์ริกยกถ้วยชาขึ้น
“อย่างน้อยก็เข้าใจเร็ว”
ลูเซียนกำลังจะนั่ง แต่เท้ากลับพาเขาไปยังเก้าอี้ทางซ้ายของแกร์ริกโดยไม่ต้องเลือก
มือแตะพนักเก้าอี้
เขาหยุดเล็กน้อย
ผ้าเช็ดปาก ช้อนส้อม และแก้วน้ำถูกจัดเตรียมไว้ตรงหน้า เห็นได้ชัดว่าตำแหน่งนี้เป็ของเขา
เซลีนมองอยู่ แต่ไม่ได้พูดอะไร
“นั่งเถอะ เดี๋ยวอาหารเย็นหมด”
ลูเซียนนั่งลง
กลิ่นอาหารทำให้เื่เก้าอี้ถูกพักไว้ได้ง่ายกว่าที่คิด
ขนมปังอบใหม่ ไข่ เนื้อรมควัน ผลไม้สีแดงเข้มซึ่งเขาไม่รู้จัก และชามขนาดเล็กที่มีอาหารข้นสีครีมส่งกลิ่นหอมของธัญพืชกับน้ำผึ้ง
เซลีนมองเขา
“เมื่อคืนหลับดีหรือไม่”
“ดีกว่าสองคืนก่อน”
แกร์ริกถามต่อ “อาการเจ็บเป็อย่างไรบ้าง”
“เหลือแค่ตอนขยับแรงเกินไป”
“ถ้าอย่างนั้นก็อย่าขยับแรงเกินไป”
ลูเซียนมองเขา
“คำแนะนำของท่านฟังง่ายดี”
“ก็ตั้งใจให้ทำง่าย”
เซลีนส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนเลื่อนชามตรงหน้าลูเซียนเข้ามาให้
เขามองอาหารในนั้น
“นี่คืออะไร”
“โจ๊กอาเรน”
ลูเซียนตักขึ้นชิม
รสหวานอ่อน ๆ ตามด้วยกลิ่นถั่วและเครื่องเทศจาง ๆ ทำให้เขาหยุดไปครู่หนึ่ง
มันคุ้นเคย
ไม่ใช่ความทรงจำที่ชัดเจน เพียงเป็รสชาติที่ให้ความรู้สึกเหมือนเคยรู้จักมานาน
“ไม่ชอบหรือ” เซลีนถาม
“เปล่า ข้าคิดว่าข้าเคยกินมัน”
แววตาของเธออ่อนลง
“เ้าเคยชอบตอนเด็ก”
“ตอนโตไม่ชอบ?”
แกร์ริกตอบแทน
“ตอนโตเ้าบอกว่ามันหวานเกินไป”
ลูเซียนชิมอีกคำ
“ข้าว่ายังใช้ได้”
เซลีนยิ้ม
“แม่จะบอกแม่ครัว”
“ไม่จำเป็ต้องทำทุกวัน”
“สายไปแล้ว”
ลูเซียนหันไปมองแกร์ริก
จากสีหน้าของอีกฝ่าย ดูเหมือนเื่อาหารในบ้านนี้จะไม่ใช่เื่ที่ดยุกมีสิทธิ์ตัดสินใจมากนัก
แกร์ริกเลือกสนใจถ้วยชาของตัวเอง
ลูเซียนตัดสินใจทำเช่นเดียวกัน
ระหว่างกินอาหาร เขาสังเกตเห็นแสงสีแดงจางใต้จาน จึงเลื่อนภาชนะออกเล็กน้อย
มีอักขระวงหนึ่งสลักอยู่บนแผ่นโลหะบาง
“นี่ก็รักษาความร้อน?”
“ใช่” เซลีนตอบ
ลูเซียนแตะขอบแผ่นโลหะ
“ถ้ามันให้ความร้อนอยู่ตลอด อาหารก็ควรร้อนขึ้นเรื่อย ๆ แต่ั้แ่ข้านั่งลง อุณหภูมิแทบไม่เปลี่ยน”
เขามองอักขระอีกครั้ง
“แปลว่ามันต้องมีวิธีควบคุมความร้อนอยู่ในตัว”
แกร์ริกหยุดมือ
ลูเซียนเงยหน้า
“อะไรหรือ”
แกร์ริกมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง
“เมื่อก่อนพ่อไม่เคยเห็นเ้าสนใจเื่พวกนี้เท่าไร”
“อย่างนั้นหรือ”
“อืม”
ลูเซียนมองอักขระอีกครั้ง
“ตอนนี้ข้าสนใจ”
แกร์ริกไม่ได้ถามว่าทำไม
“ถ้าอยากรู้จริง ๆ ห้องหนังสือมีตำราพื้นฐานอยู่”
ลูเซียนเงยหน้าทันที
“ข้าอ่านได้หรือ”
“วันนี้ยังไม่ได้” เซลีนตอบ
เขาหันไปหาเธอ
“ข้าแค่อ่านหนังสือ ไม่ได้จะออกไปฝึกเวทเสียหน่อย”
“หมอบอกให้พัก”
“การอ่านก็คือการพัก”
“สำหรับคนอื่นอาจใช่”
ลูเซียนหันไปมองแกร์ริก
ผู้เป็พ่อยกถ้วยชาขึ้นโดยไม่คิดจะช่วย
“อย่ามองพ่อ”
ลูเซียนถอนหายใจ
“เข้าใจแล้ว บ้านนี้ไม่มีใครอยู่ข้างข้า”
เซลีนยิ้ม “ถ้าเื่ทำตามคำสั่งหมอ ก็ไม่มี”
คราวนี้ลูเซียนหลุดยิ้มออกมาเล็กน้อย
มันเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ แต่บรรยากาศบนโต๊ะเหมือนเบาลงตามไปด้วย
ไม่มีใครถามเื่ความทรงจำ
ไม่มีใครพยายามทำให้เขานึกอะไรออก
พวกเขาเพียงกินอาหารเช้าด้วยกัน
และน่าแปลกที่ลูเซียนรู้สึกขอบคุณสำหรับเื่ธรรมดาแค่นั้น
✦
• • •