“โครม”
สถานะการในสุสานเปลี่ยนแปลงฉับพลันแผ่นดินสั่นะเืไปทั่วคล้ายกับสุสานจะพังทลายลงมา พลังปราณทมิฬในสุสานอยู่ๆก็เกิดบ้าคลั่งขึ้นมาผู้คนที่เข้ามาส่วนหนึ่งถูกพลังปราณทมิฬจู่โจมสังหารพลังปราณทมิฬสีดำไหลเข้าไปในตัวซากศพที่ถูกสังหารเปลี่ยนให้กลายเป็หุนเชิดที่มีชีวิตถูกใครบางคนชักใยอยู่เื้ัซากศพเ่าั้ลูกขึ้นแล้วเข้าจู่โจมคนที่อยู่ใกล้ๆทันทีพร้อมกับสูบเอาพลังชีวิตเปลี่ยนเป็พลังปราณทมิฬ คนที่ถูกซากศพสังหารก็มีชะตากรรมไม่ต่างจากซากศพเ่าั้ลุกขึ้นมาพร้อมไล่ล่าผู้ที่ยังมีชีวิตต่อไป
ความวุ่นวายภายใยสุสานปะทุขึ้นทันทีเพียงไม่ถึงชั่วยามจำนวนซากศพนั้นเพิ่มขึ้นไปจนถึง1ในสิบของผู้ที่เข้าไปในสุสานแล้วผู้ที่พลังฝึกตนอ่อนแอถูกเปลี่ยนให้เป็ซากศพมีชีวิตไปเกือบทั้งหมดส่วนผู้ที่พอมีฝีมือบ้างก็ทยอยพากันหนีออกจากสุสานไป
ด้านนอก สุสานหลังจากได้รับรายงานความวุนวายภายในสุสานเหล่าผู้าุโด้านนอกต่างปรึกษาหารือกันทาหางแก้ไขเื่นี้
“ไม่ว่ามันจะเป็อะไรก็ตามแต่ข้าควาดว่ามัน้าเปลี่ยนพลังชีวิตจำนวนมากให้กลายเป็ปราณทมิฬเพื่อฟื้นฟูพลังของตน ” วัยกลางคนผู้หนึ่งที่อยู่ด้านนอกสุสานกล่าวขึ้นกับหญิงสาวอีกคนที่อยู่ด้านข้าง
“พวกเราหวังไว้แค่ให้เหล่าลูกศิษย์ออกมาเชิญความยากลำบาก แต่นี่มันอันตรายเกินกว่าที่เราคาดการไว้แล้ว ขืนปล่อยไว้แบบแย่จะยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ”หญิงสาวพูดเสร็จจึงเตรียมตัวจะเข้าไปในสุสาน
“เ้าจะเข้าไปอย่างงั้นรึถ้าระดับราชันย์อย่างพวกเราเข้าไปเ้านั่นที่อยู่ใจกลางสุสานคงเรื่อมเคลื่อนไหว ”ชายวัยกลางคนเอ่ยถาม
“ลูกศิษย์จากสำนักวายุอัศนีของข้ายังอยู่ข้างในข้าควรเข้าไปช่วยแล้วจะกลัวอะไรกับแค่สิ่งที่ต้องดูดกลืนพลังชีวิตคนอื่นเพื่อฟื้นฟูพลังของตัวเองข้าเดาว่ามันยังคงอ่อนแออย่างมากถึงได้ทำเช่นนี้” พูดจบร่างของหญิงสาวก็หายไปจากตรงนั้นเหลือไว้เพียงวัยกลางคนเพียงคนเดียว
“เห้อ ถ้าท่านเซียนจากสำนักกระบี่ยังอยู่ก็คงดีทำไมอยู่ๆท่านถึงรีบได้จากไปกัน” เดิมทีเซียนกระบี่มาที่สุสานกระบี่แห่งนี้เนื่องด้วยข่าวลือว่าที่แห่งนี้คือสุสานของเทพกระบี่ด้วยสนใจมรดกของเทพกระบี่ แต่อยู่ๆท่าทีของเซียนกระบี่ก็เปลี่ยนไปทั้งยังเร่งรีบจากไปโดยไม่บอกกล่าว
“ผู้หญิงคนนั้นก็ชั่งใจร้อนเหลือ”ร่างวัยกลางคนพลันหายไปปรากฏตรงข้าคนกลุ่มหนึ่งสองชายหนึ่งหญิง กลุ่มคนทั้ง 3นี้ก็ต่างมีพลังระดับราชันย์เหมือนวัยกลางคน คนทั้งสี่ปรึกศากันอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นจึงพุ่งเข้าไปในสุสาน
...............................
ย้อนกลับมาก่อนกน้านั้นภายในส่วนลึกของสุสานหลินเฟยลอบเข้ามาได้นานแล้วแต่ดูเหมือนว่ารอบนี้เ้าเงาดำนั่นจะไม่สามรถััถึงเขาได้แต่จู่ๆแผ่นดินก็สั่นะเืคล้าย พลังปราณโดยรอบปั่นป่วน “นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นอีก”หลินเฟยเห็นท่าไม่ดีจึงพยายาม หาที่ปลอดถัยหลบอยู่ แต่ผ่านไปซักพักสถานะการก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย
“พลังปราณมหาศาลพวกนี้มันอะไรกัน”อยุ่ๆแหวนกลืนปราณของหลินเฟยมีการตอบสนองขึ้นมาเนื่องด้วยพลังปราณที่มหาศาลกำลังไหลเข้าสู่ใจกลางสุสานหลินเฟยที่กำลังหลงทางจึงเดินตามกระแสพลังนั้นไปเรื่อยๆจนในที่สุดก็มาถึงที่ๆหนึ่งที่พลังปราณไหลมารวมกันอย่างหนาแน่น
ััได้ถึงความหิวกระหายจากแหวนกลืนปราณหลินเฟยจึงรีบจัดการดึงเอาแหวนออกมาดูโพลังปราณนั่นซะ
“หึม ัันี่มันใครกล้ามายุ่งกับพลังปราณของข้า”เงาสีดำที่หลับไหลอยู่ในโลงศพพลันลืมตาตื่นขึ้นััได้ถึงพลังปราณที่มันวางปผนรวบรวมมากำลังถูกขโมยไปมันเริ่มบรรดาลโทสะในทันที “ความรู้สึกแบบนี้มันคงเป็ไอ้เ้าสารเลวนั่นอีกแล้วมันยังกล้ากลับมาที่นี้อีกทั้งยังมาขโมยพลังปราณที่ข้าพยายามจะรวบรวม เยี่ยมเยี่ยม เยี่ยมมาก”เงาสีดำพลันหายวันไปปรากฏอีกทีตรงกน้าหลินเฟยพร้อมกับพุ่งจู่โจมหลินเฟย
ดูเหมือนหลังจากดูดกลืนพลังไปมากกว่าครึ่งแหวนกืลนปราณจะฟื้นฟูกลับมาแล้วแต่ทันใดนั้นหลินเฟยที่กำลังจดจ่ออยู่กับการดูดกลืนพลังปราณพลันถอยหลังหนีทันที เงาสีดำอยู่ๆก็ปราฏออกมาจู่โจมหลินเฟยด้วยโทสะ
“ช้าก่อน” เงาสีดำตอนนี้ไม่ได้ไร้สติเหมือนตอนแรกอีกแล้วมันจึงหยุดลงดูว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะมาไม้ไหน
“เ้ากล้ามากที่มาขโมยพลังปราณที่ข้าอุส่ารวยรวมมาทีนี้เ้าจะมาไม้ไหนอีกละเ้าหนู ข้าละแปลกใจที่มนุษย์ธรรมดาเช่นเ้า เ้าหนีรอดจาก หลิงหยุนได้เ้ามีของดีมากมายเลยทีเดียว” แต่ยังไม่ทันได้พูดต่อกลับโดนหลินเฟยพูดตัดบท
“อย่าพูดมากให้เสียเวลาเลยข้ารู้ว่าเ้า้ากระบี่ เรามาทำหารแลกเปลี่ยนกันอย่างยุติธรรมดีกว่า”หลินเฟยเข้าเื่ทันที
“ฮ่าๆๆมนุษย์ตัวน้อยอย่างเ้ายังกล้ามาต่อรองกับข้า น่าสนใจจริงๆ เ้า้าแลกเปลี่ยนกับอะไร”
“ก่อนอื่นเ้าต้องถอนคำสาปให้ข้าก่อน”
“ย่อมได้แล้วกระบี่อยู่ที่ไหน”หลินเฟยหยิบกระบี่สีดำสนิทเล่มหนึ่งออกมาจากภายในแหวนมิติของตอนเงาร่างสัดำเห็นดังนั้นจึงเข้าจู่โจมหลินเฟยโดยทันทีกระบี่ปราณสำดำทมิฬพุ่งเข้าใส่หลินเฟยโดยทันทีมันไม่ได้มีเพียงแค่เล่มเดียวแต่มีอย่างน้อยๆก็สิบเล่มเข้าไปแล้วหลินเฟยรีบใช้ผ้าคลุมภูติราตรีวาปไปด้านข้างทันที
แต่ขณะที่กำลังจะวาปหนีกระบี่ทั้งหมดนั้นพลันสุญสลายกลายเป็พลังปราณถูกดูดกลืนเข้าไปในแหวนกลืนปราณ
“นั่นมันแหวนอะไรกัน”เงาสีกำเห็นดังนั้นก็ได้แต่ใพลังที่มันใช้ออกอย่างน้อยๆก็แข็งแกร่งระดับราชันย์แล้วแต่ถึงกับถูกแหวนดูกลืนไปได้อย่างง่ายดายทีแรกมันคิดว่าแหวนวงนี้ทำได้แค่ดูดกลืนพลังปราณที่กระจายอยู่โดยรอบแต่นี่ถึงกับดูดพลังที่มันควบคุมไปได้ช่างน่าประหลาดใจหลินเฟยเองก็ใด้วยเหมือนกันแต่พลันตั้งสติขึ้นมา
“เ้าจะทำอะไร”หลินเฟยพูดขึ้น
“ฮ่าๆๆ ข้าแค่ทักทายเล็กน้อย”
“เป็เช่นนั้น ? เรามาทำการแลกเปลี่ยนกันต่อดีกว่าอย่าพยายามเล่นไม่ซื่อข้าสมารถหลบหนีออกจากที่นี้ได้ทันที”หลินเฟยทำเป็ไม่สนใจเื่ที่เกิดขึ้นแต่ก็ลอบแปลกใจโชคดีที่แหวนของตนดูดการโจมตีนั้นไปไม่อย่างนั้นถึงจะกลบได้แต่ก็คงาเ็ไม่ใช่น้อย
“เอาละข้าจะถอนจำสาปให้เ้าแล้วก็บอกสิ่งที่เ้า้ามา” เงาสีดำต้องยอมหลินเฟยไปก่อนเพราะมันเกรงกลัวแหวนที่ดูดพลังปราณได้ของหลินเฟยเพราะตัวมันตอนนี้ก็เป็แค่พลังปราณที่ถูกปลดผนึกออกมาได้เพียงนิดหน่อยมันรอให้ได้ดายมาค่อยจัดการกับเด็กหนุ่มที่กล้ามาท่าทายเขาทีหลังก็ยังไม่สาย
“ข้า้าพลังปราณในนี้ทั้งหมดหลินเฟยชี้ไปที่กลางห้องบริเวณที่พลังปราณหลอมรวมควบแน่นกันจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าและข้าพอรู้มาว่าที่นี้เป็สุสานของเทพกระบี่ข้า้าวิชาของเทพกระบี่ และยังไม่หมดข้า้ากระบี่พวกนั้นที่ข้าเจอเมื่อครานั้นด้วย”
“เ้าจะโลภมากไปแล้วเ้าหัวขโมยตัวน้อยนี่คือการแลกเปลี่ยนอย่างยุติธรรมที่เ้าว่าอย่างนั้นเหรอ นี่มันปล้นกันซะมากกว่า”
“หรือว่าเ้าจะไม่เอากระบี่เล่มนี้แล้ว”หลินเฟยแกว่งกระบี่ไปมา
“ข้ายอมตกลงก็ได้ แต่พลังปราณข้าให้เ้าได้เพียงครึ่งเดียวข้าเองก็จำเป็ต้องใช่มันฟื้นฟู”
“ตกลง”หลินเฟยตอบตกลงจากนั้นจึงทำการดูดกลืนพลังปราณไปกว่าครึ่งเหลือไว้ครึ่งหนึ่งตามที่ตกลงไว้จากนั้นจึงให้เงาสีดำคลายคำสาปของเขาหลังจากคลายคำสาปเสร็จเ้าเงาสีดำอาศัยโอกาศที่หลินเฟยเผลอโจมตีจนหลินเฟยกระเด็นออกไปกระบี่หลุดออกจากมือล่วงลงบนพื้น เ้าเงาสีดำคาดว่าหลินเฟยอาจจะไม่ทำตามที่ตกลงกันไว้จึงใช้โอกาศที่หลินเฟยเผลอขโมยกระบี่ไปร่างเงาสีดำหายไปพร้อมกับกระบี่
“ท่าไม่ดีแล้ว”หลินเฟยเห็นดังนั้นจึง เตรียมตัวจะหนีแล้ว แต่ทันใดนั้นยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยเงาร่างชายวัยกลางคนผู้หนึ่งปรากฏอยู่เบื้อหน้าหลินเฟย หลินเฟยตัวแข็งค้างไปในทันทีแรงกดดันพลังปราณนั้นแข็งแกร่งยากจะบรรยายจนตัวเข้าสั่นไปหมด
“นี่มันนานแค่ไหนแล้วในที่สุดข้าก็หลุดออกมาจากผนึก” ชายวัยกลางคนพึมพัมออกมา “ถึงเวลาตายของเ้าแล้ว”พร้อมกันนั้นร่างชายวัยกลางคนปรากฏอีกคราด้านหน้าหลินเฟยมือขวากำคอหลินเฟยยกขึ้นทำท่าจะสังหารหลินเฟยทิ้ง
หลินเฟยพยายามขัดขืนแต่ร่างกายกลับไร้เรี่ยวแรงเมื่อยู่ต่อหน้าผู้ทรางพลังเช่นนี้หลินเฟยยกมือขวาขึ้นมากำไปที่ข้อมือของชายวัยกลางคนที่บีบคอหลินเผยอยู่ พร้อมกันนั้นแหวนกลืนปราณที่หลินเฟยสวมอยู่พลันสมผัสกับชายวัยกลางคนตัวแหวนเริ่มดูดหลืนปราณของชายวัยกลางคนเข้ามา
“เป็แหวนที่ดีสามารถดูได้แม้กระทั้งพลังปราณทมิฬของข้า แต่ตอนนี้ข้าได้ร่างกายคืนมาแล้วไม่จำเป็ต้องกลัวมัน”ชายวัยกลางคนมองไปยังแหวนที่สวมอยู่บนนิ้วของหลินเฟย แต่ทันใดนั้นร่างกายพลันอยุดนิ่งร้องโหยหวนออกมา “อ๊ากกกก” องมือกุมขมับร้องอย่างเ็ป
“เป็นาง เป็นาง นั่นมันแหวนของนางทำไมเ้าถึงมีมันได้” หลินเฟยได้ยินดังนั้นก็มองไปที่แหวนของตัวเองไม่ผิดแน่แหวนวงที่ชายวัยกลางคนเอ่ยถึงไม่ใช่แหวนกลืนปราณของตน แต่กลับเป็แหวนสีครามวงนั้นที่ได้จากมู่ชิงนั่นเอง