“เปรี้ยวจี๊ดแดดดี๊มาแล้วครับ” เสียงของนักรบดังมาแต่ไกล เรียกขานว่าที่ลูกเลี้ยงที่เขารักปานดวงใจ ข้าวของในมือที่เขาซื้อมาให้เธอ ทุกอย่างเป็นของโปรดปรานของน้องมะนาวทั้งนั้น
“ว้าว...แดดดี๊ของน้องตัวจริงหล่อเวอร์ ๆ เลยค่ะ” น้องมะนาวที่อยู่ในชุดนักเรียนน่ารัก เดินลงมาจากบันไดพร้อมแม่มองเห็นใบหน้าที่เปลี่ยนไปของนักรบ จนเบิกตาร้องว้าวด้วยความตื่นตา เขามาในมาดนักรบคนเดิมหล่อเหลาและมีเสน่ห์
“เดี๋ยววันนี้คนหล่อเวอร์ ๆ ของน้องจะไปส่งที่โรงเรียนดีไหม?” เขาย่อตัวลงให้เสมอเด็กหญิง แล้วบอกในสิ่งที่จะทำหลังจากนี้ เธอจะมีรอยยิ้มแห่งความสุขทุกครั้งที่นักรบและน้ำส้มไปส่งที่โรงเรียนพร้อมกัน และวันนี้ก็เป็นการไปโรงเรียนวันแรก หลังจากที่เรียนออนไลน์มาเป็นเดือน เขารู้เพราะน้องสาวบอกเล่า
“เย่ เย่ ดีเวอร์ ๆ ไปเลยค่ะแดดดี๊...คอยดูนะวันนี้น้องจะเอาแดดดี๊ไปอวดกรีนเพื่อนที่มาใหม่ ชอบพูดอวดพ่อกับน้องตลอดเลย” น้องมะนาวชูสองมือท่วมหัว กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ การไปโรงเรียนของเธอไม่ได้มีความสุขเหมือนกับสีหน้าและท่าทาง บางวันเธอถูกเพื่อนล้อว่าไม่มีพ่อ จนทำให้เธอต้องแอบร้องไห้อยู่ในมุมอับที่ไม่มีใครเห็น เมื่อถึงเวลาที่แม่มารับความเศร้าของเธอจะหายไปทั้งที่ภายในใจไม่ได้เป็นดั่งที่แสดงออกมา นั่นเพราะว่าเธอไม่อยากเห็นแม่เศร้าไปด้วย แต่วันนี้กับหลุดปากพูดเสียแล้ว ทำให้นักรบกับน้ำส้มมองหน้ากัน
“ทำไมน้องไม่เล่าให้แม่ฟังบ้าง...แม่ขอโทษนะลูกที่ทำให้หนูเศร้าและรู้สึกไม่ดี” เธอคุกเข่ากับพื้นแล้วโอบกอดลูกสาวตัวน้อย ไม่เคยรู้เลยว่าลูกของเธอจะตกอยู่ในสภาวะที่ย่ำแย่ โดนเพื่อนล้อขนาดนี้ โกรธตัวเองที่ใส่ใจลูกไม่มากพอ
“คุณแม่อย่าร้องไห้สิคะ น้องยังไม่ร้องเลย” เธอกอดตอบผู้เป็นแม่ น้ำเสียงสะอื้นของน้ำส้มเด็กหญิงรับรู้ทันทีว่าแม่กำลังร้องไห้เสียใจ ซึ่งเธอไม่ชอบเห็นแม่น้ำตาไหล
“แม่แย่มาก ๆ ที่ดูแลน้องไม่ดีพอ จนเพื่อนล้อแบบนี้” แค่คิดเธอก็เจ็บปวดที่หัวใจ เพราะดวงใจของแม่ถูกย่ำยีจนเกิดรอยแผล แม้ว่าลูกสาวจะไม่แสดงความอ่อนแอให้แม่เห็น แต่ก็รับรู้ได้ว่าเธอเสียใจและรู้สึกแย่แค่ไหน
“น้องไม่สนหรอกค่ะ เพราะน้องมีแดดดี๊แล้วและยังหล่อด้วย” เด็กหญิงพูดออกมาด้วยความเดียงสา มือน้อย ๆ ของเธอเอื้อมไปลูบแก้มของนักรบอย่างอ่อนโยน จนทำให้นักรบปลาบปลื้มใจที่เธอยอมรับเขาได้
“น้องเก่งที่สุดและแกร่งเหมือนคุณแม่เลย แดดดี๊ภูมิใจในตัวหนูที่สุดเลย” เขาประทับปลายจมูกลงหลังมือของน้องมะนาว เพื่อสื่อความรักที่มีให้ และยินดีเป็นพ่อคนใหม่แก่เธอด้วยความเต็มใจ
“น้องไม่เล่นกับกรีนแล้วค่ะ กรีนไม่น่ารัก” เด็กหญิงบอกเล่า
“แล้วที่โรงเรียนน้องมีเพื่อนไหม” ผู้เป็นแม่ย้อนถาม เธอนึกห่วงลูกสาวเมื่ออยู่โรงเรียน กับสังคมและโลกภายนอกที่พบเจอ บางครั้งเด็กน้อยอาจจะตั้งรับไม่ไหว จนเกิดเป็นปมในใจและกลายเป็นเด็กมีปัญหา
“มีสิคะ นับตังค์ไงเล่นกับน้องทุกวันเลย ซื้อขนมมาฝากน้องทุกวันด้วยนะคะ...น้องกับนับตังค์ตกลงว่าเป็นแฟนกันค่ะ คิกคิก” มือป้อม ๆ ยกขึ้นปิดปากด้วยความเขินอายหลังจากพูดจบ
((หา?)) แต่คำพูดของน้องมะนาวทำเอาผู้เป็นแม่และนักรบถึงกับงุนงง น้ำส้มต้องถอนลมหายใจอย่างกลัดกลุ้ม ส่วนนักรบมือกุมขมับทันที ความเดียงสาของเด็กที่อาจจะยังไม่เข้าใจสถานะเลยเข้าใจผิด ได้ยินผู้ใหญ่พูดกันเลยจดจำมาและพูดตาม
“เอ่อ...แม่ว่าน้องคงเข้าใจอะไรผิดไป นับตังค์เป็นเพื่อนในห้องเรียนต่างหากละคะ” น้ำส้มรีบอธิบายให้ลูกสาวตัวน้อยของเธอฟัง
“ไม่ใช่ค่ะคุณแม่ขา น้องให้นับตังค์เป็นแฟนและน้องก็แอบหอมแก้มนับตังค์แล้วด้วยค่ะ คิกคิก” เด็กหญิงสะบัดนิ้วชี้ไปมาเป็นการปฏิเสธ พูดออกมาในสิ่งที่เคยทำลงไป สร้างความตกใจให้กับผู้ใหญ่ทั้งสองมากกว่าเดิม
“กูอยากตาย...เปรี้ยวจี๊ด ทำไมหนูแก่แดดแบบนี้ล่ะลูก” เป็นนักรบที่ยกมือตบหน้าผากตัวเอง เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กวัยเดียงสาจะรู้จักคำเหล่านี้ แถมยังรุกก่อนอีกด้วย
“ไปจำมาจากไหนอีกล่ะเนี่ย...โอ๊ยตายแล้ว” น้ำส้มหมดคำจะพูด นึกไม่ทันเลยว่าจะพูดคำไหนให้ลูกสาวของเธอเข้าใจ
“ในทีวีที่คุณแม่ดูไงคะ?”
“เอาเป็นว่าสิ่งที่น้องเข้าใจมันยังไม่ถึงเวลา รอให้หนูโตกว่านี้ก่อน นังตังค์เป็นเพื่อนของหนูโอเคนะคะ” เธอพยายามพูดให้ลูกสาวเข้าใจ
“ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวน้องจะไปบอกเลิกนับตังค์วันนี้ เราเป็นเพื่อนกันค่ะ” เด็กหญิงยินยอม แต่ก็ไม่วายพูดเชิงแก่แดดเกินวัย นั่นก็เป็นความเดียงสาที่เธอมี ตามจินตนาการในความคิดเธอ
“ตอนนี้เราไปกินข้าวกันดีกว่านะ แดดดี๊หิวมากเลย” นักรบรีบออกปากเรื่องอื่น และอุ้มเด็กหญิงตัวกลมเดินไปยังโต๊ะอาหาร
“น้องก็หิวค่ะ” น้องมะนาวพูดและลูบพุงกลม ๆ เป็นการยืนยัน
“หิวก็กินเยอะ ๆ นะจะได้โตไว ๆ” นักรบพูดพร้อมกับตักกับข้าวเมนูโปรดใส่จานให้เด็กน้อย
“ได้ค่ะ กินเยอะ ๆ โตไว ๆ จะได้เป็นแฟนกับนับตังค์” น้องมะนาวพูดพร้อมกับตักข้าวเข้าปาก กระดิกขาเอียงหัวไปมาด้วยสีหน้าระรื่น
((โอ๊ยตาย)) แต่กับนักรบและน้ำส้มหน้าเหี่ยว สบถด้วยความหน่ายใจ ความคิดและจินตนาการของลูกสาวตัวกลมช่างน่าปวดหัวเสียจริง
“ฉันล่ะกลุ้มใจกับลูกสาวจริง ๆ เลย” น้ำส้มเอ่ยขึ้นมาลอย ๆ
“ต่อไปผมคงต้องมีภาพลักษณ์โหด ๆ แล้วล่ะ ที่โรงเรียนไม่มีหลังคาหรือไงนะ ทำให้ลูกสาวผมโดนแดดประเทศไทยได้ขนาดนี้...” นักรบพูดแซว ไม่ได้เกรงใจแม่ของน้องมะนาวเลยสักนิด นั่นล้วนเป็นการพูดหยอกล้อทีเล่นทีจริง
“ว่าลูกฉันแก่แดดเหรอคะ?” น้ำส้มจ้องตาเขม็ง แต่เธอไม่ได้จริงจังกับสิ่งที่พูดไป รู้ว่านักรบเพียงพูดแซวเล่นก็เท่านั้น ซึ่งเธอก็เห็นด้วยกับความแก่แดดของลูกสาวตัวเอง มันยากที่จะอธิบาย เพราะเด็กแม้จะอายุแค่นี้ก็คงมีความคิดในแบบของตัวเอง ที่ผู้ใหญ่ต้องคอยแนะนำหากมันดูไม่ควร
“คุณก็คิดแบบผมใช่ไหมล่ะ”
“ค่ะ”
((ฮ่าฮ่าฮ่า)) ทั้งสองคนกระซิบคุยกัน ความเห็นที่ตรงกันแต่อีกคนไม่อยากพูดออกมา ได้แต่พยักหน้าเห็นตาม และปล่อยเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ กันเพียงสองคน รอยยิ้มกลับมาสู่คนทั้งสามอีกครั้งจากที่ห่างหายไปเป็นสัปดาห์ เปรมปรีดิ์และต่างยินดีที่จะมีกันและกัน เป็นหนึ่งสัมพันธ์ที่ยากจะแยกจากนับจากนี้