ตูนและเพียงดาวได้มานัดเจอกันที่เซ็นทรัลแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ซึ่งตอนนี้ตูนก็ได้มาถึงก่อนเวลานัดและกำลังอ่านการ์ตูนรอฝ่ายหญิงอยู่ ไม่นานหลังจากนั้น ผู้คนที่เดินสัญจรผ่านไปมา ก็เกิดอาการตาค้างจ้องมองไปยังจุดเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย
เพียงดาวที่แต่งตัวสวยสะพรั่ง สวยแบบไม่คิดว่ามีอยู่จริง ได้เดินตรงมาที่เด็กหนุ่มร่างเล็กท่ามกลางสายตาของผู้คนรอบข้างที่จับจ้องมาที่เธอ ตูนที่เริ่มรู้สึกตัวก็เงยหน้าขึ้นมามองไปที่เด็กสาว และเขาก็ต้องตาค้างไปเหมือนกัน
“นี่เธอ...”
“มาถึงนานหรือยัง…?”
“นี่เธอ..." เด็กหนุ่มจ้องมองหญิงตรงหน้าพร้อมกับกลืนน้ำลายลงคอเสียงดังเอื้อก “นี่เธอ ไม่หนาวหรือไงเนี่ย! แต่งตัวน้อยชิ้นขนาดนั้น นี่มันจะใกล้จะคริสต์มาสแล้วนะ อย่าบอกนะว่าจริง ๆ แล้วเธอคือลูเคีย เธอจะมารับฉันไป โซโซไซตี้ อย่างงั้นใช่ไหม...” (คุจิกิ ลูเคีย : Bleach เทพมรณะ)
ดูเหมือนว่าในหัวของเด็กหนุ่มคนนี้จะไม่มีเื่รัก ๆ ใคร่ ๆ อยู่เลย เพราะเขาได้เทใจไปให้กับอนิเมะและมังงะไปหมดแล้ว
“เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว จะไปกันได้หรือยังล่ะ"
“แล้วเราจะไปไหนกันดีล่ะ...”
“อะไรกันเนี่ย! เป็ฝ่ายชวนฉันมาเที่ยวแท้ ๆ แต่ไม่รู้จะไปไหนเนี่ยนะ!! งั้นก็ตามฉันมา”
และเพียงดาวก็เดินนำออกไป จากนั้นพวกเขาเดินวนไปมาอยู่ในห้างสักพักและได้มาหยุดอยู่ที่ร้านไอศกรีมร้านหนึ่ง
“สะเวสเซสเหรอ....?”
“สเวนเซ่น ย่ะ! เข้าไปกันได้แล้ว”
ทั้ง 2 เดินเข้าไป ความสวยของเพียงดาวสะกดสายตาของทุกคนในร้านแม้แต่ผู้หญิงก็มองมาที่เธอ ตูนที่ทำอะไรไม่เป็เลยสักอย่างเพราะไม่เคยเข้าสเวนเซ่นมาก่อน จึงได้แต่มองเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าที่กำลังสั่งไอศกรีมอย่างเมามัน รอไม่นานไอศกรีมที่สั่งไว้ก็มาเสิร์ฟ เป็ไซต์เหมาะสำหรับ 4 คนกิน เพียงดาวไม่รอช้า รีบจ้วงไปหนึ่งช้อนพูน ๆ เข้าปากตรง ๆ ไม่ต้องอ้อม
“อี๊มมมม~” เมื่อตักไอศกรีมเข้าปาก เธอก็เปลี่ยนไปเป็ราวกับคนละคน เพียงดาวทำหน้าฟินซะจนทำให้ตูนน้ำลายฝอตามไปด้วย
“มันอร่อยขนาดนั้นเลยรึไง...”
“ฉันชอบกินไอติมที่สุดในโลก~”
ทั้ง 2 คนต่างมีความสุขกับไอศกรีมที่อยู่ตรงหน้าและเริ่มพูดคุยกันถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในผับ ตูนได้เล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นอย่างสนุกปากและเพียงดาวก็ใจจดใจจ่อตั้งใจฟังด้วยความตั้งใจ จนกระทั่งเริ่มมีเสียงคนรอบข้างแทรกเข้ามาในบทสนทนาของพวกเขา
“นั่นใครอ่ะสวยจัง ดาราเหรอ แล้วผู้ชายตัวเล็ก ๆ นั่นใครน่ะ แฟนเธอเหรอ”
“จะบ้าหรือไง! สวยขนาดนั้นไม่มีทางคบกับผู้ชายแบบนั้นหรอก น่าจะเป็น้องชายเธอล่ะมั้ง”
“นั่นสิเนาะ ถ้าเป็แฟนกันจริงก็น่าเสียดายแย่ คงพาน้องมาเที่ยวแหละ”
เพียงดาวซึ่งเป็คนหูดีต่อคำนินทา เธอได้ยินคำเ่าั้ชัดทุกถ้อยคำผิดจากตูนที่ไม่รู้เื่และกำลังเคี้ยวไอศกรีมอยู่ ทันใดนั้นเพียงดาวก็รีบตักไอศกรีมที่เหลือครึ่งถ้วยจ้วงเข้าปากอย่างรวดเร็วจนหมดและเธอก็ลุกพรวดขึ้นมา
“ถะ-ถ้าเธอหิวขนาดนั้นทำไมไม่บอกฉันแต่แรกล่ะ...” ตูนมองขึ้นมาพร้อมกับทำหน้าตาเอ็นดูอีกฝ่าย
“ไอ่อ้องอู้ดอาก อีบ ๆ อุกอึ้นมาแอ้วไออ่ายอังอ้ายแอ้ว (ไม่ต้องพูดมาก รีบ ๆ ลุกขึ้นมาแล้วไปจ่ายตังได้แล้ว)” และเธอก็เดินออกไปพร้อมไอศกรีมที่เต็มอยู่ในปาก
เพียงดาวมาถึงหน้าเคาร์เตอร์ ยื่นบัตรสมาชิกให้พนักงานพร้อมกับจ่ายเงิน แต่เธอกลับโดนตูนฉุดมือเอาไว้ซะก่อน
“ไม่เป็ไร เดี๋ยวมื้อนี้ฉันจ่ายเอง” ไงล่ะ โคตรแมน
โคตรแมนอะไรล่ะ ตังค์นี่ไม่ใช่ตังค์ฉันซักหน่อย เป็ตังค์ของผอ.ประเสิรฐต่างหาก ตังค์ของฉันมีไว้สำหรับเติมเหรียญกับซื้อมังงะเท่านั้น
“อะไรกัน? นายมาจ่ายตังค์ให้ฉันทำไม จะจีบฉันเหรอ?”
“ฮ่ะ ๆ แค่ตอบแทนที่ได้เธอคอยช่วยเหลือไว้ตลอดน่ะ...”
“หืมมม~ ถ้างั้นก็ดี เราไปกันต่อเถอะ”
จากนั้นตูนและเพียงดาวก็ได้ไปดูหนังผีไทยเื่หนึ่ง ซึ่งทั้งเื่เพียงดาวไม่แสดงอาการใออกมาเลยสักนิด ผิดกับเด็กหนุ่มข้าง ๆ ที่แม้แต่ฉากที่นักแสดงจามเสียงดังก็สะดุ้งโหยงแล้ว ทำให้เธอกลั้นขำตลอดทั้งเื่ ทั้ง ๆ ที่มาดูหนังผีแท้ ๆ และเมื่อหนังจบ ตูนก็ได้เดินโซซัดโซเซออกมา
“แฮ่ก... แฮ่ก... ไม่เอาอีกแล้วหนังผี...”
“อะไรกัน หนังผีแค่นี้อย่าพึ่งจอดสิยะ ยังมีที่ที่อยากไปอีกตั้งเยอะแยะ เราไปกันต่อเถอะ!” ดูเหมือนว่าเธอจะยิ้มมากขึ้นกว่าตอนที่อยู่โรงเรียน
ทั้ง 2 คนต่างก็พากันไปเที่ยวอย่างสนุกสนานตามประสาเพื่อน ทั้งคีบตุ๊กตา เล่นตู้เกมหยอดเหรียญ ร้องคาราโอเกะ เวลาหิวก็แวะหาอะไรกิน จนเวลาล่วงเลยผ่านไป พวกเขาก็เที่ยวจนพอใจและตัดสินใจจะกลับบ้าน แต่ทว่าตูนอยากแวะไปที่ที่หนึ่งก่อน
“ไม่ได้มาซะนานเลยน้าา~ คิดถึงจังเลย”
“ก็แค่ร้านหนังสือจะทำเป็โอเวอ์อะไรขนาดนั้น”
“ว่าไงนะ!? เธอนี่ไม่รู้อะไรซะแล้ว มันไม่ใช่แค่ร้านหนังสือนะ แต่มันคือขุมทรัพย์ต่างหาก! ถึงแม้จะเป็ขุมทรัพย์ที่ต้องจ่ายตังค์ก็เถอะนะ”
ว่าจบ เด็กหนุ่มก็รีบวิ่งเข้าไปทันที แต่เขาก็ดันไปเจอเข้ากับคนคุ้นหน้ากำลังยืนเลือกหนังสืออยู่ข้างในร้าน
“อ่าว! ไบรท์ แซม ออโต้! มาทำอะไรเนี่ย”
ทันทีที่ 3 คนนั้นได้ยินเสียงตูนก็เกิดอาการใขึ้นมาและรีบซ่อนอะไรบางอย่างไว้ด้านหลังดูมีลับลมคมใน
“อะ-อ่าว เ้าตัวเล็ก.. นายมาทำอะไรที่นี่เนี่ย บังเอิญจังเลยนะ... แฮะ…แฮะ…”
“ฮ่า ๆ เ้าไบรท์มันมาซื้อมังงะให้นา- อุ๊บ!”
“อย่าไปฟังเ้าแซมมันเลยตูน พวกเราก็แค่แวะเข้ามาดูทีวีแมกกาซีนเฉย ๆ น่ะ”
ออโต้เอามือปิดปากแซมแน่น ไบรท์ดูมีพิรุธกว่าใครเพื่อน แต่ตูนก็ไม่ได้เอะใจอะไร
“งั้นเหรอ แสดงว่าพวกนายก็หายดีกลับมาแข็งแรงแล้วสินะ”
“ชะ-ใช่แล้วล่ะ... งั้นพวกเราไปก่อนนะ!”
ทั้ง 3 คนวิ่งแจ้นไปที่เคาร์เตอร์ซึ่งมีแซมและออโต้คอยบังเอาไว้เพื่อไม่ให้รู้ว่าพวกเขากำลังซื้ออะไร และทั้ง 3 คนก็รีบวิ่งออกจากร้านไปทันที
“อะไรของเ้าพวกนั้นกันน่ะ?”
หลังกจากนั้นก็ใช้เวลาเพียงไม่นานนักตูนก็เดินออกมา เพราะเขาได้ไปถามพนักงานถึงมังงะที่เขา้าแต่ปรากฏว่ามันยังไม่มีแปลไทย ตูนจึงเดินออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ทั้งที่ในญี่ปุ่นออกนำหน้าไป 2-3 เล่มแล้วแท้ ๆ สำนักพิมพ์มัวทำอะไรกันอยู่
จากนั้นทั้ง 2 คนก็เดินออกมาจากห้างและก็ได้พบเข้ากับนักเรียนคนหนึ่งที่กำลังถูกวัยรุ่นแกล้งอย่างสนุกสนาน ซึ่งแน่นอนว่าตูนต้องวิ่งเข้าไปช่วย แต่เขาไม่รู้เลยว่า บางสิ่งบางอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว ไบรท์ แซมและออโต้ชิงตัดหน้าเขาเข้าไปช่วยเด็กคนนั้น ทำให้ตูนรู้สึกภูมิใจว่าสิ่งที่เขาทำลงไปทั้งหมดไม่เสียเปล่า และยืนยิ้มอยู่อย่างงั้น ส่วนเด็กสาวที่อยู่ข้าง ๆ ก็หน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความงง
ไอ่นี่มันเป็อะไรของมัน เมื่อกี้พึ่งทำท่าจะวิ่งอยู่แท้ ๆ แต่จู่ ๆ ก็หยุดลงและยืนยื้มซะอย่างงั้น ไม่เข้าใจไอ่หมอนี่เลยจริง ๆ
“นี่นายน่ะ มากับฉันแปปหนึ่งสิ!”
เพียงดาวจับแขนตูนแน่นและพาเขาไปที่ลับตาคน และเธอก็ปล่อยมือออก
“อะไรของเธอเนี่ย จู่ ๆ ก็ลากมาที่ไหนก็ไม่รู้ หิวอีกแล้วเหรอ”
เธอกอดอกแน่น แววตาและท่าทางของเธอกำลังบ่งบอกออกมาว่าตอนนี้เธอกำลังจริงจัง
“ฉันอยากถามมานานแล้ว นายน่ะ ทำไมถึงใช้ชีวิตอยู่กับการ์ตูนได้มีความสุขขนาดนี้ล่ะ?”
“เธอหมายความว่าไงเหรอ?”
“นายน่ะ... ไม่สนเลยเหรอว่าคนรอบข้างจะว่าไง ไม่สนเลยเหรอว่าจะโดนนินทาว่าร้ายยังไงบ้าง ทำไมถึงทำตัวแบบนั้นได้แบบไม่รู้สึกทุกข์ร้อนอะไรเลยล่ะ นายไม่เจ็บใจบ้างหรือไงเวลาที่โดนด่าลับหลังน่ะ!!!”
เพียงดาวะเิอารมณ์โมโหออกมาแบบไม่ปลี่ไม่มีขลุ่ย ซึ่งตูนก็ไม่ได้รู้สึกโกรธหรือเกลียดเธอเลยถึงแม้เธอจะมาโมโหใส่เขาแบบนี้
“ก็ฉันเป็แบบนี้แล้วฉันมีความสุขนี่นา นี่มันชีวิตของฉัน ฉันเป็คนเลือกเดินเอง พ่อแม่ของฉันมักบอกเสมอว่าจะใช้ชีวิตยังไงก็ได้แต่ต้องมีสติและอยู่ในศีลธรรม คนที่นินทาหรือคนที่ว่าร้ายนั่นนะ ฉันไม่สนใจหรอกนะ พวกเขาเป็ใครก็ไม่รู้ ถ้าพวกเขามาเตือนด้วยคาวมหวังดีฉันก็พร้อมจะรับฟัง แต่ถ้ามาแบบประสงค์ร้ายฉันก็ไม่สนใจ เพราะคนพวกนั้นไม่ได้มีส่วนอะไรในชีวิตฉันอยู่แล้ว เดี๋ยวนาน ๆ ไปก็ลืมไปหมดแล้ว แต่ถ้าเกิดพวกเขาสร้างข่าวลือให้ภาพลักษณ์ฉันเสียหายล่ะก็ ฉันไม่ปล่อยไว้แน่ ฮ่า ๆ ฉันน่ะมีเพื่อนไม่เยอะหรอกนะ เพื่อนทุกคนมีส่วนในชีวิตของฉัน ถ้าขาดใครไปสักคนฉันคงเสียใจแย่ เธอก็เหมือนกัน เธอก็เป็เพื่อนฉัน ถ้าเธอรู้สึกเศร้า ฉันก็จะรู้สึกเศร้าตามไปด้วย มีอะไรก็บอกฉันได้นะ ฉันจะช่วยเธอเอง!”
เพียงดาวเงียบไปสักพักเพื่อให้อารมณ์เย็นลง เธอไม่พูดอะไรและหันหลังกลับไป
“นายนี่มองโลกในแง่ดีชะมัด... ฉันกลับล่ะ”
แต่ไม่ทันที่เธอกำลังจะเดินออกไป ก็ได้มีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งวิ่งมาชนเข้าอย่างจังจนเธอล้มลงไปกับพื้น
“แฮ่ก... แฮ่ก... อะไรของมึงวะอีเxี้ยนี่!! จะขวางทางทำเxี้ยไรวะ!!”
“แม่งดูท่าทางลูกคุณหนูว่ะ รีบ ๆ เอาเงินอีดxกนี้แล้วไปกันดีกว่า! ก่อนที่ไอ่ 3 คนนั้นจะตามมมา!!”
ที่แท้ก็เป็กลุ่มเดียวกันกับที่พวกเขาเจอเมื่อกี้ กำลังวิ่งหนีพวกของไบรท์อย่างหัวซุกหัวซุน เคราะห์ซ้ำกรรมซัด หนีเสือดันปะจรเข้ซะงั้น
“เฮ้ย... อย่ามายุ่งกับเพื่อนฉันนะเว้ย” เสียงทุ้มต่ำแสดงออกมาถึงความไม่พอใจ
“อะไรของไอ่เตี้ยนั่นวะ! พวกมึงไปทำให้มันหุบปากดิ๊!”
ทางฝั่งของไบรท์และเพื่อนของเขาที่วิ่งตามมา ก็ได้เจอกับเพียงดาวที่เดินออกไปด้วยท่าทางอารมณ์ไม่ค่อยดีจากบริเวณนั้น เมื่อพวกเขาไปที่จุดเกิดเหตุก็พบว่ากลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนั้นนอนหมดสภาพอยู่บนพื้นโดยฝีมือของเด็กหนุ่มตัวเล็กที่พวกเขารู้จักดี
“ฮ่า ๆ ไอ่พวกนี้ดวงซวยชะมัด ไปทำบุญซะบ้างนะ”
“น่าสงสารจริง ๆ สงสัย่นี้พวกมันคงดวงตก”
ไบรท์นิ่งเงียบไม่พูดอะไร ก่อนที่จะเดินเข้าไปกอดคอของตูนและเริ่มแซว
“อะไรกัน~ โดนสาวทิ้งซะแล้วเหรอเ้าตัวเล็ก~ ให้ฉันช่วยไหม~”
“ทิ้งเทิ้งอะไรกันเล่า!!”
เอาไงดีล่ะทีนี้ แล้วเราจะไปคุยกับผอ.ประเสริฐยังไงดีล่ะเนี่ย!!!?
ดูเหมือนว่าจะลงรอยกันไม่ค่อยสวย ทำไมเพียงดาวต้องโมโหขนาดนั้น เธอมีความหลังอะไรฝังใจอยู่กันแน่? ตูนกับเพียงดาวจะกลับมาคืนดีกันได้ไหม รอติดตามชม
...
ณ สถานที่แห่งหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็ที่รวมตัวของพวกแก๊งซิ่ง
กลุ่มนักเลงที่ได้ลิ้มรสมือและเท้าของตูนเข้าไป ก็กำลังเดินเข้าไปขอความช่วยเหลือจากใครบางคน พวกมันเดินเลึกข้ามาและได้มาหยุดอยู่ตรงหน้าของชายร่างใหญ่คนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้าของที่นี่
“ผมขอโทษครับลูกพี่ พวกมันมาเยอะ พวกผมสู้ไม่ได้เลย”
ใครจะไปกล้าบอกล่ะว่าโดนคนตัวเล็ก ๆ เล่นงานมาน่ะ
ชายที่ถูกเรียกว่าลูกพี่ยืนขึ้นมา และเดินเข้าไปหาคนพวกนั้น
“งั้นเหรอ... ไปโดนใครเล่นมาล่ะ”
“เด็กโรงเรียนเบียวศาสตร์ครับลูกพี่”
ทันทีที่ได้ยินชื่อโรงเรียน บรรยากาศรอบตัวของชายที่ถูกเรียกว่าลูกพี่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาตัวสั่นไปทั้งตัว แววตาของเขาฉายออกมาให้เห็นถึงความแค้นที่เขาสะสมไว้เป็เวลานาน เขาฉีกกว้างยิ้มออกมาด้วยความกระหาย มือไม้สั่น้าที่จะปะทะ
“เบียวศาตร์เหรอ... เบียวศาตร์เหรอ...? เบียวศาตร์เหรอ!!!!??” พูดจบ เขาก็ได้เหวี่ยงกำปั้นอันใหญ่โตเข้าไปที่หน้าของลูกน้องที่มารายงาน จนลูกน้องคนนั้นปลิวออกไปพร้อมกับใบหน้าที่ยุบลงไปตามรอยหมัด
“พอได้ยินชื่อนี้แล้วก็รู้สึกเจ็บจี๊ดที่แผลขึ้นมาทันทีเลยว่ะ!! งั้นก็ดี!! เป้าหมายต่อไป! กลับไปเยี่ยมเพื่อนที่โรงเรียนเก่าซักหน่อยดีกว่า พวกมึงทุกตัวพร้อมกันไหม!!!”
“เฮ้!!!!!!”
พวกลูกน้องมากมายที่อยู่รายล้อมจนนับจำนวนไม่ได้ เห็นหัวหน้าของตนโกรธจนเืขึ้นหน้าก็เกิดฮึกเหิมไปตาม ๆ กัน พร้อมที่จะออกล่าเด็กโรงเรียนนี้ทันที
ไอ่แก๊งซิ่งนี่มันมีความแค้นอะไรกันแน่ ไอ่โรงเรียนนี้โจทย์เยอะจริง มันไปสร้างวีกรรมอะไรไว้นักหนา ดูท่าคราวนี้จะไม่ใช่หมู ๆ ซะด้วย ต่อยคนจนหน้ายุบได้ บอกว่าอย่ามีเื่แล้วแท้ ๆ เชียว โปรดติดตามตอนต่อไป