บทที่ 5 แจ้งความแม่สามีข้อหาฆาตกรรม (1)
จางอวิ๋นม่านยืนตระหง่านอยู่หน้าสถานีตำรวจ สายตาของเธอเ็าราวกับน้ำแข็ง พร้อมพึมพำกับตัวเองย้ำชัดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดหนักแน่นว่า
"ถึงตอนนี้ฉันจะยังจัดการกับพวกแกทั้งครอบครัวพร้อมกันทีเดียวไม่ได้ แต่ขอสาบานไว้ตรงนี้เลยว่า ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้พวกแกอยู่กันอย่างสงบสุขแน่นอน!"
จู่ๆเธอก็ใช้มือขยี้ผมตัวเองอย่างแรง จากที่ไม่เป็ทรงอยู่แล้ว มันก็ยิ่งดูยุ่งเหยิงมากไปกว่าเดิม ธารน้ำตาค่อยๆเอ่อล้นอยู่ในดวงตาคู่นั้นจนเป็ประกายแวววาว ก่อนจะตบเท้าเข้าไปในสถานีตำรวจอย่างรวดเร็ว สองมือคว้าจับแขนของตำรวจนายหนึ่งไว้แน่น ร่างทั้งร่างทรุดฮวบลงคุกเข่ากระแทกกับพื้นเสียงดัง "ตุ้บ!" ต่อหน้าต่อตาเขา
"คุณตำรวจคะ! มีคนจะฆ่าลูกสาวของฉันค่ะ! ได้โปรดช่วยลูกสาวของฉันด้วยนะคะ!"
ตำรวจนายนั้นที่ถูกจางอวิ๋นม่านจับตัวไว้แน่น เป็ตำรวจหนุ่มหน้าใหม่ชื่อว่าไต้อัน เขาเพิ่งย้ายเข้ามารายงานตัวที่สถานีตำรวจแห่งนี้ได้ไม่นานนัก กล่าวได้ว่าปฏิญาณเพื่อพิทักษ์สันติราษฎร์แด่ประชาชนของเขาผู้นี้ มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมล้น อีกทั้งยังกระตือรือร้นและ้าจะพิสูจน์ตัวเองผ่านการไขคดีใหญ่ๆสักคดีด้วย ทันทีที่ได้ยินคำว่า "ฆ่า" เขาก็ถึงกับตื่นตัวหัวใจเต้นแรงขึ้นฉับพลัน
ไต้อันรีบใช้สองมือจับประคองจางอวิ๋นม่านที่กำลังคุกเข่าอยู่กับพื้น ให้ลุกขึ้นมาอย่างสุภาพอ่อนโยน ขานตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมั่นคงว่า
"พี่สาว คุณลุกขึ้นมาก่อนเถอะครับ พวกเราเป็ตำรวจ ย่อมมีหน้าที่ทำงานรับใช้ประชาชนอยู่แล้ว เมื่อประชาชนมีปัญหา เราก็ต้องช่วยเหลืออย่างแน่นอน!"
เมื่อคำว่า "ฆ่า" ดังขึ้น ตำรวจจำนวนมากในนั้นก็รีบเข้ามารายล้อมรอบตัวจางอวิ๋นม่านและไต้อันในทันที
เกิดการฆาตกรรมขึ้นงั้นเหรอ?! เมืองซ่างชิ่งสงบสุขมานานหลายปีแล้ว แทบจะไม่เคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมอะไรเลย
จางอวิ๋นม่านนั่งอยู่บนเก้าอี้ เธอร้องห่มร้องไห้ออกมาแทบขาดใจ น้ำตาไหลพรากคู่เคียงเสียงสะอึกสะอื้นดังกึกก้อง
"เมื่อไม่กี่วันก่อน ลูกสาวคนเล็กของฉันถูกคนผลักตกหน้าผา ที่ศีรษะได้รับาเ็สาหัส อาการร่อแร่ใกล้ตาย แต่แม่สามีของฉันกลับไม่ยอมพาเธอไปโรงพยาบาล มิหนำซ้ำยังอาศัย่ที่ฉันเผลอ แอบอุ้มลูกสาวของฉันไปที่ห้องเก็บฟืน แล้วพยายามใช้มืออุดปากอุดจมูกเพื่อฆ่าเธอให้ตายด้วย!"
"ถ้าฉันไม่ได้รู้สึกถึงความผิดปกติอะไร ป่านนี้ลูกสาวของฉันคงขาดอากาศหายใจตายไปแล้วก็ได้!"
เหตุการณ์เพียงไม่กี่เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ มันมีน้ำหนักมากเพียงพอที่จะพลิกความเชื่อของจางอวิ๋นม่านที่มีมาตลอดหลายสิบปีเลยทีเดียว
ลูกสาวคนเล็กรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด
สามีที่เคยรักใคร่เชื่อใจ กลับแอบนอกใจเธอมาตั้งนานไม่รู้กี่ปี
เดิมที เธอเพียง้าตีหน้าเศร้าเล่าความจริงเท่านั้น แต่เมื่อได้พูดได้ระบายออกไปเรื่อยๆ เธอกลับค่อยๆเพิ่มใส่ความรู้สึกที่กำลังท้อแท้สิ้นหวังจริงๆผสมโรงเข้าไปด้วย
ตำรวจรอบข้างต่างจ้องมองไปทางหญิงสาวหน้าตาสวยงามคนนี้เป็ทางเดียว แม้เธอจะสวมใส่เสื้อผ้าเนื้อหยาบสีเทา-ฟ้า แต่นั่นก็ไม่สามารถปกปิดเรือนร่างสัดส่วนที่แสนงดงามของเธอได้เลย หญิงสาวกำลังร้องไห้บอกเล่าถึงชะตากรรมอันเลวร้ายของตัวเองออกมา ทำให้ทุกคนในที่นั้นต่างก็รู้สึกโกรธเป็อย่างมาก
"เป็ย่าประสาอะไร ทำไมจิตใจถึงได้โเี้ขนาดนี้นะ!"
"นี่มันยุคสมัยไหนแล้ว ทำไมยังมีคนที่คิดว่าผู้ชายมีอภิสิทธิ์เหนือกว่าผู้หญิงอยู่อีก? ถึงขั้นคิดฆ่าแกงกระทั่งหลานสาวตัวเองแบบนี้ได้!"
"คนแบบนี้สมควรถูกจับตัวไปดำเนินคดี!"
ขณะที่ทุกคนกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานานั้น จู่ๆก็มีเสียงทุ้มต่ำแฝงด้วยพลังอำนาจดังขึ้นมาจากด้านหลัง
"อะไรกัน? นี่มันสถานีตำรวจหรือว่าตลาดสดกันแน่? ใครที่ไม่เกี่ยวข้องก็กลับไปทำงานของตัวเองซะ ถ้าว่างนักก็ออกไปลาดตระเวนกันให้หมด!"
"สวัสดีครับ/ค่ะ ท่านผู้กำกับ พวกเราจะกลับไปทำงานเดี๋ยวนี้ล่ะครับ/ค่ะ"
"สวัสดีครับท่านผู้กำกับ"
เมื่อได้ยินเสียงนี้ดังขึ้น บรรดาตำรวจที่เดิมมีท่าทางอยากรู้อยากเห็น กลับรีบพากันแยกย้ายหนีไปราวกับหนูที่พบเห็นแมวก็ไม่ปาน
จางอวิ๋นม่านได้ยินเสียงที่คุ้นหูเล็กน้อยนี้เข้า ก็รีบเงยหน้าขึ้นมองทันที น้ำตาที่คลอเอ่อเต็มสองเบ้าทำให้เธอเห็นภาพของชายตรงหน้า ซึ่งมีรูปร่างกำยำสูงใหญ่ได้ไม่ชัดนัก ขาทั้งสองข้างของเขายาวดูมีสง่า และรัศมีที่แผ่ออกมาก็ดุดันน่าเกรงขามยิ่งนัก
จางอวิ๋นม่านร้องไห้จนห้วงสมองความคิดเริ่มทำงานช้าลงเล็กน้อย แต่ก็รู้สึกได้ว่าชายคนนี้ดูคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่ไม่น้อย แต่กลับนึกไม่ออกว่าเคยพบเจอเขาที่ไหนมาก่อน
จางอวิ๋นม่านอาจจำกู่เฉินไม่ได้ แต่กู่เฉินนั้นจดจำเด็กสาวที่เขาเคยเก็บไว้ในใจั้แ่วัยเยาว์ได้ในทันที
“เสี่ยวม่าน เป็คุณใช่มั้ย?”
“จำผมไม่ได้แล้วเหรอ? ผมกู่เฉินยังไงล่ะ”
แววตาของกู่เฉินฉายประกายดีอกดีใจระคนเหลือเชื่อ
"กู่เฉิน?" จางอวิ๋นม่านเผยสีหน้างุนงงไม่เข้าใจ ก่อนที่ความทรงจำจะค่อยๆผุดปรากฏขึ้นตามลำดับ
มันเป็ความทรงจำย้อนกลับไปั้แ่เมื่อหลายสิบปีก่อน เกี่ยวกับพี่กู่เฉินที่เคยอาศัยอยู่ในย่านเดียวกันเมื่อครั้งที่เธอยังเป็เด็ก ตอนนั้นเธอยังเล็กมาก และมักจะวิ่งตามพี่กู่เฉินไปทั่วราวกับลูกเจี๊ยบวิ่งตามแม่ไก่ ถึงแม้พี่กู่เฉินจะดูรำคาญ แต่เขาก็ไม่เคยสลัดเธอทิ้งแล้วหนีไปเล่นคนเดียวเลยสักครั้ง
กู่เฉินเหลียวมองผู้คนที่เดินสวนกันพัลวันไปมารอบตัว และพบว่ากำลังมีใครบางคนแอบมองมาที่เขาสองคนอยู่ จึงได้เอ่ยบอกเสียงเรียบสั้นๆว่า
“ที่นี่ไม่เหมาะจะพูดคุยเท่าไหร่ ตามผมมา”
ในห้องทำงานของผู้กำกับ
“ผมมีแค่น้ำเปล่าต้อนรับ พอจะได้มั้ย?” กู่เฉินเอ่ยบอกพร้อมกับยื่นแก้วน้ำส่งให้จางอวิ๋นม่าน
จางอวิ๋นม่านที่นั่งอยู่ในห้องทำงานของผู้กำกับ มือทั้งสองของเธอถูกันไปมาแก้ประหม่า จ้องมองแก้วน้ำในมือของเขาด้วยท่าทีเก้ๆกังๆ ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยพร้อมเอ่ยถามออกไปว่า
“พี่กู่เฉิน ทำไมพี่ถึงมาอยู่ที่เมืองซ่างชิ่งนี้ได้ล่ะ? ฉันจำได้ว่าพี่ไปเป็ทหารนี่นา แล้วจู่ๆพี่มาเป็ตำรวจได้ยังไง?”
“พอดีเกิดเื่บางอย่างขึ้นน่ะ ผมก็เลยลาออกจากกองทัพ” กู่เฉินตอบกลับเพียงสั้นๆ เพื่อเลี่ยงที่จะต้องพูดถึงเื่ราวในอดีต ก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อสนทนาทันที “ว่าแต่คุณเถอะ จากที่ฟังคุณเล่ามาคร่าวๆเมื่อครู่ ถือว่าหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะเอาผิดแม่สามีในข้อหาฆาตกรรมได้นะ”
กู่เฉินหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงอดีตของตัวเอง โดยการเปลี่ยนไปพูดถึงเื่คดีความแทน ขณะที่จางอวิ๋นม่านยังคงแสดงสีหน้าท่าทางประหม่าและไม่มั่นใจในสิ่งที่ตัวเองจะทำต่อไป
++++
ใครอ่านไม่จุใจ อยากอ่านแบบรวดเดียวยาวๆ70ตอน สามารถไปตามต่อได้แบบE-bookในเด็กดีได้เลยนะครับบ
ลิ้งE-bookด้านล่างนี่เลยจ้าา
>>จิ้มตรงนี้เลย!!!<<