เมิ่งซื่อยิ้มต้อนรับบุคคลทั้งสองเข้ามาในบ้าน
“ท่านแม่ ท่านป้า พวกท่านมาได้อย่างไร?” เฉียวซื่อกวาดตามองหญิงทั้งสองแล้วถามเสียงเบา
เฉินซื่อรินชาให้ทั้งสองคน
“ท่านยายมาแล้ว” เด็กทั้งสองวิ่งเข้ามาออดอ้อนยายของตนเอง
ม่ายซุ่ยและเซียวอวิ๋นเหนียงต่างก็เข้าไปทำความเคารพ
เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม มารยาททั้งหลายก็ขาดไม่ได้เช่นกัน
“พวกเรามาเที่ยวทะเล ก็เลยแวะมานั่งเล่นเสียหน่อย” มารดาของเฉียวซื่อตอบอย่างตะกุกตะกักสายตาของนางจับอยู่ที่ม่ายซุ่ยตลอดเวลา มุมปากขยับนิดๆ “นี่คงจะเป็ภรรยาของจิ่งเถียนสินะรูปร่างหน้าตาสวยไม่เบา มิน่าเล่าพวกเ้าถึงต้องเอาแป้งสาลีตั้งหนึ่งกระสอบไปเป็สินสอด!”
“นั่นน่ะสิพี่สะใภ้...พวกท่านแต่งสะใภ้ที่ยอดเยี่ยมเข้าบ้านเลยนะนี่!” มารดาของเฉินซื่อก็มองม่ายซุ่ยอย่างประเมินไม่หยุดถามเสียงเรียบว่า “สะใภ้เล็กข้าได้ยินมาว่า เ้าเป็หลานสาวของม่ายซานเฉวียนแห่งหมู่บ้านม่ายเจียวาหรือ?”
“ใช่เ้าค่ะ” ม่ายซุ่ยตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำมีความมั่นใจ
“เช่นนั้นลุงของเ้าก็ได้กำไรอยู่มากโข เขาคงจะให้ติดตัวกลับคืนมาไม่น้อยสินะ!” มารดาของเฉียวซื่อถามอย่างมาดร้าย
“ท่านป้าลุงของข้าไม่ได้ให้อะไรข้าติดตัวมาเลย” ม่ายซุ่ยตอบตามความจริงถึงแม้นางจะดูออกว่าทั้งสองไม่ได้มาด้วยเจตนาดี แต่เื่ที่นางไม่มีสินสอดกลับมานั้นเป็เื่จริงคนที่ตระกูลเซียวต่างรู้ดีไม่มีเหตุผลที่จะปิดบัง และถึงแม้อยากจะปิดบังก็ทำไม่ได้
“ไม่มีสินสอดกลับมา?”มารดาของเฉินซื่อหัวเราะเ็า หันกลับไปมองเมิ่งซื่อแล้วพูดว่า “เมิ่งซื่อถ้าหากข้าจำไม่ผิดละก็ตอนที่ลูกสาวแต่งงานมาพวกเราให้หีบไม้สาลี่กลับมาคู่หนึ่งนะ อีกทั้งสินสอดที่พวกท่านให้ก็เป็แค่ธัญพืชและเศษข้าวสิบห้ากิโลเท่านั้นหรือว่าที่จริงแล้วตระกูลเซียวของท่านมีมาตรฐานแต่งสะใภ้ไม่เหมือนกัน?”
“ใช่ๆ พวกเราตระกูลเฉียวก็ให้สินสอดกลับมาเช่นกัน และสินสอดก็เป็แค่ธัญพืชและเศษข้าวสิบห้ากิโล”มารดาของเฉียวซื่อพูดพร้อมกลอกตาอย่างไม่พอใจ “หรือจะบอกว่าภรรยาที่เ้าสามลูกของท่านแต่งมามีค่าสูงส่งดั่งทองแต่ลูกสาวของพวกเราไม่มีค่าเช่นนั้นหรือ?”
“พวกท่านอย่าพูดเช่นนี้เลย สะใภ้แน่นอนว่าต้องเหมือนกัน ไม่มีลำเอียงแน่นอน”เมิ่งซื่อดูออกว่าทั้งสองมาด้วยเหตุผลอันใด พูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า “สินสอดแต่งงานเมื่อหลายปีที่แล้วก็เป็ธัญพืชและเศษข้าวสิบห้ากิโลทั้งนั้น”
“เมื่อหลายปีที่แล้วเป็เช่นนี้พวกเราก็ไม่มีสิ่งใดจะพูด แต่สินสอดปัจจุบันนี้ล้วนเป็แป้งสาลีหนึ่งกระสอบหรอกหรือ?” มารดาของเฉินซื่อแกล้งทำเป็ไม่เข้าใจ
“แม้ข้าจะไม่ค่อยรู้เื่กว้างขวาง แต่ก็ไม่เคยได้ยินว่าเป็เช่นนี้”มารดาของเฉียวซื่อพูดเหน็บแนม “วันก่อนข้าได้ยินหลี่ต้าหนิวเพื่อนบ้านประกาศหาภรรยาก็ให้สินสอดเป็ธัญพืชและเศษข้าวยี่สิบกิโลเท่านั้น ดูท่าว่าตอนนี้จะมีก็แต่ตระกูลเซียวที่ร่ำรวยจนสามารถให้แป้งสาลีหนึ่งกระสอบเป็สินสอดได้”
แป้งสาลีหรือกระสอบเท่ากับยี่สิบห้ากิโล
มากกว่าสินสอดของสะใภ้สองคนรวมกันเสียอีก ทำเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?
“ท่านป้าพวกเราตระกูลเซียวให้สินสอดแต่งงานสะใภ้เท่าไหร่นั้นเกี่ยวอันใดกับพวกท่านหรือ?” เซียวอวิ๋นเหนียงพูดเสียงเรียบ“ไม่คิดว่าพวกท่านก้าวก่ายมากไปหรือ?”
คนโง่ก็ยังดูออกว่าสองคนนี้มาหาเื่
“น้องสามีพวกเราต่างก็เป็สะใภ้ของตระกูลเซียว ในเมื่อสินสอดไม่ยุติธรรมเช่นนี้จะไม่ให้พวกข้าออกความเห็นอันใดเลยหรือ?” เฉียวซื่อเมื่อได้ยินเซียวอวิ๋นเหนียงพูดเช่นนี้ก็รีบเถียงอย่างโมโห“อีกอย่างผู้ใหญ่กำลังคุยกัน เ้าอย่ามาพูดแทรก”
“อวิ๋นเหนียงพี่สะใภ้รองของเ้าพูดถูก นี่เป็เื่ที่ผู้ใหญ่คุยกันเ้าไม่เกี่ยว” เมิ่งซื่อกลัวว่าลูกสาวจะทะเลาะกับภรรยาของลูกชายคนรอง จึงส่งสายตาไปทางม่ายซุ่ย“สะใภ้เล็กอาการาเ็ที่แขนของจิ่งเถียนยังไม่หายดี จะต้องกินยาวันละสองครั้ง เดี๋ยวเ้ากับอวิ๋นเหนียงไปต้มยาให้เขาหน่อยนะ”
“เ้าค่ะ” ม่ายซุ่ยรับคำอย่างเข้าใจและรีบพาเซียวอวิ๋นเหนียงออกไปทันที
ในใจเต็มไปด้วยความไม่จริงใจต่อกัน นี่คงจะเป็เครือญาติอันแสนวิเศษในตำนานแน่นอน
“ท่านพี่ทั้งสองขอพวกท่านฟังข้าอธิบายก่อน เซียวจิ่งเถียนลูกชายคนที่สามของเราออกไปอยู่ด้านนอกเสียหลายปีจนเกินวัยที่ต้องแต่งงานตอนนี้เขาก็อายุไม่น้อยแล้วและก็กว่าจะกลับมาอยู่บ้านได้ก็ไม่ง่าย คนเป็พ่อเป็แม่ก็อยากให้ลูกสมหวังได้แต่งภรรยาดีๆดังนั้นสินสอดที่ให้ที่จริงก็ถือว่ามากอยู่” เมิ่งซื่อพูดต่อด้วยใบหน้าแต้มรอยยิ้ม“ไม่ใช่ว่าพวกเราลำเอียง แต่แค่ร้อนใจกลัวลูกชายไม่ได้แต่งงานก็เท่านั้นเอง พวกท่านก็เป็แม่เช่นกันหวังว่าท่านทั้งสองจะเข้าใจ”
“เมิ่งซื่อที่พวกท่านร้อนใจหาลูกสะใภ้ให้ลูกชายนั้นมันเื่ของพวกท่านไม่ต้องมาบอกความทุกข์ยากให้พวกเราฟัง” มารดาของเฉียวซื่อพูดเบะปาก “แต่ท่านอย่าลืมเสียล่ะว่าในบ้านมีลูกชายสามคนท่านจะแต่งภรรยาเข้าบ้าน สินสอดก็ควรจะเหมือนกัน ลูกสาวของพวกเราก็ไม่ใช่ว่าคลอดออกมาแล้วจะโตเลยเื่อื่นข้าไม่พูดแล้ว ไหนๆ เมื่อครู่ท่านก็พูดว่าสะใภ้ก็เหมือนกันหมด เช่นนั้นสินสอดก็ต้องเหมือนกันด้วยท่านบอกมาว่าเื่นี้จะทำเช่นไร!”
“ใช่แล้ว ธัญพืชและเศษข้าวสิบห้ากิโลนั้นก็ถือเป็สินสอดที่บ้านพวกเราจะคืนให้เพราะสะใภ้เล็กของเ้าก็ไม่ได้สินสอดกลับมาเช่นกัน” มารดาของเฉินซื่อพูดเสริม “เมื่อคิดเช่นนี้แล้วตระกูลเซียวยังจะต้องให้แป้งสาลีเพิ่มแก่พวกเราครอบครัวละหนึ่งกระสอบ ถึงจะยุติธรรม”
ดูท่าทั้งสองคนคงจะตกลงกันมาเรียบร้อยแล้ว
“เอ่อ...” เมิ่งซื่อพูดอย่างลำบากใจ “ท่านพี่ทั้งสองพวกท่านทำเช่นนี้พวกเราก็ลำบากใจพวกเราจะไปหาแป้งสาลีสองกระสอบนั้นมาจากที่ใดกัน?”
หมู่บ้านหยวีจุ่ยอยู่ใกล้กับทะเลมากเกินไป ทำให้ไม่เหมาะสมที่จะปลูกข้าวสาลีทุกบ้านจะต้องขึ้นไปปลูกบนเขาซึ่งก็ได้เพียงเล็กน้อย ่ตรุษจีนก็นำมาทำหมั่นโถวทีละน้อยในไร่นามีแต่ธัญพืชตระกูลข้าวฟ่าง แป้งสาลีกระสอบนั้นที่นำไปสู่ขอม่ายซุ่ยพวกเขาต้องประหยัดกินประหยัดใช้อยู่สองปีเต็มจึงเก็บรอมมาได้ถือว่าเป็ของมีค่าที่สุดเลยก็ว่าได้
ส่วนสถานการณ์ปัจจุบันคือธัญพืชหนึ่งกิโลแลกข้าวสาลีได้เพียงครึ่งกิโลถ้าหากต้องนำธัญพืชทั้งหมดในบ้านไปแลกเป็ข้าวสาลีกับผู้อื่นเช่นนั้นยิ่งขาดทุน
“จะหามาได้หรือไม่นั้นมันเื่ของพวกท่าน” มารดาของเฉียวซื่อพูดอย่างไม่แยแส“หากไม่เพิ่มสินสอดให้แก่พวกเรา เช่นนั้นพวกเราก็คงต้องพาลูกสาวกลับบ้านเสียแล้ว ถึงอย่างไรฝูเถียนกับกุ้ยเถียนก็ไม่ใช่ลูกแท้ๆของท่าน ท่านคงไปเสียดายภรรยาของทั้งสองคนหรอก เพราะท่านก็มีสะใภ้เล็กผู้เป็ภรรยาของจิ่งเถียนลูกชายท่านอยู่แล้วทั้งคน”
“ใช่ๆ ลูกรัก เ้ากลับห้องไปเก็บของ พวกเรากลับบ้านกัน” มารดาของเฉินซื่อพูดหน้าถมึงทึง “เขาไม่เสียดายไม่สนใจเ้า เ้ายังจะอยู่บ้านเขาไปทำไม!”
“ไปท่านแม่ พวกข้าจะกลับบ้านไปกับพวกท่าน” เฉินซื่อกับเฉียวซื่อรีบอุ้มลูกลงจากโต๊ะผิงไฟทันทีเก็บข้าวเก็บของ ‘ฮึ! รู้อยู่แล้วว่าแม่สามีผู้นี้จะต้องเสียดายแป้งสาลีไม่ยอมให้เช่นนั้นก็ให้นางอยู่กับสะใภ้เล็กต่อไปเถอะ!’
“ท่านพี่ทั้งสองอย่าพูดเช่นนี้เลย สะใภ้ตระกูลเซียวล้วนเหมือนกันหมด”แม้เมิ่งซื่อจะเห็นลูกสะใภ้ทั้งสองคนเดินออกไปอย่างโมโห แต่นางยังคงพูดด้วยรอยยิ้มเช่นเดิมว่า“พวกท่านดูสิ ตอนนี้พวกผู้ชายออกทะเลกันไปหมด สามีข้าก็ไปทำงานที่ไร่แล้ว เอาเช่นนี้ดีหรือไม่เรารอให้พวกเขากลับมาเสียก่อนค่อยมาตกลงกัน ข้าเป็แม่บ้านแม่เรือน เื่ใหญ่โตเช่นนี้ให้ข้าตัดสินใจไม่ได้หรอก”
“ฮึ! ทีสินสอดของภรรยาเ้าสามท่านยังเป็ผู้ตัดสินใจได้เหตุใดสินสอดของบุตรคนโตและคนรองท่านจึงตัดสินใจไม่ได้แล้วเล่า?”
มารดาของเฉียวซื่อรูปร่างผอมเล็ก แต่แววตากลับแพรวพราวกว่าคนปกติที่หมู่บ้านเฉียวเจียวานางได้รับสมญานามว่า ‘ถึงมีเหตุผลก็ไม่รอด’แม่บ้านธรรมดาทั่วไปไม่มีทางเถียงสู้นางได้
และเนื่องด้วยชื่อเสียงของนาง ทำให้ปัจจุบันนี้เฉียวเอ้อร์เหลียงลูกชายของนางยังไม่สามารถหาภรรยาได้
แต่นางกลับรู้สึกว่าการที่ลูกชายของนางหาภรรยาไม่ได้นั้น เป็เพราะที่บ้านยากจนไม่มีสินสอดมากพอไปสู่ขอภรรยา
ถ้าหากว่าตระกูลเซียวสามารถให้สินสอดเพิ่มแก่นางได้ เช่นนั้นเฉียวเอ้อร์เหลียงลูกชายนางก็จะได้มีภรรยาสมใจเสียที
ในระหว่างที่มารดาของเฉียวซื่อพูดนั้น ในใจก็คิดเื่นี้เป็ร้อยเป็พันครั้ง
“เมิ่งซื่อขอเพียงแต่ท่านตอบตกลง สามีเ้าจะต้องเห็นด้วยเป็แน่ทั้งสองคนล้วนเป็ลูกชายแท้ๆ ของเขา ข้าไม่เชื่อว่าเขาจะลำเอียง” มารดาของเฉินซื่อแม้ดูหน้าตาจิตใจดีมีเมตตาแต่คำพูดที่นางพูดออกมากลับไม่ใช่ นางรู้สึกว่าการที่เป็มารดาของลูกสาวที่แต่งงานมาจะต้องออกหน้าให้ลูกสาวมีที่ยืนในบ้านของสามี ไม่เช่นนั้นลูกสาวนางอาจจะถูกแม่สามีข่มเหงรังแกเอาได้
นางไม่มีลูกชาย ลูกสาวสามคนในบ้านต่างก็แต่งงานไปหมดแล้ว นางจึงไม่กลัวโดนใครลอบกัดหรือว่าร้าย
ถ้าหากนางสามารถเอาแป้งสาลีกระสอบนี้กลับบ้านไปได้ เช่นนั้นที่บ้านนางก็จะมีชีวิตความเป็อยู่ที่ดีขึ้น
ในระหว่างที่ผู้ใหญ่คุยกันเฉินซื่อกับเฉียวซื่อก็เก็บของเสร็จแล้วจากนั้นก็พาบุตรทั้งสองออกจากบ้านไปอย่างโมโห
ม่ายซุ่ยเห็นแล้วก็ใเล็กน้อย
‘คนที่บ้านนี้สุดยอดจริงๆ ไม่พอใจ ทะเลาะกัน ก็ออกจากบ้านไปเลยเช่นนี้?’
ที่ประตูบ้านตระกูลเซียวมีชาวบ้านมารุมล้อมดู ทุกคนต่างมองเข้าไปในบ้านต่างก็อยากรู้ว่าแท้จริงแล้วตระกูลเซียวเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“ลูกสะใภ้พวกเ้าไปไม่ได้นะ!” เมื่อเมิ่งซื่อเห็นว่าลูกสะใภ้สองนางจะออกจากบ้านไปจริงๆ ก็รีบวิ่งออกไปขวางไว้ไม่ให้พวกนางไปพร้อมพูดหว่านล้อม “มีอะไรพวกเราคุยกันดีๆ เถิด อย่าทำเช่นนี้ให้ชาวบ้านเขาหัวเราะเยาะนินทาเอาได้”
“ท่านไม่ต้องมาขวาง สรุปว่าท่านตอบตกลงหรือไม่ตกลง” มารดาของเฉินซื่อพูดด้วยความโมโห“ตอบตกลงพวกเราก็อยู่ ไม่ตกลงพวกเราก็ไป”
“ตกลง ข้ารับปากพวกเ้า” เมิ่งซื่อได้แต่ตอบตกลงพูดทั้งน้ำตา“รอบิดาของพวกเ้ากลับมา ข้าจะไปตกลงกับเขาว่า เราจะสามารถให้สินสอดเพิ่มแก่พวกเ้าได้อย่างไรบ้าง”
“ท่านแม่ถ้าพวกนางอยากไปก็ให้พวกนางไปเถิด ข้าไม่เคยได้ยินว่ามีการให้สินสอดเพิ่มกันด้วยพวกนางแค่มาหาเื่ก็เท่านั้น” เซียวอวิ๋นเหนียงกำลังต้มยาอยู่ที่ลานบ้านกับม่ายซุ่ยเมื่อได้ยินพวกนางพูดเช่นนั้นกับมารดาก็โมโหจนทนไม่ไหว เอาฟืนยัดใส่มือม่ายซุ่ยแล้วรีบเดินมาทันที“พวกท่านรวมหัวกันมารังแกมารดาของข้า คิดว่าเป็ตัวเองเป็ใครกัน?”
ชาวบ้านที่ยืนดูอยู่หน้าบ้านต่างก็พากันปิดปากหัวเราะ พวกเขาไม่รู้หรอกว่าที่บ้านตระกูลเซียวมีเื่อะไรกันแต่รู้ว่าลูกสาวบ้านนี้ไม่ธรรมดา ไม่ใช่ใครจะต่อกรด้วยง่ายๆ
“ใครรังแกพวกเ้ากัน?เห็นชัดๆว่าพวกเ้าต่างหากที่รังแกพวกเราก่อน” มารดาของเฉียวซื่อโมโหจนเืขึ้นหน้า นางเดินไปที่หน้าประตูพร้อมพูดเสียงดังว่า“พวกท่านช่วยพิจารณาด้วย ล้วนเป็สะใภ้ตระกูลเซียวเช่นเดียวกัน แต่กลับแบ่งแยกชนชั้นให้สินสอดไม่เท่ากัน พวกข้าควรจะขาดทุนเช่นนี้หรอกหรือ?”
ชาวบ้านเมื่อได้ยินก็ค่อยๆ ถอยหลังไป
แม้แต่ศาลยุติธรรมยังยากที่จะตัดสินคดีความ แล้วใครกันจะกล้าออกหน้าออกความเห็นเื่ของผู้อื่น
“ท่านพี่ทั้งสองพวกท่านไม่ต้องพูดแล้ว สินสอดพวกนี้พวกเราจะให้เอง”เมิ่งซื่อพูดพร้อมเช็ดน้ำตา “พวกเราให้แล้ว พอใจหรือยัง!”
ด้วยสถานะของนางทำให้ทำตัวลำบาก อีกทั้งยังเป็คนจิตใจดี ไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่บีบบังคับคนเช่นนี้ได้
“ท่านแม่ยิ่งท่านยอมมากเท่าไหร่ พวกนางก็ยิ่งได้คืบจะเอาศอกยิ่ง้ามากขึ้นเท่านั้น สินสอดนี้ให้ไม่ได้!” เซียววิ๋นเหนียงเมื่อได้ยินยิ่งโมโห นางหันมองไปที่เฉินซื่อเฉียวเฉิน“อย่ามาเอะอะก็เอาเื่หนีกลับบ้านมาขู่พวกเรา จะไปก็ไปไม่มีใครขวางพวกเ้า!”
“อวิ๋นเหนียงเ้าหยุดพูดเดี๋ยวนี้ เ้าไม่เกี่ยวกับเื่นี้”เมิ่งซื่อพูดเสียงแหบแห้ ง“กลับห้องของเ้าไปเสีย” ด้วยอารมณ์ร้อนของลูกสาว จะรังแต่ทำให้เื่ราวยิ่งยุ่งยากเข้าไปใหญ่
“ลูกรัก พวกเราไปกันเถอะ” มารดาของเฉียวซื่อดึงมือเฉียวซื่อพร้อมพูดด้วยความโมโหว่า “ข้าดูออกแล้วว่าบ้านนี้ลูกสาวเป็ใหญ่ ชีวิตคู่ของเ้านี้คงต้องจบสิ้นเสียแล้ว”
“ไปๆๆ ไม่ต้องอยู่แล้ว” มารดาของเฉินซื่อก็ดึงเฉินซื่อเดินไปเช่นกัน
ไหนๆ ก็ฉีกหน้ากันแล้ว เช่นนั้นก็ร้ายให้สุดเสียเลยแล้วกัน!
เฉินซื่อและเฉียวซื่อเกิดอาการลังเล
สามีของพวกนางออกทะเลไปอีกสองชั่วโมงพวกเขาก็จะกลับมากันแล้วถ้าหากพวกนางกลับบ้านกับมารดาไปแล้วปลาที่หามาได้ใครจะนำไปขายเล่า?
“ลูกสะใภ้พวกเ้าอย่าไปเลย มีอะไรก็คุยกันดีๆ เถิด” เมิ่งซื่อเดินเข้ามาจับสะใภ้สองคนไว้แต่กลับถูกมารดาของเฉินซื่อผลักออก เท้าของเมิ่งซื่อไม่ได้ยืนมั่นคงในตอนแรกทำให้เมื่อถูกผลักก็เกือบล้มลงกับพื้น
เซียวอวิ๋นเหนียงเมื่อเห็นภาพนั้นก็ยิ่งโมโห รีบวิ่งเข้าไปประคองมารดาไว้จากนั้นผลักมารดาของเฉินซื่อ “จะเอายังไง?ลงไม้ลงมือกันเลยหรือ!”
“ใครลงไม้ลงมือ ข้าไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย” มารดาของเฉินซื่อเมื่อถูกเซียวอวิ๋นเหนียงผลักคืนนางก็ยิ่งโกรธจึงด่าทอว่า “หญิงสาวเช่นเ้า ดุร้ายขนาดนี้ใครจะกล้ามาแต่งเ้า!”
“ใครจะแต่งไม่แต่งข้า มันเกี่ยวอะไรกับท่าน” เซียวอวิ๋นเหนียงโกรธจนหน้าแดงก่ำจากนั้นไล่ต้อนพวกนางออก “ไปๆๆ ไปแล้วไม่ต้องกลับมานะ”
พวกนางห้าคนเกิดการปะทะยื้อยุดด่าทอกันไปมา
เด็กทั้งสองใจนร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่น
ความชุลมุนเกิดขึ้นที่หน้าประตูบ้าน
“หยุดเดี๋ยวนี้!”เซียวจิ่งเถียนเดินหน้าถมึงทึงออกมาจากห้องทางทิศใต้ ยกเท้าถีบประตูบ้านที่แง้มอยู่เปิดออกจนสุดพร้อมพูดเสียงเข้มว่า“พวกเ้าไสหัวออกไปให้หมด!”
เสียงเขาไม่ดังแต่กลับทำให้รู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่ไม่ปกติ
มารดาของเฉินซื่อและเฉียวซื่อต่างก็ใเป็อย่างมาก ตอนนั้นเองที่นึกขึ้นมาได้ว่าบุตรชายคนที่สามของตระกูลเซียวเคยเป็โจรมาก่อนอีกทั้งยังสามารถฆ่าคนได้โดยไม่กะพริบตา จึงรีบดึงลากลูกสาวของตนวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต
ชาวบ้านที่มารุมดูต่างก็รีบแยกย้ายไปในตอนนี้เอง
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/989b72eeb7cc486fe81b7f5e2bdce5a8
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่ Fisherman หนุ่มประมงที่รักที่ไหน ขอฝากแฮชแท็ก #Fishermanหนุ่มประมงที่รัก #readAwrite ด้วยน้า