ฮองเฮา วิ่งหนี การไล่ล่าของใต้เท้าจาง ไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่สามารถหนีพ้นเงื้อมมือของใต้เท้าจางได้เนื่องจาก การกำจัด จิ้งจอกเก้าหางได้เขียนเป็ตำรา ที่ตกทอด ของตระกูลจาง นางจิ้งจอกถูกล้อมกรอบโดน ทหารองครักษ์ และใต้เท้าจาง ไท่จือตรงหน้าผานั่น ไม่สามารถไปต่อได้ ฮ่องเต้วิ่งเข้ามาขว้างคนทั้งหมดไว้
“ใต้เท้าจางได้โปรดอย่า ฆ่านางเลย”
“ฝ่าานางเป็ปีศาจ ไม่อาจอยู่ร่วมกันกับฝ่าาได้”
“นางไม่เคยทำเื่ใดผิดต่อข้าทุกอย่างที่นางทำเพราะข้าเต็มใจทั้งสิ้น”
“เสด็จพ่อรวมทั้ง ท่านแม่ด้วยอย่างนั้นหรือ”
“ไท่จือพ่อกับแม่ของเ้าจบสิ้นวาสนากันเพียงเท่านั้น ถึงตอนนี้จะฆ่านางแล้วแม่เ้าจะฟิ้นขึ้นมาหรือไร ตัวข้าเองหากนางเป็อะไรไปก็มีแต่จะเจ็บซ้ำเศร้าโศก เ้าเคยรักใครไหม”ไท่จือก้มหน้านิ่ง ยอมจำนนทำไมจะไม่เคยรักใคร ตอนนี้ วรากรก็ จากเขาไปแล้ว
นางจิ้งจอกกลายร่างเป็ หญิง ใบหน้าเหี่ยวย่น รุ่นราวคราวเดียวกัน ฮ่องเต้
“ฝ่าา ฝานหลิวไร้วาสนา อย่าได้ ผูกพันกันอีกเลยในชาตินี้”
“ข้ารักเ้าฝานหลิว เราจะอยู่ด้วยกัน ฮองเอาขยับตัวจน ติด ขอบเหว
“ฝ่าา อย่าได้อาวรณ์อีกเลยต่อจากนี้ขอฝ่าาดูแลตัวเอง ฝานหลิวสิ้นวาสนาแล้วทิ้งตัว ลงจากผาสูง ฮ่องเต้ไม่ทัน ที่จะเอื้อมมือคว้าร่างของฮองเอาหายลับไปกับม่านหมอก ฮ่องเต้ทรุดกายลงบนพื้นหยาดน้ำตาไหลรินเป็สาย
หลวนคุนเศร้าโศกเสียใจกับการจากไปของวรากร้าที่จะกล่าวโทษอิงหลิว ยังที่อิงหลิวถูกคุมขัง
“คุณชายหลวนคุนท่านมาช่วยข้าแล้ว”ดีใจจนออกนอกหน้าคิดว่าเขาจะมาช่วย
“เ้า รู้ไหมนางปีศาจว่า ชินอี้จากข้าไปแล้วนางจากไปแล้ว” น้ำเสียงเศร้าสร้อยยากบรรยาย อิงหลิวใบหน้าสลดลง
“อิงหลิว ขอโทษทุกอย่างเป็เพราะอิงหลิวขลาดเขลาไม่กล้าช่วยพี่สาวชินอี้ั้แ่ต้น”
“รู้เช่นนี้ เ้ายังคิดว่าข้าจะมาช่วยเ้าอีกหรือ”แววตาเจ็บซ้ำ
“อิงหลิวรู้ดี อย่างไรเสียคุณชายหลวนก็ไม่อาจเปลี่ยนใจ จากพี่สาวชินอี้ได้ ฉะนั้นไม่ว่าอย่างไรอิงหลิวเอง ก็คงไม่อาจเปลี่ยนใจจากท่าน เช่นนั้นก็ฆ่าอิงหลิวเสียเถิดจะได้ลืมรักคุณชายด้วยความตาย”หลวนคุณหลุบตามองพื้นด้วยคำพูดของอิงหลิวช่างทำให้เขารู้สึกผิดเหลือเกิน รักยาก แต่ลืมรักยิ่งยากกว่า สำหรับเขาแล้วก็เป็เช่นนี้เหมือนกัน เดินไป แก้เชือก ที่มัดมือมัดเท้าอิงหลิวออก
“เ้าไปเสียเถิด ข้าเคยช่วยเ้าครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ก้ยังช่วยปลดปล่อยเ้าแต่หาใช่ด้วยความที่ข้า ชอบเ้าแต่อาจเป็เพราะ์ลิขิตให้ข้าต้องช่วยเ้าอยู่ก่อนแล้ว ไปเสียก่อนที่ใต้เท้าจางจะกลับมา”
“ลาก่อนผู้มีพระคุณของข้าคุณชายหลวนคุน”อิงหลิวะโขึ้นจุมพิตที่ริมฝีปากอุ่นของหลวนคุนเบาๆ ก่อนจะวิ่งหายลับไปในซอกถ้ำที่มืดมิด หลวนคุนทรุดกายลงบนพื้นถ้ำ
หลิ่งจือ แก้เชือกที่ผูกร่างไร้ิญญาของวรากรกอดร่างบางแนบอก ร้องไห้อย่าง ที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะอ่อนแอขนาดนี้
ไท่จือและหลวนคุน กลับมาที่ที่ร่างไร้ิญญาของวรากรอยู่ที่นั่น สายตาของคนทั้งคู่เจ็บซ้ำไม่แพ้กัน ทรุดกายลง มองใบหน้าซีดเผือดของวรากร
“์ได้โปรดอย่าพรากนางไปจากข้าเลย”เป้นความบังเอิญอย่างที่สุดเมื่อทั้งสามพูดประโยคเดียวกันพร้อมกันเหมือนกับนัดกันไว้ โอสถทิพย์ส่องแสงสว่างวาบ ไท่จือหลวนคุน และหลิ่งจือ มองไปจุดเดียวกัน วิ่งไปคว้าโอสถทิพย์ไว้ทั้งสามคน
ภายนอกหิมะขาวร่วงหล่นโปรยปราย ดอกเหมยสีแดงปล่อยกลีบร่วงหล่นลงพื้นเหมือนพรมสีแดง สวยงามตระการตา เหมือนกับจะบอกว่า ชีวิตคนเราเหมือน กลีบ ดอกไม้หากสวยงามจนถึงขีดสุดแล้วก็ต้องรอวันร่วงลบซบดิน ต่อไป