เจียวไฉนั้นเขาคือศิษย์คนที่สองของเ้าสำนักผู้ก่อตั้งและยังเป็หนึ่งในสองบรรพบุรุษของสำนักพิษมารอีกด้วยขอบเขตการบ่มเพาะของเขาสูงถึงระดับนักบุญขั้นกลางเลยทีเดียว(4-6คือขั้นกลางนะเพื่อใครลืม)
"ฮ่าๆๆ ได้สิข้าจะช่วยชี้แนะเ้าสักเล็กน้อยก็แล้วกัน" เจียวไฉพูดอย่างอารมณ์ดี
"เ้าคงจะเป็นักบุญมานานแล้วสินะเพราะระดับปราณของเ้ามันคงที่แล้ว เ้านี้ชังร้ายกาจสะจริงที่หลอกคนทั้งทวีปหยุนเซียว แถมยังโเี้มาเพราะการปิดบังของเ้าคงทำให้ตระกูลหูที่พวกข้าสนับสนุนต้องพ่ายแพ้และถูกทำลาย ฉินจุนเ้านั้นขั่งเหมาะบ่มเพาะวิถีมารมากว่าพวกข้าซะอีก ฮ่าๆๆ" เจียวไฉพูดออกมาพร้อมมองหน้าฉินจุน
ฉินจุนมองหน้าเจียวไฉแล้วยิ้มๆ สิ่งที่เจีนวไฉคิดผิดก็คือการเป็นักบุญของเขา เขาพึ่งเป็นักบุญได้ไม่นานแต่ที่พลังปราณมันเสถียรมากๆเหมือนคนที่อยู่ระดับนี้มานานแล้วนั้นคงต้องยกความดีความชอบให้ระบบแล้วล่ะ
"แค่เ้าคนเดียวคงชี้แนะข้าไม่ไหวหรอกมั้ง ข้าว่าเ้าเรียกบรรพบุรุษของเ้าอีกคนมาดีกว่า" ฉินจุนยิ้มแล้วพูดขึ้น
"สามหาว! เ้าคิดว่าเ้าเป็ใครกันถึงได้มาพูกลามปามเช่นนี้ห๊ะ!" ผู้าุโคนหนึ่งกล่าว
"อะไรกัน ก็ในเมื่อตอนนี้มันก็กำลังดูเราอยู่ทำไมไม่ให้มันออกมาล่ะ ข้าพูดถูกไหม" จากนั้นฉินจุนก็ได้มองไปยังทิศทางหนึ่ง
ทิศทางที่ฉินจุนมองไปนั้นได้มีแรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาทำให้แผ่นดินถึงกับสั่นะเืกันเลยทีเดียว
"ศิษย์พี่ ท่านไม่ต้องออกมาหรอกไอ้เด็กน้อยคนนี้ข้าคนเดียวก็พอแล้ว" เจียวไฉพูดขึ้นมา
แต่ว่าดูเหมือนว่าการพูดจายี้ยวนกวนประสาทของฉินจุนนั้นมันจะอัปมาแบบเต็มหลอด ทำให้บรรพบุรุษอีกคนของสำนักพิษมารนั้นปรากฏตัวออกมาแล้ว
"พวกเ้ามัวแต่ทำอะไรกันอยู่ถึงปล่อยให้มันพูดนั่นพูดนี้อยู่ได้" เฟิงฝูบรรพบุรุษอีกคนของสำนักพิษมารพูดขึ้น
ฉินจุนลอบมองอีกฝ่ายอย่างเงียบๆพร้อมกับวิเคราะห์ไปด้วย ทางด้านของเฟิงฝูเองก็เช่นเดียวกันเขารู้สึกถึงภัยคุกคามที่อธิบายไม่ได้จากตัวของฉินจุน ตัวเขานั้นไม่เหมือนเจียวไฉศิษย์น้องที่ชอบดูถูกดูแคลดคู่ต่อสู้ เขารู้ว่าฉินจุนนั้นก็มีดีไม่เช่นนั้นผู้คนจะมอบฉายาที่ยิ่งใหญ่อย่างาาสยบฟ้าให้เขางั้นรึ
"ฉินจุนเ้าบุกรุกเขามายังสำนักพิษมารเช่นนี้มันหมายความว่าอย่างไร" เฟิงฝูถามเสียงเย็น เขาไม่ประมาณหรือเปิดช่องว่างของตนเองเลยแม้แต่น้อย
"ข้าว่าพวกเ้าก็น่าจะเดาได้นะว่าข้ามาทำไม ที่ข้ามาก็เป็เพราะว่า....ข้าก็ต้องมาดูที่ศึกษาของลูกหลานในตระกูลนะสิ ข้าจะส่งลูกหลานมาร่ำเรียนศึกษาวิชาข้าก็ต้องมาดูสถานที่จริงก่อนสิว่ามันดีไหม ที่ข้าจะฝากฝังลูกหลานร่ำเรียนที่นี้" ฉินจุนยิ้มแล้วพูดด้วยความทะเล้น
ทำให้เหล่าคนที่รอฟังคำตอบอยู่นั้นกัดฟันดังกรอกเส้นเืปูดโปนกันเลยที่เดียว ทุกคนมีคำเดียวกันในหัวที่อยากจะะโออกไปว่า " ไอ้เวณนี้มันกวนส้นxxxจริงๆ "
"ซึ่งพอข้าได้มาเห็นสถา" ฉินจุนยังกล่าวไม่ทันจบเฟิงฝูก็พูดขัดออกมาเสียก่อน
"ถ้าเ้าจงใจจะมากวนประสาทพวกข้าล่ะก็ ก็จงกลับไปซะข้าจะไม่ถือโทษเอาความเ้า" เฟิงฝูพูดออกมาทำให้พวกสำนักพิษมารงงกันเป็ไก่ตาแตก พวกเราจะปล่อยมันไปรึมันมาให้ฆ่าถึงที่แบบนี้เนี้ยนะพวกเขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ
"ฮ่าๆๆ พอดีข้าไม่รีบข้ายังอยากได้คำชี้แนะจากพวกเ้าอยู่น่ะ" ฉินจุนสวนกลับทันที
"ฉินจุนอย่างให้มันมากนักความอดทนของข้าก็มีขีดจำกัดเช่นกัน" เฟิงฝูพูดเสียงเ็า
"ข้าชักจะกลัวแล้วสิ" ฉินจุนยิ้มแล้วพูด
หลังจากคำพูดนั้นของฉินจุนเฟิงฝูก็ได้โจมตีทันที ทำให้ไม่มีใครตั้งตัวได้ทัน แม้แต่พวกสำนักพิษมารก็เช่นกัน
"ฝ่ามืออสรพิษม่วง" เฟิงฝูะโชื่อท่าออก
แต่นี้ถึงจะเป็การโจมตีที่เผลอแต่ฉินจุนก็ระวังตัวตลอดเวลาอยู่แล้วจึงสามารถต้านรับการโจมตีนี้ได้ทัน
ปัง! เสียงสองฝ่ามือปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว
"เ้าคงเป็นักบุญขั้นกลางเป็อย่างน้อยสินะ ถึงได้สลายการโจมตีของข้าได้" เฟิงฝูพูดขึ้น ตัวเขานั้นก็เป็นักบุญขั้นหกกันเลยทีเดียวอีกแค่นิดเดียวเท่านั้นเขาก็จะเป็นักบุญขั้นเจ็ดหรือขั้นสูงอยู่แล้วแต่ฉินจุนดันมากวนการบ่มเพาะของเขาทำให้เขาต้องออกมาก่อน
"สมแล้วที่เ้าอยู่มานานเห็นโลกมามากว่าข้า เพียงการโจมตีครั้งเดียวก็ทำให้ข้าเผยระดับการบ่มได้แล้ว" ฉินจุนกล่างออกมา
"ฉินจุนเราทั้งคู่สู้กันไปก็มีแต่เสียกับเสีย สู้ต่างคนต่างอยู่ลืมเื่บาดหมางไม่ดีกว่ารึ" เฟิงฝูกล่าวอย่างใจเย็น
"พอดีข้าเป็คนความจำดีน่ะ" จากนั้นฉินจุนก็โจมตี หมัดของเขาทั้งรวดเร็วและทรงอำนาจมันพุ่งไปยังเหล่าเ้าสำนักและผู้าุโ ขนิดที่ว่าไม่มีใครมองทันหรือไม่มีใครคิดว่าฉินจุนจะเด็ดขาดถึงเพียงนี้ เ้าสำนักกับเหล่าผู้าุโยังไม่ทันได้พูดอะไรเลยก็หายไปจากตรงนั้นเหมือนไม่เคยมีใครอยู่มาก่อน
เฟิงฝูและเจียวไฉไม่คิดว่าฉินจุนจะลงมืออย่างรวดเร็วเพียงนี้ พวกเขากำลังอึ้งสมองสั่งการไม่ทัน พอพวกเขาเริ่มตั้งสติได้ก็ได้ะโออกมาพร้อมกัน
"ฉินจุนไอ้สารเลวตายซะ!"
การโจมตีพร้อมกันของสองนักบุญนั้นรุงแรงมากฉินจุนได้หายไปจากจุดเดิม และมาโผล่อยู่ข้างหลังของเจียวไฉจากนั้นก็ซัดหมัดใส่เข้าเต็มหลังทำให้เจียวไฉพุ่งตกจากฟ้ากระอักเืคำโตออกมา
"อ้ากๆๆๆ!" เสียงของเจียวไฉร้องดังมาก
"ศิษย์น้อง! ฉินจุนข้าจะไม่ขออยู่รวมโลกกับเ้า" เฟิงฝูพุ่งเข้ามาต่อสู้กับฉินจุน ตอนแรกเขาคิดว่าตัวเองเหนือกว่าแต่ไปๆมาๆเขากลับถูกฉินจุนไล่ต้อนจนเริ่มาเ็หนักขึ้น การต่อสู้ของพวกเขาเหมือนจะนานแต่อันที่จริงแล้วมันพึ่งผ่านไปไม่กี่ลมหายใจเท่านั้น
"อัก! ฉินจุนเ้าแข็งแกร่งมากข้าประมาทเ้าไปหน่อย แต่คราวนี้ข้าจะเอาจริงแล้ว" จากนั้นเฟิงฝูก็ได้ใช้วิชาอะไรสักอย่าง
"วิชาต้องห้ามพิษกลืนโลหิต!" เฟิงฝูพูดออกมา
"ศิษย์พี่วิชานั้นมันวิชาต้องห้ามที่อาจารย์ห้ามฝึกโดยเด็ดขาดนิ ทำไมท่านถึง" เจียวไฉยังพูดมันทันจบ
"ศิษย์น้อง เ้าฉินจุนมันอันตรายกว่าที่พวกเราคิดไว้ ข้าต้องใช้วิชานี้เพื่อฆ่ามันโดยเร็วที่สุด ต่อจากนี้สำนักคงต้องฝากฝังกับเ้าแล้ว" เฟิงฝูกล่าวออกมา
"ศิษย์พี่ ท่าน.." เจียวไฉไม่รู้จะพูดอะไรมันจุกอยู่ในอก แต่ในขนาดที่พวกเขากำลังซึ้งกันนั้นเอง ก็เหมือนมีเสียงมารมาทำลายบรรยากาศความซาบซึ้งนี้ลง
"พวกเ้าจะล่ำลากันอีกนานไหมเนี้ย ข้ายืนเมื่อยแล้วนะ อีกอย่างพวกเ้าไม่ต้องลากันหรอก เพราะว่าข้าจะส่งพวกเ้าไปอยู่ด้วยกันไงล่ะ" ฉินจุนพูดแล้วนำทวนที่ได้รับจากระบบออกมา ทวนแผ่อำนาจการสังหารออกมาจากนั้นฉินจุนก็ได้แทงทวนใส่พวกเขาทั้งคู่
"นั้นมันพลังอะไรกัน แม้แต่วิชาต้องห้ามของข้าก็เทียบไม่ได้งั้นรึ" วิชาต้องห้ามของเฟิงฝูนั้นจะทำให้ผู้ใช้วิชายกระดับฐานการบ่มเพาะของตัวเองเป็ขั้นสมบูรณ์ของระดับนั้นในทันทีแต่ข้อแลกเปลี่ยนก็หนักมากเช่นกัน นั้นหมายความว่าตอนนี้ระดับของเฟิงฝูนั้นยู่ในระดับนักบุญขั้นสมบูรณ์หรือขั้นสิบแล้วนั้นเอง
แต่ชั่งน่าเสียดายนัก ทวนของฉินจุนเป็อาวุธที่ทรงพลังเมื่อรวมกับพลังของฉินจุนด้วยแล้วต่อให้เป็นักบุญระดับสมบูรณ์ก็ตายได้ด้วยการโจมตีเพียงไม่กี่ครั้ง
"ไม่! ข้าจะแพ้งั้นรึทั้งๆที่ข้ายอมแลกทุกอย่างแล้วแบบนี้ ไม่จริง ฉินจุนข้าขอสาปแช่งให้เ้าและตระกูลเ้าไม่ตายดี!!" เสียงสาปส่งของเฟิงฝูนั่นดังก้องอยู่ครู่เดียวจากนั้นจึงค่อยๆหายไป บรรพบุรุษของสำนักพิษมารที่อยู่มาหลายหมื่นปีได้ตายลงแล้ว
"ศิษย์พี่!" เจียวไฉะโออกมา เขาไม่ได้สังเกตุเลยว่าฉินจุนได้มาถึงตัวเขาแล้ว
"เ้าจะะโทำไมเนี้ย ข้าหูจะแตกแล้ว เดี๋ยวข้าจะช่วยส่งเ้าไปอยู่กับศิษย์พี่ของเ้าให้ก็แล้วกันนะเ้าจะได้ไม่เหงา อ้อ..ข้าเกือบลืมพูดเื่สำคัญไปเลย ขอบใจที่ช่วยชี้แนะ" ฉินจุนพูดออกมาไม่รอคำตอบหรือคำพูดของอีกฝ่าย จัดการแทงทวนทะลุตัวของเจียวไฉตายทันที
บรรพบุรุษ เ้าสำนักและผู้าุโทั้งหมดของสำนักพิษมารนั้นได้ตายหมดแล้วแบบที่ฉินจุนไม่เสียเหงื่อสักหยดเลยด้วยซ้ำไป