กลางลานปะาตระกูลหวังต้องโทษปะาทั้งตระกูล สีหน้าของผู้นำตระกูลและฮูหยินสงบนิ่งเสมือนว่ากำลังปลงตกแล้วกับทุกสิ่งถึงแม้ในใจนึกห่วงว่าหวังลี่เหยาจะเป็อย่างไรบ้างถ้าหากกลับมาแล้วได้รู้ว่าพวกเขาได้ตายไปแล้ว แล้วนางจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร
ตอนนี้ทั้งลานปะา มีเพียงเสียงร้องไห้คร่ำครวญของบ่าวไพร่ที่ดังขึ้นมากมาย ต่างพากันอ้อนวอนขอร้องขอชีวิต สลับกับเสียงด่าทอของชาวบ้านที่ก่นด่าราชครูหวัง ที่แอบซ่อนเทพธิดาไว้จนเกิดภัยแล้งตามที่ราชสำนักปล่อยข่าว จนทำให้พวกเขาพากันอดอยากมาหลายปี
"องค์รัชทายาทเสด็จ~"
องค์รัชองค์รัชทายาทหนานกงอี้เดินเข้ามาเพื่อฟังคำตัดสินของนักโทษ ร่างสูงรูปร่างบอบบางที่ปกติมักมีรอยยิ้มอ่อนโยนราวกับสายน้ำประดับอยู่บนใบหน้าอยู่เสมอ ทว่าตอนนี้กลับดูเฉยชาและดูบึ้งตึงแปลกตาไป
ครั้นเมื่อพระองค์มาถึงเสียงวุ่นวายสับสนเมื่อสักครู่ก็เงียบสงบขึ้นทันที ชาวบ้านทุกคนต่างสำรวมขึ้นเมื่ออยู่ต่อหน้าเชื้อราชวงศ์ ซึ่งใครก็รู้ว่าฝ่าาทรงรักโอรสพระองค์นี้มากขนาดไหน จึงไม่กล้าที่จะเสี่ยงทำให้รัชทายาทพระองค์นี้มีโทสะ
แต่ก็มีเสียงเล็กๆหวานใสที่เอ่ยชื่อองค์รัชทายาทท่ามกลางความเงียบสงบนั้น ทุกคนต่างจ้องมองร่างของหวังเฟิงเฟิงเป็ตาเดียว นี่หรือคือหญิงงามที่ทุกคนกล่าวถึง ยอดพธูที่เคยงดงามเป็หนึ่งผ่านไปเพียงชั่วคืนเดียวนางเปลี่ยนไปมากมายถึงเพียงนี้เลยงั้นหรือ? ชาวบ้านทุกคนต่างเงียบจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจเพื่อรอฟังว่าองค์รัชทายาทจะทรงทำอย่างไรกับนาง
"องค์รัชทายาทเพคะ ขอร้องพระองค์ทรงฟังหม่อมฉันบ้าง พระองค์ต้องฟังหม่อมฉันพูดก่อนนะเพคะ"
หวังเฟิงเฟิงที่พยายามตระโกนเรียกองค์ไท่จื่อทั้งน้ำตา ตลอดเวลาที่เห็นพระองค์ทรงเดินเข้ามาที่ลานปะา นางยังมีความหวังขึ้นมาอยู่ว่า หากทรงรับฟังที่นางอธิบายพระองค์จะทรงไม่สั่งปะานางแน่นอน เื่ที่เกิดขึ้นจะต้องเป็การเข้าใจผิดบางอย่าง
“เ้ามีอะไรจะพูดกับเปิ่นไท่จื่อก็พูดมาจะได้ปะาให้เสร็จๆไปเสียเวลามามากแล้ว”
หนานกงอี้เดินลงมาอย่างรำคาญ ที่นางะโร้องเรียกชื่อของเขาไม่หยุด จึงตัดสินใจลงมาเพื่อให้นางได้พูดสั่งเสีย ถึงแม้ว่าจะรำคาญนางมากก็ตาม เพราะมีชาวบ้านมากมายกำลังมองมาที่พระองค์อยู่ จึงสะบัดแขนเสื้อมานั่งด้านหน้าของหวังเฟิงเฟิง อย่างไม่สบอารมณ์
หวังเฟิงเฟิงดีใจที่องค์รัชทายาทหนานกงอี้เดินมาใกล้ๆนาง ถึงแม้จะอายที่ต้องอยู่ในสภาพที่ไม่งดงามเหมือนวันวานก็ตาม พยายามทำเสียงอ่อนหวาน พร้อมกับบีบน้ำตาคลอ เพื่อให้พระองค์ทรงน่าสงสารนางที่ไม่ได้รับความเป็ธรรม
“ฝ่าา หม่อมฉันไม่ได้หลอกลวงนะเพคะหม่อมฉันคือสตรีที่อยู่ในตำนานจริงๆ หม่อมฉันคือลูกสาวของท่านพ่อท่านแม่จริงๆ”
“นี่เ้าคิดว่าเราโง่ขนาดนั้นหรือหวังเฟิงเฟิงเรารู้ความจริงมาหลายปีแล้ว ที่เราให้เ้าได้มีโอกาสเข้าใกล้เรา เพียงเพราะเราจะใช้เ้าในการเข้าค่ายกลเพื่อหาโอกาสให้คนของเรานำนางมาให้เรา"
หนานกงอี้มองไปที่หวังเฟิงเฟิงอย่างนึกรังเกียจ จนป่านนี้นางยังไม่สำนึกอีก
"หวังลี่เหยาอยู่ในค่ายกลนั้นองครักษ์เราเข้าไปไม่ได้นอกจากคนที่ลงอักขระเืั้แ่แรกเท่านั้น เ้าแค่เป็ตัวเลือกที่ดีที่สุดของเราในตอนนั้น แต่เ้าไม่ได้สำคัญสำหรับเราเลย สตรีชั่วช้าเช่นเ้า ใครจะไปอยากได้ แค่มองเ้าเรายังรู้สึกรังเกียจเลย”
หนานกงอี้ใช้มือบีบใบหน้านางทั้งสองข้างก่อนที่จะผลักร่างของนางออกไป จนนางกระเด็นล้มลงบนพื้น พร้อมกับรับผ้าเช็ดมือที่ขันทีส่งมาให้เช็ดมือ อย่างขยักแขยงก่อนจะใช้เท้าเขี่ยร่างนางออกไปให้พ้นจากทางเดิน
“แต่เพราะเ้ามีใจโเี้ อำมหิตสั่งให้พรรคเหมันต์ชู้รักของเ้า มาลอบฆ่านาง จนนางต้องตกไปในหุบเขาพิษ ทำให้เราต้องพลาดจากนางอีกครั้งนึง เ้ามันยิ่งกว่าสมควรตายอีก ท่านราชครูหวัง ท่านรู้หรือไม่ว่ากำลังเลี้ยงงูพิษเอาไว้ใกล้ตัว นางเป็คนสั่งฆ่าลูกสาวแท้ๆของท่าน สมน้ำหน้าเ้านัก”
อดีตราชครูหวังกับฮูหยินหวังจับมือกันแน่นเสียใจกับสิ่งที่ได้ยินที่สุดบุตรสาวที่รักเหมือนเืในอก ฆ่าเืในอกแท้ๆ ของตัวเอง
ทั้งสองถึงกับกระอักเืออกมาอย่างเสียใจที่ผ่านมาหลงเลี้ยงงูพิษเอาไว้ตั้งหลายปี ทั้งคู่มองไปที่หวังเฟิงเฟิงอย่างเ็ปและเกลียดชัง
“ไม่จริงนะเ้าคะ ท่านพ่อท่านแม่ลูกไม่ได้ทำ ลูกไม่ได้ทำ อย่ามองลูกแบบนั้นท่านต้องเชื่อลูกนะเ้าคะ”
หวังเฟิงเฟิงมองเห็นสายตาของทั้งคู่ที่มองนาง แววตาที่ผิดหวัง และเ็ป ที่ทั้งชีวิตนางไม่เคยเห็นบิดากับมารดาใช้มองนางแบบนี้เลยพยายามอ้อนวอนบิดามารดาให้ฟังนางด้วยเสียงแหบแห้ง เริ่มรู้สึกผิด
ตลอดเวลาที่ผ่านมาทั้งสองคนต่างดูแลนางเป็อย่างดีให้ทั้งความรักความอบอุ่นกับนางมากมาย อะไรที่ดีก็มอบให้นางบางครั้งนางได้มากกว่าหวังลี่เหยาที่เป็บุตรสาวแท้ๆของท่านพ่อกับท่านแม่ด้วยซ้ำไป แล้วทำไมนางต้องไปดิ้นรนอยากได้ความรักที่ไม่มีอยู่จริงของผู้ชายคนนั้นกันนะ ทำไมนางถึงคิดไม่ได้ก่อนหน้านี้ นางชั่ว นางเลวจริงๆ นางเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปทั้งหมดแล้ว
ตอนนี้นางสำนึกแล้วจริงๆ ว่านางถูกคำลวงจากคนที่นางรัก นางคิดว่าเขารักนางอย่างจริงใจหลายปีที่ผ่านมานางคิดเข้าข้างตัวเองมาตลอด ไม่นึกว่าเขาจะใจร้ายใจดำกับนางขนาดนี้ ขนาดนางจะตายเขายังบอกความจริงให้ท่านพ่อกับท่านแม่เกลียดนางอีก เขาทำร้ายครอบครัวของนางจนทำให้นางต้องสูญเสียทุกอย่างถ้าหากมีโอกาสแก้ตัวอีกครั้งนางจะรักษาสิ่งที่มีสุดชีวิตเพียงแต่...
.ในชีวิตจริงมันไม่มีคำว่าถ้าหาก….
"ท่านพ่อ ท่านแม่ลูกผิดไปแล้ว ลูกสำนึกผิดแล้วจริงๆ หากชาติหน้ามีจริงลูกจะขอมาตอบแทนพระคุณของท่านพ่อ ท่านแม่อีกครั้ง ชาตินี้ลูกมันเลวที่ทำให้พวกท่านต้องเสียใจและผิดหวัง หากว่าย้อนเวลากลับไปได้ลูกจะไม่ทำแบบนี้เลยท่านพ่อให้อภัยลูกนะเ้าคะ ท่านแม่เ้าขาลูกขอโทษ"
หวังเฟิงเฟิงร้องไห้คร่ำครวญเมื่อเห็นว่าทั้งคู่ต่างไม่ยอมมองหน้าของนางเลย นางเ็ปมากกว่าที่หนานกงอี้บอกว่าไม่รักนางเสียอีก
"เอาล่ะได้เวลาแล้ว ลงโทษได้"
หนานกงอี้สั่งให้เพชรฆาตลงมือปะาทั้งหมดทันทีโดยไม่ฟังอะไรอีก เขาเบื่อที่จะมารับฟังเื่ไร้สาระนี้ เขายังต้องไปหาทางเพื่อจะลงไปหาหวังลี่เหยาที่หุบเขาพิษอีก แค่นี้ก็เสียเวลามามากพอแล้ว
ในเวลาไม่นานลานปะาก็มีทั้งเสียงกรีดร้องและกลิ่นคาวเืคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ หัวที่หลุดออกมาชวนให้สยดสยองยิ่งนัก ภาพที่มองเห็นคนตระกูลหวังน้อยกว่าชีวิตต้องเสียไปภายในวันเดียวทำให้คนที่เคยรักท่านราชครูหวังต้องหดหู่ด้วยความสงสาร
ส่วนคนที่อิจฉาท่านราชครูหวังก็สมน้ำหน้าสะใจกันไป มีเพียงเื่เดียวเท่านั้นที่ทุกคนมีความคิดเห็นเหมือนกันก็คือ ภายในใจทุกคนต่างคิดเป็เสียงเดียวกันว่าองค์รัชทายาทหนานโซอี้ผู้นี้ช่างน่ากลัวนักถึงขนาดรับสั่งปะาผู้เป็อาจารย์ที่เคยสอนและดูแลเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์โดยไม่ลังเลเลย
หากว่าได้ขึ้นครองราชย์ไม่รู้ว่าต่อไปราษฎรแคว้นหนานจะเป็อย่างไร หากว่าทำให้ว่าที่ฮ่องเต้พระองค์นี้ อย่างรัชทายาทหนายกงอี้เกิดไม่พอใจขึ้นมา เกรงว่าแม้แต่เงาหัวของพวกเขาทั้งตระกูลก็ไม่สามารถรักษาเอาไว้ได้เป็แน่