“พี่อยากได้พวกเนื้อไข่ ผัก แป้ง ข้าว” ซือหย่าบอกความ้า
เฮ่อจื่อชงเข็นรถเข็นช่วยซือหย่าปากก็คอยพูดแนะนำไปตลอดทาง “ตลาดสดที่นี่ เล็ก ๆแต่มีของที่พี่้าซื้อทั้งหมดนั่นแหละ”
ตลาดในซอยที่เฮ่อจื่อชงบอกนั้นมีรถบรรทุกเล็กบรรทุกของจอดอยู่เรียงราย แม้แต่รถที่ดูเหมือนไม่ใช่รถบรรทุก มอเตอร์ไซค์พ่วงก็ใส่ของเอาไว้มากมาย
มีผู้คนเดินเข้าไปด้านในขวักไขว่ทั้งกลิ่นอาหารสด ไม่สด ตลบอบอวลไปตลอดสาย เสียงร้องเรียกให้เข้าไปดูสินค้าดังมา
“สาลี่สดใหม่ หยวนเดียวก็ซื้อได้”
“เกี๊ยวทำสดใหม่ทุกวันจ้า”
“ข้าวโพดจ้า ข้าวโพด”
“ตลาดมืด ?” ซือหย่าหันมาหาเฮ่อจื่อชงเธอเคยไปตลาดมืดครั้งหนึ่ง แต่เป็ครั้งหนึ่งที่หวาดกลัวจนตอนนี้ “มีรหัสเข้าตลาดหรือ”
“…” เฮ่อจื่อชงคิดอย่างสงสัยที่เมืองใหญ่จะเข้าที่ไหน ต้องใช้รหัสส่วนตัวหรอกหรือ ?ช่างแตกต่างกันมากจริง ๆ “ที่นี่เราสามารถเข้าไปได้เลย แต่ถ้าพี่ซือหย่าจะไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ตเราก็ต้องไปอีกสองสามถนน”
“ซูเปอร์มาร์เก็ต ? น้องชายจื่อชงคงหมายถึงร้านค้าสหกรณ์ที่นี่ยังต้องใช้คูปองแลกเปลี่ยนอาหารอยู่หรือไม่”
“...” เฮ่อจื่อชงยิ้มแห้ง
นี่คงไม่ใช่คนจากเมืองใหญ่แล้วนี่คนป่าหลงเข้าเมืองมาหรอกหรือ ถึงว่าทำตัวไม่คุ้นกับบ้านเมือง
แล้วที่ไม่ออกไปไหนก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่ารังเกียจ หรือไม่พอใจอะไร เช่นที่คนอื่นในชุมชนลือกันว่าหยิ่งนั่นหรอกแท้จริงเธออาจจะปรับตัวจากป่าเข้ากับเมืองไม่ได้
ต้องเป็เช่นนี้แน่ๆ
คิดแล้วเฮ่อจื่อชงก็นึกเห็นใจพี่สาวคนนี้มาก
เอาล่ะ เขาจะแกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้เื่นี้เพื่อที่เธอจะได้ไม่อายก็แล้วกัน
“เอ่อ...ซูเปอร์มาร์เก็ตคือร้านค้าขนาดใหญ่ที่ขายสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลายประเภทครับ พวกอาหารสดอาหารแห้ง อาหารในครัวเรือน เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน”
ซือหย่าพยักหน้าเช่นนั้นที่นี่ก็คงเป็สหกรณ์ร้านค้าที่ใหญ่พอ ๆ กับห้างสรรพสินค้าที่เธอเคยไปแบบนั้นสินค้าคงแพงมาก อัตราแลกเปลี่ยนก็ยังไม่แน่ชัด เธอต้องประหยัดเอาไว้คงต้องซื้อของจากตลาดมืดแห่งนี้ไปก่อน
“สิ่งแรกที่ต้องดูก่อนคือไข่”
เฮ่อจื่อชงพาซือหย่าไปที่รถขายไข่พร้อมโฆษณาชวนเชื่อ “รถขายไข่นี่เป็เ้าประจำของที่บ้านเราแม้จะมาจากแถบชานเมือง แต่รับรองได้เลยว่าไข่สด สะอาดเหมือนซื้อที่ซูเปอร์มาร์เก็ตไม่มีผิด”
“ราคาเท่าไหร่คะ”ซือหย่าสอบถามราคาเพื่อให้แน่ใจ กับตัวเลขที่เขียนไว้ บางทีเธออาจจะอ่านผิดก็ได้
“ชั่งละ 13 หยวน” คนขายเป็ชายแก่ท่าทางใจดีคนหนึ่งที่พอใครมาก็รีบคลี่ถุงรอใส่ของแล้ว “ราคานี้ถูกที่สุดแล้วถ้าไปซื้อที่ซูเปอร์มาร์เก็ตชั่งหนึ่งเกือบ 20 หยวนแล้ว”
20 หยวน !!
ซือหย่ารู้ว่าเธออยู่คนละยุคสมัยแต่ไข่เมื่อก่อนแค่ชั่งละ 1.2 หยวนเท่านั้น นี่มันมากกว่ากันถึง 10 เท่าไม่แปลกใจที่ซือหย่าหมดแรงในการอยู่ที่นี่ขนาดเธอกลับมาเกิดใหม่พอเจอค่าเงินเข้าไป ก็อยากกลับไปยุคเดิมแล้ว
ไม่รู้ว่าลงแปลงนาทั้งวันจะพอซื้อไข่สักชั่งไหม
เธอพูดได้แต่ว่าคนยุคนี้หาเงินเก่งจริงๆ
“ปู่ไม่ได้มาด้วยหรือ” พ่อค้าขายไข่หันไปหาเฮ่อจื่อชง
“วันนี้ปู่ปวดขาครับผมเลยอาสาพาพี่ซือหย่าออกมาเอง”
“ซือหย่า หลานบ้านซือนั่นหรือ” ชายขายไข่พยักหน้า คนแถบนี้พอรู้มาบ้างว่าซือหย่ามีนิสัยแปลก ๆทั้งหยิ่งมาก
“ฉันขอซื้อสัก 5 ชั่งค่ะ”แม้ราคาแพงแค่ไหน ซือหย่าก็ตกลงใจซื้อไข่ไป อย่างไรเธอก็ต้องตุนอาหารเอาไว้แม้จะเปลี่ยนยุคสมัย แต่อย่างน้อยก็ต้องมีของกินเอาไว้ให้อุ่นใจ จะได้ไม่ลำบากมาก “พ่อเฒ่าพอมีไก่หรือเป็ดพ่อพันธุ์แม่พันธุ์สักสองสามคู่แบ่งขายฉันบ้างไหมจ๊ะ”
พ่อเฒ่า...
คนขายไข่เข้าใจคำว่าแปลกที่หลายคนเอามาลือกันแล้วหลานบ้านซือ แปลกจริง ๆ คนอื่นจะเรียกเขาว่า เถ้าแก่ ไม่ก็ ปู่ ตา ตาแก่
“ไก่ และเป็ดพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ฉันพอมีอยู่บ้างแต่ที่บ้านกับตลาดมันไกลกัน กลัวเอามาแล้วพวกมันตาย ด้านในพ่อเฒ่าหวังเขาขายอยู่ไปเลือกเอาได้ ถ้าบอกว่าฉันแนะนำมาเขาจะคิดราคาดี ๆ ให้”
เมื่อตกลงราคาซือหย่าก็กล่าวขอบคุณก่อนจะจ่ายเงิน“ขอบคุณในน้ำใจของพ่อเฒ่ามาก”
“โอ๊ย ! เงินสด” คนขายไข่มองเงินอย่างไม่พอใจ “สแกนเอาเถอะแม่หนูฉันไม่อยากรับเงินสด สมัยนี้พกเงินสดอันตรายจะตาย”
“แล้วโทรศัพท์พี่ล่ะ”เฮ่อจื่อชงรีบหันมาพร้อมยืนยันความคิดเดิมของตนเอง ชัดแล้วว่าเธอมาจากชนบทไม่ก็ป่า สแกนจ่ายจะเป็อยู่ไหมเล่า
โทรศัพท์ ?
ใบหน้าสวยนั้นดูยุ่งเหยิงเข้าไปอีก
การใช้ชีวิตในยุคนี้มันไม่ง่ายเลยแม้การเข้ามาที่ตลาดแห่งนี้ จะไม่ต้องใช้รหัส แต่นี่ยังมาถามหาอะไรอีก
ซือหย่าค้นในความทรงจำของเธอ เห็นซือหย่าเ้าของร่างเดิมใช้เครื่องมือหนึ่งจับจ่ายซื้อขายของจริงๆ
“โทรศัพท์ฉันพัง พ่อเฒ่าช่วยรับเงินสดทีเถอะค่ะ” ซือหย่าเอาบุหรี่ที่ค้นได้ในห้องเก็บของออกมา เธอเตรียมมาในกรณีนี้โดยเฉพาะรีบยัดบุหรี่ใส่มือคนขายไข่ “ถือเสียว่าช่วยฉันสักครั้งเถอะนะค่ะ”
“...”คนขายไข่ก็รู้ว่าซือหย่าแปลกแต่ไม่คิดว่าจะแปลกได้ขนาดนี้ เขาเคยได้บุหรี่จากเพื่อน รุนพี่ รุ่นน้อง มามากแต่ได้บุหรี่จากเด็กสาวนี่หรือ จุ๊ ๆ เด็กสาวสมัยนี้ใจกล้าขนาดนี้แล้ว คิดแล้วก็ถอนหายใจปลงๆ “ฉะ... ฉันจะยอมแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ”
“ขอบคุณมากค่ะ ครั้งหน้าถ้ามาซื้อ ฉันจะเอาบุหรี่มาให้อีกสักคัตตอนนี่ของดี” ซือหย่าเจรจาอย่างชำนาญ เคยเห็นคนทำตอนที่ไปติดต่องานในสมัยนั้นรับรองงานผ่านฉลุย เจรจาได้ดี ทั้งนั้น
ฝ่ายลุงขายไข่รับบุหรี่มาแบบงง ๆแล้วมองบุหรี่ของดี มันก็มีขายทั่วไปไม่ใช่หรือ
เฮ่อจื่อชงก็มองอย่างอึ้ง ๆพี่สาวซือไม่ใช่คนขี้อายหรอกหรือ ทำไมถึงกล้าให้บุหรี่ปู่ขายไข่ พี่เขาไม่รู้หรือว่ามีแต่ผู้ชายเท่านั้นที่ทำแบบนี้
พอได้ไข่ซือหย่าก็เข้าไปในซอยด้านในด้านในมีร้านขายของกินตลอดข้างทาง เดินมาสักพักเจอร้านขายเครื่องปรุงที่นี่มีเครื่องปรุงเยอะมาก แม้แต่งาก็บดกันที่นี่ ช่างเปิดหูเปิดตาเสียจริง
ซือหย่าคิดว่าควรซื้อเครื่องปรุงพวกนี้ไว้มากหน่อยเพราะถึงตอนที่ไม่มีอาหาร กินข้าวหรือผักกับเครื่องปรุงพวกนี้ก็นับว่าอร่อยไม่ระคายคอแล้ว
“พี่จะเปิดร้านอาหารหรือไง ถึงซื้อเยอะแบบนี้ยังไงป้าเขาก็ขายเครื่องปรุงตลอดปีตลอดชาติอยู่แล้ว”เฮ่อจื่อชงรีบร้องเตือน
“เสี่ยวจื่อ ให้พี่สาวซื้อ ๆ ไปเถอะยังไงก็เก็บไว้ได้นาน”
“ใช่ ใส่ไหปิดผาไว้ หน้าหนาวก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีอาหารกินแล้ว”
แต่หน้าหนาวที่นี่รถส่งอาหารก็มาส่งถึงหน้าบ้านเลยนะเฮ่อจื่อชงมองเงินสดที่ซือหย่าส่งให้แม่ค้า ชัดเจนว่าเธอต้องเป็คนที่มาจากป่าจากชนบทอย่างแน่นอน
“เงินสด ?”
ซือหย่าขยับมือที่เอาบุหรี่ไว้ในถุงเสื้อเฮ่อจื่อชงเกรงว่าพี่สาวซือจะล่อซื้อด้วยบุหรี่อีก ก็รีบแย่งพูดไปก่อน
“ป้ารับ ๆ ไปเถอะ โทรศัพท์พี่สาวหายถ้าโทรศัพท์ไม่หายก็คงไม่มาซื้อของหรอก”
“มันเกี่ยวอะไรกับโทรศัพท์หายแล้วมาซื้อของ”
“ก็ซื้อแก้เบื่อไง เอาไม่เอาถ้าไม่เอาผมไม่ซื้อแล้วนะ” เฮ่อจื่อชงต่อปากต่อคำอย่างคุ้นเคยสุดท้ายแม่ค้าก็ต้องรับเงินไปทั้งไม่พอใจ
“จิ๊ ! ไป ๆฉันยอมให้เพราะเสี่ยวจื่อหรอกนะ”
พอมาที่กลางตลาดเห็นรถขายเนื้อราคาเนื้อหมูอยู่ที่กิโลกรัมละ 25 หยวน แพงจนเธอมือสั่น ที่ยุค 70เนื้อหมูหาได้ยากมาก และราคาแพง แต่กระนั้นราคาก็อยู่ที่ 9.5 หยวนต่อชั่งถ้าซื้อพร้อมคูปองเนื้อก็อยู่ที่ราคา 7 หยวนต่อชั่ง
เวลานี้ราคาเนื้อหมูแพงมากเท่าค่าแรงของคนทำงานโรงงาน
จำได้ว่าตอนนั้นลูกสาวของแม่เฒ่าหยวนทำงานอยู่โรงงานรองเท้าได้แฟนเป็หัวหน้าแผนก มีเงินเดือนอยู่ที่ 25 หยวนต่อเดือน
และตอนนี้เธอกำลังซื้อเนื้อหมูราคาเท่าค่าแรงของหัวหน้าแผนกโรงงานรองเท้าเลยนะ
“เมื่อวานผมไปซูเปอร์มาร์เก็ตมาตอนนี้หมูอยู่ที่ 30 หยวน นี่ถูกลงมากแล้ว เห็นว่าอีกไม่นานจะขึ้นราคามากกว่านี้เพราะว่าเนื้อหมูขาดตลาด” เฮ่อจื่อชงกระซิบทั้งกลืนน้ำลายเขากับปู่ไม่ได้กินหมูนานมากแล้ว ไม่คิดว่าพี่สาวซือหย่าคนนี้จะซื้อหมูอย่างใจกล้าซื้อไปครึ่งตัว ขาหมูสองขา สามชั้นอีกหลายสาย เนื้อติดมันอีก เขาต้องใส่ใจว่าซื้อไปทำไมไหนจะเครื่องปรุงพวกนั้นอีก
ซือหย่าเห็นว่าคนที่นี่เองก็กินเครื่องในด้วยเช่นกันดีที่ยังไม่มีคนมาแย่งเธอไปก่อน เธอเอาชุดเครื่องในสามชุดเพราะว่าต้องเอาไส้ไปทำกุนเชียง
พอเดินเข้ามาอีกหน่อยเห็นแฮมขาหมู เป็ดตากแห้งไก่ตากแห้งวางขายก็ซื้อมา มองกระเป๋าเงิน แม้เงินที่ซือหย่าคนก่อนดูถูกว่าน้อยนักน้อยหนาจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อก็ยังมากพอจะซื้อขาหมูได้อีกมาก
นี่เธอรวยกว่าหัวหน้าแผนกโรงงานรองเท้าเลยหรือ
สองคนไปที่ท้ายตลาดเพื่อไปหาตาเฒ่าหวังที่พ่อเฒ่าขายไข่แนะนำมา ที่นี่มีไก่ เป็ด หมู หมา นกแม้แต่แพะ ก็เอามาวางขาย
ซือหย่าเลือกเอาคู่ไก่พ่อพันธุ์แม่พันธุ์สามคู่เป็ดพ่อพันธุ์แม่พันธุ์อีกสามคู่ พอจ่ายเงินสดออกไปพ่อเฒ่าหวังไม่ได้บ่น ยังแถมนกกระทาคู่หนึ่งให้
ร้านข้าง ๆ เป็ร้านขายผักที่ปูกับพื้นมีกะหล่ำปลี ผักกาด แตงกวา มะเขือเทศ
ดีหน่อยที่ผักแม้จะแพง แต่ผักกลับสดและโตกว่าที่เธอเคยเห็น ช่างต่างจากสมัยของเธอ ผักไม่โตแบบนี้ ทั้งแคระแกร็น ที่สดและอร่อยก็คงเป็ผักป่าเท่านั้น