ในเช้าที่อากาศสดใสหยางเฟิ่งที่เริ่มหายเจ็บแผลแล้วก็ได้ออกมาเดินเล่นที่สวนส่วนหน้าของจวน
“ท่านพ่อดูเหม่ยจูสิขอรับ”เมื่อหยางเฟิ่งเดินชมสวนไปได้สักพักก็ได้ยินเสียงสดใสของเด็กชายเรียกหยางเจี๋ยให้กันไปดูน้องสาวของตนที่กำลังเดินมาหาพวกตนด้วยรอยยิ้มกว้าง
“คุณหนูซูซูว่าเรากลับจวนกันดีหรือไม่เ้าคะ”ซูซูพี่เลี้ยงของหยางเฟิ่งเอ่ยถามคุณหนูของตนด้วยน้ำเสียงแ่เบาเพราะตอนนี้พวกนางอยู่ใกล้ท่านแม่ทัพพอสมควร
“ไม่กลับทำไมข้าต้องกลับด้วยละซูซู” หยางเฟิ่งมองไปที่ภาพตรงหน้าแล้วตอบพี่เลี้ยงของตนเสียงเรียบ
“คุณหนู”ซูซูเรียกคุณหนูของตนอย่างเสียใจ
“เฟิ่งเออร์”หยางเหวินที่ตามหาน้องสาวของตนเองพบะโเรียกน้องสาวของตนเสียงดังด้วยความดีใจทำให้หยางเจี๋ยที่กำลังอุ้มเหม่ยจูหันมามองทางสองพี่น้องฝาแฝดที่ยืนอยู่กลางสวน
“ท่านพี่จะะโเสียงดังทำไมหรือเ้าคะ”หยางเฟิ่งหันไปเอ็ดพี่ชายของตนที่ทำให้หยางเจี๋ยรู้ว่าตนอยู่ทางนี้
“พี่ขอโทษว่าแต่เ้ามายืนดูท่านแม่ทัพหรือ”หยางเค่อถามน้องสาวของตนด้วยแววตาเศร้าเพราะหลงคิดว่าหยางเฟิ่งน้องสาวของตนยัง้าความรักจากชายผู้ให้กำเนิด
“ไม่ใช่เ้าค่ะข้าเพียงบังเอิญเดินมาพบพวกเขาก็เท่านั้น”หยางเฟิ่งส่ายหัวปฏิเสธแล้วเดินเข้าไปจูงมือของพี่ชายตนเองกลับเรือน
“วันนี้ท่านตากับท่านยายจะมารับเราออกไปเที่ยวละ”หยางเหวินหันมาเอ่ยกับหยางเฟิ่งด้วยสีหน้าตื่นเต้นเพราะบ่อยครั้งที่ท่านตาและท่านยายมารับพวกตนออกไปเปิดหูเปิดตา
“จริงหรือเ้าคะเมื่อคืนไม่เห็นท่านแม่บอกข้าเลยนะเ้าคะ” หยางเฟิ่งถามพี่ชายของตนด้วยสีหน้าสงสัย
“จริงสิท่านย่าบอกพี่เองเลยนะ” หยางเหวินเอ่ยตอบน้องสาวของตนด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
“เช่นนั้นน้องไปเปลี่ยนชุดก่อนนะเ้าคะ”หยางเฟิ่งบอกพี่ชายของตนเสียงใสแล้ววิ่งกลับเรือนของตนอย่างรวดเร็ว
“เฟิ่งเออร์ระวังล้มด้วย”หยางเหวินที่เห็นน้องสาวของตนวิ่งกลับเรือนอย่างกระตือรือร้นจึงได้ะโบอกด้วยความเป็ห่วง
“คุณหนูช้าๆเ้าค่ะ”ซูซูที่วิ่งตามหยางเฟิ่งเอ่ยไล่หลังคุณหนูของตน
ยามซื่อ(09.00 - 10.59) รถม้าคันงามก็มาจอดที่หน้าจวนตระกูลไป๋กุ้ยเจินและบุตรทั้งสองออกมาตอนรับคนทั้งสองด้วยรอยยิ้มยินดี
“กุ้ยเจินทำความเคารพท่านพ่อท่านแม่เ้าค่ะ” กุ้ยเจินทำความเคารพบิดาและมารดาของตนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“หยางเค่อทำความเคารพท่านตาท่านยายขอรับ”หยางเหวินเอ่ยทำความเคารพตากับยายของตนด้วยรอยยิ้มกว้าง
“เฟิ่งเออร์ทำความเคารพท่านตาท่านยายเ้าค่ะ”หยางเฟิ่งทำความเคารพคนสองแล้วเงยหน้าขึ้นมามองตากับยายของตนด้วยดวงตาเป็ประกาย
“เอาละๆเราคนกันเองไม่ต้องมากพิธี”นายท่านจินหรือจินซือเหิง บิดาของกุยเจินเอ่ยพร้อมกับอุ้มหลานชายและหลานสาวของตนขึ้นมาพร้อมกันแล้วไล่หอมแก้มเด็กทั้งสองทีละคนจึงเรียกเสียงหัวเราะจากเด็กทั้งสองได้เป็อย่างดีจนชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดเดินเพื่อชื่นชมความน่ารักน่าเอ็ดดูของเด็กทั้งสอง
“เข้าจวนกันก่อนเถอะเ้าค่ะ”กุ้ยเจินที่มองดูการแสดงความรักระหว่างตาหลานเอ่ยเชิญบิดาและมารดาเข้าจวนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“พี่ซือท่านสบายดีหรือไม่ขอรับ” นายท่านจินไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบของซือเหมยฮวาแม่สามีของบุตรสาวตน
“ข้าก็สบายดีตามประสาคนป่วยบ่อยนี้แหละ”นางซือเอ่ยตอบพร้อมกับมองไปที่แขกทั้งสองด้วยความรู้สึกผิดที่ไม่สามารถดูแลกุ้ยเจินได้ดีอย่างที่ตนรับปากเอาไว้
“พี่ซืออย่างคิดมากเลยอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดเราห้ามไม่ได้หรอกเ้าค่ะดังนั้นพี่ซืออย่าเก็บเื่ของหยางเจี๋ยมาใส่ใจเลยนะเ้าคะ”นางฟางที่สบกับสายตารู้สึกผิดกับพี่สาวคนสนิทจึงเอ่ยปลอบให้นางซือปล่อยวางเพราะทางตระกูลจินรวมถึงกุ้ยเจินเองล้วนไม่คิดเก็บเื่ของหยางเจี๋ยมาใส่ใจทั้งสิ้น
“ตอนนี้เจินเออร์ยังสาวจะดีหรือไม่หากเราให้นางหย่าขาดกับอาเจี๋ยเพื่อไปแสวงหาความสุขของชีวิตที่เหลือของนาง”นางซือที่คิดมานานเอ่ยถามนางฟางและนายท่านจินอย่างถามความเห็น เพราะนางเองก็ทนไม่ได้เช่นกันที่เห็นหลานๆของนางถูกพ่อแท้ๆเมินเฉย
“ก็ดีเ้าค่ะข้าอยากได้พ่อใหม่” หยางเฟิ่งที่พบช่องทางลอดพ้นจากชะตากรรมตามนิยายหอมกลิ่นรักจึงเผลอะโแสดงความคิดเห็นด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ไม่เ้าค่ะข้าไม่ได้เป็คนผิดเหตุใดข้าต้องเป็ฝ่ายเสียหาย” กุ้ยเจินเอ่ยปฏิเสธเสียงเรียบแล้วจึงตวัดสายตามามองที่บุตรสาวของตนอย่างไม่ชอบใจในกิริยาที่หยางเฟิ่งพูดแทรกบทสนทนาของผู้ใหญ่หยางเฟิ่งที่รู้ตัวว่าผิดจึงเดินคอตกกลับมานั่งที่เดิมของตน