58 บุกเข้าถ้ำเสือ
หวังฮั่นสั่งการให้หน่วยรบพิเศษหลงหู่จำนวน 500 นายที่ได้ออกศึกวันนี้เป็นครั้งแรก จัดการยิงธนูเพลิงไปยังป่าอ้อป่าแขมที่อยู่ข้างทาง ซึ่งป่าเหล่านั้นล้วนถูกวางเชื้อเพลิงไว้ก่อนหน้าตั้งแต่เมื่อเย็นวาน “ ไฟไหม้ ๆ รีบถอยทัพเร็ว ทั้งหมดถอยทัพกลับค่าย” ติงชิวชุน รองหัวหน้ากลุ่มโจรสั่งการให้ลูกน้องกลุ่มโจรของตนเร่งถอยทัพกลับค่าย ท่ามกลางควันไฟที่ตลบอบอวลไปทั่วทั้งเนินเขา อีกทั้งเปลวเพลิงก็โหมกระหน่ำไปทุกสารทิศจนแทบไม่มีทางจะให้พวกเขาหลบหนีไปได้ “ รองหัวหน้า แย่แล้ว ตอนนี้เปลวเพลิงลุกลามไปทั่วบริเวณ ถ้าเราไม่รีบหาทางออกไป คงไม่แคล้วต้องโดนย่างสดกันทั้งหมดแน่ขอรับ” สมุนคนสนิทของติวชิวชุนรายงานสถานการณ์ต่อแม่ทัพของตน ก่อนที่จะมีคนเห็นว่าทางด้านทิศบูรพายังมีทางออกที่เปลวเพลิงยังลามไปไม่ถึง เขาจึงสั่งให้ทุกคนรีบล่าถอยไปยังเส้นทางนั้นโดยด่วน “ ท่านกุนซือ เหตุใดนายท่านถึงสั่งให้พวกเราจับเป็น โดยไม่ให้ทำอันตรายพวกโจรเหล่านี้กันเล่า ข้าไม่เข้าใจจริง ๆ?” เฮ่อหวังซื่อที่ซุ่มอยู่ตรงทางออกด้านทิศบูรพา เอ่ยถามเจียงกัดหลูด้วยความอยากรู้ ในขณะที่หวังฮั่นเองก็มีสีหน้าอยากรู้เช่นเดียวกัน จากนั้นกุนซือหนุ่มจึงอธิบายให้ทั้งคู่ฟังอย่างใจเย็น “ นายท่านไม่ต้องการทำร้ายพวกเขา เพราะต้องการได้พวกเขาเข้ามาเสริมทัพของเราที่มีกำลังเพียงน้อยนิดยังไงล่ะ เพราะฉะนั้นแทนที่จะสังหารพวกเขา สู้เอาชนะใจ ทำให้พวกเขายอมจำนนทั้งกายและใจ นี่จึงจะเรียกว่าเป็นชัยชนะที่แท้จริง พวกท่านเข้าใจหรือยัง?” “ พี่น้องทั้งหลาย พวกเราไม่ได้ประสงค์ต่อชีวิตของพวกท่าน ขอเพียงพวกท่านวางอาวุธและยอมจำนนโดยดี ข้าขอรับประกันความปลอดภัยของพวกท่านทุกคน” เจียงกัดหลูตะโกนบอกสมุนโจรที่กำลังหนีตายจากกองเพลิงมายังทางออกด้านทิศบูรพา ในขณะที่ติงชิวชุนเองก็พยายามฝ่าวงล้อมออกไป แต่ติดที่ตอนนี้ทัพของพวกตนต่างเสียขวัญและเสียกระบวนทัพ จึงเกิดความสับสนอลม่าน ไม่สามารถสั่งการได้อย่างเคย “ รองหัวหน้า ข้าว่าพวกเรายอมจำนวนก่อนดีกว่า รักษาชีวิตไว้ รอท่านหัวหน้ามาช่วยจะดีกว่านะขอรับ” สมุนคนสนิทแนะนำติงชิวชุนให้ยอมแพ้เพื่อถ่วงเวลารอทัพหนุนของพวกตนมาช่วย ตอนแรกติงชิวชุนขอสู้ตายโดยไม่ยอมจำนวน แต่เมื่อไตร่ตรองดูอย่างละเอียดจึงทำตามที่ลูกน้องของตนแนะนำ จากนั้นจึงสั่งให้ทุกคนวางอาวุธยอมจำนวนโดยดี “ ใต้เท้า รองหัวหน้าโจร และสมุนนับพันถูกควบคุมตัวไว้เรียบร้อยแล้วขอรับ” หวังฮั่นรายงานสถานการณ์ให้นายอำเภอรับทราบ ก่อนที่เขาจะกำชับให้ดูแลเชลยทั้งหมดให้ดี ทั้งสุราอาหาร ถึงแม้ผู้ช่วยนายอำเภอผู้นี้จะไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีดังกล่าว แต่เขาก็รับคำและรีบไปปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด จากนั้นจึงไปเชิญตัวรองหัวหน้าโจรมาพบกับเสียมหลอหลงที่กระโจมบัญชาการตามคำสั่ง “ พี่ติง ไม่เจอกันนาน ท่านสบายดี?” เสียมหลอหลงเอ่ยทักทายอริเก่าอย่างมีมิตรไมตรี ทำให้อีกฝ่ายถึงกับประหลาดใจในท่าทีของเขาไม่น้อย “ ข้าเฝ้ารอวันที่จะได้ชำระแค้น แผลเป็น 2 จุดที่ท่านฝากไว้นี้ ข้าไม่มีทางลืมเลือนอย่างแน่นอน ในเมื่อท่านเป็นฝ่ายชนะ เชิญท่านลงมือ อย่าได้กล่าววาจาให้ยืดยาวเสียเวลา” ติงชิวชุนกัดฟันเอ่ยกับอาหลงด้วยความเคียดแค้น ที่อีกฝ่ายเคยลั่นไกสาดกระสุนใส่เขาถึง 2 นัดจนเขาเกือบต้องไปพบยมบาลมาแล้ว “ พี่ติง นั่นมันเป็นแค่เรื่องราวในอดีต ขอให้ท่านอย่าได้เก็บมาใส่ใจ ข้าได้ยินมาว่ากลุ่มโจรของพี่หานที่ท่านสังกัดอยู่เป็นผู้ทรงคุณธรรม ปล้นคนรวยช่วยคนจน ข้ารู้สึกนับถือจากใจจริง ดังนั้นข้าขอร้องท่าน ให้ช่วยกลับไปเกลี้ยกล่อมพี่หานให้ปล่อยชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ทั้งหมด ร้อยคนที่พวกท่านจับตัวมา แลกกับการที่ข้าจะปล่อยตัวพี่น้องนับพันของพวกท่าน ถือว่าการค้าครั้งนี้พวกท่านได้กำไรถึง 10 เท่าเชียวนะ” อาหลงพยายามเกลี้ยกล่อมอีกฝ่าย ซึ่งตอนนี้ติงชิวชุนเองหลังจากที่เห็นอีกฝ่ายปฏิบัติต่อตนเองและสมุนทั้งหลายด้วยดี จึงคลายความแค้นลงไปหลายส่วน รวมทั้งเกิดความรู้สึกที่ดีต่อนายอำเภอหนุ่มผู้นี้มากขึ้น เพราะก่อนหน้านั้นเขาได้ยินชาวบ้านที่พวกตนจับตัวมาเอ่ยชื่นชมผลงานและศรัทธาในตัวของขุนนางตงฉินผู้นี้เป็นอันมาก “ ท่านจะปล่อยตัวข้ากลับไปง่าย ๆ จริง ๆ ท่านไม่กลัวว่าข้าจะนำกำลังที่มีมากกว่าพวกท่านกลับมาถล่มที่นี่เช่นนั้นหรือ?” รองหัวหน้าโจรเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างไม่แน่ใจ ก่อนที่นายอำเภอหนุ่มจะพยักหน้าพร้อมยิ้มอย่างเป็นมิตร จากนั้นเสียมหลอหลงตอบอีกฝ่ายไปว่าเป็นเพราะเขามั่นใจในความเป็นลูกผู้ชายของอีกฝ่าย นอกจากนี้เขายังฝากให้รองหัวหน้าช่วยเกลี้ยกล่อมหานซุ่นให้ยอมจำนนต่อทางการ แล้วเขาจะช่วยทำเรื่องอภัยโทษให้ทุกคน รวมทั้งยังจะให้ทุกคนได้กลับมารับราชการเป็นทหารตามเดิมอีกด้วย ติงชิวชุนรับปากทั้ง ๆ ที่ไม่มั่นใจว่านายอำเภอผู้นี้จะสามารถช่วยพวกตนได้จริง ๆ หรือไม่ ก่อนที่เขาจะขึ้นม้าที่เสียมหลอหลงเตรียมไว้ให้กลับไปยังค่ายโจรของตนที่หมู่บ้านกุ้ยฮวาในทันที เช้าวันต่อมา ทั้งสองฝ่ายต่างทำการแลกเปลี่ยนตัวประกัน โดยกลุ่มโจรที่มีติงชิวชุนเป็นผู้ทำหน้าที่ในครั้งนี้ยอมปล่อยชาวบ้านที่ถูกจับตัวไว้จำนวนนับร้อยคน ในขณะที่ทางการซึ่งเจียงกัดหลูได้รับมอบให้มาทำหน้าที่นี้ก็ปล่อยตัวสมุนโจรนับพันที่ถูกคุมตัวไว้เช่นกัน จากนั้นเจียงกัดหลูจึงขอนัดหมายให้หานซุ่นมาทำการเจรจาและร่ำสุรากับเจ้านายของตนที่ศาลาริมฝั่งแม่น้ำในค่ำคืนนี้ ก่อนที่ติงชิวชุนจะตอบกลับไปว่าหัวหน้าของตนสั่งไว้ว่า ถ้าอยากจะเจรจาจะต้องให้นายอำเภอไปเจรจากับตนที่ค่ายโจรของตนเพียงลำพังเท่านั้น เมื่อการเจรจาไม่เป็นผล ทั้งสองฝ่ายจึงแยกย้ายจากกันไป โดยก่อนที่จะแยกย้ายกลับค่ายของตน เจียงกัดหลูนัดให้หานซุ่นนำทัพมาเท่าไหร่ก็ได้ เพื่อมาทำศึกกับเสียมหลอหลงในพรุ่งนี้เวลาเที่ยงตรง โดยเจ้านายของตนจะขี่ม้าออกรบเพียงแค่คนเดียว กติกาก็คือฝ่ายใดที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามตกจากหลังม้าได้ ฝ่ายนั้นจะเป็นผู้ชนะ และฝ่ายแพ้จะต้องทำตามคำเรียกร้องของอีกฝ่ายโดยไม่มีข้อแม้ เมื่อได้ยินดังนั้นติงชิวชุนถึงกับเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจว่านายอำเภอผู้นี้ไปกินดีหมีที่ไหนมา ถึงได้กล้าท้าทายอีกฝ่ายเช่นนี้ ถือว่ารนหาที่ตายชัด ๆ แต่เขาก็ตกลงรับข้อเสนอของอีกฝ่ายก่อนจะแยกย้ายกันกลับค่าย เที่ยงตรงของอีกวัน นายอำเภอหนุ่ม เสียมหลอหลง ในชุดบัณฑิตสีฟ้ากำลังนั่งอยู่บนหลังม้าอย่างสง่างามเพียงลำพังตามข้อตกลง โดยมีอาวุธประหลาดประทับบนบ่า ในขณะหานซุ่นขี่ม้ามาพร้อมกับบรรดาสมุนโจรอีกราว 500 คน ทั้งสองตั้งทัพประจันหน้ากันโดยมีระยะห่างระหว่างสองทัพเพียง 2 ลี้เท่านั้น ทางด้านทหารของฝั่งเสียมหลอหลงคอยสังเกตสถานการณ์อยู่ด้านหลังเจ้านายของตนเป็นระยะห่าง 3 ลี้ตามคำสั่งของเขา “ ลุยเข้าไป ใครทำให้เสียมหลอหลงตกจากหลังม้าได้ ข้าจะแต่งตั้งเป็นรองหัวหน้าพร้อมเงินรางวัลอีก 3,000 ตำลึง” หัวหน้ากลุ่มโจรตะโกนสั่งเพื่อปลุกใจและกระตุ้นให้บรรดาสมุนของตนลุยไปข้างหน้าเพื่อจัดการกับเป้าหมายของตนลงให้ได้ ซึ่งตอนนี้ทัพม้าของหานซุ่นกำลังมุ่งหน้าตรงมาที่นายอำเภอหนุ่ม โดยเหลือระยะห่างเพียงแค่ลี้เดียว( 500 เมตร)เท่านั้น ท่ามกลางการลุ้นระทึกของทหารฝ่ายทางการที่เกรงว่าเจ้านายของพวกตนจะตกอยู่ในอันตราย แต่ก่อนที่ทัพโจรจะเข้ามาถึงระยะที่จะทำอันตรายต่อเป้าหมาย อาหลงก็ทำการลั่นไกอาวุธประหลาดที่ติดกล้องส่องทางไกล พร้อมกับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นเสียก่อน “ ปัง !” “ ฉึก !” “ โอ๊ย ! อั๊ก !” “ ตุ๊บ !” สิ้นเสียงของอาวุธประหลาดดังกล่าว แม่ทัพของฝ่ายโจรก็พลัดตกลงจากหลังม้า เนื่องจากโดนกระสุนปริศนาเจาะเข้าที่ราวนมฝั่งขวา ก่อนที่เขาจะร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด จากนั้นจึงหมดสติแน่นิ่งไป ท่ามกลางความตกใจของเหล่าสมุนที่รีบเข้ามาดูอาการของหัวหน้าใหญ่ของตน “ ท่านหัวหน้า ท่านหัวหน้า ท่านเป็นอย่างไรบ้างขอรับ สั่งการลงไป ให้ทุกคนถอยทัพกลับเดี๋ยวนี้” ติงชิวชุนรีบเข้าไปดูอาการของเจ้านายของตนด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นว่าเขาหมดสติไป จึงรีบนำร่างของเขาขึ้นม้าและพากลับเข้าค่ายของตนทันที จากนั้นจึงปิดประตูค่าย พร้อมทั้งติดป้ายพักรบ “ เฮ ๆ ๆ ๆ” เสียงโห่ร้องดีใจของทหารหน่วยรบพิเศษหลงหู่ดังกึกก้อง หลังจากที่ผู้บัญชาการของพวกตนสามารถพิชิตคู่ต่อสู้ลงได้อย่างดงาม จากนั้นจึงพากันเข้าไปแสดงความยินดีกับเสียมหลอหลง ก่อนจะพากันเคลื่อนทัพกลับเข้าค่าย โดยไม่ได้ติดตามไล่ตีซ้ำฝ่ายตรงข้ามแต่อย่างใด “ ใต้เท้า อาวุธที่ท่านใช้สยบหัวหน้าโจรเรียกว่าสิ่งใดกันขอรับ พวกข้าไม่เคยพบเห็นมาก่อนเลย?” หวังฮั่นเอ่ยถามเจ้านายของตน ก่อนที่นายอำเภอหนุ่มจะอธิบายให้เขาฟังสิ่งนี้เรียกว่า “ สไนเปอร์” เพียงแต่เขาไม่ได้ใช้กระสุนจริง เพราะไม่ได้ประสงค์ต่อชีวิตของอีกฝ่าย หากแต่เปลี่ยนเป็นลูกดอกอาบยาสลบแบบรุนแรงแทน ดังนั้นหานซุ่นจึงหมดสติแทบจะทันทีที่โดนลูกดอกจากสไนเปอร์กระบอกนี้ “ คงเป็นหัวหน้าหน่วยอาวุธเพลิง แม่นางหลี่ซา เป็นผู้ประดิษฐ์ให้นายท่านใช่มั้ยขอรับ?” เฮ่อหวังซื่อเอ่ยถามขึ้นมาบ้างด้วยความอยากรู้ และเมื่อเห็นนายท่านของตนพยักหน้าจึงทำให้เขารู้ว่าที่ตนคาดการณ์ไว้นั้นถูกต้องจริง ๆ หลังจากกลับถึงค่ายแล้ว อาหลงจึงหารือกับคนสนิทของตนเพื่อคัดเลือกผู้ที่จะทำหน้าที่ถือจดหมายไปส่งข่าวยังค่ายโจรของฝ่ายตรงข้าม หลังจากที่หารือได้ไม่นานพวกเขาก็ได้ตัวเลือกที่เหมาะสมในที่สุด ค่ายโจรของหานซุ่น ณ หมู่บ้านกุ้ยฮวา “ ท่านหัวหน้า มีทหารของทางการเดินทางมาส่งสารและขอเจรจาขอรับ” คนสนิทของหานซุ่นรายงานให้หัวหน้าของตนทราบว่ามีทหารของทางการถือสารมาส่ง โดยตอนนี้รออยู่นอกกระโจม ก่อนที่หานซุ่นจะสั่งให้เบิกตัวอีกฝ่ายเข้ามาได้ “ เจ้าเป็นคนที่เสียมหลอหลงส่งมาสินะ?” หานซุ่นที่เพิ่งจะฟื้นคืนสติจากการโดนลูกดอกยาสลบเมื่อช่วงเย็นเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยสีหน้าดุดันเอาเรื่อง โดยตอนนี้ติงชิวชุนไม่อยู่ในกระโจม เพราะยังไม่กลับมาจากการออกไปสืบข่าวฝ่ายตรงข้าม “ ใช่แล้วขอรับ ใต้เท้าฝากเรียนท่านหัวหน้าว่า ท่านทราบดีว่าที่ผ่านมาพวกท่านได้รับความไม่เป็นธรรม ทำให้ชะตาพลิกผันต้องกลับกลายเป็นโจร ดังนั้นถ้าพวกท่านยอมจำนนแต่โดยดี นายอำเภอจะขออภัยโทษให้พวกท่านทุกคน แถมยังจะช่วยให้พวกท่านได้กลับเข้ารับราชการทหารเพื่อรับใช้ชาติบ้านเมืองตามเดิมอีกด้วย ท่านเห็นเป็นเช่นไรบ้างขอรับ?” นายทหารหนุ่มหน้าคมคายผู้หนึ่ง เอ่ยยื่นข้อเสนอต่อหัวหน้าโจรอย่างสุภาพ ก่อนที่หานซุ่นจะหัวเราะออกมาด้วยแววตาที่ดุร้าย พร้อมทั้งชี้หน้าด่าอีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่เหยียดหยามและสมเพชอย่างเต็มที่ “ บังอาจ เจ้าเป็นแค่ทหารตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง กลับกล้ายื่นข้อเสนอต่อรองกับข้าเชียวเรอะ เด็ก ๆ ลากตัวมันออกไปตัดหัวเดี๋ยวนี้” “ ฮ่า ๆ ข้าไม่กลัวที่จะต้องตายในหน้าที่ แต่น่าเสียดายที่ท่านนายอำเภอมองคนผิดไปจริง ๆ ช่างน่าเสียดาย น่าเสียดาย ฮ่าๆ” ทหารชั้นผู้น้อยคนนั้นไม่มีอาการตื่นกลัว แต่กลับหัวเราะสมเพชบุคคลที่อยู่ตรงหน้านี้อย่างไม่กลัวตายเลยแม้แต่น้อย “ ช้าก่อน เจ้าหมายความว่าอย่างไร ที่บอกว่านายอำเภอมองคนผิดไป?” หัวหน้าโจรเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความสงสัยในวาจาที่เขากล่าวออกมา ก่อนที่อีกฝ่ายจะตอบคำถามของหานซุ่นอย่างฉะฉาน ชัดถ้อยชัดคำ ไม่มีอาการเกรงกลัวในบารมีของหัวหน้าโจรผู้นี้เลยแม้แต่น้อย “ ก็ใต้เท้าเสียมหลอยืนยันกับข้าก่อนที่จะมาที่นี่ว่า ท่านหานซุ่นเป็นวีรชนผู้กล้า ย่อมจะต้องปฏิบัติต่อทูตเช่นข้าเป็นอย่างดี แต่ท่านก็เห็นแล้วว่าความจริงมันกลับตรงกันข้าม นับว่าท่านนายอำเภอดูคนผิดไปจริง ๆ ฮ่า ๆ” ทหารหนุ่มหัวเราะให้กับโชคชะตาของตนเอง ก่อนจะเอ่ยปากให้สมุนโจรพาตนไปยังลานประหารได้แล้ว “ ฮ่า ๆ ยอดเยี่ยมจริง ๆ สมแล้วที่ท่านเป็นคนที่ท่านเสียมหลอส่งมา น่าเสียดาย ถ้าใต้เท้าเสียมหลอยอมให้เกียรติมานั่งร่ำสุรากับข้าที่นี่ ข้าอาจจะยอมรับข้อเสนอของเขาก็ได้” หานซุ่นในความกล้าหาญและมีไหวพริบของอีกฝ่าย ก่อนที่ทูตหนุ่มผู้นี้จะยิ้มออกมาด้วยความยินดีที่ทุกอย่างเหมือนจะเป็นไปตามแผนที่เขาวางไว้แต่แรก “ ตกลงตามนี้ ท่านอย่าลืมที่ท่านรับปากไว้เมื่อครู่นะขอรับ” “ เช่นนั้น ข้าขอให้ท่านนำสุราเข้ามา พวกเราจะได้ร่ำสุราไปพร้อม ๆ กับเริ่มการเจรจาไปด้วยเลย” หานซุ่นงุนงงเป็นยิ่งนัก เพราะเขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังหมายถึงอะไร ดังนั้นจึงบอกอีกฝ่ายไปว่า เขาจะเจรจาเฉพาะกับใต้เท้านายอำเภอผู้เดียวเท่านั้น “ ท่านหัวหน้า ข้ามีข่าวด่วนจะรายงานขอรับ โอ๊ะ เป็นท่าน ท่านนายอำเภอ เหตุใดท่านยังกล้าบุกเดี่ยวมาถึงนี่ ท่านไม่กลัวว่าจะเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่หรือไร?” เป็นติงชิวชุนที่พรวดพราดรีบร้อนเข้ามารายงานข่าวสำคัญด้านในกระโจม ก่อนจะสังเกตเห็นว่าคู่อริคนสำคัญของพวกตน และเป็นคนทำให้หัวหน้าของพวกตนต้องตกจากหลังม้ากลับกล้าเข้าถ้ำเสือจริง ๆ “ อะ อะไรนะ ชิวชุน เมื่อครู่ท่านพูดว่านายอำเภอ เป็นนายอำเภออันใดกัน?” หานซุ่นเอ่ยถามมือขวาของตนอย่างตระหนก เพราะคิดว่าเมื่อครู่ตนคงหูฝาดหรือฟังผิดไปเอง “ ท่านฟังไม่ผิดหรอก บุคคลที่อยู่ตรงหน้าท่านตอนนี้ก็คือใต้เท้าเสียมหลอหลง นายอำเภอหลงซานนั่นเองขอรับ” รองหัวหน้าโจรเอ่ยยืนยันให้อีกฝ่ายได้ทราบ เมื่อหานซุ่นแน่ใจว่านี่เป็นเรื่องจริง เขาถึงกับเกิดความชื่นชมในความกล้าหาญไม่กลัวตายของศัตรูคนนี้ขึ้นมาหลายส่วน “ เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ใต้เท้าอุตส่าห์มาเยี่ยมเยียนตามคำเชิญของข้า รวมทั้งข้าต้องขอบคุณท่าน ที่ไม่ทำร้ายและทำอันตรายข้าเมื่อตอนเที่ยง เชิญท่านนั่งก่อน” หัวหน้าโจรบังเกิดความซาบซึ้งใจในความเป็นสุภาพบุรุษของเขา เพราะเขาได้รู้จากหมอที่ช่วยรักษาอาการของเขาว่าที่เขาโดนลูกดอกยิงนั้นเป็นเพียงแค่ยาสลบเท่านั้น หาใช่ยาพิษอย่างที่เข้าใจตอนแรกไม่ นี่แสดงว่าอีกฝ่ายไม่ได้ประสงค์ที่จะเอาชีวิตเขาแม้แต่น้อย “ ขอบคุณพี่หานที่ให้เกียรติ ข้าเคยได้ยินวีรกรรมของท่านกับเหล่าพี่น้อง ที่นำทัพสยบทัพต้าหมิงจนพ่ายแพ้อย่างหมดรูป วันนี้มีโอกาสได้พบท่านถือว่าเป็นวาสนาของข้ายิ่งนัก” ................................................................................................................................คุยกันหลังฉาก...มาแล้วนะครับ สำหรับตอนที่ 58 และต้องขออภัยที่หายไปหลายวันเนื่องจากไรท์ติดภารกิจหลายอย่าง ส่วนตอนนี้อาหลงของเราก็ต้องนำทัพออกศึกเป็นครั้งแรก และสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้อย่างสวยงาม รวมทั้งยังกล้าเข้าถ้ำเสือไปพบกับผู้นำของอีกฝ่าย เรื่องราวจะดำเนินต่อไปอย่างไร รอลุ้นรออ่านในตอนต่อไปได้เลยครับ ขอบคุณรีดที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามอ่านด้วยดีเสมอมานะครับ ขอบคุณจริง ๆ ครับ ป.ล.สุขสันต์วันลอยกระทง และวันฮาโลวีนนะครับทุก ๆ ท่าน...............................................................................................................................สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต“ สำหรับข้าแล้ว ไม่มีคำว่าล้มเหลว มีเพียงผลลัพธ์ที่ยังไม่ตรงกับความต้องการเท่านั้น”