คืนวันที่ 2 ณ ถ้ำลับหลังน้ำตก
เสียงน้ำตกซัดสาดกลบเสียงภายนอก หยางเฉินนั่งขัดสมาธิอยู่หน้ากองไฟเล็กๆ โดยมี 'เถี่ยปี้' แรดเหล็กไหลนอนกรนเสียงดังอยู่ข้างๆ คอยเฝ้ายามให้
ในมือของหยางเฉินคือตำราเก่าคร่ำครึที่ยึดมาจากศพของหวังกัง... 'เคล็ดวิชาทุ่มขุนเขา' (Mountain Throw) เนื้อหาในเล่มเต็มไปด้วยรูปวาดคนตัวเล็กทุ่มคนตัวใหญ่ และคำอธิบายเชิงนามธรรม เช่น "ทำจิตให้สงบดั่งน้ำ นิ่งดั่งภูผา เคลื่อนไหวดั่งลมพายุ"
"ไร้สาระ..." หยางเฉินบ่นพึมพำ "เขียนให้เข้าใจยากทำไมวะ" สำหรับวิศวกรอย่างเขา ภาษาของจอมยุทธ์มันช่างเวิ่นเว้อ "ทำจิตให้สงบดั่งน้ำ? มันก็คือการ 'ลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ' (Muscle Relaxation) เพื่อเตรียมพร้อมรับแรงปะทะ" "นิ่งดั่งภูผา? มันก็คือการ 'รักษาสมดุลจุดศูนย์ถ่วง' (Center of Gravity) ให้อยู่ต่ำที่สุด" "เคลื่อนไหวดั่งลมพายุ? ก็คือการใช้ 'แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง' (Centrifugal Force) ในการหมุนตัวทุ่ม"
ติ๊ง! [ระบบวิเคราะห์: ตรวจพบรูปแบบการต่อสู้ระยะประชิด (CQC)] [คุณ้าผสาน 'วิชาทุ่มขุนเขา' เข้ากับ 'ฐานข้อมูลฟิสิกส์' หรือไม่?]
"จัดไป" หยางเฉินตอบตกลงทันที
แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นในดวงตาของเขา ข้อมูลในตำราถูกถอดรหัสและเรียบเรียงใหม่ในหัวสมองของหยางเฉิน ไม่ใช่ในรูปแบบกระบวนท่ารำมวย แต่เป็ 'สมการการเคลื่อนที่'
กฎข้อที่ 1: เมื่อศัตรูผลักมา อย่าต้านทาน แต่ให้ดึง (เพิ่มความเร็วให้ศัตรูเสียหลัก)
กฎข้อที่ 2: เมื่อศัตรูดึง ให้ผลักสวน (ใช้แรงส่งของศัตรูบวกกับแรงของเรา Ftotal=Fenemy+Fme)
กฎข้อที่ 3: จุดหมุน (Fulcrum) คือหัวใจสำคัญของการงัดวัตถุหนัก
[การประมวลผลเสร็จสิ้น] [ได้รับสกิลใหม่: ศิลปะการจับทุ่มเชิงวิศวกรรม (Engineering Judo / Vector Jiu-Jitsu)] [ระดับ: เชี่ยวชาญเบื้องต้น] [คำอธิบาย: ใช้หลักการคานงัด, โมเมนต์, และแรงเฉื่อย เพื่อล้มคู่ต่อสู้ที่มีมวลมากกว่าหรือเร็วกว่า โดยใช้พลังงานของตนเองให้น้อยที่สุด]
หยางเฉินลุกขึ้นยืน ยืดเส้นยืดสาย "ดี... ทีนี้ข้าก็ไม่ต้องเปลืองลูกดอกกับพวกแมลงหวี่แมลงวันที่ชอบเข้ามาเกาะแกะแล้ว"
เขาลองซ้อมท่ามือเปล่าในอากาศ "คว้าข้อมือ... หาจุด CG... หมุนสะโพกสร้างแรงบิด (Torque)... แล้วทุ่ม!" ฟุ่บ! ท่วงท่าของเขาดูเงอะงะในสายตาจอมยุทธ์ แต่ในทางชีวกลศาสตร์ (Biomechanics) มันคือการเคลื่อนไหวที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการถ่ายเทแรง
...
เช้าตรู่วันที่ 3 (วันสุดท้ายของการประลอง)
หยางเฉินขี่เถี่ยปี้ออกมาจากถ้ำ พร้อมกับหน้าไม้ Mk-3 บนหลัง คะแนนป้ายหยกของเขาตอนนี้อยู่อันดับ 1 ของการแข่งขัน แต่การล่าในวันสุดท้ายจะดุเดือดยิ่งกว่าเดิม
"หยุดเดี๋ยวนี้! เ้าอันดับหนึ่ง!"
เสียงะโดังขึ้นจากยอดไม้ เงาร่างสีแดง 5 สายะโลงมาล้อมหน้าล้อมหลังพวกเขาไว้ ศิษย์ 'สำนักหงส์เหิน' (สายความเร็ว) กลุ่มใหม่ นำโดยหญิงสาวหน้าตาคมคายที่ถือมีดสั้นคู่ 'หลินอวี้'
"หยางเฉิน... ข้าได้ข่าวว่าเ้ามีอาวุธร้ายแรงที่ยิงได้ไกลและแรงมาก" หลินอวี้แสยะยิ้ม เดินวนไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง "แต่จุดอ่อนของพลหน้าไม้ทุกคน... คือระยะประชิด!"
"พี่น้อง! บุกพร้อมกันจากรอบทิศทาง! อย่าให้มันมีเวลาเล็ง!"
"รับทราบ!"
ศิษย์หงส์เหินทั้ง 5 คนพุ่งเข้ามาพร้อมกันด้วยความเร็วสูง ทิ้งภาพติดตาไว้เื้ั เป้าหมายคือการเข้าประชิดตัวหยางเฉินบนหลังแรดให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เขามีโอกาสใช้หน้าไม้
หยางเฉินถอนหายใจ "เถี่ยปี้... อยู่นิ่งๆ นะ" เขาไม่ได้หยิบหน้าไม้ แต่กลับะโลงจากหลังแรดมายืนบนพื้นดินมือเปล่า!
"หา!?" หลินอวี้ชะงัก "มันทิ้งอาวุธ? สิ้นหวังจนเสียสติไปแล้วรึไง!" "ช่างมัน! ฆ่ามันซะ!"
ชายคนแรกพุ่งเข้ามาถึงตัวหยางเฉินก่อน มีดสั้นในมือแทงเข้าที่คอหอย ความเร็วระดับนี้ คนธรรมดามองไม่ทัน แต่สำหรับหยางเฉินที่ผ่านการคำนวณวิถีะุมานับครั้งไม่ถ้วน... นี่มันช้าเหมือนภาพสโลว์โมชั่น
"เวกเตอร์แรงพุ่งมาข้างหน้า... จุดศูนย์ถ่วงเทไปด้านหน้า..." หยางเฉินวิเคราะห์ในเสี้ยววินาที
แทนที่จะหลบหรือปัดป้อง หยางเฉินก้าวเท้าซ้ายสวนเข้าไปประชิดตัว (Irimi) มือขวาคว้าจับที่แขนเสื้อของศัตรู มือซ้ายจับที่คอเสื้อ แล้วหมุนตัว!
วิชาทุ่ม: เซโอนาเกะ (Seoi Nage - ทุ่มข้ามไหล่)
เขาไม่ได้ใช้แรงยก แต่ใช้ 'สะโพก' ของตัวเองเป็จุดหมุน (Fulcrum) แล้วดึงแขนศัตรูลงตามทิศทางแรงโน้มถ่วง แรงพุ่งของศัตรู + แรงเหวี่ยงจากการหมุนตัว = หายนะ
ปังงงง!!
ร่างของศิษย์ชายคนนั้นลอยข้ามไหล่หยางเฉิน แล้วฟาดลงกับพื้นหินอย่างรุนแรง! เสียงกระดูกซี่โครงหักดังลั่น กร๊อบ! แรงกระแทกทำให้เขาสลบเหมือดทันทีโดยไม่ต้องซ้ำ
"อะไรนะ!?" เพื่อนอีก 4 คนเบิกตากว้าง
"อย่าหยุด! เข้าไป!" หลินอวี้กัดฟัน พุ่งเข้ามาตวัดมีดสั้นใส่ขาหยางเฉิน
หยางเฉินกวาดตามอง "คราวนี้โจมตีส่วนล่าง... จุดศูนย์ถ่วงต่ำ..."
เขายกเท้าขวาขึ้น แล้วตวัดเกี่ยวขาหน้าของหลินอวี้ พร้อมกับผลักไหล่นางไปด้านหลัง วิชาขัดขา: โอโซโตะ การิ (Osoto Gari)
แรงผลักสวนทางกับแรงวิ่ง หลินอวี้เสียหลักทันที ขาลอยชี้ฟ้า หลังกระแทกพื้นดัง อั่ก! นางจุกจนหายใจไม่ออก มีดสั้นหลุดจากมือ
ศิษย์อีกสองคนที่เหลือพุ่งเข้ามาพร้อมกัน ซ้ายขวา หยางเฉินไม่ถอย เขาคว้าคอเสื้อของทั้งคู่ไว้ แล้วทิ้งตัวลงนอนหงาย พร้อมกับถีบหน้าท้องของพวกมันส่งขึ้นฟ้า วิชาทุ่ม: โทโมเอะ นาเกะ (Tomoe Nage - ทุ่มกงจักร)
ร่างของศิษย์สองคนลอยละลิ่วข้ามหัวหยางเฉินไปกระแทกกับต้นไม้ด้านหลังอย่างแรง
ภายในเวลาไม่ถึง 10 วินาที... ศิษย์สำนักหงส์เหินระดับแนวหน้า 4 คน นอนกองกับพื้น ร้องโอดโอย เหลือเพียงคนสุดท้ายที่ยืนขาสั่น พลางมองหยางเฉินที่ลุกขึ้นมาปัดฝุ่นที่เสื้ออย่างสบายใจ
"นะ... นี่มันวิชาอะไร..." ศิษย์คนสุดท้ายถามเสียงสั่น "เ้าไม่มีปราณ... ทำไมถึงมีแรงขนาดนี้?"
หยางเฉินขยับแว่นสายตา (กันลม) ของเขา "ข้าไม่ได้ใช้แรง... ข้าแค่ใช้ 'ฟิสิกส์' จัดระเบียบร่างกายพวกเ้าใหม่นิดหน่อย" "เรียกว่า 'ยูโด' (วิถีแห่งความอ่อนโยน)... ถึงแม้ผลลัพธ์จะดูรุนแรงไปหน่อยก็เถอะ"
เขาเดินเข้าไปหาศิษย์คนสุดท้ายที่ก้าวถอยหลัง "จะส่งป้ายมาดีๆ หรือจะให้ข้าคำนวณ 'แรงตกกระทบ' ของหัวเ้ากับพื้นโลก?"
ศิษย์คนนั้นรีบปลดถุงป้ายหยกโยนให้ทันที แล้ววิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต
หยางเฉินเก็บถุงป้ายขึ้นมา ยิ้มมุมปาก "ประหยัดลูกดอกไปได้ตั้ง 5 ดอก... คุ้มจริงๆ" "วิชานี้เหมาะมากเวลาเจอพวกชอบวิ่งเข้ามาใกล้ๆ... แต่ถ้าเจอกระบี่บินระยะไกล ก็ยังต้องพึ่งหน้าไม้อยู่ดี"
ทันใดนั้น ท้องฟ้าเหนือหุบเขาเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงฉาน อุณหภูมิรอบตัวพุ่งสูงขึ้นจนใบไม้เริ่มแห้งกรอบ
ตูม!
ลูกไฟขนาดมหึมาตกลงมากลางป่า ห่างจากจุดที่หยางเฉินอยู่ไม่ไกล เสียงหัวเราะที่คุ้นเคยและเต็มไปด้วยจิตสังหารดังลอยมาตามลม
"หยางเฉิน! ข้ารู้ว่าเ้าอยู่ที่นี่!" "ออกมาตัดสินกันได้แล้ว!"
หยางเฉินหันไปมองทิศทางนั้น แววตาเปลี่ยนจากขี้เล่นเป็จริงจัง "หลี่เฟิง... ในที่สุดก็ตามมาทันสินะ"
เขาะโขึ้นหลังเถี่ยปี้ "เถี่ยปี้... เตรียมตัวรับแรงกระแทก" "คราวนี้เราไม่ได้เจอกับคนธรรมดา... แต่เรากำลังจะเจอกับ 'เครื่องพ่นไฟเคลื่อนที่'"
หยางเฉินบรรจุลูกดอกที่แพงที่สุดและอันตรายที่สุดลงในราง Mk-3 'ลูกดอกหัวรบไนโตรเจนเหลว' (Liquid Nitrogen Bolt) "มาดูกันว่าไฟของแก... จะสู้กับความเย็นสัมบูรณ์ได้ไหม"