ยาจกเช่นข้าไฉนกล้ารักท่าน

    ตามหลันฮวามาพบใต้เท้า

    “ข้ารู้ข่าวจากบิดาของเจ้าหมดแล้ว ว่าเจ้าได้พาคนรักมาอาศัยอยู่ที่จวนตระกูลหวง อย่างไรข้าก็ยินดีกับเจ้าด้วย ถึงแม้เราสองตระกูลจะไม่ได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน ข้าก็มิได้เสียใจ เมื่อเห็นเจ้ามีความสุข ข้าก็ยินดี” ใต้เท้าตงซันพูดพร้อมรอยยิ้ม ก่อนที่หวงซีเหรินจะพยักหน้ายิ้มรับด้วยท่าทางอ่อนน้อม

    “ข้ายอมรับว่าเสียใจอยู่มาก แต่จะให้บังคับลูก เพื่อความต้องการของตัวเอง ข้าก็มิอาจตัดใจทำได้” ไป๋เยี่ยนพูดด้วยกิริยาอ่อนน้อม ก่อนชายกลางคนจะพยักหน้ายิ้มเข้าใจความหมาย

    “ข้าทำขนมมาให้ ทุกคนได้ชิมกันด้วยเจ้าค่ะ” ไป่หลานเห็นเป็นจังหวะ จึงค่อย ๆ วางขนมที่ทำด้วยความตั้งใจลง ก่อนที่หญิงกลางคนจะหยิบขึ้นมา แล้วหมุนดูหน้าตาของขนมชิ้นนั้นอย่างพินิจ

    “หน้าตาน่ากิน ทำได้อย่างละเอียดงดงามมาก” ก่อนไป๋เยี่ยนจะค่อย ๆ กินชิมรสชาติขนมนั้น แล้วปล่อยยิ้มออกมาอย่างพอใจ

    “อร่อยมาก เจ้าทำขนมได้อร่อยมาก ๆ ฝีมือของเจ้าไม่เคยทำให้ข้าผิดหวัง” คำชมจากหญิงกลางคนทำให้ทุกคนในที่นั้น หยิบขนมของนางกินคนละชิ้น ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนที่ใต้เท้าตงซันจะนึกบางอย่างได้

    “จริงสิ ข้ายังไม่เคยเห็นคนรักของเจ้าเลย จะเป็นไรฤาไม่ หากพามาให้ข้าพบหน้าบ้าง” หวงซีเหรินชะงักนิ่ง ก่อนจะถูกมารดาเอ่ยขึ้น

    “เฟ่ยกุ่ยไปตามแม่นางยู่จิน มาพบกับใต้เท้าตงซันหน่อย”

    “เจ้าค่ะ”

    “เอ่อ..ท่านแม่เดี๋ยวข้าไปตามนางเอง” หวงซีเหรินทำท่าลังเล แต่ด้วยมารยาทแล้วเขาไม่อาจปฏิเสธได้ จึงรับคำมารดา แล้วเดินตรงมายังเรือนรับรองในทันที

    “ต้องขออภัยใต้ตงซันด้วย นางไม่รู้ว่าใต้เท้ามาเยี่ยม จึงมิได้ออกมาต้อนรับ” ไป๋เยี่ยนพูดแก้ ในขณะที่ใบหน้าของไป่หลานพยายามฝืนความรู้สึกของตัวเองไว้ ยังไม่อาจตัดใจจากหวงซีเหรินได้ในเวลาอันสั้น

    ชายหนุ่มเดินเข้ามายังเรือนรับรองที่เงียบกริบผิดปกติ

    “ยู่จิน” เสียงเรียกของหวงซีเหรินไม่ได้ทำให้หลันฮวารู้สึกตัว นางยังคงครุ่นคิดหลายอย่าง ภายใต้ผ้าห่มที่ยังคลุมศีรษะนางอยู่ หลังจากหวงซีเหรินวิ่งวนหาจนทั่วแล้ว เขาตัดสินใจเข้าไปยังห้องนอนของนาง พบร่างบางใช้ผ้าห่มปกคลุมกายจนมิด พลางยุกยิกไปมาเหมือนเด็กกำลังเล่นซ่อนหา

    หวงซีเหรินขมวดคิ้วแปลกใจการกระทำประหลาดนั้น สองเท้าของเขาค่อย ๆ ก้าวเข้าไปหานางช้า ๆ พลันปล่อยยิ้มออกมาเล็กน้อย

    “ยู่จิน” เสียงเรียกของหวงซีเหรินดังขึ้นจนหญิงสาวต้องหลับตาปี๋ พลันภาพรอยประทับของชายหนุ่มก็แล่นเข้ามาในมโนความคิดอีกครั้ง ใบหน้าแดงก่ำของหลันฮวาเห่อออกมาจนเห็นได้ชัด ก่อนผ้าคลุมศีรษะของนางจะถูกเขาดึงออกในพริบตา

    “เหตุใดเจ้าจึงหน้าแดงเช่นนั้น ไม่สบายฤาไม่” หวงซีเหรินรีบเข้ามานั่งด้านข้าง พลางยกมือขึ้นทาบศีรษะนางในทันทีด้วยความเป็นห่วง หากแต่ต้องขมวดคิ้วอีกครั้งเมื่อพบว่าตัวไม่ได้ร้อนอย่างที่คิด

    “ตัวเจ้าไม่ร้อน แต่เหตุใดจึงหน้าแดงราวกับกำลังไม่สบาย” ยิ่งชายหนุ่มเข้าใกล้นางมากเท่าใด หลันฮวายิ่งรู้สึกถึงหัวใจที่กำลังเต้นแรงมากขึ้นเท่านั้น

    “ขะ ข้า..ข้าอาจจะตัวร้อนหลบใน ก็ได้” หลันฮวาตอบส่ง ๆ ก่อนที่ชายหนุ่มจะขยับกายเข้ามาใกล้นางอีก

    “ท่านมาหาข้าด้วยเหตุใด” หญิงสาวหลับตาพูดก่อนที่กายของเขาจะใกล้ชิดนางมากกว่าเดิม หวงซีเหรินได้สติกลับมาจึงถอนหายใจแล้วทอดสายตามองนาง

    “นับวันเจ้ายิ่งทำตัวประหลาดมากขึ้น เหตุใดจึงนั่งเอาผ้าคลุมกายเช่นนี้ แล้วดูใบหน้าของเจ้าแดงถึงเพียงนั้น แต่กลับไม่มีไข้แม้เพียงนิด” ชายหนุ่มพูดออกมาตามความรู้สึก ก่อนที่หลันฮวาจะเบี่ยงหน้าออกไปทางอื่น

    “เหตุใดเขาจึงไม่สำนึก ว่าทำอันใดกับข้าไว้ จะให้ข้ายิ้มระรื่นเช่นนั้นฤา” หญิงสาวลอบคิดในใจ ก่อนที่สีหน้าของชายหนุ่มจะปล่อยยิ้มออกมา ทำราวกับนึกบางอย่างได้

    “ข้ารู้แล้ว”

    “รู้อะไร” หลันฮวารีบหันกลับมาถามด้วยใจระทึก

    “ที่เจ้าหน้าแดง เพราะจูบของข้าใช่ฤาไม่” ดวงตากลมโตของหลันฮวาหยุดนิ่งมองเขาด้วยความตกตะลึง ใบหน้าเปื้อนยิ้มเจ้าเล่ห์ของหวงซีเหรินไม่มีท่าทีสะท้านกับความผิดของตัวเอง กลับทำเหมือนกำลังถือไพ่เหนือกว่า

    “เพราะจูบของข้า ใช่ฤาไม่” หวงซีเหรินถามย้ำ ก่อนที่หญิงสาวจะกะพริบตาถี่ ๆ แล้วหันหน้าแดงไปทางอื่นพลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ด้วยท่าทางอึกอัก

    “ข้าหิวน้ำแล้ว” หญิงสาวทำท่าจะลุกขึ้นจากเตียงแล้วบ่ายเบี่ยงที่จะตอบเขา ก่อนกายของชายหนุ่มจะขยับมาดักนางไว้ สายตาคมทอดมองนางด้วยสายตาบางอย่าง

    “เปลี่ยนเรื่องเก่งนัก เจ้าไม่บอกข้าก็ไม่เป็นไร ข้าไม่อยากรู้แล้วล่ะ ว่าเจ้าหน้าแดงด้วยเรื่องใด”

    “เช่นนั้นท่านก็หลบข้าก่อนได้ฤาไม่ ข้าหายใจไม่ค่อยออก”

    “เหตุใดจึงหายใจไม่ออก ตอนข้าจูบเจ้า เจ้ายังหายใจได้เลย” คำพูดของชายหนุ่ม ทำให้หลันฮวายิ่งเลิ่กลั่ก ทำอันใดไม่ถูก พลันหันไปหยิบผ้าห่มขึ้นมาศีรษะไว้อย่างเดิม

    “เหตุใดเขาจึงวนเวียนอยู่กับจูบนั้นไม่จบสิ้น แล้วเหตุใดหน้าข้าจึงแดงเป็นหลักฐานให้เขาจับได้อยู่ตลอดเวลา” หลันฮวาหลับตาลงภายใต้ผ้าห่มผืนนั้น พลันคิดไปมาด้วยความสับสน อยู่ ๆ ผ้าห่มของนางก็ถูกเขาดึงออกอีกครั้งหนึ่ง

    “แล้วที่เจ้าดึงเอาผ้ามาคุมศีรษะเช่นนี้ เหตุใดจึงหายใจออก ทีกับข้า ใกล้ชิดเจ้าเพียงนิด กลับบอกว่าหายใจไม่ออก”

    “ข้าหิวน้ำ” หลันยังคงเลิ่กลั่กแล้วพูดแก้ตัวไป ก่อนใช้จังหวะดันตัวเขาออก แล้วรีบเดินออกไปยังด้านนอก หญิงสาวจ้ำมาทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ พร้อมกับรินชาแล้วยกดื่มในทันที ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินตามออกมาพร้อมรอยยิ้ม

    “ที่ข้ามา เพราะว่าใต้เท้าตงซันอยากพบเจ้า” หลันฮวาพ่นน้ำชาออกจากปากทันที เรื่องเก่ายังไม่ได้สะสางเรื่องใหม่ก็เข้ามาให้วุ่นวายใจ

    “ท่านว่าอันใดนะเจ้าคะ” ใบสวยหวานหันไปยังชายหนุ่มแล้วเอ่ยถาม ก่อนที่หวงซีเหรินจะเดินเข้ามานั่งด้านข้างพร้อมถอนหายใจ

    “ข้ารู้ว่าเจ้ากลัวว่าจะถูกจับได้ แต่เจ้าไม่ต้องห่วง อย่างไรเสีย เจ้าก็ไปพบเขาในฐานะคนรักของข้า หาใช่ผู้ต้องสงสัยเป็นขโมยเสียเมื่อไหร่” คำพูดของหวงซีเหริน หาได้ทำให้หลันฮวาวางใจ นางยังคงส่อสายตาสับสนออกมาเป็นระยะ