“นายแข็งแกร่งมาก แต่ฉันไม่เคยเห็นไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลยนะ ไปอยู่ที่ไหนมาจนป่านนี้” กระทิงคลั่งเดินมานั่งพลางถาม
ต้องเข้าใจว่ากลุ่มเพลเยอร์ที่ไปถึงเลเวล40 นั้นมีไม่มากนัก และก็เป็คนของกิลด์ใหญ่เกือบทั้งหมด สามเดือนมานี้คนทั่ว ๆ ไปยังคงอยู่ใน่เลเวล 30-35 ส่วนที่เหนือขึ้นไปกว่านั้นก็แทบจะนับได้ด้วยนิ้วมือ ซึ่งเพลเยอร์ที่มีฝีมือไม่ธรรมดาจำนวนน้อยเหล่านี้ล้วนกำลังกอบโกยเงินทองจากการอัปค่าตัว ปล่อยให้กิลด์ใหญ่เสนอแย่งชิงกันเข้ามาเอง
คนทั้งหมดต่างก็เป็ที่รู้จักดีอยู่แล้วจากประกาศของสำนักข่าวที่เฝ้าติดตามสถานการณ์อยู่
ไทเทพคิดเล็กน้อยก่อนตอบไปตามตรงว่า“ฉันติดอยู่ในป่าั้แ่เกิดเสียงคำรามของโลกครั้งที่สอง เพิ่งกลับออกมาได้เดี๋ยวนี้เอง”
หลายคนที่นั่งอยู่ไม่ไกลได้ยินคำตอบก็ยิ่งตื่นตะลึง การที่ชายหนุ่มยังรอดมาถึงตอนนี้ได้แทบไม่ต่างอะไรกับปาฏิหาริย์แล้ว!
“เื่จริง? ป่าที่เต็มไปด้วยสัตว์อันตรายเนี่ยนะ” แม้แต่กระทิงคลั่งก็ยังเชื่อไม่ลงในทันที
“ฉันพอจะยืนยันให้ได้ เพราะบังเอิญไปเห็นเขาเดินออกมาจากป่าฝั่งตรงข้ามเขตเมืองพอดี”นิสาช่วยเสริม
ถึงเื่ราวมันจะเกินจินตนาการไปบ้างแต่ความแข็งแกร่งของไทเทพจริงแท้แน่นอน กระทิงคลั่งจึงไม่ติดใจสงสัยให้มากความ กลับดีเสียอีกถ้าเื้ัที่กล่าวมาไม่ได้แต่งขึ้น นั่นเท่ากับว่าชายคนนี้ยังมีพลังแฝงซ่อนเร้นอยู่อีกมาก
“ฉันเป็พวกมากับโชคน่ะ” ไทเทพตอบส่ง ๆ ไป
กระทิงคลั่งหัวเราะเสียงดังและเลิกเซ้าซี้ ตัดสินใจกล่าว “ถ้านายไม่ติดอะไร ฉันยินดีรับเข้ากิลด์กระทิงโหดของเรา เธอก็ด้วยนะ”
นิสายิ้มกว้างด้วยความดีใจอย่างไม่ปิดบัง ส่วนไทเทพเพียงยิ้มรับไว้ก่อนจะถามสิ่งที่ตนสงสัยขึ้นมาแทน
“อย่างฉันนี่จัดอยู่ในระดับไหนเหรอ”
“หัวหน้าหน่วยจู่โจมและมีสิทธิ์เข้าทีมหลักเพื่อร่วมกันบุกเบิกได้เลยล่ะ”กระทิงคลั่งตอบอย่างหนักแน่น ส่งให้คนอื่น ๆ ที่รับฟังอยู่ต้องมองชายหนุ่มใหม่ บางคนอ้าปากหวอเพราะรู้สึกเกินคาด บางคนก็ผิวปากด้วยท่าทางยินดี
เมื่อไทเทพถามรายละเอียดเจาะลึก กระทิงคลั่งก็ไม่คิดบ่ายเบี่ยงที่จะช่วยอธิบายให้เข้าใจ
หลังจากหยุดพักเป็เวลาเกือบสิบนาที ขบวนทัพของฝ่ายมนุษย์ก็เคลื่อนที่ต่ออีกครั้ง ซึ่งเส้นทางอีกครึ่งที่เหลือย่อมอันตรายกว่าเดิม จำนวนฝูงอีกาที่บินโฉบลงมาโจมตีถึงกับเพิ่มขึ้นสองเท่า ทว่าต่อให้มากกว่านี้อีกเท่าตัวพวกมันก็ไม่ต่างอะไรจากแมงเม่าที่บินเข้ากองไฟ ช่วยหนุนส่งให้ผู้มีพลังเอกลักษณ์ได้เก็บเกี่ยวยอดสังหารกันอย่างอิ่มหนำ กระทั่งไทเทพสามารถสะสมยอดที่ยังขาดอยู่เล็กน้อยจนครบ1,000 ตัว ได้รับแต้มสกิลที่ห้ามาในเวลาอันสั้น
น่าเสียดายที่วิธีการเก็บแต้มสังหารแบบนี้จะมีผลแค่ครั้งเดียว พอมาลงดันเจี้ยนซ้ำก็ได้แต่ไอเทมแล้ว
‘ฉันควรอัปสกิลอะไรดี’ ชายหนุ่มคิดไม่ตก ระหว่างที่สายตาจดจ้องข้อมูลชุดสกิลของตัวเอง
ตอนนี้ไทเทพยังไม่ได้อัปสกิล[กลืนดาว] กับ [มนตร์วานร] เลยสักแต้มเดียวจึงเกิดความลังเล ขณะที่ใจหนึ่งก็อยากรีบยกระดับตรีเพชรขึ้นไปเพื่อปลดล็อกสกิลอาวุธและเพิ่มพลังโจมตี ถึงระบบจะไม่ได้แจ้งค่าพลังโจมตีของมันไว้ แต่เกรดอาวุธสูงขึ้นก็ยิ่งต้องตีแรงกว่าเดิมอยู่แล้ว
‘เอาวะ!’
ไทเทพหรี่ตาพลางจิ้มลงไปที่สกิล[ตรีเพชร] อีกครั้งจนสถานะของมันกลายเป็ 2/5
นอกจากปลดล็อกสกิลอาวุธอย่าง[หลอมรวม] แล้วยังทำให้ตรีเพชรเลื่อนสู่ระดับทำลายล้างหรือเกรดสีทองอีกด้วย
ไทเทพรีบเปิดข้อมูลของสกิลใหม่ขึ้นมาทำความเข้าใจทันที
สกิลอาวุธ [หลอมรวม]
ความสามารถ: คนและอาวุธรวมเป็หนึ่ง ส่งผลให้ร่างกาย มือและเท้าไม่มีวันแตกหักหรือเสียหาย เป็ระยะเวลา 1 ชั่วโมง
‘นี่มันมีไว้ดับเครื่องชนเลยนี่หว่า แต่ยังมีจุดอ่อนอยู่ที่หัวสินะ’ ไทเทพผุดยิ้มโดยไม่รู้ตัว
“มีเื่ดี ๆ หรือคะ” นิสาที่สังเกตเห็นเอ่ยถามแก้เบื่อระหว่างที่ขบวนทัพมุ่งไปยังจุดปะทะ
ไทเทพหันมาตอบราวกับเด็กเห่อของเล่น“ผมเพิ่งได้แต้มใหม่มาอัปสกิลน่ะครับ”
ทันใดนั้นสภาวะรอบตัวของไทเทพพลันเปลี่ยนเป็หนักแน่นมั่นคงยิ่งกว่าเดิม ตรีเพชรที่ถูกเก็บอยู่ในซองข้างเอวสั่นไหวขึ้นครู่หนึ่ง จากนั้นะเิประกายสีทองออกมาพร้อมแรงกดดันระดับทำลายล้าง กระตุ้นให้คนอื่นตื่นตระหนกกันไปถ้วนหน้า มองชายหนุ่มราวกับตัวประหลาดไปแล้ว
“อาวุธของนายเลื่อนขั้นเป็เกรดทอง? เชี่ย มีอาวุธที่เลื่อนระดับได้แบบนี้ นายคือผู้มีพลังเอกลักษณ์เหมือนกันนี่หว่า”กระทิงคลั่งอุทานด้วยความตื่นเต้น สีหน้าแววตาคาดหวังยิ่งขึ้นไปอีก
ต้องบอกก่อนว่า ขวานสองคมก็เป็อาวุธคู่กายของเทพแห่งขวานไม่ต่างกัน ซึ่งปัจจุบันนี้ยังอยู่ในระดับทำลายล้างเกรดสีทองอีกด้วย หมายความว่ากระทิงคลั่งย่อมเคยผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนแล้ว
อันที่จริงมันกลายเป็ความรู้พื้นฐานั้แ่สองเดือนแรก เพราะผู้มีพลังเอกลักษณ์ทุกคนต่างถืออาวุธคู่กาย กระทั่งคนบางส่วนยังนำ่เวลาในการเลื่อนขั้นอาวุธของตัวเองมาโชว์คนหมู่มากด้วยซ้ำ มีทั้งคลิปวิดีโอ สตรีมออนไลน์ ทำให้เื่นี้ไม่เคยเป็ความลับ
“ห๊ะ!” ไทเทพใยิ่งกว่า ตนเพิ่งจะกลับเข้าสู่สังคมยังไม่ทันไรก็ถูกจับได้ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ การถูกตัดขาดจากโลกกลายเป็ช่องโหว่ใหญ่ในแผนการอย่างไม่คาดคิดแล้วสินะ…
ไอ้ระบบเฮงซวยเอ๊ย! ทำไมไม่ลงรายละเอียดไว้ให้มากกว่านี้วะ
ไทเทพกระแอมไอท่ามกลางสายตาจำนวนมากที่จับจ้องอยู่ สุดท้ายตัดสินใจชิงเป็ฝ่ายคุมสถานการณ์เอาไว้ก่อน“ขอโทษที ฉันแค่ไม่ชอบเป็จุดสนใจน่ะ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันยิ่งกว่าเชื่อแล้วว่ะ นายมันคนป่าของจริง” กระทิงคลั่งหัวเราะสุดเสียง ชวนให้คนทั้งหมดฮาแตกไปตาม ๆ กัน
ชายหนุ่มยิ้มแห้ง ก่อนรีบใช้สมองคิดเพื่อจะสร้างเื่ให้พอเอาตัวรอดเฉพาะหน้าไปได้
“ว่าแต่เอกลักษณ์ของนายคือใคร”
ในที่สุดกระทิงคลั่งก็ถามเข้าประเด็นที่ทุกคนอยากรู้ แน่นอนว่าไทเทพยังคิดที่จะปกปิดตัวตนอยู่ จึงโกหกหน้าตายออกไปหลังจากทบทวนดีแล้ว “วีรบุรุษแห่งสายลมน่ะ”
หลายคนนึกย้อนกลับไปถึงการแสดงฝีมือของไทเทพ ทำให้คำตอบนี้มีน้ำหนักมากพอสมควร
เหลือก็แต่นิสาที่แอบยิ้มกรุ้มกริ่มเพราะไม่ได้โดนหลอกไปด้วย ซึ่งเธอเลือกที่จะแกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ตามน้ำไป
“นายจะต้องเป็กำลังหลักให้ฝ่ายมนุษยชาติได้แน่ มาพยายามด้วยกันเถอะ” กระทิงคลั่งเอ่ยแสดงความจริงใจ
“เห็นแก่เจตนาที่ดีของนาย ขอฝากตัวด้วยแล้วกัน”ครั้งนี้ไทเทพตอบรับไว้ หลังจากสังเกตพฤติกรรมสมาชิกของกิลด์กระทิงโหดมาพักใหญ่ จึงค่อนข้างแน่ใจระดับหนึ่งว่าพวกเขาไม่เลวร้าย
สำหรับไทเทพ เขามีเป้าหมายที่ชัดเจนคือการมุ่งจบาบ้า ๆนี้ให้ได้โดยเร็ว แน่นอนว่าเหตุผลที่ใช้ผลักดันไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรเลย เขาไม่้าเงิน ไม่้าชื่อเสียง ก็แค่อยากให้พ่อแม่และน้องสาวได้อยู่อย่างปลอดภัย กลับมาใช้ชีวิตปกติสุขในโลกใบเก่าได้เท่านั้น
พอคิดถึงครอบครัว ไทเทพก็จะรู้สึกกังวลขึ้นมาทุกครั้ง
ตลอดสามเดือนมานี้เขาบอกกับตัวเองเสมอว่าครอบครัวที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพจะต้องไม่เป็อะไร แต่เมื่อยังไม่เห็นด้วยตา ไทเทพก็ไม่อาจวางใจให้สงบลงได้
ฉะนั้นการมีพันธมิตรที่ดีย่อมช่วยเหลือสนับสนุนให้เขาสามารถทำตามเป้าหมายได้เร็วขึ้นไปอีกก้าว
การบุกดันเจี้ยนผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว กระทั่งหน่วยจู่โจมเฉพาะกิจฝ่าฟันจนเข้ามาถึงด้านในสุด
เบื้องหน้าของพวกเขาคือต้นไม้ั์ที่มีความหนาราวกับตัวตึกอาคาร ร่มเงาของมันทาบทับไปไกลสุดสายตา เมื่อเพ่งมองขึ้นไปบนกิ่งก้านทุกคนก็พบอีกาขนาดสูงใหญ่ห้าเมตรเกาะอยู่เพียงตัวเดียว ซึ่งพลังสภาวะของมันส่งผลให้พื้นที่บริเวณนี้ถูกปกคลุมไว้ด้วยชั้นน้ำแข็ง อากาศหนาวสะท้านบั่นทอนจิตใจ
“ทีมของคุณกำลังเผชิญหน้ากับผู้บัญชาการทมิฬ ‘อีกาเหล็กน้ำแข็ง’เลเวล 40 [ระดับฝันร้าย]”
ระบบรายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งสิ้น
และเป็อีกครั้งที่นิสาชิงใช้สกิล[รู้แจ้งสรรพสิ่ง]ดึงข้อมูลของบอสมาแสดงให้ทุกคนเห็น
ผู้บัญชาการทมิฬ[อีกาเหล็กน้ำแข็ง]เลเวล 40, [ระดับฝันร้าย]
บอสตัวที่สอง[ดันเจี้ยนอีกาเหล็ก]
ชุดสกิล
[เขตแดนนรกสีขาว]
[อาละวาด]
[โลงศพแก้ว]
[ะเิน้ำแข็ง]
[พายุหิมะ]
“สกิลโลงศพแก้วของบอสอันตรายมาก เพราะงั้นห้ามติดสถานะ [เหน็บหนาว] ถึงห้าชั้นเด็ดขาด สังเกตตัวเองให้ดีและถอยห่างจากบอสให้ไว”กระทิงคลั่งะโเตือนเสียงดังชัดเจน
ขณะเดียวกัน บอสอีกาเหล็กน้ำแข็งก็สยายปีกออกกว้าง ลมหนาวพัดหวีดหวิวรุนแรงตามการขยับ ไอเย็นฟุ้งกระจายอยู่บริเวณปีก สองตาเปล่งรัศมีสีฟ้าเข้มลี้ลับ รูปลักษณ์ของมันราวกับผลึกสีฟ้าขาว แตกต่างจากเผ่าพันธุ์ของตัวเองไปไกล ทั้งงดงามและน่าหวาดหวั่นในคราวเดียวกัน
ทันใดนั้น บอสก็เผยความดุร้ายผ่านการคำรามพร้อมสะบัดปีก ปลดปล่อยสกิล [พายุหิมะ] เปิดทางนำลงมาก่อนแล้ว
ชั่วอึดใจเดียวลมหิมะที่ถาโถมก็ส่งผลให้ทัศนวิสัยย่ำแย่เป็สิ่งแรก ยิ่งการต่อสู้ยืดยาวออกไปนานเท่าไร พื้นที่แถบนี้ยิ่งอยู่ยากสำหรับมนุษย์ กระทั่งบอสอีกาเหล็กน้ำแข็งยังมีสกิลติดตัว [เขตแดนนรกสีขาว] ที่จะทำให้ศัตรูในระยะค่อย ๆ ติดสถานะ [เหน็บหนาว]ซึ่งพอซ้อนครบห้าชั้น มันก็จะโจมตีด้วยสกิล [โลงศพแก้ว] เพื่อแช่แข็งเป้าหมายเอาไว้ ก่อนปิดฉากสังหารโหดผ่านสกิล[ะเิน้ำแข็ง] จากระยะไกล
นับเป็คอมโบสกิลที่โหดติดอันดับโลกในเวลานี้เลย!
แม้แต่กระทิงคลั่งที่แสดงความแข็งแกร่งเหนือกว่าบอสอีกาเหล็กเพลิงก็ยังไม่กล้าผลีผลามต่อหน้าบอสตัวนี้
เสียงลมหนาวแหวกเป็ทางลงมาจากฟากฟ้า เป็บอสอีกาเหล็กน้ำแข็งที่ดิ่งเข้าโจมตีอย่างหนักหน่วง กดดันเหยื่อโดยการใช้สกิล [อาละวาด] ต่อเนื่อง พร้อมกันนั้น เหยื่อทั้งหมดพลันติดสถานะ [เหน็บหนาว] ชั้นแรกไปแล้ว
กระทิงคลั่งรีบง้างขวานสองคมขึ้นไปรับหน้า ส่วนกลุ่มสนับสนุนพากันร่ายบัฟออกมาถี่ยิบ แสงสีจำนวนหนึ่งส่องวาบขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่า สำคัญที่สุดก็คือบัฟ [จิตอัคคี] ที่ช่วยเป็เกราะชั้นนอกคอยต้านทานอากาศหนาวเย็น จากนั้นพวกเขายังมีหน้าที่ผลัดกันลบล้างสถานะ [เหน็บหนาว] ให้ทุกคนอีก ่การปะทะแรก ๆ จึงพอถือได้ว่าพ้นขีดอันตราย เปิดโอกาสให้สร้างความเสียหายใส่บอสโดยไม่ต้องกังวลอะไรมากนัก