ตอนที่ 22 แพร่พันธุ์
ใน่เวลานี้เองที่เสียงสัญญาณเตือนหายนะระดับการล่มสลายดังสะท้านไปทั่วทั้งราชอาณาจักรลาบอน บนถนนหนทางหรือข้างในบ้านเรือน สีหน้าของฝูงชนล้วนประดับไปด้วยความตื่นตระหนก พวกเขาต่างร่างกายแข็งค้างราวกับก้อนหินอย่างพร้อมเพรียงอยู่ราวสามลมหายใจ ก่อนจิตใต้สำนึกจะปลุกพวกเขาให้ตื่นขึ้นเพื่อหนีเอาตัวรอด!
“ทัพจอมมารตอนนี้เหรอ! สัญญาณดังมาจากทิศใต้…”
“เรียบไปเมืองหลวงเร็ว!!”
“ลูกฉัน ลูกฉันอยู่ไหน”
ความโกลาหลถาโถมเข้าใส่ทุกอาณาตารางเมตรในราชอาณาจักรลาบอน ทันทีที่เสียงสัญญาณเตือนหายนะระดับล่มสลายดังขึ้น นั่นหมายความว่าให้ประชาชนทุกคนเข้าสู่เขตเมืองหลวงโดยไวที่สุด พวกเขาจะได้รับประกันความปลอดภัย ณ ที่แห่งนั้น พร้อมกับทัพเสริมเป็หน่วยอัศวินของาาที่จะตรงไปยังจุดเกิดเหตุ
ประชาชนในราชอาณาจักรลาบอนรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ได้ดีมาก นี่สืบเนื่องมาจากในสมัยก่อน พวกเขาเคยถูกรุกรานโดยกองทัพปีศาจของจอมมาร ความตื่นกลัวของเสียงสัญญาณเตือนระดับล่มสลายจึงประทับลึกลงไปในจิติญญา
ณ เมืองหลวงลาบอน
เรือนร่างของบุคคลสี่คนพุ่งทะยานเหนือฟากฟ้า พวกเขาเหาะเหินไปยังทางทิศใต้ด้วยความเร็วที่น่าใ คงใช้เวลาเดินทางราวครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้ นี่แน่นอนว่า พวกเขาคือหน่วยอัศวินที่ขึ้นตรงต่อาา ฝีมือพวกเขาทั้งสี่คนเป็รองแค่นักผจญภัยระดับSคลาสไม่มากนัก
โดยอัศวินแห่งาาสองคนสามารถทัดเทียมกับนักผจญภัยคลาสS ได้หนึ่งคน
ในส่วนของป้อมปราการหน้าด่านทางทิศเหนือ ผู้บัญชาการของที่นี่พลันสั่งการทหารเกือบทั้งหมด
“ส่งกองกำลังหน่วยรบที่หนึ่งถึงสิบไปประจำการณ์ช่วยเหลือที่ทิศใต้ นี่เป็เหตุฉุกเฉิน อนุญาตใช้ม้าเวทย์ทุกตัว”
เป็ที่ทราบโดยทั่วกัน ป้อมปราการหน้าด่านทางทิศใต้นั้นอ่อนแอกว่าป้อมปราการหน้าด่านทางทิศเหนืออยู่หลายขุม ผู้บัญชาการทางทิศเหนือกล่าวพึมพำด้วยความเจ็บแค้น “นี่มันรู้ว่าป้อมใต้เราอ่อนแอเลยบุกทางใต้รึ… ปีศาจฉลาดขึ้นแบบนี้ั้แ่เมื่อไหร่…”
…………………………………………………….
ในพระราชวังของาาแห่งราชอาณาจักรลาบอน ท่ามกลางขุนนางระดับสูงมากมายที่ลี้ภัยกันเข้ามาในพระราชวัง ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังก้มคุกเข่าต่อหน้าพระพักตร์ของราชัน ชายผู้นี้คือนักผจญภัยระดับSคลาสหนึ่งเดียวในราชอาณาจักรลาบอน
[ทีทัช โดเมน] นักผจญภัยระดับS ภายใต้การรับรองของศูนย์กิลแห่งนครหลวงะ กิลที่รับประกันนั้นคือกิลในนครหลวงะ ฝีมือของเขาล้วนเป็ของจริงอย่างแน่นอน
“ฝ่าาโปรดวางพระทัย ต่อให้ขุนพลปีศาจมาที่นี่ กระหม่อมจะสังหารมันเอง” ทีทัชกล่าวด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“มีเ้าอยู่พวกเราก็คลายกังวล”
………………………………
หลังจากนั้นสามสิบนาทีให้หลัง หน่วยอัศวินแห่งาาพลันเดินทางมาถึงป้อมปราการทางทิศใต้อย่างพอดิบพอดี เมื่อพวกเขาได้เห็นสภาพของป้อมปราการในตอนนี้ สีหน้ากลับกลายเป็บิดเบี้ยวขึ้นมา
“นี่มันบ้าอะไรกันวะ…” เทอร์ซากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงตกตะลึงสุดขีด ชายร่างกำยำสูงใหญ่บึกบึนกวาดสายตามองทหารระดับสูงที่นอนกระจัดกระจายตายเกลื่อน ศพส่วนใหญ่อยู่ในสภาพกลายเป็ก้อนเนื้อราวกับถูกสับเป็ชิ้นๆ
“นี่มันไม่ใช่การต่อสู้แล้ว…” จีโน ชายหนุ่มรูปร่างสมส่วนดูดี ผมสีแดงราวกับเปลวไฟ ชายผู้นี้ดำรงตำแหน่งในฐานะหัวหน้าของบรรดาอัศวินแห่งาา เพียงจีโนเปรยมองพื้นที่เกิดเหตุการณ์ เขาก็ตระหนักได้ในทันที มันไม่มีร่องรอยการต่อสู้ของฝั่งทหารระดับสูงแม้เพียงนิดเดียวราวกับถูกเข่นฆ่าอยู่ฝ่ายเดียวมากกว่า ทั้งที่มีทั้งดาบเวทย์ชั้นเลิศ ะเิคริสโตที่มีพลานุภาพรุนแรง ยุทโธปกรณ์ทางาที่ล้ำสมัยมากมาย ถึงกระนั้น มันปราศจากร่องรอยการใช้งานโดยสิ้นเชิง
“หัวหน้า นี่ไม่ใช่ฝีมือของกองทัพปีศาจแน่นอน ทั้งกลิ่นทั้งร่องรอยไม่มีสิ่งใดเป็ของปีศาจเลย แล้วมันเป็ฝีมือของตัวอะไรกันแน่” ซูอีปาดเหงื่อท่าทางเคร่งเครียด ผมสีดำของนางพริ้วไหวยามต้องลม นางไม่เคยเห็นสภาพของทหารระดับสูงที่เละเทะขนาดนี้มาก่อน สถานที่แห่งนี้คือปราการหน้าด่านของราชอาณาจักรลาบอนเชียวนะ!!
“มีเบาะแสของมันไหม?” หัวหน้าจีโนหันมองไปทางลูม่า เ้าของเรือนร่างสุดเย้ายวน สกิลของนางสามารถเก็บร่องรอยต่างๆได้ดี หญิงสาวที่เปรียบประหนึ่งหน่วยค้นหาชั้นดีกลับส่ายศีรษะเบาบาง “ไม่มีร่องรอยโดยสิ้นเชิง บางที… นี่อาจน่ากลัวกว่าการเผชิญกับกองทัพปีศาจของจอมมารเสียอีก ขนาดทหารระดับสูงที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดียังตายกันเป็ว่าเล่น”
“จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียว ทุกคนรู้ดีว่าทหารของป้อมทางใต้สูญเสียวินัยทหารกลายเป็พวกอ่อนปวกเปียก” เทอร์ซ่ากล่าวแย้ง เขาหันมองมาทางจีโนด้วยสีหน้าขึงขัง “เ้าต้องติดต่อไปยังองค์าาโดยเร็ว ข้ามั่นใจเลยว่าทุกคนในราชอาณาจักรตอนนี้คิดว่าเป็กองทัพปีศาจของจอมมาร”
“เราควรปล่อยให้ประชาชนรู้เห็นเช่นนั้นไปก่อน เ้าตัวที่เรากำลังจะเจออาจจะน่าขนลุกกว่ากองทัพปีศาจของจอมมารก็ได้” จีโนกล่าว
ทันใดนั้น สกิลการตรวจสอบของลูม่าคล้ายพบกับบางอย่างเข้า บนสีหน้าของนางปรากฏแววตกตะลึง “ออร่าพลังเวทย์แบบนี้… ผู้บัญชาการทิศใต้นี่…”
เทอร์ซา,จีโน,ซูอีต่างจับจ้องลูม่าเป็ภาพเดียว
“เขาตายแล้ว ออร่าพลังเวทย์แตกกระเจิงไม่เป็ระบบ ตายแล้วแน่ๆ ในรัศมีระยะหนึ่งกิโลเมตรจากที่เขาตายไม่มีศพอื่นอยู่เลย เป็การตายคนเดียว อยู่ข้างใต้ดินนี่เอง น่าจะเป็ทางหนีลับใต้ดิน”
จีโนขมวดคิ้วมุ่น การที่ผู้บัญชาการทิศใต้ไปอยู่ในทางหนีลับใต้ดินได้นั้นมีอยู่สาเหตุเดียว เขากำลังหลบหนีบางสิ่งบางอย่าง “ขนาดผู้บัญชาการทิศใต้ยังหนีเลยรึ เราต้องรีบกลับไปกราบทูลองค์าา เรา้ากำลังเสริมจากราชอาณาจักรข้างเคียง”
คิ้วเรียวงามดำขลับของซูอีกลับเลิกสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจ สีหน้าที่ตื่นตระหนกแปรเปลี่ยนสู่อากัปกิริยาสุดประหวั่นพรั่นพรึง ตำนานหนึ่งที่เคยเล่าขานกันทั่วทั้งแดนดินแล่นเข้ามาในโสตประสาท
“ปะ…เป็ไปได้ไหม ว่านี่คือคำสาปของเทพปีศาจ”
ทันใดนั้น จีโนพลันตวาดลั่น “ซูอี!!” ซูอีถึงกับสะดุ้งโหยง หญิงสาวเคลื่อนสายตามองไปทางจีโนที่จับจ้องมายังนางอย่างเ็าประดุจน้ำแข็ง “ตำนานนั่น ไร้สาระน่า ก็แค่สัตว์เดรัจฉานที่รุกรานเข้ามา”
…………………………………………………………
ประชาชนส่วนใหญ่ล้วนอพยพเดินทางไปยังเมืองหลวงเกือบทั้งหมด อย่างไรก็ตาม บางสถานที่ของแต่ละหัวเมืองจำต้องใช้เวลาในการเคลื่อนย้ายสักระยะใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงแพทย์อาณาจักร สถานที่แห่งนี้รวมผู้ป่วยั้แ่อาการเล็กน้อยถึงหนักที่สุดชนิดเดินไม่ได้ แน่นอน สถานที่แห่งนี้ทางองค์าาให้ความสำคัญเป็ลำดับต้นๆ ทันทีที่เกิดสัญญาณเตือนหายนะระดับล่มสลาย ทหารใต้บัญชานับพันคนของาาต่างรุดหน้ามาปกป้องโรงแพทย์อาณาจักรที่กระจายอยู่ตามหัวเมืองต่างๆ เพื่อช่วยปกป้องและช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
ในขณะนี้เอง ณ โรงแพทย์อาณาจักรที่หัวเมืองแห่งหนึ่ง
โรงแพทย์อาณาจักรที่สมควรโกลาหลวุ่นวายด้วยการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทุกคนสู่เมืองหลวง โรงแพทย์อาณาจักรแห่งนี้กลับเงียบสงัดอย่างถึงที่สุดดุจป่าช้าก็มิปาน ในห้องเด็กแรกเกิด เสียงร้องไห้ของทารกดังขึ้นไม่หยุดหย่อน ตรงทางเดินนั้นปรากฏลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่คลับคล้ายมนุษย์ที่ผอมแห้งติดกระดูก แต่ิัของมันซีดขาวราวกับกระดาษ
ตรงกรงเล็บของไวท์ปรากฏสารชนิดหนึ่งที่หลั่งออกมาผ่านบริเวณซอกเล็บสุดคมกริบ ของเหลวสีดำทมิฬหยดใส่ปากของทารกคนแล้วคนเล่า เด็กทารกแรกเกิดที่อยู่ในรถเข็นเรียงรายเป็แถวยาว ไวท์สืบเท้าต่อไปพร้อมกับใช้ของเหลวสีดำนี้หยดใส่ปากทารกทุกคน
<สกิลฝังตัวอ่อนอัพระดับ Lv.1→Lv.2>
<สกิล:ฝังตัวอ่อน Lv.2>