คิดจะจีบผม...มันไม่ง่ายหรอก ตอนที่ 1 ชีวิตของคนโดนกลั่นแกล้ง
“ชอบครับชอบมาตลอด” ถ้อยคำปกติธรรมดาเพียงไม่กี่คำที่ใครบางคนชั่วชีวิตนี้ไม่อาจหยิบยกออกมาพูดได้หรือต่อให้เปิดปากพูดออกมาใช่ว่าจะสมความปรารถนาดังใจหวัง
เหมือนกับเขาคนที่ต้องผิดหวังเพราะคำว่า “รัก”
“...ฉันน่ะ ไม่คิดกับนายแบบนั้นหรอกนะ เวียร์”หญิงสาวตอบเสียงเจือปนไปด้วยความเศร้าโศก หล่อนไม่้าให้ความสัมพันธ์ดำเนินมาหลายปี
ต้องจบลงด้วยการเป็คนแปลกหน้าแต่อะไรที่มันต้องเกิดก็ต้องเกิดไม่อาจเข้าไปหยุดยั้งได้
“...” ทราเวียร์พยายามพูดแต่ในหัวสมองมันว่างเปล่าไปหมดสุดท้ายก็ไม่มีคำกล่าวอะไรออกมานอกเหนือจากน้ำตา เป็สิ่งสะท้อนความในใจทั้งหมด
ความทรงจำอันขมขื่นถูกยัดเยียดเข้าไปในหัวสมองเปลี่ยนมันให้กลายเป็ห้วงความฝันอันยาวนานวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนไม่อาจนับจำนวนครั้งที่ปรากฏ
ชายหนุ่มลืมตาตื่นขึ้นมาพบเจอเข้ากับเพดานอันคุ้นเคย
“...ฝันเหรอ?” พอรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็เพียงความฝันเ้าตัวเผยรอยยิ้มเหงาหงอยออกมา
ใจหนึ่งนึกสุข แต่อีกใจหนึ่งก็นึกทุกข์
...่เวลาที่ดีที่สุดในชีวิตแต่ก็เป็่เวลาที่บัดซบที่สุดเหมือนกัน
“ฝันดีเกินคาดแหะ วันนี้” คำกล่าวเชิงบวกที่หลุดออกมาจากปากสวนทางกับร่างกายที่แสดงออกอย่างซื่อตรงทั่วทั้งร่างกายเขาตอนนี้อาบชุ่มไปด้วยเหงื่อ มือสองข้างกำแน่นจนทิ้งร่องรอยเอาไว้
เหนือสิ่งอื่นใดเลยคือความเปียกชื้นตรงหางตาลามมาถึงปลายคาง
“โต ขนาดนี้ยังร้องไห้อยู่อีก ใช้ไม่ได้เลยนะ” ทราเวียร์หัวเราะสมเพชตัวเองที่ยังคงจมปรักกับอดีตที่ไม่มีทางแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนมันได้
“...” เสียงถอนหายใจเล็กน้อยดังขึ้นก่อนเช้าวันใหม่มาเยือน
…ฉันคนนี้โดนความฝันตัวเองเล่นงานจนร้องไห้ออกมาเลยเหรอเนี่ยเกิดหล่อนรับรู้ขึ้นมาคงโดนหัวเราะเยาะแน่ ให้ตายสิ
“เศร้าสินะ หึ ช่างไร้สาระสิ้นดี” เขาปาดน้ำตาตัวเอง
ใบหน้าสิ้นหวังเจือปนไปด้วยความเศร้าหมองจนไม่อาจมีชีวิตได้ตามลำพังจางหายไปทดแทนด้วยความหนักแน่นและหนักหน่วงพร้อมเผชิญหน้ากับทุกปัญหาที่ประดังเข้ามาในชีวิต
“...” แสงแดดวันใหม่สอดส่องเข้ามาในห้องนอนสัญญาณบ่งบอกว่าเขาคนนี้ไม่ควรปล่อยเวลาให้เสียเปล่าหากยัง้าเข้างานให้ทันเวลา
พอคิดได้ทราเวียร์ลุกขึ้นจากเตียงก่อนเริ่มทำกิจวัตรประจำวันอาบน้ำ แปรงฟัน รับประทานอาหารเช้า ดูข่าวอัพเดทข้อมูลในสมองกิจกรรมที่เกิดขึ้นทุกวันไม่ทำให้เ้าตัวรู้สึกอะไรไปมากกว่าเฉยชา
ขณะกำลังจมอยู่ในห้วงความคิดมากมาย
“ท่านคะ? เหลืออีกสิบห้านาทีก่อนเวลางานจะเริ่มต้นขึ้น” เสียงหญิงสาวเ็าดังขึ้นข้างหูเขาเป็ปัญญาประดิษฐ์สาวที่คอยช่วยเหลืออำนวยความสะดวกทำให้ชีวิตประจำวันเขามันง่ายดายยิ่งขึ้น
...สิบห้านาที ถือว่าเยอะพอสมควร
“ขอบคุณมาก คริส” ทุกอย่างเตรียมพร้อมเสร็จสิ้น
เขาเดินไปหยิบรองเท้าขึ้นสวม
“ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพค่ะ” หล่อนจ้องมองผู้เป็นายผ่านกล้องวงจรปิดติดทั่วบ้านมองผู้เป็นายถือกระเป๋าเอกสารเดินออกจากบ้านไปร่างเตี้ยสวมแว่นสูงเพียงร้อยหกสิบกว่าก้าวเท้าออกจากบ้านหลังโต
ตรงไปยังสถานีรถไฟใกล้บ้านตัวเองที่สุดเพื่อเตรียมขึ้นขบวนรอบเช้า
“...” จากบ้านเขาถึงบริษัท
ใช้เวลาประมาณสิบนาทีถ้วนเหลืออีกห้านาทีถือว่าไม่เลวสำหรับวันนี้ละนะ
“...ห้านาที” ทราเวียร์ก้มมองนาฬิกา ก่อนเดินเข้าไปในตึก
เบื้องหน้าเขาตอนนี้คือตึกสูงสี่ชั้นมีป้ายบ่งบอกว่าเป็บริษัทเกี่ยวกับสินค้าเทคโนโลยีขั้นพื้นฐานที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะมองจากภายนอกหรือภายในมันก็ไม่มีอะไรที่โดดเด่นเป็พิเศษ ในขณะเดียวกันก็ไม่มีอะไรที่ต้องไปด้อยค่าทุกสิ่งอย่างล้วนจัดอยู่ในระดับปานกลางไม่สูงไม่ต่ำ
ไม่สิหากจะหาข้อด้อยเกี่ยวกับบริษัทแห่งนี้คงมีเพียงหนึ่งเดียวที่เขากล้าเปิดปากพูดมันได้เต็มปากเต็มคำว่ามันคือจุดข้อด้อยข้อด้อยที่ไม่ว่าจะหยิบยกขึ้นมาพูดกี่ครั้งอดหงุดหงิดไม่ได้
ครั้งนี้เองก็เช่นกันที่เขาต้องพานพบเจอกับพายุที่เรียกว่าอุปสรรค
“เห้ย!!!”
...เอาอีกแล้วเหรอ?
“...” ทราเวียร์หันไปด้านหลัง
เห็นเหล่าชายฉกรรจ์ร่างสูงกำลังเดินตรงมาที่เขาไม่สิต้องบอกว่าเป็เขาต่างหากที่ยืนขวางไม่ให้พวกมันเ่าั้เดินทางได้สะดวกสะบาย
หนึ่งในนั้นใช้สายตาแหลมคมไม่พอใจจ้องมองมาที่ตน
“ไอ้เตี้ยหลบหน่อยสิวะ”เหล่ารุ่นพี่ทั้งหลายที่ชื่นชอบการกลั่นแกล้งเป็ชีวิตจิตใจต่างใช้สายตาเ้าเล่ห์จ้องมองชายหนุ่มร่างเล็กหวังเล่นงานมันไปตามอารมณ์
อาจจะบอกได้เลยว่าโชคชะตาของทราเวียร์กำหนดให้โดนกลั่นแกล้งแบบนี้ประจำทุกวันั้แ่ที่เขาเปิดประตูย่างเท้าเข้ามาสมัครเป็พนักงานในบริษัท
พวกรุ่นพี่น่ารังเกียจทั้งหลายต่างพ่นถ้อยคำเสียดสีหลุดออกมาไม่รู้จักหมดสิ้น
“ตัวก็เตี้ย ยังเดินช้าอีก”
“...เอา ๆ มันหายหัวไปไหนเนี่ย อ่อ ขอโทษพอดีพี่ค่อนข้างตัวสูงเลยมองไม่เห็นหัวน้องเวียร์”ไม่ใช่เหตุการณ์แปลกประหลาดอะไรมากนักสำหรับตัวเขาที่โดนกลั่นแกล้งเป็ประจำทุกวัน
มันเป็แบบนี้มาตลอดไม่ว่าจะกับเขาหรือกับคนอื่นที่ปล่อยให้ตัวเองนั้นกลายเป็ผู้ถูกกระทำ โดยไม่คิดเอ่ยปากบอกออกไป สุดท้ายจากการกลั่นแกล้งด้วยความรักความเอ็นดูก็แปรเปลี่ยนให้กลายเป็วัตถุทางอารมณ์
นึกอยากจะทำก็ทำ ไม่จำเป็ต้องใส่ใจให้มากความทราเวียร์เองเพียงยิ้มไม่นึกโทษฟ้าดิน โชคชะตาเพราะรู้ว่ากลุ่มคนพวกนี้มันไม่ได้มีเยอะแยะมากมายเต็มไปหมดในสังคมเขาแยกแยะออกและรู้ว่าในสังคมปัจจุบันมันมีบางส่วนที่เน่าเฟะจนไปถึงโครงสร้างรากฐาน
คุณสามารถพบเจอบุคคลได้หลากหลายประเภทมาก ไม่ว่าจะทั้งดีหรือเลวเขาเพียงแค่เจอในส่วนที่เลวร้ายมันก็เท่านั้นเอง
“ยิ้มอะไรวะ หลบไปฉันกำลังรีบ”มันไม่ค่อยชอบใจที่รุ่นน้องอายุน้อยกว่ามายิ้มเยาะใส่ต่อหน้าเพื่อนร่วมงานที่นิสัยเลวร้ายไม่แพ้กันแถมยังยึดถือหน้าตาเป็สำคัญอีกต่างหาก
เขากำลังรู้สึกว่าโดนคนชั้นต่ำกว่าตนมาเหยียดหยามนั้นทำให้เ้าตัวไม่ชอบใจเป็อย่างมาก
“หึหึ” เหล่าเพื่อนมาด้วยต่างหลุดหัวเราะออกมา
“...เงียบปากไปเลยพวกแก” เสียงตวาดดังขึ้นด้านหลังทราเวียร์
ส่วนชายร่างเล็กเพียงตอบรับ
“...ครับ” ทราเวียร์จับแว่นตัวเองก้มหน้าเล็กน้อยยอมเดินหลีกทางให้ก่อนขึ้นไปยังห้องทำงานโดยใช้เส้นทางอื่น การกระทำครั้งนี้เรียกได้ว่า “หนีหน้า” อย่างชัดเจน
กลุ่มคนนิสัยเสียทั้งหลายต่างหันกลับมาให้ความสนใจกับหนุ่มน้อยอีกครั้ง
“เลิกสนใจฉัน แล้วหันไปดูมันดีกว่า”ท่าทีราวกับหนูขี้ขลาดทำเอาพวกมันหัวเราะกันสนุกสนาน กระทั่งตัวมันที่เคยหัวเสียกับรอยยิ้มทราเวียร์ยังหลุดหัวเราะระบายอารมณ์ออกมา
รสชาติของการได้เหยียบย่ำผู้อ่อนด้อยกว่ามันหอมหวานเกินกว่าจะเลิกได้
“ดูมันสิวะ กลัวจนหัวหดเลย”
“ตามไปแกล้งมันถึงในห้องเลยดีไหม?”
“เพื่อ? เรายังมีงานต้องทำอยู่อีกนะ หรือว่าพวกแกลืมไปแล้ว”
“บัดซบจะพูดทำไม? คนกำลังอารมณ์ดีอยู่” ยิ่งคิดว่าตนเองมียังกองงานให้ทำอีกเป็ูเาอารมณ์ร้อน้าระบายยิ่งเพิ่มเป็เท่าทวีคูณหนักหน่วงจนแทบะเิออกมา
มันหันสายตาเงยหน้ามองไปยังเส้นทางที่ทราเวียร์ก้าวเดินขึ้นไป
…ไอ้หัวหน้าจอมเอาเปรียบหากไม่ใช่เพราะแกที่เพิ่มงานให้กับพวกฉัน ส่วนตัวเองเอาแต่เที่ยวเล่นไปวัน ๆ ละก็พวกฉันคงไม่ต้องมาลำบากลำบนแบบนี้หรอก เงินเดือนก็ไม่ได้เพิ่มแต่ไอ้ที่เพิ่มมันดันเป็งานที่ไม่้าอีก บัดซบ
“รู้งี้น่าแกล้งมันให้หนักขึ้น ต้องกลับไปทำงานอีกแล้วโคตรน่าเบื่อเลยวะ” อย่างน้อยการแกล้งก็ยังทำให้มันหัวเย็นได้บางส่วน น่าเสียดายที่พลาดโอกาสนั้นไปแล้วยากต่อการหวนคืน
ชั้นสองเหลือระยะทางอีกนิดหน่อยก่อนถึงห้องทำงาน
“เศษเดนมนุษย์” ทราเวียร์คิ้วกระตุกหลายต่อหลายครั้งเมื่อนึกถึงถ้อยคำมากมายที่พวกมันต่อว่า ดูถูกเขาไม่หยุดหย่อนจนบางทีเขาเองก็เกือบหลุดควบคุมตัวเองไปเหมือนกัน
“...” สีหน้าเ็าจางหายไปเมื่อมาหยุดหน้าประตูห้องทำงานตัวเอง
สุดท้ายไม่ว่าเราจะพึ่งพอใจหรือไม่พึ่งพอใจก็ต้องทนอยู่กับมันให้ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เข้ากับสภาวะแวดล้อม อ่อนได้อ่อนแข็งได้ก็อ่อนให้ได้
“การดื้อดึงมีแต่จะทำให้ทุกอย่างเลวร้ายมากขึ้น” นั้นคือคำพูดจากเหล่าผู้มีประสบการณ์โดยตรงแต่ก็มีบางส่วนที่ประสบความสำเร็จจนหลุดพ้นจากวงจรอุบาทไปได้
หากถามว่าทราเวียร์เลือกเส้นทางไหนระหว่างแข็งกร้าวไปจนถึงไปที่สุด หรือนอบน้อมยอมรับโชคชะตา เขาเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกันเพียงแค่ทำตัวเองให้อยู่ในบทบาทมากที่สุดก็พอแล้วสำหรับตน
“พรุ่งนี้ยังต้องมาเจอหน้าพวกมันอีกใช่ไหมเนี่ย ให้ตายสิวะ”
“ฉันละ อยากยัดะุใส่หัวสมองมันชะมัดเลย”ทราเวียร์ถอนหายใจปรับอารมณ์ให้อยู่ในสภาพปกติมากที่สุดเกิดเข้าไปในห้องด้วยใบหน้าแบบนี้
อาจทำให้ทั่วทั้งห้องตกอกใได้
“...มายืนตรงนี้ทำไมเหรอคะ? รุ่นพี่ ทำไมถึงไม่เข้าไป?” หญิงสาวผู้งดงามทักกล่าวจากด้านหลังเธอรู้สึกใเล็กน้อยที่เห็นร่างตรงหน้ากำลังยืนนิ่ง
ทราเวียร์เหลือบสายตามองเล็กน้อยไม่ได้สนใจกับเรือนร่างหญิงสาว
“ปรับอารมณ์นิดหน่อยละมั้ง”
“ปรับอารมณ์?”
“อย่าสนใจเื่ไร้สาระ ฉันเพียงพูดไปตามอารมณ์เท่านั้นแหละ”พูดออกไปใช่ว่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ อีกทั้งเกิดหลุดปากออกไปอาจทำให้สถานการณ์มันเลวร้ายลงก็ได้ใครจะไปรู้
เก็บเอาไว้ในใจดีเป็ที่สุด
“เธอเข้าไปเถอะ ขอฉันยืนอยู่อีกนิด” พูดกันตามตรงเขาอยากเข้าไปทีหลังหล่อนมากกว่าเข้าไปด้วยพร้อมกันเนื่องจากหญิงสาวเบื้องหน้าตนจัดได้ว่าเป็สาวงามที่ไม่ว่าใครล้วน้าลากขึ้นเตียงให้ได้ซักครั้งหนึ่งในชีวิต
เกิดเข้าไปพร้อมกันพวกขี้อิจฉาทั้งหลายอาจเล่นงานเขาถึงตาย
...ยุ่งวุ่นวายเกินไป ฉันไม่เอาด้วยหรอก
“ไม่ได้ค่ะ นี่มันได้เวลาเข้างานแล้วนะเกิดพี่พลอยได้มาเห็นเข้า รุ่นพี่ต้องโดนด่าแน่นอน ไม่สิหนูเองอาจโดนลูกหลงไปด้วยโทษฐานปล่อยให้รุ่นพี่ยืนหน้าห้องโดยไม่คิดทำอะไร” เอริยิ้มหัวเราะไม่ยอมทำตามใจชายหนุ่ม
“เหตุผลอะไรของเธอเนี่ย”
“...” รอยยิ้มมั่นใจว่าเขาต้องตอบตกลงยอมเข้าไปในห้องพร้อมกับเธอหากไม่คิดเข้าไปคงดูทำร้ายจิตใจกันเกินไปหน่อยสำหรับผู้มอบความหวังดีให้ตน
ทำเอาทราเวียร์ต้องยอมแพ้ยกธงขาวให้
...ยังเป็คนน่ารำคาญเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน ดูท่าหากฉันไม่คิดเข้าไปหล่อนคงฉีกยิ้มกว้างยืนรอให้เข้าไปพร้อมกับหล่อนแน่นอน
“ก็ได้ ก็ได้ จะเข้า ก็เข้าสิ” สุดท้ายต้องปล่อยไปเลยตามเลย
เอริรุ่นน้องสาวได้ยินหัวเราะชอบใจ
“ค่ะ!!”น้ำเสียงหวานชื่นตามด้วยรอยยิ้มไม่ว่าใครเห็นล้วนต้องโอนอ่อนไปตามระเบียบทำเอาชายหนุ่มโกรธไม่ลงจำต้องยอมทำตาม
“ให้ตายสิ ยุ่งไม่เข้าเื่”น้ำเสียงติดเ็านิดหน่อยไม่ได้ทำให้ หญิงสาวรู้สึกผิดแปลกอะไรหล่อนก้าวเท้าเดินไปหยุดหน้าประตูก่อนเปิดประตูให้เขาได้เข้าไป
“เข้ามาเถอะค่ะ”
“...ขอบคุณ” ทราเวียร์ถอนหายใจก่อนเผยรอยยิ้มเล็กน้อย
ก้าวเท้าเดินเข้าไปในห้องทำงานตัวเอง