จางลี่อิงอยากจะช่วยมารดาจึงทั้งกัดทั้งดีดดิ้นให้ผู้เป็ตาปล่อยตน
“หยุดสร้างปัญหาได้แล้ว”
“ข้าไม่หยุด เ้าคิดว่าช่วยข้าแล้วเ้าจะหลุดพ้นจากความผิดบาปได้หรือสักวันิญญาท่านยายจะต้องมาสั่งสอนเ้า!”
เพี๊ยะ!
จินสุ่ยตบหน้าจางลี่อิงอย่างเหลืออดแต่นางกลับดูไม่หวาดกลัวเลยสักนิด ดวงตาแดงก่ำจ้องเขม็งมาด้วยความเคียดแค้น
มองอย่างไรก็ไม่เหมือนสายตาของเด็กน้อยวัยสิบขวบทำเอาชายชรานึกกลัวจนเผลอปล่อยมือ
เมื่อได้อิสระร่างเล็กๆ ไม่รอช้า พุ่งตัววิ่งไล่ตามรถม้าของติงเชาทันที
แต่สองขาสั้นๆ ของเด็กน้อย มีหรือจะไล่ตามได้ทัน ในที่สุดรถม้าก็หายลับสายตาไป
“ข้าไม่ยอม” จางลี่อิงกัดฟันดังกรอด ๆชีวิตก่อนนางมัวแต่หวาดกลัวจนช่วยมารดาไม่ได้ แต่ในชีวิตนี้นางจะไม่ยอมแพ้ อย่างมากก็แค่ตายกันไปข้าง!
จางลี่อิงลากสังขารเจ็บช้ำจากการถูกคนตามมาถึงตัวเมืองและรีบไปร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือกับนายทหารประจำประตูเมืองทันทีแต่พวกเขากลับบอกปัด
"คนที่เ้าพูดถึงคือท่านเศรษฐีหยวนผิงเชียวนะท่านเ้าเมืองยังต้องเกรงใจ พวกข้าจะเข้าไปจับได้อย่างไร”
“ไม่ต้องจับก็ได้ แต่ช่วยมารดาข้าออกมาเมตตาข้าด้วยเถิด"
“ขออันใดไร้สาระ! ไป! ออกไปให้พ้นอย่ามาสร้างปัญหา” นายทหารผลักจางลี่อิงออกมา ทำให้นางไปชนกับชายผู้หนึ่งที่กำลังเดินผ่านประตูเมืองเข้า!
“เป็อันใดหรือไม่”ยังดีที่ชายผู้นี้ไม่ได้โกรธเคืองอีกทั้งยังมีน้ำใจถามไถ่และช่วยพยุงนางให้ลุกขึ้นด้วย
“ข้าไม่เป็... ระ ไร”พอซุนเหยียนเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย ดวงตาของนางก็เบิกกว้างด้วยความใทันที
ไม่ผิดแน่!
หน้าตาเยี่ยงนี้แผลเป็จากคมดาบตรงข้างแก้มซ้ายเช่นนี้
ชายผู้นี้คือซ่งจินหนิง หรือที่ผู้คนรู้จักกันในนามหนานอ๋อง เขาเป็ผู้ปกครองเมืองอันเป็หัวเมืองทิศประจิมของอาณาจักร!
“ท่านพ่อ!”
“หาา” จางลี่อิงร้องเรียกออกมาเช่นนั้นอย่าว่าแต่ซ่งจินหนิงใ ผู้ติดตามของเขาก็เช่นกัน
“ท่านอะ... เอ่อ.... นายท่านเด็กน้อยผู้นี้คือลูกของนายท่านเช่นนั้นหรือ”
“ไม่ชะ..."
“ท่านพ่อท่านแม่พบวิธีเปลี่ยนดินให้เป็เกลือแล้ว รีบไปช่วยท่านแม่กันเถิด” จางลี่อิงรีบชิงพูดออกมา ทำให้ซ่งจินหนิงที่กำลังจะพูดปฏิเสธชะงัก
“เ้าว่าอันใดนะ "
“ท่านแม่พบวิธีเปลี่ยนดินให้กลายเป็เกลือแล้วท่านพ่ออย่ามัวถามให้มากความ รีบไปช่วยท่านแม่ก่อนเถิดเ้าเศรษฐีชั่วนั้นมันจับท่านแม่ไปแล้ว”
ซ่งจินหนิงได้ยินอย่างนั้นก็เพ่งมองเด็กน้อยตรงหน้า ใจหนึ่งก็สงสัยว่านางล่วงรู้ปัญหาที่เขากำลังพบเจออยู่ได้อย่างไรแต่อีกใจก็อดสงสารไม่ได้ ดวงตาของนางแดงกำจ้องมองมาราวกับเขาเป็ความหวังสุดท้ายทำให้เขาไม่อาจมองผ่านไปได้จริง ๆ
“ข้าเข้าใจแล้ว ไปช่วยแม่ของเ้ากันเถิดไหน... บ้านเ้าเศรษฐีตัวนั้น มันอยู่ทิศใด” เขาจับมือเล็ก ๆ ของนางแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นส่วนเื่เปลี่ยนดินให้เป็เกลือที่นางอ้างว่ามารดาของนางล่วงรู้วิธีมันจะจริงหรือไม่ ค่อยว่ากันอีกที
“นั่นอยู่ทางนั้นบ้านตระกูลหยวนหลังที่ใหญ่ที่สุด มีต้นท้ออยู่หน้าบ้านด้วย” นางชี้ทางแม้จะจากเมืองนี้ไปนาน แต่นางเสียมารดาไปที่บ้านตระกูลหยวน นางจึงจำได้ฝังใจว่ามันตั้งอยู่ที่ทิศใด
“ช้าก่อน...บ้านท่านเศรษฐีหยวนไม่ใช่ที่ที่พวกเ้าจะไปสร้างปัญหาได้ ออกไปซะเมืองนี้ไม่ต้อนรับพวกเ้า” นายทหารคนเดิมขยับเข้ามาขวางไว้
“เ้านายของพวกเ้าคือราชสำนักหรือเศรษฐีถึงกันแน่ประชาชนเดือดร้อนก็ไม่แม้แต่จะชายตามอง แต่พอปัญหาเริ่มคืบคลานเข้าไปหาเศรษฐีติงเ้ากลับเป็เดือดเป็ร้อน" จางลี่อิงพูดประณามทำให้ผู้ติดตามของหนานอ๋องหันมามองหน้ากัน
“วาจาคมคายยิ่งนักต้องเป็ลูกนายท่านไม่ผิดแน่”
“แต่จะว่าไป ข้านึกไม่ออกจริง ๆ ว่านายท่านแอบมามีลูกมีภรรยาที่นี่ั้แ่เมื่อใด"
“เ้าลืมไปแล้วหรือ เมื่อหลายปีก่อนโน้นนายท่านมาพักที่เมืองนี้อยู่นานหลายเดือนใน่เวลานั้นท่านอ๋องอาจจะแต่งภรรยาและมีคุณหนูน้อยผู้นี้เป็ลูกก็ได้”พวกเขากระซิบกระซาบกัน
ซ่งจินหนิงหลับตาข่มความโกรธที่เกิดขึ้นจากบรรดาผู้ติดตามไร้สมองพวกนี้ก่อนจะหันกลับไปจ้องนายทหารตรงหน้าด้วยแววตาดุดัน
"ว่าอย่างไรราชสำนักหรือเศรษฐีหยวนที่เป็นายของเ้า"
“เ้า! เ้าอย่ามาพูดให้ร้ายข้า ที่ข้าขวางก็อาจเป็เพราะมารดาของเ้าเด็กนี่ยินดีมากับเศรษฐีหยวนเองก็ได้”
ซ่งจินหยวนสุดจะทนกับนายทหารผู้นี้จึงล้วงเอาป้ายทองประจำตำแหน่งอ๋องออกมาจากอกเสื้อ
“เ้าบอกว่าภรรยาของชายที่มีป้ายทองนี้ยินดีตามเศรษฐีผู้นั้นไปเช่นนั้นหรือ”
“ป้ายทอง ชิวเยี่ยมาดูนี่เร็ว...ป้ายทองนี่คุ้นตาบ้างหรือไม่”
ถ้าเป็ป้ายหยกประจำตัวคงไม่มีปัญหาอะไรอย่าว่าแต่ขุนนาง คนมีฐานะตระกูลน้อยใหญ่ก็พกติดตัวกันทั่วแต่ถ้าเป็ป้ายทองนั่นเป็อีกเื่ ั้แ่ก่อตั้งราชวงศ์หลี่มา ป้ายทองก็ถูกกำหนดให้ใช้ในเชื้อพระวงศ์เท่านั้น
ฉะนั้นทันทีที่นายทหารเห็นเข้าก็ผงะทันทีเขานึกกลัวขึ้นมา จนไม่กล้าเพ่งดูให้ละเอียดด้วยตนเองจึงหันไปเรียกสหายให้ออกมารับหน้าแทน
“นี่ไปผิดแน่... ป้ายทองประจำตัวหนานอ๋อง!คารวะท่านอ๋องพะยะค่ะ!” พอนายทหารแซ่จชิวเห็นว่านี่คือป้ายทองประจำตำแหน่งอ๋องก็รีบลงก้มหัวลง ทำให้นายทหารบริเวณนั้นอีกนับสืบรับทำตาม
ส่วนนายทหารคนเดิมที่พยายามปกป้องคนผิดใตาเหลือกเป็ลมล้มพับไปั้แ่ตอนที่ได้ยินคำว่า “หนานอ๋อง" แล้ว
ซ่งจินหนิงี้เีเกินกว่าจะเอาเื่จึงไม่แม้แต่จะปรายตามอง
“ไปบอกเ้าเมืองของเ้ามีคนชิงตัวชายาของข้าไป จงรีบตามมาช่วย ไม่เช่นนั้นข้าจะไม่ใจดี”ซ่งจินหนิงสั่งด้วยวาจาวาง อำนาจ นายทหารแซ่ชิวรีบรับค้าอย่างกระตือรือร้นทันที
"พะยะค่ะ...เ้าไปรายงานท่านเ้าเมือง ส่วนที่เหลือตามท่านอ๋องไปกับข้าเร็วเข้า!"
จางลี่อิงชำเลืองมองพวกนายทหารที่ตามมาจากนั้นก็หันมาลงเสียงกระซิบยืนยันเื่เกลือกับซ่งจินหนิงอีกครั้ง
“มีวิธีเปลี่ยนดินให้เป็เกลือจริงท่านจะไม่นึกเสียใจภายหลังแน่นอน”
จากการใช้ชีวิตมาแล้วหนึ่งชีวิตนางเข้าใจสถานะของหนานอ๋องดี เขาเป็เชื้อพระวงศ์ก็จริงแต่ในรัชสมัยนี้เขาถูกนับเป็เพียงพระญาติห่าง ๆ ของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันเท่านั้นนอกจากเมืองซ่งหัวเมืองชายแดนที่สืบทอดการปกครองมาในตระกูลรุ่นต่อรุ่นแล้วเขาไม่ได้มีอำนาจอื่นใดในอาณาจักรนี้
การบุกเข้าบ้านผู้อื่นในเมืองที่มีขุนนางอื่นดูแลเป็เื่ที่ไม่ควรเสี่ยงทำอย่างยิ่งเพราะจะถูกลงอาญาเอาภายหลังได้แม้จะทำไปเพื่อช่วยคนก็ตามที
นั่นคงเป็เหตุให้อีกฝ่ายยอมรับสมอ้างหากทั้งหมดนี้ทำไปเพื่อช่วยภรรยา จะถูกมองไปอีกแง่ยิ่งเป็ชายด้วยกันยิ่งเข้าใจหัวอก ภรรยาถูก่ชิงไป ไม่มีชายใดทนอยู่เฉย ๆ ไหว
“ขอให้จริงอย่างเ้าพูดอย่าให้ข้าเสี่ยงอาญา เพียงเพราะเห็นใจเด็กเลี้ยงแกะ”
“ท่านดูหน้าข้าสิ ใสซื่อจริงใจถึงเพียงนี้จะเป็เด็กเลี้ยงแกะได้อย่างไร ท่านจะไม่เสียใจที่ช่วยข้าอย่างแน่นอน”ซ่งจินหนิงมองใบหน้ามอมแมมที่เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดินและน้ำตา ก็รู้สึกใจอ่อนขึ้นมาอย่างประหลาด
"เอาเถิดช่วยคนได้กุศลกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น ข้าจะช่วยแม่เ้าออกมาให้ได้ส่วนเื่เกลือ หากทำได้จริงข้าจะให้เ้ากับแม่ของเ้าอยู่อย่างสุขสบายไปตลอดชีวิต”
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านพ่อ” จางลี่อิงกล่าวขอบคุณเสียงใส
"เ้านี่... มันน่านัก"
ความช่างพูดขี้ประจบของเด็กหญิงตัวน้อยทำให้ซ่งจินหนิงทั้งรู้สึกเอ็นดูและมันเขี้ยวขึ้นมาในเวลาเดียวกันเขาจึงบีบจมูกเล็กๆ ของนาง กลั่นแกล้งไปหนึ่งที่อย่างอดใจไม่อยู่
เหล่าผู้ติดตามเห็นการกระทำของซ่งจินหนิงก็ต่างตาพองโตขึ้นมาทันทีท่าทางรักใคร่เอ็นดูเด็กเช่นนี้ พวกเขาไม่เคยเห็นท่านอ๋องปฏิบัติกับผู้ใดมาก่อนเลย
“ขนาดกับท่านอ๋องน้อยที่เลี้ยงดูมาท่านอ๋องยังไม่อ่อนโยนด้วยถึงเพียงนี้เลย นี่ต้องเป็ลูกของท่านอ๋องเองไม่ผิดแน่”
“ขนาดนี้แล้วเ้ายังสงสัยอีกหรือ"
“นั่น! บ้านหลังนั้นคือบ้านเ้าเศรษฐีหยวน”ดวงตาจางลี่อิงเบิกกว้างขึ้น และรีบชี้จุดหมายให้ซ่งจินหนิงดู
"รออะไรยังไม่รีบไปช่วยชายาของข้าอีก"
“พะย่ะคะ!”พวกนายทหารรับบุกเข้าไปด้านในแล้วทวงถามหาชายาหนานอ๋องที่ดึงเขาจับมาทันที!
“พวกเ้าบังอาจยิ่งนัก จับชายาของหนานอ๋องมารีบส่งคืนมาประเดี๋ยวนี้”
“ผู้ใดคือชายาของหนานอ๋องกันพวกข้าไม่รู้เื่”หญิงวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วนแต่งตัวด้วยผ้าราคาแพงแก้ต่างด้วยท่าทางใหวาดกลัว
“เ้าลองไปถามหยวนผิงสามีเ้าดูสิว่าวันนี้จับตัวใครมา รีบหน่อยไม่เช่นนั้นบิดาข้าหนานอ๋องจะไม่ใจดี” จางลี่อิงที่ยังคงอยู่บนแบบของซ่งจินหนิงพูดขู่
“หนานอ๋อง....” หยวนฮูหยินหันมาจ้องมองซ่งเหว่ยหนานจากนั้นก็หันกลับไปมองนายทหารแช่ชิวเป็เชิงถามว่าคนผู้นี้คือหนานอ๋องจริงหรือไม่
“ท่านผู้นี้คือหนานอ๋องจริงและสามีเ้าก็จับตัวพระชายาของท่านอ๋องมาจริง รีบส่งตัวคืนมาก่อนที่จะไม่มีทางให้คนตระกูลถึงหวนกลับอีก” นายทหารแซ่ชิวพูดออกมาเช่นนี้นางก็ถึงขั้นเหงื่อแตกพลัก แข้งขาอ่อนทรุดลงกับพื้น
สามีของนางไปล่วงเกินผู้ใดไม่ล่วงเกิน...ดันไปล่วงเกินหนานอ๋อง ผู้ที่พฟันข้าศึกขาดสองท่อนด้วยดาบเดียวเช่นนี้คนในครอบครัวจะรอดกันหรือไม่
“ชายาของข้าอยู่ที่ใด”ซ่งจินหนิงถามเสียงเหี้ยม หยวนฮูหยินสะดุ้งโหยงและรีบชี้ไปทางเรือนด้านหลัง
"ระ.. เรือนเล็กเพคะเ้ารีบนำทางท่านอ๋องไปเร็วเข้า” นางหันไปสั่งหญิงรับใช้
“เ้าค่ะ ทางนี้เ้าค่ะ!"
ทันทีที่ตามหญิงรับใช้มาจนถึงเรือนเล็กที่อยู่ท้ายจวนซ่งจินหนิงก็ยกเท้าขึ้นถีบประตูจนพังทันที!
“เกิดอะไรขึ้น!ผู้ใดเข้ามาขัดขวาง่เวลาดี ๆ ของข้า” หยวนผิงโวยวายขึ้นมาด้วยความโมโห
หากแต่จางลี่อิงไม่ได้สนใจมันบางมองเลยไปยังมารดาที่สวมใส่เพียงเสื้อผ้าตัวในบาง ๆ ถูกจับมัดแขวนอยู่กลางห้องเนื้อตัวมีร่องรอยการถูกทารุณด้วยแล้ว จนิัแตกมีเืซึมออกมา ด้วยความใ
“ท่านแม่!”
ร่างเล็กๆ พุ่งถลาเข้าไปหมายจะช่วยผู้เป็แม่ของตน หยวนผิงเห็นเช่นนั้นก็เหวี่ยงแส้ตั้งใจจะลงทัณฑ์เด็กป่าที่ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ!
แต่ซ่งจินหนิงมีหรือจะยอมให้เกิดเื่เช่นนั้นขึ้นเขาใช้ดาบฟาดไปที่ข้อมือของหยวนผิงทันที!
พลั่ก!
แม้ดาบจะไม่ได้ถูกดึงออกจากฝักแต่ด้วยแรงของยอดจอมทัพมีหรือคนธรรมดาจะทานทนได้ไหว
“อ๊ากกก!” หยวนผิงร้องโหยหวนมันไม่ใช่แค่รู้สึกเจ็บ แต่ข้อมือของเขาหักห้อยลงมาจนน่ากลัว
ซ่งจินหยวนชำเลืองมองด้วยหางตาอย่างดูแคลนก่อนจะขยับไปช่วยเหลือหญิงสาว
แต่ทันทีที่ได้เห็นใบหน้านางชัดๆ ซ่งจินหนิงถึงกับนิ่งงันไปชั่วขณะ
เป็นาง...
หญิงที่เขาเคยตกหลุมรักเมื่อสิบกว่าปีก่อน!
“ท่านแม่เป็อย่างไร! เจ็บหรือไม่แต่ไม่ต้องกลัวนะ ข้ามาช่วยแล้ว” จางลี่อิงไม่ทันได้สังเกตท่าทางแปลกไปของซ่งจินหนิง นางเอาแต่จ้องมองไปที่มารดา และร้องไห้ออกมาด้วยความเ็ปใจ
ตัวจางชิวอิ๋งเองพอมีสติรู้ว่าลูกตามมาถึงนี้ ใจของนางก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัวพยายามใช้เรี่ยวแรงอันน้อยนิดผลักไล่ให้ลูกหนีไป
“อิงอิง.... ละ....ลูกมาที่นี่ไม่ได้... รีบหนีไปเร็ว ถึงเขาจิตวิตถารหยาบช้า แม้เ้าจะเป็เด็ก มันก็อาจไม่ละเว้น...รีบไป.."
“ท่านแม่ไม่ต้องห่วง ข้าพาท่านพ่อมาด้วยท่านพ่อจะช่วยข้า” พอลูกบอกมาอย่างนี้ จางชิวอิ๋งก็หันกลับมามองชายร่างสูงใหญ่ที่กำลังโอบประคองนางอีกครั้ง
“ชายผู้นี้ไม่....”
"อย่าเพิ่งพูดอันใดเลยรีบออกไปจากที่นี่กันก่อนเถิด” ซ่งจินหนิงถอดเสื้อคลุมมาห่อกายนางจากนั้นก็อุ้มนางขึ้นและพาออกจากห้อง
“พวกเ้าทำกับข้าเช่นนี้พวกเ้าจะต้องชดใช้โทษตาย! ต้องโทษตายเท่านั้น ข้าจะให้เ้าเมืองปะาพวกเ้า” หยวนผิงกอดข้อมือข้างที่หัก ะโข่มขู่ไม่หยุดปาก
จางลี่อิงที่เดินตามหลังซ่งจินหนิงชะงักเท้าจากนั้นก็หันไปหยิบแซ่ที่พื้น ขึ้นมาฟาดหยวนผิงเต็มแรง!
“จะปะาพวกข้างั้นหรือ”
เพี๊ยะ!
“อ๊ากกก เ้าเด็กบ้า!ก่อนเ้ากับแม่เ้าจะตาย ข้าจะเล่นกับพวกเ้าก่อน ข้าจะให้ม้าชำเราพวกเ้าข้าจะตัดนมเฉือนความเป็หญิงของพวกเ้าทิ้ง! พวกเ้าจะต้องตายอย่างน่าสังเวชที่สุด”ถ้อยคำหยาบโลนนี้ไม่เพียงทำให้จางลี่อิงรู้สึกโกรธ ซ่งจินหนิงเองก็โกรธเช่นกัน
แม้เขาจะอุ้มจางชิวอิ๋งอยู่แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรค เขาหันหลังกลับมา และยกขาขึ้นเตะหยวนผิงเต็มแรง จนร่างอ้วน ๆของมันลอยไปกระแทกกับข้างฝา
โครม!
"อ๊าก! โอ๊ย!"
“ข้าเสียใจจริง ๆที่เมื่อครู่ไม่ดึงดาบออกจากฝัก ข้าควรจะตัดข้อมือเ้าทิ้งไม่ใช่แค่ทำให้หักเช่นนี้” ซ่งจินหนิงไม่หยุดแค่เตะเดียวเขาเดินตามไปจากนั้นก็เหยียบเข้าที่ความเป็ชายของหยวนผิงทันที
“อ๊ากกก ของรักของข้า” มันร้องอย่างเ็ปหากแต่ซ่งจินหนิงกลับย่นคิ้วทำหน้าฉงน
“อ้าว ขาเหยียบโดนด้วยหรือไม่เห็นรู้สึกเลย”
“ฮิ ๆ” จางลี่อิงได้ยินอย่างนั้นก็หัวเราะออกมาอย่างขบขันทันที
“เข้าใจด้วยหรือว่าข้าหมายความว่าอย่างไรช่างแก่แดดเสียจริง มา... ตามข้ามา ไม่ต้องไปตีมันให้เสียมือเดี๋ยวข้าให้คนมาเก็บกวาดเอง”
“เ้าค่ะ” จางลี่อิงรับคำแต่ก่อนจะออกจากห้องนี้ ก็ไม่วายใช้แส้ในมือฟาดหยวนผิงไปอีกชุดใหญ่
เพี๊ยะ!เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!
“อ๊ากกกก” หยวนผิงร้องโหยหวนจนเสียงแหบแห้ง
บรรดาผู้ติดตามของซ่งจินหนิงต่างพยักหน้าให้กันยืนยันรอบที่สิบว่านี่คือทายาทของผู้เป็นายแน่ ๆ เพราะโเี้ไร้ความปรานีกับศัตรูเหมือนกันไม่มีผิด
“ข้ามาแล้ว” จางลี่อิงฟาดจนพอใจก็ขว้างแส้ในมือทิ้ง และวิ่งตามมาประกบซ่งจินหนิง
พอมาถึงบริเวณหน้าบ้านเ้าเมืองก็มาถึงพอดีเช่นกัน และทันทีที่อีกฝ่ายเห็นหน้าซ่งจินหนิงก็รีบคุกเข่าลง
"คารวะท่านอ๋อง”น้ำเสียงและเนื้อตัวของเ้าเมืองสั่นเทา คนทำผิดในครั้งนี้คือหยวนผิงก็จริงแต่เขาไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเขายินดีกับการถูกเลี้ยงดูปูเสือและยอมให้หยวนผิงทำเื่ผิดศีลธรรมรังแก่ผู้คนในเมืองนี้เรื่อยมา
ซ่งจินหนิงมองคนที่กำลังคุกเข่าด้วยหางตาก่อนจะเป็มองผ่านไป
“เ้าดูแลปกครองเมืองนี้ได้ยอดเยี่ยมยิ่งนักกระทั่งดินก็กลายเป็ัท้องถิ่น สามารถชี้เป็ชี้ตายผู้คนได้ฝ่าาจะต้องปลื้มพระทัยเป็แน่ ที่มีขุนนางเยี่ยงเ้าอยู่ในราชสำนัก"
“ทะ ท่านอ๋องเมตตาด้วยอย่าให้เื่นี้ถึงพระกรรณฝาบาทเลยพะยะค่ะ” เ้าเมืองโขกหัวอ้อนวอน
ซ่งจินหนิงหรี่ตาลงเล็กน้อยหากมันจบลงโดยที่เื่ไม่ลุกลามใหญ่โตก็นับว่าเป็ประโยชน์ต่อเขาเช่นกันอย่างน้อยประเด็นอ่อนไหวที่เขากังวลก็จะไม่เกิดขึ้น
“มันก็ขึ้นอยู่กับเ้า หากเ้าจัดการเื่นี้จนข้าพอใจได้ข้าจะปล่อยเ้าไป” แม้ยินดีหยิบเชือกที่ถูกโยนให้ แต่เขาก็ยังคงวางตนอยู่เหนือกว่าและบีบคั้นอีกฝ่ายต่อไป
“ขะ.....ขอบพระทัยท่านอ๋องที่เมตตา เอ่อ...เชิญท่านอ๋องไปพักที่จวนเ้าเมืองก่อนเถิดทางนี้กระหม่อมจะคุมตัวและนำไปตัดสินโทษเองพะยะคะ"
“อืม... จัดการให้ดีอย่าให้ข้าผิดหวังจนต้องทูลเื่นี้กับผ้าบาท” ซ่งจินหนิงทิ้งท้ายและตามคนของอีกฝ่ายไปยังที่พัก