แสงแดดยามสายสาดส่องไปทั่วชนบทของเขตแห่งหนึ่งลมเย็นๆของกลางฤดูใบไม้ผลิและร่มเงาของต้นไม้จำนวนมากช่วยส่งเสริมให้ชนบทแห่งนี้ดูร่มรื่นต้องขอบคุณธรรมชาติในโลกแห่งนี้ที่ยังไม่ถูกอุตสาหกรรมของมนุษย์ทำลายไปมากนัก นั่นจึงส่งผลให้อากาศใน่สายของวันแบบนี้นั้นไม่ร้อนนัก
ณ ข้างลำธารแห่งหนึ่งต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ติดกับลำธารและสะพานไม้ข้ามลำธาร มีร่างสองร่างกำลังนั่งอยู่หนึ่งที่สวมหมวกฟางใบใหญ่กำลังนั่งถือเบ็ดโดยที่ข้างตัวมีเบ็ดอีกอันที่ปักเอาไว้อยู่ส่วนอีกหนึ่งที่นั่งหลบอยู่ใต้เงาร่มไม้นั้นกำลังวาดภาพบางอย่างลงบนกระดาษที่ขึงไว้บนกระดานไม้อยู่
"สงบสุขจังเลยน้า~นายจะไม่ตกหรือไงน่ะนาธาน? ชั้นดูเบ็ดพร้อมกันสองอันไม่ได้นะเอ้อ"ร่างที่สวมหมวกฟางตกปลาอยู่หันไปถามอีกร่างที่ยังคงวาดๆลบๆภาพบนกระดาษอย่างคิดไม่ตกด้วยน้ำเสียงสบายๆเข้ากับบรรยากาศโดยรอบด้วยภาษาสากลของที่ๆพวกเขาจากมา
"สักครู่นึงครับคลูสเดี๋ยวผมขอจัดการงานส่วนนี้ให้เสร็จก่อนนะครับอีกอย่าง...อยู่ข้างนอกต้องเรียกผมว่าลิเบอร์ต้าสิครับถึงจะถูก"อีกร่างตอบกลับเสียงเครียด ขณะที่เพ่งสายตาผ่านหน้ากากมองภาพที่ยังคงไม่เป็รูปเป็ร่างดีของสิ่งที่อยู่ในกระดาษ
"โอ๊ยยยย!ไม่ต้องกังวลหรอกน่าเพื่อน แถวนี้ปลอดคนจะต๊าย! ไม่มีใครได้ยินหรอกน่า!หัดทำตัวสบายๆบ้างสิเฟ๊ย" ฝ่ายของชายอีกคนบอกปัดพลางทำหน้าระเหี่ยใจมองผู้พูดเมื่อครู่ที่ดูเคร่งเครียดผิดกับการมาเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศแบบนี้
"นี่ผมก็ทำตัวตามสบายแล้วนะครับ..."เ้าตัวตอบกลับพลางหรี่ตามองผู้พูดที่ไม่ได้แยแสอะไรนัก...ซึ่งก็สมกับเป็อีกฝ่ายจริงๆนั่นแหละครับ...เคยสนอะไรที่ไหนล่ะนั่น...
"ถ้าสบายจริงนายก็ถอดหน้ากากสิฟะ" ด้านคู่สนทนาก็ยังคงตะบี้ตะบันกลับไปเช่นเดิมแล้วฉีกยิ้มกวนประสาทใส่
"อันนี้ผมขอสงวนใส่กันเหนียวไว้ดีกว่าครับ..."และนั่นก็ทำให้คู่สนทนาของชายที่ใส่หมวกฟางตกปลาอยู่นั้นส่ายหัวเหนื่อยใจกับพฤติกรรมของอีกฝ่ายผิดกับอีกฝ่ายที่หัวเราะฮ่าๆอย่างสุขใจที่ได้กวนประสาทเพื่อนของตนสำเร็จด้วยดี
เข้าสู่วันที่สองหลังจากมาถึงเขตของเฟอร์ที่พึ่งได้รับมาหลังจากที่เฟอร์จัดการตรวจสอบเื่ต่างๆภายในเขตโดยใช้ผมและคลูสในการตรวจสอบเอกสารพร้อมกับอีกฝ่ายโดยที่เฟอร์นั้นก็ใช้คนของตนไปตรวจสอบสภาพพื้นที่จริง(มีแอบใช้พวกผมไปเช็คด้วยนิดหน่อย)เ้าตัวก็สามารถรวบรวมหลักฐานได้มากพอที่จะทำเื่ปลดผู้ดูแลคนปัจจุบันที่ดูแลอยู่ได้
และนั่นจึงเป็สาเหตุที่ดยุคหนุ่มของอาณาจักรนั้นขอให้ผมกับคลูสออกมาหาอะไรทำรอเ้าตัวเคลียร์เื่ในคฤหาสน์ให้เสร็จสิ้นทำให้ยามสายของวันศุกร์แบบนี้...พวกผมสองคนจึงระเห็จหนีกันมานั่งตกปลาข้างลำธารชมธรรมชาติแบบนี้...โดยที่ผมยกงานมาทำด้วยล่ะนะครับ...
“แล้วนั่นนายยังคิดงานไม่ออกอีกหรือไงฟะนั่น?”คลูสถามผมกลับมาพลางกระตุกเบ็ดที่ไร้ปลาขึ้นมาจากน้ำก่อนที่เสียงถอนหายใจจะดังขึ้น แล้วเหวี่ยงเบ็ดที่เสียบเหยื่ออันใหม่ลงไปในน้ำอีกรอบ
“พอจะขึ้นโครงสร้างได้แล้วละครับตอนนี้ผมกำลังพยายามหาดีเทลที่เหมาะกับตัวงานอยู่น่ะครับ ลองหลายอันแล้วแต่มันก็ยังไม่ลงตัวเท่าไหร่”ผมตอบอีกฝ่ายขณะที่ก้มลงไปปัดแท็บเล็ตของคลูสที่ยืมมาดูรูปที่อยู่ภายใน
“ใช้ๆกันแล้วก็ช่วยชั้นชาร์จแบตด้วยนะเฮ้ยรู้ไหมฟะว่าการชาร์จแบตด้วยเครื่องปั่นไฟแบบเหยียบคนเดียวมันเหนื่อยขนาดไหนน่ะฮะ? ชั้นยังไม่ได้ชาร์จเครื่องเกมเลยเนี่ย...”เ้าตัวหันกลับมาตำหนิผม
“อา...อันไหนผมใช้ผมว่าผมก็ช่วยชาร์จแล้วนะครับ...ไม่ใช่ว่าคนที่เล่นเกมจนแบตเครื่องเกมหมดคนเดียวน่ะมันคลูสไม่ใช่หรอครับ?ถึงตอนนี้ก็ไม่ยอมเอามาชาร์จสักทีด้วย ก่อนออกมาจากหอสมุดผมก็เตือนแล้วแท้ๆนะครับว่าเอาเครื่องปั่นไฟแบบใช้กระแสน้ำมาด้วยน่ะ”ผมโต้กลับไปพลางหรี่ตามองคนพูดที่ตอนนี้ทำเป็ผิวปากทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้
“ชั้นี้เีนี่หว่า...แถมใครมันจะไปนึกละเฟ๊ยว่าเขตชนบทแบบนี้มันจะมีลำธารด้วยน่ะ!”
“ที่ตั้งชุมชนที่ไหนถ้ามันมีป่าละก็มันมีแหล่งน้ำหมดแหละครับคลูส...ี้เีแถมไม่ใส่ใจจะเอามาก็อย่าโทษนู่นโทษนี่สิครับ...”
“ชิ...ทำไมชั้นเถียงชนะนายกับเฟอร์ได้น้อยครั้งจังฟะ...”คลูสว่าพลางเดาะลิ้นขัดใจ
“ก็ใครใช้ให้คุณเวลาเถียงเื่แบบนี้ดันเถียงข้างๆคูๆกันล่ะครับ?ทั้งผมทั้งเฟอร์น่ะพยายามใช้เหตุผลเข้าว่าอยู่แล้ว คุณจะเถียงชนะได้ไงล่ะครับคลูสถ้าอยากเถียงชนะพวกผมจริงๆละก็ หัดใช้เหตุผลที่มันดีๆหน่อยสิครับ” ผมกล่าวด้วยรอยยิ้มผิดกับคลูสที่นั่งหันหลังให้ผมอยู่นั้นพ่นลมหายใจเสียงดังเหมือนขัดใจกับคำพูดของผมก่อนที่เ้าตัวจะยักไหล่คล้ายไม่ใส่ใจ แล้วจดจ้องไปที่เบ็ดของตนต่อ
“จ้าๆ พ่อคุณนักปรัชญานักกฎหมายอ่านหนังสือมากแล้วเอามาจ้วงชั้นทุกรอบอ่ะ เอ๊ะ...มันต้องเป็ชั้นที่เป็ผู้ดูแลหอสมุดชนะเื่นี้ไม่ใช่หรอฟะ...ช่างมันละกันวุ๊ย...ยุ่งยาก...เฮ้ย!ปลาๆๆๆๆ! ชิ! หลุดไปอีกแล้ววุ๊ย!”ผมส่ายหัวอ่อนใจกับคำบ่นรวมถึงประโยคต่อท้ายของคลูสที่ดูมึนๆกับตัวเองก่อนที่ผู้ดูแลหอสมุดหนุ่มที่เปลี่ยนอาชีพชั่วคราวมาเป็พรานเบ็ดจะดีใจอยู่ชั่วครู่ก่อนที่ปลาจะหลุดออกจากเบ็ดไปอีกรอบอย่างน่าเสียดาย
เราทั้งคู่เงียบลงพลางทำกิจกรรมของแต่ละคนต่อไปก่อนที่ผมจะเผลอนึกอะไรขึ้นมาได้
“จะว่าไป...ผมเองไม่เคยได้คุยเปิดอกกับเฟอร์เลยแฮะครับ...”สิ่งที่ผมกล่าวดูท่าจะเป็การดึงดูดคลูสได้เป็อย่างดีเมื่ออีกฝ่ายหันกลับมาเลิกคิ้วมองผม แล้วตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเนือยๆ
“จะเอาอะไรกับเ้าบ้านั่นมากล่ะฟะ?แค่งานของมันเองก็แทบจะปลีกตัวไปไหนมาไหนได้ยากอยู่แล้ว ที่มันมาแหง็กรวมกับพวกเราได้บ่อยๆนี่เพราะมันพยายามเคลียร์ตารางตัวเองให้ว่างแล้วนะเอ้อ”
“ถึงจะว่ายังงั้นก็เถอะครับ...แต่ว่าผมไม่เคยอยู่กับเฟอร์ตามลำพังเลยนะครับ?แถมพอเวลามีอะไรเกิดขึ้น ก็มักจะมีแค่คลูสที่ถูกเฟอร์เรียกไปช่วยเป็อย่างเดียวเลยด้วย”ผมระบายกับคลูสแล้วถอนหายใจอย่างเซ็งๆเพราะตลอดหลายเดือนที่คบกันมานั้นเฟอร์มักจะไม่เรียกผมเข้าไปหาหรือแม้แต่การมาเยี่ยมที่ร้านเองก็มักจะมาทีหลังสุด จนสุดท้ายก็อยู่รวมกันสามคนทุกครั้ง
“อาฮะ?แล้วไงต่อ?” คลูสชักสายเบ็ดกลับขึ้นฝั่งพลางหมุนตัวหันกลับมานั่งมองหน้าผมแล้วท้าวคาง ทำสีหน้าประมาณว่าพูดอะไรของนายฟะ?อยู่
“ผิดกับคลูสน่ะครับที่ผมยังได้คุยเปิดอกสลับกันเล่าอะไรให้ฟังกันบ้าง แต่กับเฟอร์แล้ว ผมกลับรู้สึกว่าอีกฝ่ายเหมือนอยู่ไกลกับผมแปลกๆน่ะครับ...แถมบางทีผมเองก็รู้สึกเหมือนโดนกีดกันด้วย อย่างรอบนี้เอง...เอาจริงๆผมก็อยากอยู่ฟังเื่ของทางนั้นบ้างนะครับแต่ดูเหมือนว่าเฟอร์ไม่ค่อยอยากจะให้ผมอยู่ดูด้วยเท่าไหร่” ทันทีที่ผมพูดจนจบคลูสที่นั่งฟังอยู่นานก็เงยหน้ามองฟ้าแล้วพ่นลมหายใจซะดังเฮือกใหญ่ก่อนจะก้มกลับมามองผม แล้วเอ่ยมุมมองของตนออกมา
“คือ...จะว่าไงดีฟะ...ชั้นว่าแกน้อยใจฟะนาธาน”
“เอ่อ...ข้างนอกช่วยเรียกผมว่าลิเบอร์ต้าจะดี-”ผมกล่าวท้วง แต่ยังไม่ทันจบดีก็โดนคลูสแทรกเสียก่อน
“ช่างเื่ชื่อปลอมนายไปก่อนเหอะเพื่อนชั้นเข้าใจนะว่านายน้อยใจเื่ที่เฟอร์มันกีดกันนายออกจากเื่วงในแบบนั้นน่ะทั้งๆที่นายเองก็เล่าอะไรๆของฝั่งตัวเองให้ตลอด แต่ไม่ใช่อะไรหรอกรู้ไหมที่มันทำน่ะมันพยายามเซฟนายอยู่นะเฮ้ย?”
“เซฟผมเนี่ยนะ?”ผมเอ่ยอย่างแปลกใจ
“เออสิที่มันเรียกชั้นไปบ่อยๆก็เพราะว่าอำนาจในมือชั้นน่ะมันงัดกับไอพวกขุนนางในราชสำนักได้แบบสบายๆยังไงเล่าผิดกับนายนะเฮ้ยนาธานถึงบ้านนายจะเป็ตระกูลการค้าอันดับต้นๆของอาณาจักรนี้ก็เหอะนะ แถมยังสนิทกับบ้านของยัยแม่ทัพหัวแดงด้วยแต่ตอนนี้นายอย่าลืมสิว่าสถานะของนายตอนนี้มันไม่มีอะไรคลุมกะลาหัวนะเฟ๊ยขืนชั้นกับเฟอร์เผลอลากนายเข้ามาวงในมากๆเข้าล่ะก็ พอเกิดอันตรายขึ้นมาจริงๆชั้นกับเ้าบ้านั่นไปช่วยไม่ทันมันจะแย่ขนาดไหนฟะ? อย่าให้ไอบ้าขี้โวยวายแบบชั้นบอกนายสิเฟ๊ยหัวดีอย่างนายถ้าตัดอารมณ์ออกแล้วใช้เหตุผลไตร่ตรองละก็น่าจะเข้าใจนา แถมพวกเราเองก็มีกันอยู่แค่นี้ด้วยอะไรเซฟได้ก็ควรเซฟนะเอ้อ”
“นั่นสินะครับ...”ผมพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยก่อนจะถอนหายใจ
“อีกอย่างนา...ไม่ใช่มีแค่นายที่อยากเปิดอกคุยกับเ้าหน้าไหม้นั่นคนเดียวนะเอ้อไอบ้านั่นเองก็อยากหาเวลาคุยกับนายแบบไม่ต้องมีชั้นป่วนเหมือนกันนั่นแหละแต่เพราะมันโคตระยุ่ง เลยสละเวลามาได้แค่นั้นผิดกับชั้นที่โดดงานเพราะี้เีมาหานายหรือมันตลอดนั่นแหละ” คลูสกล่าวขณะยกเบ็ดตกปลาเคาะไหล่ตัวเองเบาๆ
“อย่างงั้นเองสินะครับ...ผมก็สบายใจขึ้นมาหน่อย...แต่เดี๋ยวนะครับ?ที่คุณลิซ่ามาด่าคุณให้ผมฟังประจำว่าคุณชอบโดดงานนี่สรุปเื่จริงหรอครับ?”ผมพยักหน้าเออออก่อนจะชะงักกับคำว่าโดดงานของอีกฝ่าย...
“โดดงานอะไร๊!นายฟังผิดแล้วเฟ๊ยพวก! ฟังผิดแน่ๆ!” พอเห็นท่าทางร้อนรนกลบเกลื่อนของบรรณารักษ์หนุ่มก็ทำให้ผมถึงกับกุมขมับด้วยความหนักใจใครก็ได้ช่วยแก้นิสัยนี้ของคลูสทีเถอะครับ...บางทีมันก็ทำให้ผมปวดหัวเหมือนกันนะ...ผมว่าเฟอร์เองก็คงปวดหัวไม่น่าจะต่างกันนักด้วย...
“อย่าโดดให้มันบ่อยนักนะครับ...ผมสงสารคุณลิซ่าเขาที่ต้องมาเคลียร์เอกสารแทนคุณน่ะ...”
“ชิ! ก็ปล่อยยัยนั่นเคลียร์ไปสิฟะ! ยัยนั่นเป็เลขาชั้นนะเฟ๊ย!มีเลขาแรงงานทาสทั้งทีมันก็ต้อใช้ให้คุ้มสิฟะ!” เฟอร์ตอบกลับมาด้วยใบหน้าที่ไร้ซึ่งความรู้สึกผิดเลยสักนิดแถมยังดูจะมั่นใจมากเสียด้วยซ้ำ...
“เฮ้อ...ผมละยอมคุณจริงๆล่ะนะครับ...”ผมกล่าวพลางส่ายหัวอย่างระเหี่ยใจ สันดอนขุดง่าย...สันดานขุดยากล่ะนะครับ...ยิ่งสันดานเสริมใบเพชรแบบคลูสด้วยแล้ว...แค่จอบกับอีเตอร์ไม่น่าจะพอขุดได้แหงๆ...
“กรั๊กๆๆๆๆๆๆ! เพราะชั้นเป็ชั้นยังไงละเฟ๊ย! เจ๋งใช่ไหมล่ะ!”เ้าตัวยังคงกล่าวด้วยสีหน้าระลื่นต่อไปแบบไม่อายฟ้าอายดินเลยแม้แต่น้อย
“ไม่เจ๋งเลยสักนิดครับคลูส...โคตรแย่เลยต่างหากล่ะครับ...”
“เห~ ไอนั่นชั้นถือว่าเป็คำชมนะเอ้อ~”
“ทั้งโลกนี้คนที่ถืออะไรพวกนั้นเป็คำชมได้ก็คงมีแค่คุณเท่านั้นแหละครับ...”สิ้นคำผมก็หัวเราะแห้งๆให้กับความหน้าด้านของเพื่อนผู้หันกลับไปตกปลาอีกรอบแถมยังหัวเราะเอิ๊กอ๊ากไม่เลิกด้วยจนผมได้แต่ส่ายหัวแล้วกลับไปจดจ่อกับงานของตนต่อ โดยที่พวกเรานั้นไม่ได้สนใจเสียงกีบเท้าของม้าหลายตัวที่กำลังเดินตรงมาจากอีกฝั่งของลำธารเลยแม้แต่น้อย
“นั่นมัน...ท่านผู้ดูแลหอสมุดลิเทียร์กับท่านพราเนตติเอ้ใช่รึเปล่าคะ?”
“หือ?”เสียงร้องทักที่คุ้นหูพวกผมดังมาจากสะพานไม้ที่อยู่ใกล้ๆกับลำธารพร้อมกับเสียงกีบเท้าของม้าที่หยุดชะงักลง ส่งผลทำให้ทั้งผมและคลูสละจากกิจกรรมที่ตนทำอยู่เงยหน้าไปมองผู้ที่เอ่ยทักพวกผมเมื่อครู่อย่างงงๆ
“พรู๊ดดดดดดดดดด!แค่กๆๆๆๆ!”
“…” ทันทีที่เห็นใบหน้าของผู้ที่อยู่บนหลังม้าตัวหน้าสุดชัดๆคลูสก็พ่นน้ำลายออกมาเป็สายพร้อมกับปล่อยเบ็ดร่วงมาจากมือก่อนจะสำลักน้ำลายตัวเองดังค่อกแค่กส่วนผมน่ะหรอ...เหวอแดกอ้าปากค้างจนดินสอหลุดจากมือไปเรียบร้อยแล้ว...
“พวกท่านเป็อะไรน่ะคะ!?”หญิงสาวคนดังกล่าวเอ่ยอย่างใพลางลงจากหลังม้าแล้วตรงมาที่พวกเราทันทีเสียงเกราะเหล็กดังก๊องแก๊งใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมๆกับผมสีแดงที่ถูกถักเปียยาวก็ส่ายไปมาตามแรงการวิ่งของอีกฝ่ายแม้ว่าใบหน้าของอีกฝ่ายจะดูใ แต่ก็เทียบไม่ได้กับผมและคลูสที่เผลอสบถคำหยาบคายจากโลกเก่าออกมาเต็มๆ...
“เชี่ย...”
ใครว่าการมาพักไกลบ้านมันจะไม่เจอคนรู้จักล่ะครับ...ผมชักอยากจะรู้แล้วสิว่าเทพแห่งโชคชะตาเขาทำงานกันยังไง...ทำไมผมถึงมาเจอยัยแม่ทัพหัวแดงที่นี่ละเฟ๊ย!!!ตอบผมมาเลยนะไอพวกเทพบ้า!!!