บทที่ 3 ประหยัดแรงสังหารคน
เปิ่นหวัง? เขาเป็ท่านอ๋องหรือ!
เซียวหลิงอวิ๋นไม่คาดคิดว่าบุรุษผู้นี้จะมาถามหาคู่บุพเพที่์ลิขิตไว้เช่นนี้นี่มันโอกาสดีสำหรับนางชัดๆ
เพียงแค่ยืนอยู่ใกล้เขาเพียงชั่วครู่นางก็รู้สึกได้ชัดเจนว่าความเ็ปที่แผ่นหลังซึ่งเดิมทีเหมือนจะขาดเป็สองท่อนเริ่มทุเลาลงหากนางได้ฝึกสมาธิข้างเขาทุกวัน วันละหนึ่งชั่วยาม ไม่ถึงหนึ่งปีนางมั่นใจว่าจะสามารถฟื้นฟูพลังจนกลับไปสู่จุดสูงสุดเหมือนในชาติก่อนได้แน่นอน
เซียวหลิงอวิ๋นยิ้มพลางเอ่ยว่า“การเปิดเผยความลับ์ ย่อมต้องมีของแลกเปลี่ยนให้สมดุล ท่านจะถามถึงคู่บุพเพที่์ลิขิตไว้นั่นเป็ความลับแห่ง์ชั้นที่สามขึ้นไป จำเป็ต้องจ่ายค่าตอบแทนสูงลิ่วเช่นนี้แล้วท่านยังอยากทำนายอีกหรือไม่”
นางไม่ได้พูดเกินจริงบุรุษเบื้องหน้านี้มีวาสนาแรงกล้าเป็พิเศษหญิงสาวที่เหมาะสมกับเขาย่อมต้องเป็ผู้ที่ได้รับความโปรดปรานจากฟ้าด้วยเช่นกันการทำนายดวงชะตาของคนเช่นนี้ หากพลาดเพียงนิดก็อาจถูกกฎแห่งฟ้าลงทัณฑ์ได้
พูดแล้วก็ให้นึกขำขนาดนางเป็ถึงผู้ถูกเลือกโดยฟ้าแท้ๆยังไม่รู้ว่าเกิดอันใดถึงถูกฟ้าผ่าจนต้องมาโผล่ในโลกนี้เสียอย่างนั้น
บุรุษผู้นั้นขมวดคิ้วเล็กน้อยทว่าเพียงครู่เดียวก็คลายออก เอ่ยตอบรับด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น
“แน่นอน”
เซียวหลิงอวิ๋นใจพองโตด้วยความยินดีทว่าใบหน้ายังสงบนิ่งไม่เปลี่ยนแปลง
“เช่นนั้นข้าขอแจ้งเงื่อนไขไว้ก่อน หากข้าทำนายได้สำเร็จ ท่านต้องยินยอมให้ข้าอยู่ในรัศมีสามฉื่อ[1]รอบตัวท่านเพื่อฝึกฝนเป็เวลาหนึ่งปีตกลงหรือไม่”
ดวงตาลึกล้ำของบุรุษผู้นั้นวูบผ่านแววประหลาดใจทว่ายังไม่ทันที่เซียวหลิงอวิ๋นจะจับได้ เขาก็แค่นหัวเราะเย็นแล้วเอ่ยว่า
“ตกลง”
เซียวหลิงอวิ๋นแทบจะตะลึงงันจนิญญาแทบหลุดจากร่างเพราะรอยยิ้มของเขา
นางรีบสะบัดศีรษะพยายามข่มใจ แล้วตั้งสมาธิแน่วแน่จ้องมองใบหน้าของเขามือก็เริ่มขับเคลื่อนพลังปราณ ค่อยๆ ทำนาย
ทว่ายิ่งทำนายใบหน้าของเซียวหลิงอวิ๋นก็ยิ่งเคร่งเครียด ความตกตะลึงในแววตาก็ยิ่งฉายชัด
ทำนายไม่ได้? นางถึงกับทำนายไม่ได้!
เป็ไปไม่ได้ไม่ว่าอีกฝ่ายจะตายไปแล้วหรือยังไม่เกิด นางก็ยังสามารถทำนายคร่าวๆ ได้อยู่ดี
การที่นางทำนายไม่ได้เช่นนี้มีเพียงสองความเป็ไปได้เท่านั้น
หนึ่งคือชายตรงหน้าเป็ดาวฟ้าดับผู้มีชะตาโดดเดี่ยว กำหนดให้มีชีวิตลำพังไปชั่วชีวิตอีกหนึ่งคือ...คู่บุพเพของเขาอาจเป็...นางเอง เพราะผู้ทำนายดวงชะตาย่อมไม่อาจทำนายดวงชะตาที่เกี่ยวข้องกับตนเองได้
ไม่!ชายตรงหน้าคงเป็แบบแรกแน่นอน เพราะเมื่อครู่นางก็เพิ่งทำนายได้ว่าสตรีใดก็ตามที่มีสัมพันธ์เชื่อมโยงกับเขา ล้วนมีเคราะห์ ไม่ตายก็ต้องาเ็สาหัสเพราะหญิงเ่าั้รับพลังชะตาของเขาไม่ไหวสุดท้ายจึงถูกพลังเ่าั้ย้อนกลับมาเล่นงาน
เหอะ!
มิน่าเล่าเมื่อครู่เขาถึงได้ตอบตกลงง่ายดายนัก หากเป็หญิงสาวทั่วไปที่อยู่ใกล้เขานานเข้าคงถูกพลังชะตาของเขากดข่มเล่นงานจนถึงตายเป็แน่
“เป็อย่างไรบ้าง”
เสียงทุ้มต่ำชวนเคลิบเคลิ้มของบุรุษดังขึ้นใกล้หู
เซียวหลิงอวิ๋นหันไปมองเขาอย่างลำพองใจยกยิ้มที่มุมปากแล้วกล่าวขึ้น
“ข้ารู้แล้วว่าท่านคือใคร ท่านคือท่านอ๋องเก้าหลีเย่หานผู้มีชื่อเสียงเกรียงไกรทั่วแคว้นฮั่วหลีใช่หรือไม่บุรุษผู้ที่แม้จะเป็อัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะของการฝึกตนแต่ในเื่คู่ครองกลับ...ไม่เคยราบรื่น ั้แ่เด็กหญิงใดมีสัญญาหมั้นหมายกับท่านล้วนมีอันเป็ไป บ้างแขนหักขาหักบ้างก็สิ้นชีวิตอย่างไร้สาเหตุ ข้าว่าข้าไม่ได้พูดผิดนะ เมื่อครู่ข้าทำนายดูแล้ว ดวงชะตาของท่านแข็งแกร่งเกินไปถูกกำหนดไว้ว่าไม่มีคู่ครองไปชั่วชีวิตไม่แปลกใจเลยที่ท่านหล่อเหลาเพียงนี้แต่กลับต้องมาขอให้ข้าทำนายดวงให้”
เซียวหลิงอวิ๋นพูดจบถึงเพิ่งรู้ตัวว่าน้ำเสียงของตนเหมือนกำลังสะใจผู้อื่นที่เคราะห์ร้าย
นางรีบกระแอมหนึ่งทีแล้วยืนเขย่งปลายเท้าตบไหล่เขาเบาๆพลางใช้เสียงของผู้ใหญ่ที่กำลังปลอบใจผู้น้อยกล่าวอย่างจริงจัง
“แท้จริงแล้วท่านอยากทำนายเื่คู่ครองก็เพราะกลัวจะพาให้สตรีบริสุทธิ์ต้องประสบเคราะห์ใช่หรือไม่แต่น่าเสียดาย โชควาสนาของท่านยิ่งใหญ่เกินไปสตรีใดก็ไม่อาจรับไหวจนพลังฟ้าดินย้อนเล่นงานนี่เองคือเหตุผลที่หญิงใดหมั้นหมายกับท่านย่อมพบเจอเคราะห์ร้ายแม้ท่านจะไร้คู่ครองไปตลอดชีวิต แต่ในด้านอื่นกลับโชติ่รุ่งโรจน์เื่เล็กน้อยเช่นนี้มิอาจส่งผลกระทบต่อท่านได้หรอก อย่าได้เศร้าใจเลย”
เซียวหลิงอวิ๋นลอบมองสีหน้าหลีเย่หานคาดว่าอีกฝ่ายคงจะมีสีหน้าเ็ปเสียใจ
แต่พอเห็นจริงๆนางก็แทบกระตุกมุมปากด้วยความคาดไม่ถึง
หลีเย่หานถึงกับเผยรอยยิ้มบางแสนพึงใจแววตาลุ่มลึกยังฉายประกายระยิบราวดวงดาว
น้ำเสียงเ็าของเขากลับแฝงความอบอุ่นเล็กน้อย“เช่นนั้นก็ดี จะได้ไม่ต้องเปลืองแรงข้าสังหารนางเสียเอง”
เซียวหลิงอวิ๋น“...!”
บัดซบ!ที่เขาอยากรู้ว่าใครคือคู่บุพเพของตนก็เพราะจะได้ตามไปฆ่าเสียอย่างนั้นรึ!?
ที่แท้บุรุษยิ่งรูปงามเพียงใดหัวใจก็ยิ่งเ็าเช่นงูพิษโชคดีนักที่โชคชะตากำหนดให้เขาอยู่โดดเดี่ยวไปตลอดชีวิตไม่อย่างนั้น...หญิงใดได้แต่งกับเขา คงถึงคราวเคราะห์หนัก
น่าเสียดาย...เซียวหลิงอวิ๋นในตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าเคราะห์ร้ายนั้นกำลังจะตกเป็ของนางเอง
นางกำลังจะเอ่ยปากถามถึงเวลาฝึกตนกับหลีเย่หานในแต่ละวันแต่กลับพบว่าเบื้องหน้าเงียบงัน ไร้เงาคนไปเสียแล้ว!
เซียวหลิงอวิ๋นขบฟันแน่นกล่าวลอดไรฟันด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น
“หนีได้ก็แค่พระ หนีวัดไม่พ้นหรอก[2]!ข้าจะไปหาท่านถึงที่เอง!”
นางไม่รู้เลยว่าคำพูดนั้นล้วนถูกหลีเย่หานที่ยืนนิ่งเงียบอยู่บนต้นไม้ได้ยินเข้าเต็มสองหูดวงตาลุ่มลึกของเขาฉายแววสนอกสนใจขึ้นมาเล็กน้อย
เซียวหลิงอวิ๋นย่ำเท้ากลับลานเรือนด้วยความขุ่นเคืองทว่าเพิ่งพ้นประตูเข้ามา เสียงตำหนิเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านข้างทันที
“คุณหนู! เช้าๆ แบบนี้ไปไหนมาหรือ ทำไมเพิ่งกลับมา!”
เซียวหลิงอวิ๋นหันไปก็เห็นหญิงรับใช้อายุราวสี่สิบปีหน้าตาไม่สบอารมณ์สีหน้ายับย่นด้วยความไม่พอใจเสื้อผ้าที่นางสวมยังดูดีกว่าชุดของเซียวหลิงอวิ๋นเสียอีกหญิงรับใช้นางนั้นเท้าเอวถลึงตาใส่พลางตวาดเสียงดุ
“คุณหนูใหญ่ ท่านรู้หรือไม่ว่าท่านยังไม่ได้กวาดลาน ยังไม่ได้เช็ดโต๊ะเก็บผ้า เสื้อผ้าของตัวเองก็ยังไม่ได้ซัก หากมีใครมาเห็นเข้าจะหัวเราะเยาะเรือนของพวกเราเป็แน่ท่านลืมแล้วหรือว่าที่ครั้งก่อนองค์ชายสามไม่มาพบท่านก็เพราะเห็นเรือนนี้สกปรกทรุดโทรมยังไงล่ะเ้าคะ!”
หญิงผู้นี้คือซ่างกวนหมัวมัวที่ซ่างกวนหลิวส่งมาเป็บ่าวรับใช้ที่ติดตามนางมายามออกเรือน ชื่อว่าซ่างกวนชุ่ยเอ๋อร์
การที่นางมาประจำเรือนนี้ไม่ใช่มาดูแลเซียวหลิงอวิ๋นแต่มาเพื่อจับตาดูและกดขี่รังแกเซียวหลิงอวิ๋นที่ขี้ขลาดอ่อนแอซ้ำยังผลักภาระงานทุกอย่างที่ควรเป็หน้าที่บ่าวใส่ไว้บนบ่าของนางโดยใช้องค์ชายสามเป็ข้ออ้าง
หากนางไม่ทำตามซ่างกวนหมัวมัวก็จะลงไม้ลงมือกับเซียวหลิงอวิ๋นอย่างไม่ปรานี
เมื่อก่อนเ้าของร่างกลัวนางยิ่งนักถ้าผู้ที่ได้ยินถ้อยคำเหล่านี้เป็เ้าของร่างเดิมละก็ ป่านนี้คงหน้าซีดตัวสั่นรีบวิ่งไปกวาดลานรกนั้นอย่างไม่กล้าอิดออด
แต่เซียวหลิงอวิ๋นคนนี้กลับเผยสีหน้าเ็าแววตาเฉียบคมราวมีดพุ่งใส่ซ่างกวนชุ่ยเอ๋อร์
“บังอาจ! ซ่างกวนชุ่ยเอ๋อร์ เ้าเห็นข้าเป็ใคร! ช่างกล้าดีนักกล้าตวาดใส่คุณหนูใหญ่สายตรงของจวนแม่ทัพ ไม่เพียงสั่งให้ข้าทำงานของบ่าวยังกล้าซักไซ้การกระทำของข้าอีก เช่นนั้นก็แปลว่าเ้าอายุยืนเกินไปแล้วสินะ!ใครก็ได้! ลากนางออกไป เฆี่ยนให้ตายเดี๋ยวนี้!”
หลังซ่างกวนชุ่ยเอ๋อร์ดุด่าเสร็จก็ยืนรอดูใบหน้าหวาดกลัวของเซียวหลิงอวิ๋นขณะคว้าไม้กวาดอย่างว่าง่ายเพื่อกวาดลานเรือนนี่คือสิ่งที่หล่อเลี้ยงความทะนงตนของบ่าวต่ำศักดิ์เช่นนางที่ได้ใช้อำนาจข่มเหงคุณหนูผู้สูงศักดิ์
นางรู้อยู่เต็มอกว่าเซียวหลิงอวิ๋นเพิ่งถูกลงโทษมาทว่านั่นยิ่งเป็โอกาสให้นางได้ย่ำยีคุณหนูผู้สูงศักดิ์ผู้นี้มากขึ้น
แต่เสียงะโด้วยความเดือดดาลของเซียวหลิงอวิ๋นเมื่อครู่กลับทำให้ซ่างกวนชุ่ยเอ๋อร์ถึงกับตะลึง
นางเบิกตากว้างมองอีกฝ่ายที่เปรอะเปื้อนเืไปทั้งร่างด้วยความไม่อยากเชื่อ
ใบหน้านั้นแม้ยังดำคล้ำอัปลักษณ์จนน่าขยะแขยงดุจเดิมทว่าดวงตาที่เคยว่างเปล่าคู่นั้น บัดนี้กลับทอประกายคมกริบลึกล้ำราวกับสามารถมองทะลุจิตใจคนได้
สีหน้าของซ่างกวนชุ่ยเอ๋อร์เปลี่ยนสลับไปมาก่อนจะหัวเราะเยาะด้วยท่าทีเหี้ยมเกรียม
“หึ คุณหนูใหญ่ ท่านถึงกับกล้าเอ่ยนามของข้าออกมาตรงๆทั้งยังกล้าบอกให้เฆี่ยนข้าตายอีก! คนทั้งเรือนนี้ล้วนฟังคำข้าทั้งสิ้น!ข้าจะให้ท่านรู้เสียบ้างว่าที่นี่ใครใหญ่!”
ว่าจบซ่างกวนชุ่ยเอ๋อร์ก็ถลกแขนเสื้อขึ้น ก่อนพุ่งเข้าหาหมายจะลงมือบีบคอเซียวหลิงอวิ๋นท่าทางเช่นนี้ราวกับคุ้นชินประหนึ่งทำบ่อยจนเป็นิสัย ขณะที่สาวใช้คนอื่นๆในลานกลับยืนดูเป็เื่สนุกอยู่ด้านข้าง
ทว่าวันนี้เหตุการณ์กลับผิดไปจากเดิมก่อนที่ซ่างกวนชุ่ยเอ๋อร์จะถึงตัวเซียวหลิงอวิ๋นก็สะบัดมือตบสวนกลับไปเต็มแรงจนซ่างกวนชุ่ยเอ๋อร์ล้มลงไปกองกับพื้น
“อ๊าก!”
เสียงกรีดร้องดังลั่นซ่างกวนชุ่ยเอ๋อร์กระแทกพื้นอย่างแรง ความเจ็บแล่นปราดไปทั่วร่าง
เหล่าสาวใช้ที่ยืนดูอยู่ถึงกับใรีบจะเข้าไปช่วย
แต่เซียวหลิงอวิ๋นไม่เปิดโอกาสให้ช่วยคนนางยกเท้าเตะเข้าใส่ท้องซ่างกวนชุ่ยเอ๋อร์อย่างแรงแล้วอดทนต่อความเ็ปที่าแตนเอง โน้มตัวลงตบหน้านางอย่างรวดเร็วเป็ชุด
‘เพียะ! เพียะ! เพียะ!’
เซียวหลิงอวิ๋นออกแรงตบไปสิบกว่าครั้งจนใบหน้าของซ่างกวนชุ่ยเอ๋อร์บวมเป่งแทบจำไม่ได้
เซียวหลิงอวิ๋นยืนขึ้นก้มมองอีกฝ่ายที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวแล้วกล่าวด้วยเสียงเยียบเย็น
“กลับไปบอกซ่างกวนหลิวเสียว่า ทุกสิ่งที่นางเคยทำกับข้าข้าจะเอาคืนให้สาสม!”
สิ้นคำนางยกเท้าขึ้นกระทืบแขนของซ่างกวนชุ่ยเอ๋อร์อย่างแรงจนได้ยินเสียงกระดูกลั่นดัง ‘กร๊อบ’
“อ๊าก!” ใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นเปลี่ยนเป็กรีดร้องอย่างโหยหวนก่อนที่ซ่างกวนชุ่ยเอ๋อร์จะหมดสติไปด้วยความเ็ป
[1] ฉื่อ หน่วยวัดความยาวในระบบจีนโบราณ 1 ฉื่อ ประมาณ 30 เิเ
[2] มาจากสำนวน พระหนีได้แต่วัดหนีไม่ได้ หมายถึง หลบซ่อนได้เพียงชั่วขณะแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถหนีพ้นอยู่ดี