บทที่ 32 เ้าหน้าที่ผู้ประเมินมาถึงลวี่อิน
อันหลิงอวี่มองเฉียวไห่แวบหนึ่ง "ตอนนั้นตระกูลอัน้าผู้หญิงคนหนึ่งมาเป็ภรรยาคนที่ห้าของผม เพื่อปิดบังเื่ส่วนตัวบางอย่าง ใครก็ได้ทั้งนั้น เธอก็บังเอิญมาเจอพอดี"
ลู่เหม่ยอี๋วางยาเขาอย่างโง่ ๆ เขารู้ทั้งหมด แม้จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาก็ยอมรับเธอเป็ภรรยาคนที่ห้าไปตามความจำเป็
ท่าทีเปิดเผยของอันหลิงอวี่ทำให้เฉียวไห่ตกอยู่ในความเงียบ
"ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงให้ความสำคัญกับคุณมากขนาดนั้น เพราะฉะนั้นผมถึงได้มาอธิบายกับคุณเป็พิเศษ"
พูดจบอันหลิงอวี่ก็ออกจากห้องไป นอกประตูไม่มีร่างที่เขาอยากเจอ เขาจึงออกจากลวี่อินไปเลย
พอออกมาข้างนอก เห็นคนงานกำลังทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง เขาจึงถามว่า "พวกคุณกำลังทำอะไรกันอยู่?"
ฮวาเล่อเหยาเพิ่งเอาน้ำไปให้คนงานดื่ม เธอจึงตอบว่า "เมื่อคืนมีซอมบี้มาโจมตีผู้เช่า เถ้าแก่ของพวกเราเลยสร้างหอสังเกตการณ์เพื่อความปลอดภัย ใช้กำจัดซอมบี้"
อันหลิงอวี่ขมวดคิ้วแน่น รู้อย่างนี้เขาน่าจะพยายามเกลี้ยกล่อมให้เฉียวไห่อยู่ต่อมากกว่านี้
หลังจากฮวาเล่อเหยากลับไปแล้วก็ตรงไปที่ห้องของจิ่งเหมียนทันที
"พี่เหมียน! พี่มีความสัมพันธ์อะไรกับอันหลิงอวี่เหรอ" ดวงตาของฮวาเล่อเหยาเปล่งประกายอยากรู้อยากเห็น
"ไม่มีความสัมพันธ์อะไรเป็พิเศษหรอก แค่เพื่อนกันเท่านั้น ตอนนี้เขาช่วยเหลือฉัน ต่อไปฉันก็จะช่วยเหลือเขาอย่างสุดความสามารถเช่นกัน"
ฮวาเล่อเหยาทำปากจู๋พลางส่ายหน้า เธอก็เป็ถึงเ้าหญิงน้อยแห่งตระกูลฮวาในเขตควานตง จะไม่รู้หรือว่าบัตรเชิญที่อันหลิงอวี่ส่งมานั้นมีค่ามากแค่ไหน
ช่วยเหลือเพื่อนธรรมดาจะช่วยขนาดนี้เลยเหรอ ทำไมเธอไม่ได้รับความช่วยเหลือแบบนี้บ้างล่ะ?
"แต่พูดถึงเื่นี้ ฐานอู่อันมีแผนจะยกระดับเป็ฐานระดับ A ใน่สองปีนี้ งานประมูลครั้งนี้ก็เพื่อส่งสัญญาณไปยังฐานโดยรอบและฐานระดับ A เพื่อเป็การแสดงตัวต่อหน้าทุกคน ให้ทุกคนได้เห็นศักยภาพของฐานอู่อัน งานประมูลนี้เป็เพียงจุดเริ่มต้น ซึ่งฐานอู่อันให้ความสำคัญมาก คนที่เข้าไปได้ล้วนเป็บุคคลสำคัญทั้งนั้น"
จิ่งเหมียนเข้าใจดีว่าการยกระดับเป็ฐานระดับ A ไม่ใช่เื่ง่าย มีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา ดูเหมือนว่าเธอจะติดหนี้บุญคุณอันหลิงอวี่ไว้มากทีเดียว ต่อไปถ้ามีเื่อะไรที่ช่วยได้ก็ควรช่วย
อากาศร้อนข้างนอกทำให้การก่อสร้างเป็ไปอย่างยากลำบาก จิ่งเหมียนจึงเชิญคนงานและช่างเข้ามารับประทานอาหารฟรี
อาหารอร่อยของโรงอาหารลวี่อินได้พิชิตใจทีมก่อสร้างอีกครั้ง
"คุณจิ่ง ถ้าคุณ้าสร้างอะไรในอนาคต ต้องจ้างพวกเราอีกนะ รับรองว่าจะสร้างให้ทั้งเร็วและดีเลย!"
ตอนนี้หานายจ้างที่มีน้ำใจแบบนี้ยากเต็มที
หลังจากการก่อสร้างหลายวัน หอสังเกตการณ์สูงสามชั้นก็ถูกสร้างขึ้นสองหลัง ตั้งอยู่ทางซ้ายและขวาของประตูทางเข้าลวี่อิน
ชั้นสองและชั้นสามสามารถยิงปืนได้ เพื่อความปลอดภัย ชั้นหนึ่งจึงไม่ได้ทำหน้าต่าง ประตูก็แข็งแรงเหมือนประตูตู้นิรภัยของธนาคาร ตัวหอสังเกตการณ์นั้นแข็งแกร่งดุจกำแพงเหล็ก มั่นคงปลอดภัยมาก
ตอนกลางวันแทบจะไม่เห็นเงาของซอมบี้เลย เพราะถูกทีมสำรวจฐานอู่อันกำจัดอย่างจริงจัง พอตกเย็นหวังอี้ก็ไปประจำการที่หอสังเกตการณ์จนกว่าทุกคนจะกลับถึงลวี่อินอย่างปลอดภัยจึงเลิกงาน
เมื่อมีระบบรักษาความปลอดภัยเช่นนี้ ทุกคนก็สบายใจ แม้กระทั่งบางคนยังคิดอยากจะเข้าร่วมทีมรักษาความปลอดภัย
การสมัครเป็ผู้พักอาศัยรอบสุดท้ายเริ่มต้นขึ้น ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากจนเว็บไซต์แทบล่ม
ขณะนี้ลวี่อินจึงโด่งดังเป็พลุแตก ทุกคนในฐานอู่อันต่างก็รู้จัก
วันนี้จิ่งเหมียนกำลังแนะนำสินค้าใหม่ของเธอให้กับเซียวเฝ่ยที่ย่านการค้าควานตง แอลกอฮอล์และแชมพูได้รับความสนใจจากเซียวเฝ่ยเป็พิเศษ
“จิ่งเหมียน ไม่ต้องห่วง ด้วยคุณภาพของสินค้าแบบนี้ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีคนซื้อ ส่วนที่เธออยากจะเปิดร้านเองที่ฐานอู่อัน ฉันแนะนำว่าเธอไปเปิดที่เขตอันติ้งเถอะ เขตควานตง เธอก็น่ารู้ดี...”
ถ้าจิ่งเหมียนไปเปิดร้านที่เขตควานตง ก็เท่ากับไปแย่งชามข้าวเขาชัดๆ ก่อนหน้านี้ตอนขายของที่ย่านการค้า ทุกวันต้องจ่ายสิ่งของจำนวนมากเป็ค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าคุ้มครอง เขตควานตงถึงยอมรับเธอได้ ถ้าเธอเปิดร้านเอง ไม่ต้องพูดถึงตระกูลเซียว เพราะตระกูลฮวากับตระกูลหงคงไม่ปล่อยเธอไปแน่
ที่แท้ไอ้อ้วนที่ซื้อผ้าอนามัยจากเธอเมื่อก่อนก็เป็ญาติห่าง ๆ ของตระกูลหงนี่เอง
"พี่เซียว ฉันเข้าใจแล้ว ฉันกำลังหาที่อื่นอยู่ค่ะ"
"อ้อ จริง ๆ แล้วครั้งนี้ฉันยังมีคำขอร้องอีกอย่าง" เซียวเฝ่ยดึงเด็กหนุ่มคนหนึ่งเข้ามา "นี่คือน้องชายของฉัน เซียวจิ่ง กำลังเข้าสู่วัยแตกเนื้อหนุ่ม เขาทะเลาะกับครอบครัวและอยากย้ายออกไปอยู่ข้างนอก ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนฉันก็ไม่สบายใจ ลวี่อินเปิดห้องใหม่แล้ว... เธอคิดว่าจะสามารถให้เขาไปอยู่ด้วยได้ไหม?"
เซียวจิ่งถูกพูดจนหน้าแดง ไม่กล้าสบตาจิ่งเหมียน แต่หูกลับผึ่งขึ้นมา
นานๆ ทีเซียวเฝ่ยจะมีเื่ขอร้องเธอ จิ่งเหมียนจึงตอบตกลงอย่างเป็ธรรมชาติ
ตอนนั้นเอง มีคนโทรมาหาจิ่งเหมียน
"พี่เหมียน รีบกลับมาเร็ว! มีคนกลุ่มหนึ่งมา มีคนอ้วนคนหนึ่งอ้างว่าเป็ผู้ประเมินจากฐานตงหลง มาประเมินระดับให้พวกเรา!"
จิ่งเหมียนตื่นเต้นขึ้นมาทันที "รอฉันก่อนนะ ฉันจะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้! ต้อนรับพวกเขาให้ดี ๆ ล่ะ!"
จิ่งเหมียนรีบบอกลาเซียวเฝ่ย ส่วนเซียวจิ่งเดินตามจิ่งเหมียนไปด้วยกัน
บนรถ เซียวจิ่งอดไม่ได้ที่จะถาม "อย่างนี้แสดงว่าลวี่อินกำลังจะยกระดับเป็ฐานใช่ไหมครับ?"
จิ่งเหมียนอดตื่นเต้นไม่ได้ "ใช่แล้ว"
แม้ระบบจะเรียกลวี่อินว่าเป็ฐานมาตลอด แต่ในโลกแห่งความเป็จริงยังไม่ได้รับการรับรองอย่างเป็ทางการ
เมื่อมาถึงลวี่อิน จิ่งเหมียนรีบเร่งเดินเข้าไปข้างใน เธอยังไม่ได้เตรียมพร้อมอะไรเลย!
สิ่งแรกที่เห็นคือชายสามคน หญิงหนึ่งคนนั่งอยู่บนโซฟา ฮวาเล่อเหยากำลังแนะนำเกี่ยวกับลวี่อินอยู่ข้าง ๆ บนโต๊ะกาแฟมีเค้กชิ้นเล็ก ๆ ของหวาน และน้ำแร่วางอยู่
"ขอโทษที่ให้ทุกคนรอนานนะคะ ฉันคือจิ่งเหมียน เ้าของลวี่อินค่ะ"
ชายอ้วนที่ฮวาเล่อเหยาพูดถึงไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง "ในเมื่อรู้ว่าพวกเราจะมา ก็ไม่ควรปล่อยให้พวกเราต้องรอนานสิ"
หญิงผู้ประเมินคนเดียวมองจิ่งเหมียนด้วยรอยยิ้มเหยียดหยัน
ท่าทีเ็าเหล่านี้ทำให้จิ่งเหมียนขมวดคิ้วเล็กน้อย คนเหล่านี้ชัดเจนว่าถูกพวกฐานที่ขอเลื่อนระดับคอยประจบสอพลออยู่ตลอด
"แต่ฉันไม่ทราบว่าพวกคุณจะมาวันนี้ และก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยได้รับการติดต่อจากพวกคุณเลย"
"คุณไม่ได้กำลังโทษพวกเราใช่ไหม คุณจิ่ง?" หญิงผู้ประเมินพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
จิ่งเหมียนตอบอย่างไม่ยอมอ่อนข้อ แต่ก็ไม่แข็งกร้าว "ฉันไม่ได้มีเจตนาแบบนั้น แต่การที่พวกคุณมาเยือนอย่างกะทันหันแล้วกลับมาตำหนิฉัน ดูจะเป็เื่ที่ไม่สมเหตุสมผลสักเท่าไหร่"
ชายอ้วนหลีซื่อไห่โบกมือ "เื่เล็กน้อยไม่สำคัญหรอก เราอุตส่าห์เดินทางมาไกล เถ้าแก่จิ่งควรต้อนรับหน่อยถูกไหม?"
"แน่นอนอยู่แล้วค่ะ" อย่างไรก็ตาม ความเห็นในการประเมินของลวี่อินยังอยู่ในมือพวกเขา จิ่งเหมียนจึงไม่อยากปะทะกับพวกเขา
เซียวจิ่งมองคนทั้งสี่อย่างไม่พอใจ ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคนดี
"นายมาทำอะไรที่นี่?" ฮวาเล่อเหยามองเด็กหนุ่มที่ตัวเตี้ยกว่าเธอครึ่งหัวอย่างรังเกียจ
"ทำไม? คุณมาพักได้ ผมมาไม่ได้เหรอ?" ทั้งสองคนเป็าาน้อยแห่งเขตควานตง
"ฮึ ฉันจะพานายไปลงทะเบียนเข้าพัก ตอนนี้ฉันเป็ผู้จัดการใหญ่ของลวี่อินนะ!" ฮวาเล่อเหยาภูมิใจมาก
ผู้ประเมินทั้งสี่คนเข้าพักในห้องตามความ้าของตัวเอง โดยสองคนพักห้องชุดด้วยกัน
โชคดีที่การคัดเลือกผู้เช่ารอบสามยังไม่เสร็จ ไม่งั้นคงไม่มีที่ให้พวกเขาพักจริง ๆ
ในห้องชุด ผู้ประเมินหญิงหรือก็คือจางเหม่ย เดินออกมาจากห้องน้ำ "แค่ที่พักเท่านั้น แต่ลงทุนตกแต่งจริง ๆ ไม่แพ้ฐานตงหลงเลยนะ จะลงมือเบา ๆ หน่อยไหม?"
หลีซื่อไห่พูดอย่างดูถูก "แค่นี้ก็หลอกล่อคุณได้แล้วเหรอ? ถ้าที่นี่มีคนหนุนหลัง พวกเขาคงติดต่อเราล่วงหน้าแล้ว"
จางเหม่ยลิ้มรสชาติอาหารเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยว่า "ก็จริงอย่างที่ว่า งั้นรอบนี้จะเชือดเท่าไหร่ดีล่ะ"
หลีซื่อไห่ยิ้มกรุ้มกริ่มแต่ไม่ตอบคำถาม
พอถึงเวลาอาหารเย็น จิ่งเหมียนก็เตรียมอาหารมื้อใหญ่ไว้มากมายเต็มโต๊ะ ทั้งของสดสำหรับทำหม้อไฟและเมนูอื่น ๆ เรียกได้ว่าสั่งมาจนครบทุกอย่างที่มีในเครื่องจำหน่าย
ข่าวที่ว่าผู้ประเมินจะมานั้นแพร่กระจายไปทั่วลวี่อิน ทุกคนต่างตื่นเต้นและรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ
คุณยายไป๋และคุณตาไป๋ได้รับหน้าที่เป็พนักงานทำความสะอาดของลวี่อิน พวกเขาช่วยกันทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะทั้งภายในและภายนอกจนสะอาดเอี่ยม
จิ่งเหมียนเห็นแล้วก็ทนไม่ไหวจึงเอ่ยปากห้าม "คุณย่าคะ พอแล้วค่ะ พื้นสะอาดจนส่องหน้าได้แล้ว!"
คุณยายไป๋โบกมือปฏิเสธ "ย่าไม่เหนื่อยหรอก อยู่ในสลัมน่ะเหนื่อยกว่านี้อีก ไม่ได้ทำอะไรแล้วรู้สึกไม่ชิน วันนี้เป็วันสำคัญ ย่าจะไม่ทำให้หนูต้องเสียชื่อเสียงเด็ดขาด!"