สี่วันที่ผ่านมาชีวิตของดาริกาดูสะดวกสบายและราบรื่น
ตอนนี้เธอเก็บค่าประสบการณ์จนเลเวลถึงลำดับที่สี่ ค่าความเคลื่อนไหว +6 ทำให้เธอวิ่งเร็วกว่าเสือชีต้า ไม่ว่าจะยิงนกตกปลาล่าเสือ ไม่เป็ปัญหาอีกต่อไป นอกจากนี้เธอยังได้ทักษะสายตาเหยี่ยว ที่ทำให้มองเห็นในระยะไกลและเห็นได้ชัดในตอนกลางคืน
มิติเก็บเต็มไปด้วยเสบียงมากมาย ไม่ว่าจะเป็เนื้อสัตว์ กระต่าย ไก่ป่า งู ปลาหรือพืชผักสมุนไพรเห็นที่ไหนเธอก็เก็บเรียบหมด
วันนี้จึงตั้งใจนั่งสานตะกร้าไม้ไผ่ ไม่ออกไปทำภารกิจ ซึ่งปีเตอร์ก็บอกว่าจะทำหรือไม่ทำก็ได้ไม่มีผลหักคะแนนใดๆ
“ปีเตอร์ ขอดูค่าสถานะโดยรวม”
Exp 20545 lv4 ทักษะการล่า72% ทักษะจักสาน 100% ทักษะสายตาเหยี่ยว 100%
ศักยภาพทั้งหมด
เคลื่อนไหวรวดเร็ว +6
แม่นยำ +6
ป้องกัน +2
สติปัญญา+4
โจมตี+5
พละกำลัง+3
ทนทาน+4
“มีหญิงสาวหนึ่งคนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ครับ”
“เป็ใครเหรอ”
“คนที่เคยมาครั้งก่อนครับ ชื่ออิน” ปีเตอร์เก็บบันทึกลงฐานข้อมูลั้แ่ครั้งที่แล้ว
ดาริกาเลิกสนใจก้มหน้าสานตะกร้าต่อพลางว่าแผนที่จะตัดไม้มาทำรั่วหลังจากสานเสร็จ
อินทรา มองบ้านไม้ที่ได้รับการซ่อมแซมด้วยความประหลาดใจปนทึ่ง เด็กสาวอายุห่างจากเธอเพียงปีเดียวสามารถดูแลบ้านได้ดีขนาดนี้เลยหรือ
เมื่อเดินมาจนถึงหน้าบ้าน เ้าของเรือนก็ยังก้มหน้าก้มตาสานสิ่งที่อยู่ในมือโดยไม่เงยหน้ามองสักนิด หากเธอเป็ผู้ร้าย เด็กสาวตรงหน้าคงหนีไม่พ้นเป็แน่
“พี่เดือนนั่งสานอะไร”
“สานตะกร้า มานั่งสิ มือบางตบแคร่นั่งตัวใหม่”
เดือนไม่มีท่าทีแปลกใจเลยสักนิดที่เห็นเธอ อินขมวดคิ้ว
หรือว่าจะรู้อยู่แล้วว่าเป็เธอ
อินทรานั่งลงแล้วหยิบผลไม้จากตะกร้าสะพายหลังออกมาให้
“บักเล็บแมวแม่ฉันฝากมาให้”
“ขอบใจมาก งั้นฉันฝากสิ่งนี้กลับไปให้ป้าด้วย” ดาริกา แกล้งเดินเข้าไปหยิบกระต่ายป่าในบ้านทั้งที่จริงดึงออกจากมิติแล้วนำมาส่งให้
เด็กสาวตาโตโบกมือปฏิเสธ
“ไม่ไม่ไม่ พี่เก็บไว้กินดีกว่า ไม่ต้องเอามาให้แม่ฉันหรอก”
ถึงแม้นานๆทีบ้านเธอจะได้กินเนื้อสัตว์ แต่อินก็ไม่กล้ารับ เพราะรู้ว่าคนข้างหน้าลำบากกว่าเธอ
“รับไปเถอะ” ฉันทำกับดักได้มาหลายตัวดาริกายัดใส่มืออีกฝ่าย
“จริงรึใครเป็คนสอนพี่ทำกับดัก” ถามอย่างตื่นเต้นพลางก้มดูซากกระต่ายเห็นรอยคล้ายธนูยิงก็ตวัดสายตาค้อน
ดาริกายิ้มรู้ว่าถูกจับได้ แต่ก็ไถไปต่อ
“สงสัยนายพรานลืมเก็บ”
ในเมื่อไม่ยอมบอกความจริงอินก็ไม่เซ้าซี้ เก็บกระต่ายในตะกร้า แล้วหันมาถามอย่างเกรงใจ
“วันนี้พี่ว่างหรือป่าว”
“มีอะไรหรือ”
“ถ้าพี่ว่างฉันอยากจะชวนพี่ ไปในเมืองกับฉันหน่อยพอดีแม่ฉันไม่ค่อยสบาย”
ดาริกาเกิดความสนใจขึ้นมาทันที
“เอาสิแล้วจะไปยังไงกัน”
“พี่มีสักสองเบี้ยไหมถ้ามีเราก็นั่งเกวียนไป ถ้าไม่มีก็เดินไปก็ได้”
“เบี้ยคงจะหมายถึงเงิน”
“คงต้องเดินไปแล้วล่ะฉันไม่มีสักเบี้ยเลย”
“งั้นไปกัน”
“ฉันเอาของไปขายในเมืองด้วยได้ไหม”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะที่ฉันไปก็เอาพวกผักสมุนไพรไปขายเพื่อหาเบี้ยเหมือนกัน”
ดาริกาเลือกตะกร้าสานที่มีฝาปิดมิดชิดสะพายใส่หลังแล้วเดินออกมา
“ฉันพร้อมแล้วไปกัน”
เมื่อเดินผ่านหมู่บ้าน อินทราก็แวะบ้านตัวเองเอากระต่ายไปเก็บ มีคนร้องทักทายเธอเป็ระยะ
“จะไปไหนกัน”
“เข้าเมืองจ้ะ”
“ไปขายของเหรอ”
“จ้า”
อินทราโบกมือพลางสนทนาตอบกลับสั้นๆส่วนเธอหลายคนแค่ยิ้มและพยักหน้าให้ บางคนก็ก้มซุบซิบเหมือนนินทา
บ้านของเธอจัดว่าไม่อยู่ในกลุ่มก้อนของชุมชน แต่สันโดษอยู่กลางป่า ไม่รู้ว่ามารดาของแม่เด็กเดือนเป็คนยังไง รังเกียจสังคม หรือว่าสังคมรังเกียจ
จากที่สังเกตโดยรอบดาริกาบอกไม่ได้เลยว่าตัวเองได้หลุดเข้ามายุคสมัยไหน ไม่ว่าจะการแต่งกายภาษาผู้คนไม่น่าจะใช่กรุงศรี หรือสุโขทัยอะไรทั้งนั้น ครั้นจะถามคนข้างๆก็กลัวว่าจะถูกสงสัยจึงเลือกเงียบแล้วดูด้วยตัวเอง
ทั้งสองเดินตามทางเกวียนร่วมสองชั่วโมง ดาริกาไม่รู้สึกเหนื่อยสักนิดเก็บแร่หินเก็บหญ้าระดับเบสิกเพิ่มค่าประสบการณ์ตามทางมาตลอด
“พี่เก็บพวกนี้มาทำไม”
“หญ้าขนหมู มีสารให้ความหวานใช้แทนน้ำตาลได้”
อินทราทำหน้าไม่เข้าใจ ดาริกาจึงเช็ดแล้วเอาหญ้าเข้าปากเคี้ยวให้ดู
“ลองดูสิ หวานนะ”
อินลองเอาฟันขบ พอลิ้นได้รับรสหวานก็ส่งเข้าปากพลางยิ้มอย่างพึ่งพอใจ
“ฉันไม่รู้มาก่อนว่ามันหวาน ไม่เห็นใครเขาเก็บกัน”
‘ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ระบบมันบอก’ เธอได้แต่ตอบในใจ
จากนั้นไม่เพียงเธออินทราก็ร่วมด้วยทั้งสองเดินเก็บ หญ้าอย่างสนุกสนาน ดึงดูดสายตาของบรรดาผู้สัญจรไปมาอยู่ไม่น้อยจนกระทั่งถึงประตูเมือง ป้ายชื่อขนาดใหญ่ติดกำกับอยู่้าคาน ดาริกาไม่คิดว่าพอตัวเองได้เห็นตัวอักษรแล้วจะน้ำตาไหล
“พี่ร้องไห้ทำไม”
เธอเงยหน้ามองตาม
ดาริกาหน้าเศร้าพูดเบาๆ “ฉันอ่านไม่ออก” ไม่คิดว่าตัวเองจะปึกเมื่อได้ข้ามภพมา
อินทราทำหน้าราวกับมองตัวประหลาด
“ผู้ใดก็รู้ว่านี้เมืองศรีภิรมย์ไม่จำเป็ต้องอ่านออกหรอก”
พูดเสร็จก็หันไปมองทหารยามชุดแดงหน้าประตูอย่างขอลุแก่โทษที่มายืนขวาง
“ไปกันเถอะ อย่ากีดทางผู้อื่น”
เธอดึงแขนดาริกาไปตามทางที่คุ้นเคย
“ย่านทางนี้ค้าขาย ส่วนทางนั้นเป็ย่านผู้อาศัย” อินทราเดินนำพลางอธิบาย
เมื่อเลี้ยวซ้าย เดินอีกไม่นานก็พบย่านที่อินทรากล่าวถึง
นี่มันตลาดนัดชัดๆ
พ่อค้าหลายคนปูผ้าวางของแบกะดิน ที่นี่คึกคักบรรยากาศเต็มไปด้วยผู้คนที่ออกจับจ่ายใช้สอย สินค้ามีมากมายไม่ว่าจะเป็หนังสัตว์ เขี้ยวสัตว์ กิ้งก่าปิ้ง หนังวัว เขาควาย เครื่องเงิน เครื่องปั้น ผ้า ของกิน ของแปลกต่างๆมากมายนับไม่ถ้วน ดาริกาอ่านข้อมูลที่แสดงโชว์ขึ้นมาจนตาลาย เธอเห็นหลายอย่างที่อยากได้เสียแต่ไม่มีเงินซื้อ
เด็กสาวมาถึงที่ขายประจำก็ไม่รอช้าจัดการปูผ้าก่อนจะนำของที่สะพายออกมาวางอย่างคล่องแคล่ว พี่มีอะไรจะขายก็เอามาวางตรงนี้นะ
เธอชี้ไปด้านข้าง
“ฉันขอเดินดูตลาดสักหน่อยเดี๋ยวกลับมา”
เธอเดินสำรวจราคา จนรู้ว่าควรจะตั้งราคาขายกระต่ายป่ากับไก่ฟ้าเท่าไหร่ ไม่รอช้าดาริกาเลือกนำไปเสนอขายให้กับร้านอาหาร
“เชิญนั่งๆ” บริกรวัยกลางคนยิ้มแย้มเชื้อเชิญเพราะนึกว่าเธอคือลูกค้า
“เ้าของร้านอยู่มั้ยคะฉันมาเสนอขายกระต่าย กับไก่ป่า”
ชายกลางคนหุบยิ้มฉับ ก่อนจะไล่
“ไป ไป ร้านเรามีแหล่งซื้ออยู่แล้ว”
ป้าลูกค้าคนหนึ่งเห็นเหตุการณ์ ร้องเรียกเธอ
“อย่าพึ่งไป แม่หนูขายไก่ป่าเหรอ”
“ใช่จ้ะ”
“ขายเท่าไหร่ฉันขอซื้อตัวหนึ่ง”