เมื่อปวรินทร์ตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นคนที่มาแย่งเตียงเธอเสียแล้วหญิงสาวลุกขึ้นจัดที่นอนให้เรียบตึงและพับผ้าห่มไว้ปลายเตียงเรียบร้อยตามนิสัยที่ได้รับการฝึกมานาฬิกาบอกเวลาเก้าโมง วันเสาร์เช่นนี้แม่ไม่เคยปลุกเธอปล่อยให้นอนกินบ้านกินเมืองตามสบายจนอิ่มแล้วตื่นเอง
แม่เลี้ยงเธอกับน้องชายแบบยืดหยุ่นมากมีกฎเคร่งครัดแค่ว่าอยู่ในวัยเรียนต้องเรียนให้เต็มที่ รับผิดชอบต่อตัวเองให้ได้เอาตัวให้รอด อย่าให้แม่ถูกเชิญไปห้องปกครองเด็ดขาดซึ่งเธอกับปกเกล้าก็ไม่เคยแหกกฎข้อนี้ คุณนายปิ่นวดีจึงไว้วางใจลูกมาก
ปวรินทร์อาบน้ำสระผมเป่าจนแห้งหมาดก็คว้าเสื้อยืดสีฟ้ากับกางเกงผ้าฝ้ายสีกรมท่ายาวครึ่งน่องมาสวมรวบผมมัดจุกมุ่นกลางศีรษะ คว้าแว่นตามาสวมความจริงสายตาของเธอไม่ได้สั้นมากถึงขนาดจะทิ้งแว่นไม่ได้จำเป็ต้องใส่แค่ตอนอ่านหนังสือเท่านั้น แต่มันเคยชินไงถ้าไม่มีแว่นวางอยู่บนดั้งแล้วรู้สึกเหมือนหน้าโล้นๆ อย่างไรไม่รู้เธอจึงเลือกสวมแว่นเกือบทุกเวลาถ้าหากไม่ลืม
หญิงสาววิ่งลงบันไดจากชั้นสี่ลงไปชั้นล่างสุดซึ่งเป็ร้านมินิมาร์ทแม่เปิดร้านั้แ่เช้า โดยลูกจ้างประจำเริ่มงานตอนแปดโมงตรง
"ตื่นแล้วเหรอเรา"เสียงแม่ทักมาจากหลังเคาน์เตอร์เก็บเงินซึ่งมีทีวีจอเล็กติดผนังเปิดภาพไร้เสียงเอาไว้ แม่เงยหน้าจากจอแท็บเล็ตที่กำลังเล่นเกมปลูกผักมายิ้มให้เธอ
"ค่ะแม่ไม่รู้นายปรรณลุกไปตอนไหน"
หญิงสาวเปรย เดินไปหลังเคาน์เตอร์หอมแก้มแม่แล้วก็หยิบแก้วเซรามิกสีแดงตักกาแฟใส่ ปรุงด้วยครีมเทียมกับน้ำตาลกดน้ำร้อนใส่แค่ครึ่งแก้ว คนๆ จนมันละลาย แล้วผสมน้ำธรรมดาลงไปอีกครึ่ง เพื่อที่จะได้ไม่ต้องรอให้มันหายร้อนให้เสียเวลาสามารถยกขึ้นดื่มอึกๆ ได้เลย
มุมนี้เป็มุมประจำของคุณนายปิ่นวดีมีของกินของใช้ที่จำเป็อยู่ใกล้มือโดยไม่ต้องลุกไปไหน ยกเว้นเข้าห้องน้ำซึ่งมีจอเอาไว้ดูกล้องวงจรปิดตั้งอยู่ตรงหน้า ร้านมินิมาร์ทสองคูหาของแม่มีลูกค้าเข้าออกไม่ขาดสายส่วนใหญ่เป็ลูกค้าที่อาศัยอยู่ในซอยนี้ถือว่ากิจการมีความคล่องตัวใช้ได้เลยทีเดียว
"ปรรณนอนที่นี่เหรอสงสัยออกทางระเบียงตามเคย แม่เลยไม่เห็นลงมาทางหน้าบ้าน"
"คงงั้นมั้งเดี๋ยวปาวจะไปไหว้แม่พรรณแป๊บนะ"
ปวรินทร์ยกกาแฟขึ้นดื่มจนหมดแก้วอย่างรวดเร็วเธอเป็คนไม่ชอบทำอะไรอ้อยสร้อยนั่งละเลียดกินไม่ใช่นิสัยของปวรินทร์มาแต่ไหนแต่ไรแล้วอะไรที่ประหยัดเวลาได้เธอก็พยายามทำ เพราะเชื่อว่าเวลาเป็สิ่งที่มีค่าที่สุดไม่มีขายที่ไหน หมดแล้วหมดเลย
ดังนั้นเื่การกิน การเดิน การชอปปิงอะไรพวกนี้เธอจะไม่อืดอาดยืดยาด เป็คนทำเร็ว กินเร็ว เดินเร็ว ชอปเร็วเพื่อนสาวขาชอปจึงมักไม่ค่อยชวนเธอไปเดินห้างเพราะไม่สนุกเหมือนเธอรีบเดินตามวัวตามควายยังไงยังงั้น
หญิงสาวเดินออกไปยังหน้าร้านตึกแถวทาสีฟ้าผนังติดกันเหมือนฝาแฝดที่อยู่ด้านซ้ายมือเธอนั่นล่ะ ร้านก๋วยเตี๋ยวเจ๊พรรณเ้าเก่าเวลานี้ชั้นล่างเปิดประตูเหล็กเลื่อนชิดผนังทั้งสองคูหาได้กลิ่นน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวโชยมาเข้าจมูกหอมอบอวลชวนน้ำลายไหลจนทำให้ท้องของปวรินทร์ร้องจ๊อกทันที
ปกติแม่พรรณมักเปิดร้านประมาณสิบโมงเป็ต้นไปนอกจากก๋วยเตี๋ยวก็มีข้าวหมูแดงและข้าวมันไก่ด้วย แม่พรรณมีลูกจ้างประจำอยู่หลายคนเพราะตอนกลางวันจะขายดีมากจนเสิร์ฟแทบไม่ทัน ไหนจะมีสั่งดิลิเวอรีจากแอปต่างๆ อีกเรียกว่าขายดีเป็เทน้ำเทท่านั่นล่ะ
ปวรินทร์สาวเท้าก้าวตรงไปหาหญิงวัยกลางคนผิวขาวละเอียดใบหน้าอิ่มเอิบและยังมีเค้าความงามเหลือให้เห็นชัดเจนร่างอวบแต่ไม่อ้วนที่กำลังยืนอยู่หลังตู้ก๋วยเตี๋ยว ท่านเงยหน้ามาเห็นเธอเข้าก็ส่งยิ้มกว้างมาให้ทันที
"อ้าว ลูกสาวกินข้าวหรือยังจ๊ะ มาๆ มากินก๋วยเตี๋ยวกับแม่มา น้ำซุปกำลังได้ที่พอดี"
ท่านเรียกพร้อมกับกวักมือเรียกหย็อยๆปวรินทร์ยกมือไหว้แม่ของปรรณวัชรก่อนจะเข้าไปกอดเอวแล้วซบหน้ากับต้นแขนอวบอิ่ม
"คิดถึงก๋วยเตี๋ยวแม่พรรณสุดๆขอพิเศษเลยค่ะ"
หญิงสาวเอ่ยพลางยิ้มแก้มปริและหันซ้ายหันขวาส่ายสายตามองหาเพื่อนสนิทของเธอ
"ปรรณล่ะคะแม่พรรณ" ปวรินทร์เอ่ยถามขณะเดินไปนั่งโต๊ะสี่เหลี่ยมที่อยู่ชิดผนังแม่พรรณก็ทำเส้นหมี่ขาวต้มยำของโปรดเธอมาวางให้และท่านเองก็ทำของตัวเองมานั่งกินด้วย
"เมื่อเช้าลงมาช่วยแม่เตรียมของยกของเสร็จแล้วก็กลับขึ้นไปข้างบน แล้วก็หายต๋อมไปเลย"
แม่พรรณตอบด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย แม่ของปรรณวัชรเป็คนง่ายๆสบายๆ และเข้าใจชีวิตมาก ไม่จู้จี้ขี้บ่นซึ่งนิสัยโดยรวมก็คล้ายกับแม่ปิ่นของปวรินทร์นั่นแหละทั้งสองจึงเป็เพื่อนซี้ปึ้กกันอย่างที่เห็น
"ไม่เห็นพ่อคุณทูนหัวเอารถมาแม่เลยรู้ว่าต้องมากับปาวแน่นอน คิดยังไงถึงนั่งมิสพริ้งของเราล่ะคราวนี้ปกติไม่เคยยอมนั่ง"
แม่พรรณพูดเหมือนกับแม่ปิ่นของเธอเปี๊ยบเลยทำให้ปวรินทร์ยิ้มขำ
"คงเป็เพราะอารมณ์อกหักมั้งคะแม่แฟนหนีไปอังกฤษไม่ยอมบอกล่วงหน้า เลยเฮิร์ตมากโดดเรียนสามวิชารวดเลยจ้ะเมื่อวานนี้" ปวรินทร์เอ่ยเล่าด้วยน้ำเสียงไม่ทุกข์ไม่ร้อนก็เธอไม่ใช่คนอกหักนี่นะ จะได้มานั่งร้องไห้ไปเล่าไปส่วนแม่พรรณก็ยักไหล่หลังจากฟังจบ
"คนนี้คือที่ชื่อมิ้มอะไรนั่นหรือเปล่า"
"ไม่ใช่ค่ะแม่ ชื่อพีช...คนชื่อมิ้มน่ะก่อนหน้าคนชื่อพีชจ้ะ ก่อนหน้านั้นไปอีกก็ชื่อเมย์ ชื่อมายด์แล้วก็นุช เอ๊ย นุ๊กมั้ง ไม่แน่ใจ อืม..."
"โอย...พอๆไม่ต้องนับแล้วจ้ะลูกสาว แม่ี้เีฟังแต่ถึงยังไงก็ไม่เห็นมีใครอยู่ยืดสักคนนี่นะ ยังไงปาวของแม่ก็ยืนหนึ่งเสมอ"
ปวรินทร์เงยหน้าขึ้นมองแม่พรรณ
"หมายถึงเป็เบ๊ยืนหนึ่งให้หมอนั่นเหรอคะแม่ถ้าแบบนั้นก็ใช่เลยค่ะ"
"นินทาอะไรปรรณน่ะ"
เสียงห้าวดังจากบันได ปวรินทร์หันไปมองเห็นร่างสูงสมาร์ตในเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนสีซีดเดินตรงมาหาเดินมานั่งเก้าอี้ว่าง จับช้อนในชามก๋วยเตี๋ยวของเธอตักลูกชิ้นเข้าปากเฉย
"เอ๊ะ...มาแย่งของเราทำไมเนี่ย ไปทำใหม่สิ" ปวรินทร์ยกถ้วยก๋วยเตี๋ยวหนี
"ไม่ต้องแย่งกันเดี๋ยวแม่ทำให้ใหม่" แม่พรรณโบกไม้โบกมือห้าม ทำท่าจะลุกขึ้นแต่ปรรณวัชรดึงมือท่านเอาไว้เสียก่อน
"ไม่เป็ไรครับแม่กินกับปาวนี่แหละ ปรรณี้เีปรุง"
"ไม่ให้กิน"ปวรินทร์เอามือปิดปากถ้วยเอาไว้ ไม่ยอมให้เขาตักอีก
"อะไรว้าแค่ก๋วยเตี๋ยวก็หวงนะ ทีฉันยังแบ่งให้เธอทุกอย่างเลย โดยที่เธอไม่ต้องขอน่ะแม่ดูนิสัยไอ้ปาวสิ แบบนี้ไม่ต้องรักยัยนี่เท่าปรรณแล้วนะ"
เขาหันไปฟ้องมารดาปวรินทร์ทำท่ากลอกตาระอาให้เด็กขี้ฟ้องที่ตัวโตเท่าน้องควาย
"เออๆ... หุบปาก กินๆเข้าไปซะ แล้วนี่แต่งตัวจะไปไหนอีกล่ะ"
หญิงสาวเอ่ยถาม ยอมแชร์ก๋วยเตี๋ยวกับเขาซึ่งมันก็ไม่ใช่เื่ใหม่อะไร ปรรณวัชรกินอาหารรสเดียวกับเธอ เวลากินด้วยกันเขาจะต้องให้เธอปรุงให้ เหตุผลคือเขาปรุงทีไรรสชาติมันไม่เคยเหมือนเดิมและไม่อร่อยเท่าเธอปรุงให้แต่ปวรินทร์คิดว่าหมอนี่ี้เีและถือโอกาสใช้เธอเหมือนนางทาสมากกว่า อะไรๆก็มาปะเหลาะให้เธอทำให้ ความจริงเธอก็ชินแล้วที่เป็แบบนี้แต่ก็แกล้งบ่นให้พอเป็พิธี ไม่ให้เขาเห็นว่าเธอยอมเขาง่ายจนเกินไปเท่านั้นเอง
"ไปบ้านสวนคุณยาย"เขาตอบหลังจากที่กลืนลูกชิ้นลงไปในท้อง แม่พรรณก็เงยหน้าขึ้นจากชามก๋วยเตี๋ยว
"พอดีคุณยายโทรมาให้ไปเอาพวกผลไม้น่ะลูก่นี้มังคุด เงาะ ส้มโอเยอะเลย แม่เลยจะให้นายปรรณไปเอามากินหน่อยความจริงยายจะส่งมาให้ แต่แม่ก็มีของให้ยายด้วยเหมือนกันเลยให้นายปรรณไปดีกว่า"
แม่พรรณเอ่ยแล้วลุกขึ้นไปทำก๋วยเตี๋ยวชามที่สองมาวางให้เธอและเขา เพราะเห็นว่าชามที่ปรรณวัชรแย่งเธอกินนั้นใกล้หมดแล้ว
"ไปเป็เพื่อนหน่อยสิ"ปรรณวัชรเอ่ยชวน ปวรินทร์ก็พยักหน้าตกลงง่ายๆ เพราะอะไรที่ทำให้แม่พรรณได้เธอจะทำให้หมดถ้าหากไม่เหลือบ่ากว่าแรงและมีเวลาอย่างเช่นตอนนี้
"เอามิสพริ้งไปเหรอ" หญิงสาวถามเพราะรถของปรรณวัชรจอดอยู่ที่คอนโดอย่างที่รู้กัน
"โน่... เอารถแม่ไป"
รถยนต์ของแม่พรรณเป็รถเอสยูวีสีซิลเวอร์ปวรินทร์พยักหน้ารับรู้ จากนั้นทั้งสองก็ตั้งหน้าตั้งตากินมื้อเช้าซึ่งหมดก๋วยเตี๋ยวไปสี่ชามตามปกติของทั้งคู่
บ้านของคุณยายของปรรณวัชรอยู่จังหวัดนครปฐมซึ่งอยู่คนละฟากเมืองกับบ้านของพวกเธอเลย วันนี้วันเสาร์ตอนสายแบบนี้รถก็ไม่ได้ติดอะไรและทั้งสองก็ไม่ได้รีบเร่งระหว่างทางจึงพากันแวะไปไหว้พระที่พระปฐมเจดีย์ด้วย
ปวรินทร์หันไปมองหน้าคนที่กำลังก้มกราบพระอยู่ข้างๆเขาเงียบขรึมในขณะที่ขับรถ ไม่พูดคุยเหมือนเช่นปกติซึ่งนั่นก็พอเดาได้ว่าเป็เพราะกำลังอกหัก พอไม่มีอะไรคุยกันเขาก็คงกลับไปครุ่นคิดถึงเื่ของพิชญา หญิงสาวถอนหายใจแ่เบาปัดเื่ของปรรณวัชรทิ้งไปและตั้งใจสวดมนตร์อธิษฐานต่อ
ขณะที่กำลังนั่งไหว้พระอยู่ก็มีหญิงสาวและชายหนุ่มคู่หนึ่งเดินเคียงกันมาคุกเข่านั่งถัดไปจากพวกเธอทั้งสองคนหน้าตาดีมาก ผู้ชายนั้นผิวขาวละเอียดหน้าคมคายหล่อทุกมุมดูผู้ดีมากเหมือนคุณชายในละครทีวี ส่วนผู้หญิง...ปวรินทร์จ้องมองหญิงสาวที่ไม่ได้ใส่แมสก์ด้วยดวงตาเบิกกว้างในนาทีต่อมาเธอสะกิดปรรณวัชรยิกๆ เขาก็หันมามอง
"อะไรของเธอปาวคนกำลังอธิษฐาน สะกิดอยู่ได้"
ปรรณวัชรต่อว่าเพื่อนสนิทเห็นเธอบุ้ยบ้ายไปทางด้านขวามือของเขา ชายหนุ่มจึงหันไปมอง...เขาก็ไม่เห็นว่ามีอะไรเป็พิเศษนอกจากคนมากราบพระเหมือนพวกเขาสองคน
"นั่นมันอิง อริสรา... ใช่ไหมช่วยดูหน่อยสิ"
ปวรินทร์เอียงหน้าไปกระซิบใกล้อีกหน่อยปรรณวัชรยังไม่หันไปดูเพราะเกรงว่าจะเป็การเสียมารยาทปกติเขาไม่ใช่คนสนใจเื่ดารานักร้อง โดยเฉพาะนักร้องผู้หญิงปรรณวัชรสังเกตเห็นว่าไม่ใช่แค่ปวรินทร์เพื่อนของเขาที่กำลังตื่นตะลึงกับการได้เห็นหญิงสาวคนนั้นซึ่งก็ใช่อิง อริสราจริงๆ นักร้องระดับซูเปอร์สตาร์เมืองไทยที่มีรูปภาพโฆษณาเกลื่อนกรุง
ปรรณวัชรกราบพระเสร็จคลานเอาช่อดอกไม้ธูปเทียนไปวางที่ถาดซึ่งทางวัดจัดเอาไว้ให้ จากนั้นก็ค่อยๆคลานออกมานั่งพิงเสาด้านหลัง แล้วมองนักร้องสาว อิง อริสรา ที่เป็ซูปตาร์ของเมืองไทย... หญิงสาวผู้นั้นใส่เสื้อสีขาวทับด้วยเอี๊ยมยีนดูเรียบง่ายหน้าตาก็ไม่มีเครื่องสำอาง มัดผมหางม้าธรรมดาแต่ต้องยอมรับว่าหน้าตาสดของนักร้องคนนี้ดีมากๆ แก้มเนียนใส ตาโตสวยวิ้งๆเลยทีเดียว ส่วนชายหนุ่มที่มาด้วยก็ดูหล่อภูมิฐานมาก
ปวรินทร์คลานมานั่งใกล้ปรรณวัชรจ้องมองนักร้องขวัญใจเธอคลานเข่าคู่กับชายหนุ่มที่มาด้วยเข้าไปวางดอกไม้ทั้งสองกราบพระพร้อมกัน
"โห... น่ารักจังเลยอยากถ่ายรูปด้วยจัง ทำไงดีปรรณ"
ปวรินทร์เก็บอาการไม่อยู่เขย่าแขนปรรณวัชรจนชายหนุ่มต้องส่งสายตาดุไปให้ รีบจูงมือเพื่อนออกมาข้างนอก
"เธอบ้ากว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะปาวอย่าเสียมารยาท คนเขามาเป็การส่วนตัว ไม่ควรไปรบกวนถึงแม้เขาจะเป็บุคคลสาธารณะแต่เราก็ต้องรู้จักกาลเทศะด้วยนั่นก็คนธรรมดาเหมือนเธอกับฉัน จะไปกรี๊ดอะไรนักหนา ไร้สาระสิ้นดี"
เขาบ่นเธอเป็ยาวปวรินทร์ทำหน้ายู่และแลบลิ้นให้ แต่แล้วเธอก็ทำตาโตเท่าไข่ห่านเมื่อเห็นสองคนที่เป็เป้าสายตาประชาชีเดินจูงมือกันไปยังรถยนต์หรูสีดำเงาวับ
ปวรินทร์ทนไม่ไหวจริงๆรีบล้วงเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพเอาไว้เธอไม่ได้จะเอาไปโหลดขึ้นโซเชียลที่ไหน แต่ขอเก็บไว้ดูส่วนตัวเท่านั้นเองเอาไว้เป็หลักฐานว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเธอได้เห็นซูปตาร์ตัวเป็ๆ ในระยะเผาขน!
จากนั้นปรรณวัชรก็ขับรถตรงไปยังบ้านสวนของคุณยายตระกูลทางมารดาของชายหนุ่มมีอาชีพเป็ชาวสวนสืบทอดมาหลายชั่วอายุคนสวนของคุณยายนั้นมีพื้นที่เกินร้อยไร่ ปลูกผลไม้หลายอย่าง หลักๆที่ปลูกขายก็เป็มังคุด เงาะ และส้มโอ แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่ปลูกไว้กินไม่เน้นขายเช่น น้อยหน่า ละมุด ทุเรียน ลำใย คือผลไม้ที่สวนมีให้กินทั้งปีว่างั้นเถอะเวลาปรรณวัชรมาเยี่ยมท่านทีไรก็ต้องหอบติดรถกลับไปอย่างสองอย่างเสมอ
คุณยายของเขามีลูกสามคนแม่ของเขาเป็คนโต มีน้องสาวคนรองและน้องชายคนเล็ก คือ น้าแพรวกับน้าพร้า ซึ่งอยู่กับคุณยายทั้งคู่
น้าแพรวได้เจียดพื้นที่ส่วนหนึ่งของสวนซึ่งเป็ที่ดินติดริมฝั่งแม่น้ำนครชัยศรีมาทำร้านอาหารแนวบ้านสวนเปิดมาได้หลายปีแล้ว กิจการไปได้สวย มีลูกค้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่องรีวิวจากลูกค้าบนโซเชียลดีมาก จึงถือเป็การประชาสัมพันธ์บอกต่ออย่างยอดเยี่ยมจนร้านอาหารบ้านสวนเป็ที่นิยม
ปรรณวัชรขับรถเข้าไปจอดที่ลานจอดของร้านบ้านสวนแวะทักทายน้าสาวก่อน แล้วถึงจะเข้าไปหาคุณยายที่เรือนซึ่งอยู่ลึกเข้าไปด้านในอีก
"โอพระเ้า... ตาปรรณ หนูปาว มาพอดี... มาๆ ลูกมา มาช่วยน้าดูแลแขกหน่อยน้ากำลังขาดคนอยู่พอดี เด็กเสิร์ฟโทรมาลางานฉุกเฉินน่ะ เลยไม่ได้เตรียมคนเอาไว้เดี๋ยวน้าให้ทิปพิเศษ"
น้าแพรวลากแขนปรรณวัชรและปวรินทร์เข้าไปด้านหลังร้านทันทีทำเอาทั้งสองคนหันมามองหน้ากัน... งานเข้าซะแล้ว!
ปวรินทร์หัวเราะขำเมื่อเห็นหน้ายุ่งๆ ของปรรณวัชรเธอไม่มายด์ที่จะช่วยงานน้าแพรวอยู่แล้ว สนุกดีออก ได้เปลี่ยนบรรยากาศแต่ไอ้คนที่กำลังอกหักมานี่สิ ไม่รู้ว่าจะสนุกไปกับเธอไหม ทำหน้ามุ่ยซะขนาดนั้น
บริเวณร้านอาหารแบ่งเป็สามโซนโซนห้องแอร์ โซนเอาต์ดอร์ในสวน และโซนเอาต์ดอร์เป็ศาลาริมแม่น้ำ
"อ้าว ยัยปาว...เป็เด็กเสิร์ฟร้านนี้เองเหรอเธอ"
เสียงทักทายดังจากโต๊ะมุมหนึ่งของโซนสวนซึ่งปวรินทร์เดินผ่าน หญิงสาวหันไปมอง เห็นเป็สาวิกา... นักศึกษาปีสาม คณะนิเทศยัยคนนี้ไม่กินเส้นกับเธอั้แ่เข้าปีหนึ่งแล้ว เพราะแม่นี่ชอบปรรณวัชรเคยขอให้เธอเป็แม่สื่อให้ แต่ปวรินทร์ปฏิเสธเลยโดนนางโกรธและไม่ชอบหน้าั้แ่ตอนนั้น
"มารับออร์เดอร์หน่อยสิยืนบื้ออยู่ได้"
สาวิกาเอ่ยทำให้เพื่อนหล่อนอีกสามคนที่นั่งด้วยกันหัวเราะคิกๆ อย่างสนุก...ปวรินทร์เดินเข้าไปหา ล้วงปากกากับสมุดโน้ตออกมาจากผ้ากันเปื้อนสีน้ำเงินที่ผูกติดตัวอยู่เพื่อเตรียมทำหน้าที่ปกติเธอเป็คนใจเย็นและหนักแน่นไม่ค่อยให้ค่ากับพวกนิสัยเสียที่ชอบดูถูกและบูลลี่คนอื่นอยู่แล้ว
"ปาว...มีอะไรหรือเปล่า"
เสียงห้าวของปรรณวัชรดังขึ้นข้างหลังเธอพร้อมกับร่างสูงก้าวเข้ามายืนใกล้ๆ สาวิกาถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเห็นว่าเป็ใครใช้เวลาปรับสีหน้าอยู่สองวิแล้วเ้าหล่อนก็ส่งยิ้มหวานให้ปรรณวัชรทันที
"ปรรณ...มาทำอะไรอยู่ที่นี่เหรอ ดีใจจังที่เจอ"
สาวิกาเห็นปรรณวัชรสวมผ้ากันเปื้อนเหมือนกับปวรินทร์ก็ทำหน้างุนงงเพราะสาวิการู้เหมือนที่คนทั่วไปรู้ว่าปรรณวัชรมีพ่อเป็นักธุรกิจร่ำรวยดูจากรถยนต์สปอร์ตหรูที่เขาขับและคอนโดราคาเลขแปดหลักที่พ่อซื้อให้
"มารับจ๊อบพิเศษเธอจะสั่งอะไรล่ะ ว่ามาสิ รีบสั่งเพราะไม่ใช่แค่เธอคนเดียวที่หิวโต๊ะอื่นเขารอสั่งอยู่"
เขาเอ่ยเสียงแข็งๆ วาจาตรงๆที่ทำให้ปวรินทร์ต้องเบือนหน้าไปซ่อนยิ้มส่วนสาวิกาได้ฟังดังนั้นก็แทบวางสีหน้าไม่ถูกไม่กล้าจะสั่งอาหารกับชายหนุ่มที่ตนพึงใจแม้ตอนนี้เขากำลังทำหน้าที่เด็กเสิร์ฟอยู่ก็ตามแต่ออร่าความหล่อเหลาและฟีโรโมนยังคงฟุ้งกระจาย มีสาวๆ หลายโต๊ะที่เมียงมองมาและตั้งท่าจะเรียกเด็กเสิร์ฟร่างสูงขาวหน้าหล่อระดับนายแบบไปรับออเดอร์กันหลายโต๊ะ
"เอ่อเดี๋ยวสาสั่งกับยัยปาวดีกว่าจ้ะ" สาวิกาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานพลางรีบปรับสีหน้าให้ดูดี
"สั่งกับใครก็เหมือนกันน่ะแหละ...เร็ว"เขาสวนกลับอย่างไม่ยี่หระและไม่แคร์ความรู้สึกคนฟัง จากนั้นก็หันไปทางปวรินทร์
"ที่รัก...เข้าไปข้างในเถอะไปเดี๋ยวปรรณรับออเดอร์แทนเอง"
ประโยคที่ทำเอาทุกคนอ้าปากค้างแม้แต่ปวรินทร์เอง แต่เพียงแค่ชั่ววินาทีเธอก็ได้สติ รีบพยักหน้า
"โอเคจ้ะ... ที่รัก"
ปวรินทร์เอ่ยรับมุกแล้วก็รีบหันหลังเดินดุ่มๆเข้าไปหลังร้าน ไม่ยอมหันไปมองคนตัวสูงที่เล่นมุกนี้ก็ไม่ยอมเตือนเธอล่วงหน้าหญิงสาวรู้สึกแก้มร้อนผ่าวทั้งอบอุ่นในส่วนลึกที่เขาออกหน้าปกป้องเธออย่างนั้นพอเดินไปยังโซนครัวก็เจอน้าแพรวเข้าพอดี
"เฮ้ย... ปาว มานี่ลูกเห็นโต๊ะโน้นมั้ย โซนศาลาเดี่ยวริมแม่น้ำโน่นน่ะ"
น้าแพรวชี้มือไปบอกจุดซึ่งเป็ศาลาเดี่ยวติดแอร์ แต่สามารถเปิดหน้าต่างรับลมจากแม่น้ำได้เป็ห้องที่ต้องโทรมาจองเอาไว้ก่อน
"อ๋อ ค่ะ...ให้ปาวไปรับออเดอร์เหรอคะ"
"ใช่ๆโต๊ะนั้นมีซุปตาร์มาด้วยนะ ปาวไปรับออเดอร์หน่อยไปลูกไป แต่ระวังหน่อยนะเพราะแขกเป็ผู้ใหญ่ระดับคุณหญิง"
"โห งั้นให้คนอื่นไปดีมั้ยคะเดี๋ยวปาวทำขายหน้า ไม่ใช่เด็กเสิร์ฟมืออาชีพด้วยอะน้าแพรว"
ปวรินทร์รีบออกตัว
"เรานั่นแหละคล่องสุดๆแล้ว นี่จองไว้เป็ลูกสะใภ้ได้ไหม มีแฟนหรือยังล่ะเราน่ะ" น้าแพรวเอ่ยถามพลางยื่นมือมาบีบแก้มเธอเหมือนมันเขี้ยวปนเอ็นดู ปวรินทร์หัวเราะแฮ่ะๆกับคำถามนั้น ก็ลูกชายของน้าแพรวเพิ่งขึ้นมัธยมปลายเอง
"โหไม่ชอบเลี้ยงต้อยอะน้าแพรว ขอที่โตพร้อมใช้เลยมีมั้ยคะ แบบสายเปย์ โอนไวใจถึงพึ่งได้ด้วยยิ่งดี"
ปวรินทร์คุยเล่นในขณะที่น้าแพรวก็หัวเราะและจับเธอหันหลังพาเดินออกไปข้างนอก
"ถ้าสายเปย์ก็ต้องน้าพร้าอะดิ...เอามั้ยละ หนุ่มใหญ่เ้าของสวนร้อยไร่ โอนไวใจถึง สปอร์ตฝุดๆ ไปเลย"
สองสาวหัวเราะคิกคักพร้อมกัน น้าพร้าหรือ พสุ ผู้เป็น้าชายของปรรณวัชรนั้น อายุสามสิบกว่ายังโสดทั้งแท่งแถมหล่อคมเข้มผิวสีแทนซะด้วย
"ไม่เอาอะไม่อยากเป็น้านายปรรณ" ปวรินทร์กล่าว
"อะไรน่ะหัวเราะอะไรกันสองคนนี้"
เสียงห้าวดังขึ้นน้าแพรวพอหันไปเห็นหลานชายก็ยิ้มหน้าบานให้
"น้ากำลังจีบยัยปาวให้ตาพุกของน้าอยู่แต่ยัยปาวว่าี้เีเลี้ยงต้อยขอแบบโตพร้อมใช้ น้าเลยเสนอน้าพร้าให้นางอยากได้แบบโอนไวใจถึง มันก็ต้องน้าพร้าของเราจริงไหม่นี้ก็เพิ่งเลิกรับปิ่นโตเ้าเก่าไป กำลังหาเ้าใหม่อยู่พอดีน่ะ"
น้าแพรวยังคุยเป็ตุเป็ตะแถมหัวเราะเสียงพลิ้วอย่างคนอารมณ์ดีและไม่ได้ดูเลยว่าหลานชายไม่ได้ขำไปด้วยเลยสักนิด
"น้าแพรวไม่ต้องยุ่งกับยัยคนนี้เลย...ปรรณจะหาให้เขาเอง น้าพร้าน่ะเ้าชู้จะตายและปรรณก็ไม่อยากได้ไอ้ปาวเป็น้าสะใภ้ด้วย แล้วนี่ไม่มีงานเสิร์ฟแล้วใช่ไหมปรรณจะได้เข้าไปกราบคุณยายซะที"
"เฮ้ยอย่าเพิ่งรมณ์บ่จอยสิว้าหลานน้า ไปช่วยปาวรับออเดอร์ที่ศาลาโน้นก่อนไป... แหม...หวงเพื่อนเหลือเกินนะพ่อคุณเอ๊ย"
น้าแพรวแกล้งทำท่าส่ายหน้าระอาแล้วรุนหลังปวรินทร์และปรรณวัชรไปทางศาลาที่มีแขกเป็ซูเปอร์ตาร์และคุณหญิงนั่งอยู่