ตอนที่ 14 หุบเขาหมอก
ที่หน้าถ้ำหิน เจียงหวู่เฉินนั่งรอคอยท่านน้าสาวข้างๆมีด้วยเ้าเฮยม้าหนุ่มตัวสีดำที่นอนหมอบอยู่ เด็กชายรออยู่หลายชั่วยามแล้วแต่ท่านน้าและเสี่ยวไป๋ก็ยังไม่กลับมาเสียที ทำให้มันรู้สึกเป็กังวลว่าจะเกิดเื่ขึ้น
แต่ความกังวลเ่าั้ก็สลายหายไปในพริบตาเมื่อเด็กน้อยเงยหน้า เห็นจุดแสงสีฟ้าเล็กๆลอยเข้ามาใกล้มาถึงเสี่ยวไป๋ตัวน้อยร้องไห้โฮ วิ่งเข้ากอดพี่ชายของนางเด็กชายดีใจมากจึงลูบหัวปลอบปะโลมน้องสาว
“ท่านน้าซูและ เสี่ยวไป๋ไม่เป็ไรใช่หรือไม่?”เจียงหวู่เฉินถามด้วยสายตาเป็ห่วง
ซูรั่วซานไม่ชักช้ารีบเร่งให้เด็กทั้งสองขึ้นมา เจียงหวู่เฉินงุนงง ทำไมต้องรีบร้อนปานนี้หรือจะมีศัตรูไล่ตามมา?
เด็กชายไม่ชักช้าพาเสี่ยวไป๋ขึ้นไปบนดอกบัวเด็กหญิงน้อยพูดด้วยเสียงจิ้มลิ้ม “แล้วเ้าเฮยเล่า?” ซูรั่วซานลังเลเล็กน้อยก่อนจะพสานมือทันใดนั้นดอกบัวน้ำแข็งก็ขยายใหญ่ขึ้นจนเ้าเฮยขึ้นมาด้วยได้ ทั้งสามคนกับหนึ่งม้าก็ลอยล่องไปในอากาศไปยังทิศทางของเมืองลู่เป่ย
ทั้งหมดนั่งดอกบัวน้ำแข็งบินมาได้หลายสิบลี้เจียงหวู่เฉินนั่งกอดเสี่ยวไป๋ไว้ เหมือนกลัวเด็กหญิงจะตกลงไปซูรั่วซานที่ควบคุมดอกบัวน้ำแข็งอยู่บัดนี้ใบหน้าที่ขาวเรียบเนียนเหมือนหยกกลับซีดเซียวไร้สีเืขึ้นไปอีก
เจียงหวู่เฉินเหลือบมาเห็นจึงกล่าวด้วยความเป็ห่วง”ท่านน้าซู พวกเราพักกันซักหน่อย ดีหรือไม่?” ซูรั่วซานลังเลเล็กน้อย ภายในไม่กี่วันมานี้นางได้ฝืนใช้พลังยุทธครั้งแล้วครั้งเล่าแทบไม่มีโอกาสพักดีดีเลยเส้นผมของนางก็เป็สีขาวมากขึ้นอีกหลายส่วนเป็การบ่งบอกสัญญาณอันตราย
นางพยักหน้าเบาดอกบัวน้ำแข็งที่วิจิตงดงามลงจอดที่พื้นทั้งหมดลงมานั่งพักซูรั่วซานพยายามนั่งสมาธิใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาปรานน้ำค้างอรุณผ่านไปไม่กี่ก้านธูปพลังนางเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย
เจียงหวู่เฉินนั่งอยู่ข้างกองไฟที่ตักเด็กชายมีศีรษะน้อยๆของเสี่ยวไป๋หนุนอยู่เด็กหญิงคงจะเหนื่อยมากจนผล็อยหลับไป หวู่เฉินมองใบหน้ายามหลับของน้องสาวพลางยิ้มอย่างอ่อนโยน
ตัวมันกำพร้าั้แ่ยังเล็กต่อมาพลัดพรากจากมารดาบุญธรรม อีกทั้งท่านย่าหวังที่เอ็นดูมันก็ได้ตกตายจากไปตอนนี้มันได้มีท่านน้าซู และก็เสี่ยวไป๋มาเป็ครอบครัวของมันมันจะพยายามฝึกฝนจนแข็งแกร่งเพื่อที่จะได้ปกป้องคนสำคัญของมันให้ได้มันมองไปที่ดวงหน้าจิ้มลิ้มของเด็กหญิงพร้อมสัญญาอยู่ในใจ
พื้นที่ข้างๆที่พวกมันนั่งพักอยู่ เป็ทางเข้าหุบเขาหมอกพอดียามนี้เป็ยามกลางคืน หากมองเข้าไปในหุบเขา จะไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลยสร้างความรู้สึกน่ากลัวไม่อยากเข้าใกล้
ซูรั่วซานขมวดคิ้วเนตรงามมองไปที่ขอบฟ้าเห็นด้วยจุดแสงสีแดงเพลิงลอยอยู่ไกลๆเหมือนดาวหางสีแดง
เป็เป่า เจิ้นหลุนเ้าเมืองจิ้นหยงร่างของมันเต็มไปด้วยออร่าแข็งแกร่ง ที่เท้าของมันเหยียบง้าวาที่บินอยู่กลางอากาศเข้ามาใกล้
“ฮ่า ฮ่า ฮ่าคิดว่าหลังจากทำจวนข้าพังพินาศย่อยยับถึงเพียงนี้ แล้วข้าจะปล่อยพวกแกไปเรอะ!”
สภาพซูรั่วซานยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่นักพลังยุทธ์ของนางยังใช้ได้แค่สองส่วนหลังจากฝืนขีดจำกัดครั้งแล้วครั้งเล่านางไม่มั่นใจถ้าฝืนใช้อีกผลที่ตามมาจะเป็เยี่ยงไรนางไม่มั่นใจว่าจะพาเด็กทั้งสองหนีไปพ้น หรือเข้าต่อสู้ ต่อให้ได้ชัยแต่อาจจะต้องจ่ายด้วยชีวิตนางเหลือบไปเห็นความมืดมิดของหุบเขาหมอก
นางตัดสินใจเดิมพันเสกบัวน้ำแข็งขึ้นมาเร่งพาเด็กทั้งสองขึ้นไป รอบนี้นางไม่ได้พาเ้าเฮยไปด้วยเพราะยิ่งคนมากย่อมเสียพลังปรานมาก คงต้องยอมทิ้งมันไปพวกมันลอยขึ้นพุ่งเข้าไปในความมืดมิดของหุบเขาหมอก
เมื่อเ้าเมืองจิ้นหยงเห็นพวกเจียงหวู่เฉินหนีเข้าไปในความมืดมิดของหุบเขาหมอก
“คิดว่าหนีเข้าไปในนั้นแล้วจะหนีข้าไปได้เหรอ เหอะ น่าขัน!”
.............
ภายในหุบเขาหมอกสองข้างทางเต็มไปด้วยหมอกเมื่อรวมกับความมืดมิดของท้องนภา เจียงหวู่เฉินย่อมไม่สามารถมองเห็นอันใดดอกบัวน้ำแข็งเคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็ว ทางที่ผ่านไม่มีสัตว์อสูรปรานให้เห็นบางทีอาจเพราะพวกมันััได้ถึงความน่ากลัวของซูรั่วซานเลยพากันถอยห่าง
เข้ามาลึกได้ไม่กี่ลี้ ซูรั่วซานเก็บบัวน้ำแข็งมือบางล้วงยันต์ใบนึงออกมาก่อนจะโคจรพลังปรานเหมันกระตุ้น ยันนั้นะเิออกคลายตัวเป็ดั่งนกที่รอบตัวมีประกายเหมันเฉพาะตัวของศิษย์หุบเขาสระเหมันเ้านกยันบินหนีไปอีกด้านอย่างรวดเร็ว
“ท่านแม่ทำอันใด?”เสี่ยวไป๋ถามอย่างฉงน แต่ไร้คำตอบจากมารดา ซูรั่วซานพาทั้งสองไปที่ถ้ำเล็กๆแห่งหนึ่งมือล้วงออกด้วยยันต์อีกอันก่อนจะใช้ลมปรานเสกให้ยันกลายเป็บาเรียปรานไร้สภาพป้องกันอยู่หน้าทางเข้าถ้ำนางพาเด็กๆเข้ามาก่อนจะกินยาวิเศษที่หายาก นั่งโคจรลมปราณรักษาตัวอย่างรีบเร่ง
ที่นางปล่อยนกนั่นออกไปเพื่อใช้หลอกล่อให้เ้าเมืองจิ้นหยงหลงตามไปเพราะนกแฝงไว้ด้วยออร่าของพลังลมปราณเฉพาะของศิษย์หุบเขาสระเหมันมันย่อมต้องเข้าใจผิดตามไป
และที่นางไม่ได้รอให้เ้าเมืองบินผ่านถ้ำไปแล้วพวกนางค่อยแอบย้อนออกไปเพราะว่าทันทีที่นางออกจากปราการยันต์เ้าเมืองจิ้นหยงต้องััได้ เพราะกลิ่นอายของนางแม้าเ็รุนแรงก็ยังเด่นชัดกว่านกยันต์นั่น
นกนั่นคงจะถ่วงเวลาได้นานพอตัว และก็ยังต้องใช้เวลาอีกซักพักกว่าเ้าเมืองจะหาถ้ำนี่เจอ นางจะใช้่เวลาล้ำค่านี้ ฟื้นพลังให้มากที่สุดเพื่อเตรียมตัวสู้ศึกตัดสิน
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยามเ้าเมืองจิ้นหยงก็ย้อนกลับมาหาถ้ำนี้เจอที่มันกล้าตามมาจัดการซูรั่วซานทั้งๆที่มันรู้ว่าซูรั่วซานพลังยุทธ์เหนือกว่าเพราะจากที่มันััได้ซูรั่วซานาเ็หนักมาก ไม่สามารถใช้พลังได้เต็มที่ถ้าสู้กันจริงๆ มันมั่นใจว่าจะได้ชัย
เ้าเมืองจิ้นหยงใช้ง้าวฟาดฟันใส่ปราการบาเรียไร้สภาพหน้าถ้ำอย่างรุนแรงครั้งแล้วครั้งเล่าปราการปรานสั่นะเืเป็ละลอก สมควรต้านเอาไว้ได้อีกซักพัก
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ลูกเล่นเยอะดีนะ สมแล้วที่เป็ศิษย์หุบเขาสระเหมันต์แต่คงใกล้ขีดจำกัดแล้วล่ะสิ”
“ทำไมไม่สู้รีบออกมายอมแพ้แต่เนิ่นๆ เพราะยังไงก็ไม่อาจเปลี่ยนชะตาของพวกเ้าได้ ฮ่าฮ่าฮ่า” มันโจมตีปราการปรานอย่างบ้าคลั่ง
ภายในถ้ำเสี่ยวไป๋กังวลหวาดกลัวนางกอดหวู่เฉินแน่นซูรั่วซานนั่งนิ่งไม่กระดิกเหมือนความบ้าคลั่งของเ้าเมืองจิ้นหยงข้างนอกถ้ำไม่เกี่ยวอันใดกับนาง
ผ่านไปหนึ่งก้านธูปปราการปรานเริ่มทนไม่ไหวทันใดนั้นซูรั่วซานลืมตาขึ้นร่างบางลุกขึ้นยืนออร่าของนางตอนนี้สามารถใช้ออกด้วยพลังถึงห้าส่วนนางมั่นใจว่าสามารถจัดการเ้าเมืองจิ้นหยงได้นางหันมาทางเด็กแล้วพูดว่า
“อยู่ที่นี้อย่าไปไหนอย่าออกจากปราการ เดี๋ยวข้าจะกลับมา”ทั้งสองรับคำ ซูรั่วซานชักกระบี่วิจิต พุ่งเข้าไปที่ปากถ้ำในมือกรีดออกกลางอากาศทำให้ปราการเปิดช่องโหว่ช่องเล็กๆให้นางพุ่งผ่านออกไปหลังจากนั้นมันก็ปิดลงเหมือนเดิมเพื่อป้องกันเด็กน้อยทั้งสองให้ปลอดภัย