บทที่ 1 สองปีก่อน
เฮือก!!
เสียงลมหายใจนี้ สมควรเป็ลมหายใจสุดท้าย ที่เฟยฮวนหรงได้จากไปอย่างสงบ นางจากไปในคืนที่เงียบสงัด และตื่นขึ้นมาในคืนที่เอิกเกริก! ยามนี้ร่างของนางขยับเขยื้อนได้ตามใจ ดวงตาและใบหน้าแตกตื่นหวาดผวา เสียงลมหายใจหอบแรงคล้ายตื่นจากฝันร้าย ทันใดนั้นเสียงโครมครามดังจากด้านนอก
ตู้ม ตู้ม!
ท่ามกลางแสงจันทราผุดผาด เสียงมโหรีอึกทึก พลุหลากสีสะท้อนหน้าน้ำ ความยิ่งใหญ่กึกก้องกัมปนาท เป็หน้าเป็ตาสมกับที่บุตรสาวคนโตของขุนนางใหญ่ออกเรือน ฮวนหรงรีบตั้งสติ เร่งสำรวจร่างกายของตนเอง
หลังจากเลิกแขนเสื้อขึ้นสูง พบว่าเนื้อหนังที่เหี่ยวย่นติดกระดูก กลายเป็เปล่งปลั่งนิ่มละเอียดดุจแพรไหม ครั้นคลำมือไปบนศีรษะพบว่ามีมงกุฏทองประดับอยู่ ส่วนของเรือนร่างสวมอาภรณ์สีแดงปักดิ้นแพรคล้ายชุดเ้าสาว ฮวนหรงเฝ้าถามตัวเองในใจว่าเกิดอะไรขึ้น ยังไม่ทันได้คำตอบเสียด้วยซ้ำ ก็ชำเลืองไปเห็นคันฉ่องสีทองเหลืองตั้งอยู่
ฝ่ามือเล็ก ๆ ลูบคลำ สำรวจเนื้อหนังจึงแน่ใจว่าตนเองไม่ได้ตื่นขึ้นมาในร่างผู้อื่น หลังจากที่ใจเย็นลงกึ่งหนึ่ง ฮวนหรงหย่อนเท้าลงจากเตียงเดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง ครั้นได้เดินไปรอบ ๆ จึงรู้ว่าภายในห้องขนาดกลางหลังนี้ คือเรือนหอที่มิ่งไป๋เจี๋ยสร้างไว้เมื่อสองปีก่อน หญิงสาวขมวดคิ้วมึนงงพลางครุ่นคิด
[คงไม่ได้ย้อนเวลากระมัง แต่มันจะมีเื่เช่นนี้ได้อย่างไรกัน]
อันที่จริงฮวนหรงกำลังคิดว่า นางควรจะตายไปแล้ว หรือว่าที่นี่คือนิมิตบนแดน์?
ฮวนหรงสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ครั้นะโเรียกหาคน เสียงสังคีตด้านนอกก็ดังเกินกว่าที่จะมีใครมาได้ยินเสียงเล็ก ๆ ของนาง ดังนั้นฮวนหรงจึงไม่รอช้าที่จะเดินไปยังกรอบหน้าต่าง ออกแรงผลักเล็กน้อย หน้าต่างที่ทำจากไม้ไผ่สานก็เปิดออกรับลม ใบหน้าหงิกงอและคิ้วขมวดมุ่นแปรผันเป็ยิ้มสุกใส เมื่อได้เห็นพลุไฟกลางท้องนภา
ยิ้มระรื่นได้ครู่เดียว ก็ััได้ถึงการมาของใครบางคน มิ่งไป๋เจี๋ยอยู่ในอาภรณ์สีแดงตามแบบเ้าบ่าว เดินเหินแช่มช้าหนักแน่น ในสายตาของฮวนหรงเคยมองว่าเขาสง่างามเ็า บัดนี้รอยยิ้มหวานบนใบหน้าของหญิงสาวเลือนหาย นางไม่อาจมองไป๋เจี๋ยด้วยสายตาแบบเดิมได้อีกแล้ว
ประการแรกก็เพราะรู้สึกผิดไม่กล้าสู้หน้า ประการที่สองก็เพราะเ็ปในใจ นางทุ่มเทหัวใจทั้งหมดเพื่อไป๋เจี๋ยผู้เดียวแต่เขาไม่เคยเห็นค่า ประการที่สามฮวนหรงอยากเปลี่ยนแปลงชะตาตนเอง ยามนี้นางเอาแต่คิดว่า หากเวลานี้ไม่ใช่ภาพลวงตา ความฝัน ์ นรก แต่เป็การเกิดใหม่ นางจะพากเพียรแก้ไขอดีต ไม่ให้ตนเองมีจุดจบน่าอนาถเช่นเดิม อะไรที่เคยผิดพลาดไป นางจะแก้! ทว่าด้านหนึ่งก็คิดว่า จะไม่ดีกว่าหรือหากไม่ปล่อยให้ท่านแม่ทัพหลงรักเซ่าเฟิงอวี่ั้แ่แรก
[เหอะ! หากทำให้ท่านแม่ทัพเปลี่ยนมาสนใจข้าได้ง่ายดายปานนั้น อันตัวข้าเฟยฮวนหรงคงไม่เป็เมียเอกผู้เดียวดาย จนต้องมีจุดจบเช่นนั้นกระมัง]
ไป๋เจี๋ยเปิดประตูเรือนหอเข้ามาด้านใน ก้าวขาผ่านธรณีประตูด้วยใบหน้าเ็า ฮวนหรงจ้องมองด้วยแววตาสุกใสเจือหม่น ่เวลานั้นััได้ถึงกระแสลมเย็นที่พัดหวิวจากนอกหน้าต่าง เปลวเทียนมงคลคู่วูบไหวหรี่ลง ฮวนหรงพลันรู้สึกปวดหนึบกลางศีรษะรุนแรง ความทรงจำในอดีตล้นทะลักมาเตือนสติ อันที่จริงในคืนเข้าหอเมื่อสองปีก่อน มิ่งไป๋เจี๋ยไม่แม้แต่จะโผล่หน้ามาให้เห็น บ่าวในเรือนต่างพูดเป็เสียงเดียวกันว่า เพื่อไม่ยอมเข้าหอกับฮูหยิน คุณชายมิ่งไป๋เจี๋ยยอมนอนหนาวในห้องตำราทั้งคืน ฉไหนครานี้เขาถึงได้ปรากฏตัวที่นี่ หรือว่าโชคชะตาจะเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ
ฮวนหรงคิดได้ดังนี้จึงกลับขึ้นเตียง นั่งเหยียดหลังตรง แอ่นอกไปด้านหน้าเล็กน้อย ปิดเปลือกตาสนิทแล้วยู้ปากจู๋ ยื่นใบหน้านวลงามไปข้างหน้าค้างไว้ แต่แล้วฝีเท้าหนักแน่นก็หยุดลงที่โต๊ะกลม ไป๋เจี๋ยมีตาแต่ทำเหมือนตาบอด สำหรับเขาเห็นนางเป็แค่ธาตุธุลีในอากาศเท่านั้น การ้อนที่อยู่ข้างมือ ถูกยกขึ้นอย่างตั้งใจ ไป๋เจี๋ยเทชาลงจอกยกขึ้นดื่ม ตามด้วยกลืนสุรามงคลลงท้อง เสร็จแล้วก็ลุกขึ้นจากไปไม่ไยดี
หญิงสาวยื่นจูบรอเก้อ นางลืมตาขึ้นด้วยสีหน้าประหลาดใจ เมื่อสองปีก่อนนางไม่ได้เข้าหอกับไป๋เจี๋ยเพราะเขาไม่ปรากฏตัว ทว่าครานี้เ้าบ่าวปรากฏตัวแล้ว ถือว่าเป็สัญญาณการเปลี่ยนแปลงชั้นดี บางทีนิสัยของไป๋เจี๋ยอาจจะเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน ดังนั้นฮวนหรงจะพลาดคืนเข้าหอไม่ได้ บางทีเข้าหอกับสามีั้แ่คืนแรก อาจจะเปลี่ยนทุกอย่างไปโดยสิ้นเชิงก็ได้ เมื่อคิดได้อย่างนี้ฮวนหรงไม่รอช้า เปล่งเสียงไล่หลัง
“ท่านพี่ ไม่อุ่นเตียงหรือเ้าคะ”
ไป๋เจี๋ยทำหน้าเ็าคล้ายไม่ได้ยินแล้วยังคงก้าวเท้าไปข้างหน้า ความนิ่งงันทำให้ฮวนหรงประหม่า นางตัดสินใจผละตัวลุกจากเตียง พุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว หวังคว้าไปที่ข้อมือของไป๋เจี๋ยที่ข้างหนึ่งแนบไว้ข้างลำตัว แน่นอนว่าแม่ทัพหนุ่มผู้ชาญฉลาดย่อมรู้ทัน ไป๋เจี๋ยเอียงตัวหลบทำให้ฮวนหรงคว้าลม เสียการทรงตัวถลาลงไปนอนกับพื้น ทั้งที่นางกำลังเจ็บตัวไป๋เจี๋ยทำสีหน้าราบเรียบไม่รู้ทุกข์ไม่รู้ร้อน ช่างเ็าเสมอต้นเสมอปลายไม่มีที่ติ
ฮวนหรงแหงนหน้าขึ้นมอง พร้อมซู้ดปากเพราะความเ็ป แขนศอกของนางน่าจะได้รับแผลถลอกเล็กน้อย ยามนี้แววตาของนางอัดแน่นไปด้วยความไม่พอใจ ฮวนหรง้าตำหนิสามีที่แล้งน้ำใจ แต่ไป๋เจี๋ยชิงเปล่งเสียงเข้มสุขุมออกมาว่า “ไม่มีผู้ใดกำหนดว่า ต้องอุ่นเตียงในวันเข้าหอ”
หญิงสาวได้ฟังคำพูดที่หลุดออกจากปากสามี ก็พลอยฟ้าพลอยฝนรู้สึกว่ามิ่งไป๋เจี๋ยเ็าไร้ใจไม่ต่างจากเดิม ต่อให้นางยั่วยวนเขาเหมือนแต่ก่อนก็คงไม่ได้ผลอีกนั่นแหละ ยามนี้ฮวนหรงอยากจะะโถามทวยเทพที่กำลังเล่นหมากกระดานบน์ ว่าสนุกมากใช่หรือไม่ ที่กลั่นแกล้งลูกหลานเช่นนี้ ใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งฮวนหรงจึงเปล่งเสียงทุ้มแ่สวนกลับไปว่า
“หมายความว่าท่านจะไม่ยอมนอนกับข้าใช่หรือไม่”
“ย่อมใช่ และไม่มีวัน” ไป๋เจี๋ยตอบกลับด้วยสีหน้าเฉยเมยอย่างไม่ลังเล แล้วเดินผ่านร่างของฮวนหรงไปโดยไม่คิดประคอง
อันที่จริงเขาทำเช่นนี้ฮวนหรงก็ไม่ค่อยจะแปลกใจสักเท่าไหร่ เพราะเมื่อก่อนเขาก็ปฏิบัติกับนางไม่ได้ดีไปกว่านี้ หญิงสาวปล่อยให้สามีจากไปโดยง่าย นางเม้มฝีปากเข้าหากันแน่น ตามด้วยกรีดร้องในใจแต่ไร้เสียง ด้วยนิสัยโดยพื้นฐานที่ติดตัวมาั้แ่กำเนิด ฮวนหรงเป็คนอารมณ์แปรปรวนง่าย นางจึงมีความคิดที่ว่า ในเมื่อแต่งเข้าจวนมิ่งแล้ว จะให้นางกล้ำกลืนฝืนทนอยู่อย่างจืดจางเหมือนเมื่อก่อน นางจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นเด็ดขาด เพื่อหลีกเลี่ยงจุดจบเดิม ฮวนหรงจึงลุกพรวดขึ้นจากพื้นอย่างเร่งร้อน อุทานเสียงดังออกมาว่า
“ข้าจะหย่า!”
กดซื้ออีบุ๊คได้ที่ Meb