ร้านชำคนเป็ คนตาย
ตอนที่ 16: ป้ายที่ไม่อิ่มท้อง
เครื่องพิมพ์ใบเสร็จคายกระดาษออกมาอีกครั้ง
แกรก
แกรก
เสียงเดิม แต่คราวนี้มันดังในความเงียบเหมือนคนเคาะช้อนกับชามเปล่า รินยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ มือข้างหนึ่งวางใกล้ขวดน้ำที่เหลือบนชั้น อีกข้างจับขอบใบเสร็จที่ยังอุ่นอยู่จากดีลฉุกเฉิน
ตัวเลือกสองบรรทัดยังอยู่ตรงนั้น
```text
สิทธิ์ปลดล็อกชั่วคราว: เลือกได้ 1 รายการ
1. เสบียงฉุกเฉินเพิ่ม
2. ป้ายห้ามสวมรอย / ของป้องกันหน้าร้าน
```
หมึกตรงคำว่า `เสบียงฉุกเฉินเพิ่ม` ค่อย ๆ ซึมเข้มขึ้น
แล้วกลิ่นข้าวสุกก็ลอยออกมา
ไม่ใช่กลิ่นข้าวสารแห้งในถัง ไม่ใช่กลิ่นอาหารแห้งที่เปิดซองแล้วชวนให้คิดถึงโรงอาหารราคาถูก แต่เป็กลิ่นข้าวร้อน ๆ ที่เพิ่งเปิดฝาหม้อ ไอน้ำอุ่นแทรกผ่านกลิ่นฝนโลหะ กลิ่นเหงื่อ และกลิ่นคาวปลาเก่าจากซอยหลังตลาด
คนข้างนอกเงยหน้าพร้อมกัน
ผู้หญิงเสียงแหบที่อุ้มเด็กไว้ชะงัก มือเธอกอดเด็กแน่นกว่าเดิม เด็กที่เพิ่งไอเบาลงขยับจมูกน้อย ๆ เหมือนได้กลิ่นบ้านที่ไม่เหลือแล้ว ชายผอมที่ประคองคนเจ็บกลืนน้ำลายดังพอให้คนในร้านได้ยิน
ส่วนคำว่า `ป้ายห้ามสวมรอย` บนใบเสร็จเย็นลง
ความเย็นไหลจากกระดาษผ่านปลายนิ้วรินขึ้นมาถึงข้อมือ เหมือนเธอจับเหล็กเปียกฝนไว้กลางคืน ไฟหน้าร้านกะพริบครั้งหนึ่ง ป้ายราคาเก่าบนชั้นเกลือสั่นเบา ๆ ทั้งที่ไม่มีลม
"เลือกข้อหนึ่งสิ" คนจากลานจอดรถะโ "พวกเรายังมีคนเจ็บอยู่!"
"ใช่ เลือกเสบียงก่อน!"
"ของกินก่อนสิวะ ป้ายกินได้หรือไง"
คำสุดท้ายมีคนหัวเราะตามสองสามเสียง
เสียงหัวเราะไม่ดัง แต่ขูดร้านเหมือนเล็บแห้ง ๆ รินมองผ่านช่องประตูเหล็กม้วน เห็นใบหน้าคนเป็เรียงอยู่หลังเส้นเกลือ บางคนรับใบเสร็จแล้ว บางคนยังยืนห่างออกไปในความมืด พวกเขาไม่ได้ดูเหมือนคนร้ายทั้งหมด
นั่นแหละที่ยุ่ง
ถ้าทุกคนดูเหมือนผีหิว งานจะง่ายกว่านี้มาก
รินก้มมองสต็อกในหัวอีกครั้ง
น้ำดื่มยี่สิบสามขวด หนึ่งขวดถูกใช้ไปครึ่งฝาเพื่อเด็ก อาหารแห้งสิบแปดชุด ยาสามัญหกชุดที่ยังติดเงื่อนไขจากดีลผิด เกลือกันิญญาเหลือน้อยจนถ้านับเม็ดได้เธอคงนับแล้ว เทียนขาวยังมี แต่เทียนเฝ้าประตูวูบต่ำไปหนึ่งรอบและไม่มีใครในร้านอยากเห็นมันลองดับจริง
เสบียงเพิ่มช่วยได้
คืนนี้คนกินมากขึ้น เด็กได้น้ำมากขึ้น คนเจ็บมีโอกาสรอดมากขึ้น คำว่า "มากขึ้น" น่าฟังเสมอสำหรับคนหิว
แต่ถ้าคนที่ยื่นมือมารับไม่ใช่เ้าของมือเดิมล่ะ
ถ้าชื่อถูกยืม ถ้าสิทธิ์ซื้อถูกผูกไว้กับเงา ถ้าของที่เธอเลือกเพิ่มกลายเป็เหยื่อล่อให้สิ่งนอกเส้นเกลือเข้าคิวด้วยหน้าใหม่ เสบียงที่เพิ่มมาจะไม่ใช่เสบียง
มันจะเป็โปรโมชั่นเปิดร้านให้ผี
และจากประสบการณ์สั้น ๆ ของริน โปรโมชั่นแบบนั้นมักมีลูกค้าแย่มาก
"ริน" แม่ค้าลูกชิ้นเรียกเสียงเบา เธอกอดเด็กในร้านไว้แน่น ดวงตาแดงเพราะอดนอนและกลัว "ถ้าเลือกของกิน...อย่างน้อยคืนนี้เด็ก ๆ น่าจะพอแบ่งกันได้"
รินหันไปมองเด็กคนนั้น เด็กกอดชายเสื้อแม่ค้าลูกชิ้นไว้ มือเล็กมีคราบฝุ่นดาวตกติดตามซอกนิ้ว หายใจเบา ๆ เหมือนกลัวว่าถ้าหายใจแรงเกินไปจะถูกนับเป็ค่าใช้จ่าย
รินหยุดมือบนใบเสร็จ
เธอไม่ชอบสายตาแบบนี้
สายตาที่ทำให้ทุกการคำนวณดูเหมือนความใจดำ ทั้งที่ถ้าไม่คำนวณ ทุกคนอาจตายพร้อมกันแบบไม่มีใบเสร็จให้โต้แย้ง
ชายแกนนำหน้าร้านยกเหล็กงัดเคาะพื้นหนึ่งครั้ง
กึก
"เห็นไหม" เขาพูดเสียงดัง "คนของคุณยังรู้เลยว่าควรเลือกอะไร คุณมีของ แต่เลือกป้ายผี ๆ แทนข้าว นี่ไม่ใช่กฎแล้ว นี่คือหวงของ"
คนข้างนอกฮือขึ้นอีกครั้ง
หมอกขยับมายืนใกล้เส้นเกลือ เขามองเลยหัวคนไปทางหลังกลุ่มลานจอดรถ คิ้วขมวด "เสียงเมื่อกี้มีสองชั้น"
"ชั้นไหนพูดว่าอะไร" รินถามโดยไม่ละสายตาจากใบเสร็จ
"ชั้นคนจริงบอกว่าหิว" หมอกตอบต่ำ ๆ "อีกชั้นบอกให้โกรธ"
ดีมาก
ปัญหาคือคนหิวจริงก็โกรธจริงอยู่แล้ว ไม่ต้องมีผีช่วยมากก็ได้
รินยกใบเสร็จขึ้นให้ทุกคนเห็น
"ร้านเลือกข้อสอง"
ทั้งร้านเงียบ
ข้างนอกเงียบ
แม้แต่กลิ่นข้าวสุกก็เหมือนหยุดอยู่ครึ่งลมหายใจ ก่อนจะจางลงช้า ๆ เหมือนมีใครปิดฝาหม้อ
"อะไรนะ" ชายแกนนำถาม
"ป้ายห้ามสวมรอย / ของป้องกันหน้าร้าน" รินพูดชัด "ร้านเลือกข้อนี้"
เสียงฮือแตกขึ้นทันที
"บ้าไปแล้ว!"
"คนเจ็บรออยู่!"
"เธอเลือกป้ายแทนข้าวจริง ๆ เหรอ"
แม่ค้าลูกชิ้นเม้มปาก เธอไม่ได้ค้าน แต่ไม่ได้เห็นด้วย ดวงตาของเธอเลื่อนไปที่เด็ก แล้วเลื่อนกลับมาที่ริน เหมือนอยากให้รินพูดอะไรสักอย่างที่ทำให้ความหิวดูมีเหตุผลน้อยลง
รินไม่มีคำพูดแบบนั้น
ความหิวมีเหตุผลเสมอ
"ของกินช่วยให้รอดหนึ่งมื้อค่ะ" รินพูด "แต่ถ้าคนที่มาซื้อไม่ใช่คนเดิม คนที่ได้กินอาจไม่ใช่คนที่เราตั้งใจช่วย"
"คำพูดสวย!" ชายแกนนำะโ "แต่ท้องคนไม่อิ่มด้วยคำพูด!"
"ใช่ค่ะ" รินตอบ "ท้องคนก็ไม่อิ่มด้วยการขายผิดคนเหมือนกัน"
ชายคนนั้นชะงักนิดเดียว
นิดเดียวพอให้รินเห็นว่าเขาไม่ได้โกรธอย่างเดียว
เขาฟัง
หรืออย่างน้อยสิ่งที่อยู่หลังเขาฟัง
รินวางใบเสร็จลงบนเคาน์เตอร์ ใช้นิ้วแตะบรรทัดข้อสอง
"ยืนยัน"
เครื่องพิมพ์ไม่ดัง
แต่ไฟทั้งร้านดับวูบไปหนึ่งจังหวะ
ความมืดลงมาเร็วเหมือนมีใครใช้ผ้าดำคลุมหลอดไฟ ทุกคนในร้านกลั้นหายใจ เสียงฝนดาวตกที่เคยอยู่ไกล ๆ เหมือนขยับเข้ามาชนกระจกหน้าร้าน แสงสีเงินเขียวไหลผ่านรอยแตกบนพื้น
แล้วไฟหน้าร้านติดขึ้นใหม่
ไม่สว่างกว่าเดิม
แต่เย็นกว่าเดิม
บนผนังเหนือประตูเหล็กม้วน มีป้ายไม้เก่าแผ่นหนึ่งแขวนอยู่ทั้งที่เมื่อครู่ไม่มี ตัวป้ายสีซีดเหมือนถูกแดดตลาดเก่าเผามาหลายปี ขอบป้ายบิ่น มีคราบน้ำฝนดำ ๆ ไหลเป็ทาง แต่ตัวอักษรบนป้ายดำสดจนเหมือนเพิ่งเขียนด้วยหมึกจากอะไรที่ไม่ควรถาม
```text
ห้ามสวมรอยซื้อขาย
ลูกค้าทุกคนต้องตรงชื่อ ตรงเงา ตรงสิทธิ์
```
เส้นเกลือหน้าประตูขยับ
ไม่ใช่สั่นเหมือนตอนแตก แต่เหมือนเม็ดเกลือถูกจัดแถวใหม่ทีละเม็ด เกลือกันิญญาตรงรอยอุดก่อนหน้าไหม้เป็จุดดำเล็ก ๆ สามจุด เทียนเฝ้าประตูเล่มซ้ายวูบต่ำลงครึ่งนิ้ว เทียนเล่มขวาสั่นเหมือนอยากประท้วงเื่ต้นทุน แต่ยังติดอยู่
เครื่องพิมพ์ใบเสร็จทำงานอีกครั้ง
```text
ปลดล็อกชั่วคราว: ป้ายห้ามสวมรอย
ขอบเขต: หน้าร้าน / เส้นเกลือ / คิวรับใบเสร็จ
ต้นทุน: สิทธิ์ปลดล็อกชั่วคราว 1 รายการ / เกลือกันิญญาหน้าประตูบางส่วน / หลักฐานดีลฉุกเฉิน 1 ชุด
ข้อจำกัด: ตรวจพบความไม่ตรงกัน แต่ไม่ยืนยันความผิดแทนเ้าของร้าน
```
บรรทัดสุดท้ายขึ้นช้า
```text
คำเตือน: หลักฐานที่อ่านไม่ครบ อันตรายพอ ๆ กับความมืด
```
รินอ่านจบแล้วถอนหายใจสั้น ๆ
ดี
ป้ายกันสวมรอยได้
แย่
มันกันคนตีความมั่วไม่ได้
ใบเสร็จดีลฉุกเฉินสามใบที่วางอยู่บนถาดหน้าประตูติดไฟเอง ไฟสีขาวจาง ๆ ไม่ร้อน แต่เผากระดาษจนเหลือเถ้าบางเท่าฝุ่น แม่ค้าลูกชิ้นสะดุ้ง เด็กในอ้อมแขนเธอร้องเบา ๆ
"เผาใบเสร็จทำไม" คนในฐานคนหนึ่งถาม "นั่นหลักฐานไม่ใช่เหรอ"
"หลักฐานกลายเป็ต้นทุนตั้งป้าย" รินตอบ "ร้านไม่ได้ให้ของฟรี แม้แต่ป้ายก็เก็บค่าติดตั้ง"
"แล้วเราจะเอาอะไรให้คนเจ็บต่อ"
คำถามนี้ไม่ดัง แต่แทงตรงกว่าเสียงะโข้างนอก
รินมองชั้นอาหารแห้ง
"ใช้คิวเดิม" เธอพูด "ของที่มีอยู่ยังแจกไม่ได้ ต้องขายตามดีลฉุกเฉินต่อ ใครรับใบเสร็จได้ เข้าคิว ใครไม่รับ ถอยออกจากเส้น"
"พูดง่าย" ชายแกนนำหน้าร้านยิ้มแข็ง "คนในร้านคุณได้อยู่หลังป้ายกันผี แต่คนข้างนอกได้กลิ่นข้าวแล้วได้ป้ายไม้ อิ่มมาก ขอบคุณแทนทุกท้องเลย"
บางคนหัวเราะ
คราวนี้เสียงหัวเราะดังขึ้น
รินมองเขา เหล็กงัดในมือชายคนนั้นยังไม่วาง เงาใต้เท้าเขายาวกว่าความสูงของตัวเองเล็กน้อย แต่ยังติดกับเท้าอยู่ ไม่ใช่หลักฐานพอจะชี้อะไร
ไม่พอ
และคำว่าไม่พอเป็คำที่น่ารำคาญที่สุดในคืนแบบนี้
หมอกก้าวเข้ามาใกล้ริน เสียงเขาเบาพอให้ได้ยินกันสองคน "กลิ่นด้านหลังเขาเข้มขึ้น"
"ตัวเขา?"
"ไม่แน่" หมอกตอบ "เหมือนมีอะไรยืนซ้อนแถว ไม่ได้ซ้อนตัว"
"แปลว่าถ้าเขาโดนด่าเป็ตัวปลอมตอนนี้ เราอาจผิด"
หมอกพยักหน้า
รินอยากหัวเราะ แต่ไม่มีแรงเหลือให้มุก
เธอเพิ่งเลือกป้ายที่ทำให้ทุกคนไม่ชอบ และของชิ้นแรกที่ป้ายมอบให้คือคำว่า "ไม่แน่"
บริการหลังการขายยอดเยี่ยมมาก ถ้าไม่ติดว่าคนอ่านรีวิวอาจตายก่อน
เสียงซุบซิบในร้านเริ่มไหลไปทางบาสอย่างที่รินคาดไว้
บาสยืนอยู่ใกล้จุดควบคุมเดิม ไม่แตะเส้น ไม่แตะหลักฐาน มือสองข้างว่าง เงาของเขายังช้ากว่าตัวครึ่งจังหวะเหมือนเดิม หลังป้ายปรากฏ เงานั้นเหมือนถูกกดให้ติดพื้นมากขึ้น แต่ไม่ได้หาย
"ดูเขาสิ" ใครบางคนกระซิบ "ป้ายขึ้นมาแล้วเงายังแปลก"
"เขาใช่ไหม"
"ตอนแรกใบเสร็จก็ขึ้น บ..."
บาสได้ยิน
เขาไม่เถียงทันที แค่หันมามองริน สีหน้าเขาไม่ใช่คนบริสุทธิ์ในละครที่พร้อมร้องขอความเป็ธรรม เขาดูเหมือนคนเหนื่อยที่รู้ว่าต่อให้พูดดีแค่ไหน คนก็จะได้ยินเป็ข้อแก้ตัว
รินเกลียดสีหน้าแบบนั้น
เพราะมันคล้ายคนที่เธอเคยเชื่อ
และคล้ายคนที่อาจไม่ได้ผิดจริง
"ไม่มีใครชี้ใครจากเงาจังหวะเดียว" รินพูดเสียงดังพอให้ทั้งร้านได้ยิน "ป้ายเพิ่งบอกเองว่าตรวจพบความไม่ตรงกัน ไม่ยืนยันความผิดแทนเ้าของร้าน"
"ก็คุณเป็เ้าของร้าน" คนในฐานคนหนึ่งสวน "คุณก็ตัดสินสิ"
"ฉันเป็เ้าของร้านชั่วคราวค่ะ ไม่ใช่เครื่องตัดหัวชั่วคราว"
ประโยคนั้นทำให้บางคนเงียบลง
ไม่ใช่เพราะชอบ
เพราะไม่รู้จะด่าต่อยังไงให้ดูดี
ข้างนอก ชายแกนนำหัวเราะแห้ง "ได้ยินไหม เธอไม่กล้าตัดสินคนข้างใน แต่กล้าตัดสินให้คนข้างนอกอด"
ผู้หญิงเสียงแหบที่อุ้มเด็กมองเขา "เงียบเถอะ เด็กได้ยาเพราะใบเสร็จ"
"ได้ครึ่งขวด!" เขาหันไปใส่เธอ "แล้วคนที่เหลือล่ะ"
"อย่างน้อยก็ได้จริง" เธอตอบ "ถ้าแย่งเมื่อกี้ เส้นเกลือแตกไปแล้ว"
คนสองฝั่งเริ่มเถียงกันเองอีกครั้ง
รินใช้จังหวะนั้นหยิบถาดคิวฉุกเฉินขึ้นมา ตั้งไว้ใกล้เส้นเกลือกว่าเดิม แต่ยังไม่พ้นเขต
"คิวรับใบเสร็จรอบต่อไป วางของแลกเปลี่ยนทีละคน" เธอประกาศ "ป้ายทำงานแล้ว ใครใช้สิทธิ์คนอื่น ใครเงาไม่ตรงชื่อ ร้านจะเตือน แต่การเตือนหนึ่งครั้งไม่ใช่คำสั่งให้รุมใคร"
"พูดเหมือนป้ายเป็ของดี" คนข้างนอกะโ "มันยังไม่เห็นช่วยอะไรเลย!"
เหมือนป้ายได้ยิน
ตัวอักษรบนป้ายสั่นเบา ๆ
หมึกดำตรงคำว่า `ตรงเงา` ไหลลงมาเป็หยดช้า ๆ ไม่เหมือนเื แต่ก็ไม่เหมือนหมึกปากกาทั่วไป มันลากเส้นยาวลงบนไม้ แล้วหยุดกลางอากาศเป็จุดดำสามจุด
เครื่องพิมพ์ใบเสร็จดัง
แกรก
แกรก
คนในร้านเงียบพร้อมกัน
กระดาษเลื่อนออกมา
```text
ตรวจพบ: สิทธิ์ซื้อไม่ตรงเงา
ระดับ: ต่ำ-กลาง
ตำแหน่ง: ใกล้เส้นคิวหน้าร้าน
คำเตือน: ห้ามสรุปตัวตนจากสัญญาณเดียว
```
ลมหายใจในร้านสะดุด
สายตาเกือบทั้งหมดพุ่งไปหาบาส
เร็วมาก
เร็วจนรินเห็นภาพเ้าหนี้เงานั่งปรบมืออยู่ที่ไหนสักแห่ง ถ้ามันมีมือ
บาสหน้าซีดลง "ผมไม่ได้ขยับ"
"ใครจะรู้" คนหนึ่งพูด "เงานายขยับช้าตลอด"
"ตอนที่ยาเกือบหลุด เขาก็อยู่ใกล้" อีกคนเสริม
"เขาช่วยหยุดยา" หมอกพูดทันที
"หรือทำให้เราคิดว่าเขาช่วย"
คำพูดนั้นทำให้อากาศในร้านเย็นลงอีกนิด
รินยกมือขึ้น "หยุด"
ไม่มีใครหยุดทั้งหมด แต่เสียงลดลงพอให้เธอได้ยินเสียงอื่น
เสียงขูดเบา ๆ จากหน้าประตู
ไม่ใช่เหล็กงัด
เป็เสียงรองเท้าถอยหลังครูดพื้น
รินหันไปมองช่องใต้ประตูเหล็กม้วน เงาคนที่อยู่ใกล้เส้นคิวด้านนอกถอยไปครึ่งก้าว มีเท้าคู่หนึ่งเปลือยและเปื้อนโคลน ฝ่าเท้าซ้ายมีรอยสีดำคล้ายหมึก ส่วนเงาใต้เท้านั้นยังค้างอยู่ที่เดิมชั่วลมหายใจหนึ่ง ก่อนจะไหลตามกลับไป
หมอกเห็นพร้อมเธอ
"ไม่ใช่จากบาส" เขาพูดเร็ว "กลิ่นวนจากหน้าร้าน มาจากแถวคิวด้านนอก แล้วเฉียดเส้นเข้ามา"
"คนไหน" รินถาม
หมอกจ้องผ่านช่องประตู "ไม่ชัด มีคนถอยหลังปนกันสามคน กลิ่นฝนถูกป้ายบีบให้แตก แต่ยังไม่พอแยกหน้า"
ป้ายทำงาน
แต่ไม่ทำงานมากพอให้ทุกคนสบายใจ
รินเกือบอยากเอาหน้าผากโขกเคาน์เตอร์ ถ้าเคาน์เตอร์ไม่ใช่ทรัพย์สินร้าน
ข้างนอก ชายแกนนำยิ้มอีกครั้ง แต่คราวนี้รอยยิ้มบางกว่าเดิม "เห็นไหม ป้ายมันบอกแล้วว่ามีตัวปลอม"
"ป้ายบอกว่ามีความไม่ตรงกัน" รินแก้ "ไม่ได้บอกว่าใคร"
"ก็คนข้างในนั่นไง" เขาชี้เหล็กงัดลอดช่องประตูเข้ามา ปลายเหล็กไม่แตะเส้นเกลือ แต่เงาของมันยาวเข้ามาเกือบถึงถาด "คนที่ทุกคนสงสัยอยู่แล้ว"
บาสกำหมัด
หมอกขยับครึ่งก้าวไปข้างหน้า
รินพูดก่อนทั้งคู่
"ใครเอาเหล็กชี้คนในฐานอีกครั้ง คิวฉุกเฉินของคนนั้นถูกพัก"
ชายแกนนำชะงัก
"คุณขู่คนเจ็บ?"
"ฉันขู่คนถือเหล็กค่ะ" รินตอบ "คนเจ็บยังเข้าคิวได้ ถ้าคนถือเหล็กไม่เอาความกลัวไปแลกแทนเขา"
ผู้หญิงเสียงแหบก้มมองลูกในอ้อมแขน แล้วค่อย ๆ ดึงตัวถอยจากชายแกนนำหนึ่งก้าว
คนข้างนอกสองสามคนทำตาม
ไม่มาก
แต่พอให้เส้นคิวเปลี่ยนรูป
ป้ายเหนือประตูสั่นอีกครั้ง คราวนี้ตัวอักษรไม่ไหล หมึกดำหยุดนิ่งเหมือนกำลังฟัง
เครื่องพิมพ์คายกระดาษแผ่นสุดท้ายออกมา
```text
ป้ายห้ามสวมรอย: ทำงาน
ผลข้างเคียง: ความระแวงเพิ่มขึ้น
คำแนะนำ: ใช้ร่วมกับใบเสร็จ กลิ่นฝน พยาน และดีลตรวจสอบ
```
บรรทัดล่างสุดปรากฏทีละคำ
```text
ห้ามไล่ผู้ต้องสงสัยออกจากฐานโดยไม่มีดีลตรวจสอบ
```
รินอ่านประโยคนั้นแล้วรู้สึกเหมือนร้านเพิ่งยื่นมีดให้เธอพร้อมใบรับประกันว่าอย่าเผลอแทงตัวเอง
ดี
อย่างน้อยป้ายก็รู้ว่าคนในร้านกำลังคิดอะไร
แย่
คนในร้านก็อ่านออกเหมือนกัน
เสียงซุบซิบกลับมาใหม่ คราวนี้เบากว่าเดิม แต่คมกว่าเดิม คำว่า "บาส" ลอยอยู่ในอากาศหลายครั้ง คำว่า "ตัวปลอม" ตามหลังเหมือนเงา
บาสก้มหน้า ไม่พูด
หมอกมองริน สีหน้าเขาบอกชัดว่าอยากให้เธอพูดอะไรสักอย่างที่ทำให้ทุกคนเลิกมองบาสแบบนั้น
รินอยากพูด
แต่คำพูดที่ไม่มีหลักฐานคือเสบียงอีกแบบ
แจกออกไปแล้วอาจทำให้คนสบายใจหนึ่งนาที และทำให้ร้านพังในนาทีถัดไป
เธอจึงหยิบใบเสร็จเตือนขึ้นมา พับครึ่ง วางไว้ข้างถาดหลักฐานแผงปลา
"ั้แ่ตอนนี้" รินพูด "ใครจะกล่าวหาว่าใครเป็ตัวปลอม ต้องเข้าดีลตรวจสอบ ไม่รับข่าวลือ ไม่รับเสียงหลังแถว ไม่รับความกลัวเป็หลักฐานเดี่ยว"
"แล้วถ้าคุณปกป้องตัวปลอมล่ะ" ชายแกนนำถามจากด้านนอก
ก่อนรินตอบ เสียงหนึ่งดังจากหลังกลุ่มลานจอดรถ
หวาน เหนียว และเย็นกว่าลมฝน
"ตัวปลอมอยู่ข้างใน..."
ทุกคนหันไปทางเสียง
แต่หลังแถวมีแต่ความมืด ลานจอดรถ และกลิ่นคาวปลาเก่าที่ลอยมาจากซอยหลังตลาด
ป้ายเหนือประตูสั่นแรงขึ้น
หมึกดำตรงคำว่า `ห้ามสวมรอย` ไหลลงมาอีกหนึ่งหยด
รินมองหยดหมึกนั้น แล้วมองคนในฐานที่เริ่มถอยห่างจากบาสทีละนิด
ป้ายทำงานแล้ว
มันเป็เกราะ
และเป็กระจก
ส่วนสิ่งที่สะท้อนอยู่ในกระจกคืนนี้ ไม่ได้มีแค่ผี
รินหยิบปากกาเมจิกขึ้นมา เขียนบนกระดาษแข็งแผ่นใหม่ด้วยตัวอักษรใหญ่พอให้คนทั้งสองฝั่งเห็น
`ดีลตรวจสอบตัวตน`
แล้ววางมันไว้ใต้ป้ายห้ามสวมรอย
"อยากรู้ว่าใครปลอม" เธอพูด "ต่อคิวค่ะ"
ด้านนอก เสียงแผงสดร้างหัวเราะเบามาก
เบาจนเกือบเหมือนลม
แต่ใบเสร็จบนเคาน์เตอร์เย็นลงทันที
```text
คิวถัดไป: ความระแวง
```