“อะไรกัน…..ร่าง….ตกตำ่…...ที่นี่…..หาเจอ”
“ฉันพอใจ….แหม่ๆกล้าว่าคนอื่น….อุส่า….แค่นี้เหรอ”
เสียงสนทนาโทนแหลมสูงแทบแยกไม่ออกว่าใครเป็ใคร แต่ที่แน่ๆตาลุงนั้นไม่ได้ร่วมพูดคุยด้วยแน่ ที่ผู้มาเยื่อนบอกกับเรานั้นอาจจริงที่ว่า ผู้หญิงในรถเกวียนนั้นอาจจะเป็น้องป้าเกรซจริงๆก็ได้
“คิดว่าพวกเขาคุยอะไรกันอยู่?” ผมเอ่ยกับบลูส์ขณะกำลังยืนเงี่ยหูฟังอยู่ข้างกระโจม ถึงจะได้ยินไม่ชัดนัก แต่ก็พอดักเอาเสียงข้อความบางส่วนมาร้อยเรียงตีความไปเอง ที่ต้องมาแอบฟังแบบนี้ก็เพราะหลังจากเราทั้งคู่พาพวกเขาไปพบกับป้า แกก็ไล่ให้ผมกับบลูส์ออกมาข้างนอกทันทีทันใดเลย
“ไม่รู้สิขอรับนายท่าน” เ้ามดหยุดนึกอะไรอยู่ครู่ “นายท่านโตโต้ขอรับ”
“ว่า?”
“ท่านคิดว่าเธอเป็น้องของท่านป้าเกรซเกรซจริงหรือ?”
“แค่เกรซ...เห้อ...” ผมละหงุดหงิดกับนิสัยเสียของเ้านี่จัง “ดูจากภายนอกนะ ยังไงฉันก็ไม่เชื่อเด็กสาวโลลิแบบนั้นเธอดูแก่กว่าฉันแค่สัก ห้าหกปีได้มั้ง แต่ถ้าฟังจากการพูดจาท่าทางเหมือนว่า สองคนนั้นอายุไล่เลี่ยกันจริงๆ”
~~~~~~~~~~
ก่อนหน้านี้ไม่นาน..
ในครั้งแรกที่เราเห็นนั้น เธอมีทรวดทรงหุ่นร่างเล็กเอวบางเหมือนหญิงสาวอายุราว 15 - 16 ปี ในชุดเดรสสีดำแบบอังกฤษยุคกลาง เ้าหล่อนก้าวเท้าลงมาจากรถเกวียนโดยมีตาลุงพ่อบ้านแมลงสาบยื่นมือให้พยุงพร้อมกางร่มอีก หญิงสาววัยรุ่นตัวเล็กผมดำแต่ผิวพรรณขาวผ่องแลนุ่มนิ่ม น้องป้าเกรซมีลูกสาวน่ารักผิดแผกผ่าเหล่าแมงมุมขนาดนี้เลยงั้นเหรอ ดูยังไงก็มนุษย์ชัดๆ
ใช่แล้วตอนนั้นไม่มีทางเชื่อหรอก เราก็เลยยืนรอต้อนรับหวังพบหญิงรุ่นป้ามากกว่า เพราะอยากเห็นน้องป้าเกรซจริงๆ ว่าเธอหน้าตาเป็ยังไงแบบไหนถึงได้มีลูกสาวน่ารักๆขนาดนี้ได้ ความคิดนั้นดูเข้าท่าสุดมีโอกาสเกิดสุด และเป็ไปได้มากที่สุดแล้วบนโลกแปลกๆใบนี้
…..
เงียบกริบ
เอ๊ะหรือว่าเราต้องขึ้นไปพยุงแกลงมา ผมก็เลยถือวิสาสะปีนขึ้นเกวียนไป
“นั่นจะทำอะไรน่ะ!?” ตาลุงเซบาสร้องขึ้น
“ขอโทษครับ พอดีผมไม่เห็นเธอลงมาสักที ผมเลยคิดว่าผมอาจต้องขึ้นไปช่วยพยุงเธอลงมาหรือเปล่า เหมือนที่คุณพยุงลูกสาวเธอ ผมอยากแบ่งเบาน่ะครับ”
“อ๊ะหึ๊ๆ” หญิงสาวร่างน้อยยกมือบังริมฝีปากบางเล็ก นั่นเธอกลั้นหัวเราะผมอยู่ใช่รึเปล่า “เด็กมนุษย์นี่ตลกดีนะ”
หญิงสาวร่างเล็กชายตามองผมนัยย์ตาดำเธอดุจคำ่คืนไร้ดาว แต่กลับรู้สึกแจ่มใสเวลาได้พินิจ เธอทำเอาผมเคลิ้มเขิลไปครู่นั้น หญิงสาวเดินเข้ากระโจมไปพร้อมกับตาลุงเซบาส
เสียงเธอฟังคล้ายๆแม่เธอเลย ก็นะแม่ลูกกันนี่ ผมโพล่หัวเข้าไปในรถเกวียนปรากฎว่าไม่เจอใครเลย ไม่มีป้าอารัคเน่มีแค่ความว่างเปล่ากับเบาะนั้งนุ่มๆ
“งงวุ้ย ”
“โตโต้แกกับบลูส์มีงานอะไรก็ทำไปซะนะ ระหว่างที่ผู้ใหญ่เขาคุยกันอยู่ ก็ห้ามเข้ามาบกวนล่ะเข้าจั๊ย” ป้าเกรซร้องบอกมาจากข้างในกระโจม
เสียงผู้หญิงคนเมื่อกี้ฟังคล้ายเสียงป้าเกรซมาก พันธุ์กรรมกล่งเสียงมันถ่ายทอดข้ามรุ่นกันเลยนะเนี้ย
~~~~~~~~~~
ภายในกระโจม..
หญิงสาวผู้มาเยือนนั้งลงบนโต๊ะหินศิลาแลง กลางบ้าน โดยมีพ่อบ้านยืนเฝ้าประตูทางเข้าอยู่ ไม่ห่างนัก
"อะไรกัน ไม่น่าเชื่อว่าพี่จะพาตัวเองมาอยู่ในที่แบบนี้ได้ แล้วร่างนั่นมันคืออะไรน่ะ ตกตำ่ได้ขนาดนี้แล้วรึ พี่รู้มั้ยว่ากว่าฉันจะหาที่นี่เจอ" หญิงสาวกล่าว
“ฉันพอใจอยู่แบบนี้เองแหละ แหม่ๆกล้าว่าคนอื่นเนอะเธอน่ะ ” ป้าเกรซโพล่มาจากหลังม่าน "ที่อุส่าถ่อมาถึงนี่ เพื่อแค่บ่นให้ฉันฟังแค่นี้งั้นเหรอ?"
"จะไม่ให้บ่นได้ยังไงล่ะ 'เกรซ' ถามจริงใครคิดชื่อห่วยๆนี่กัน เ้าเด็กมนุษย์คนนั้นรึ? "
"เปล่า.. เป็พวกแมลงวัน"
"โฮ้ว.. มิน่า" หญิงสาวผู้มาเยือนเอ่ยต่อ "คือฉันมีเื่รบกวนพี่หน่อยน่ะ พี่รู้เื่ 'ัทมิฬ' มากแค่ไหน"
หญิงสาวประสานมือเท้าคาง ตามองตามพี่สาวเธอไม่กระพิบ ภายในใจเธอ้าที่จะได้ยินคำตอบรับตกลงจากปากพี่สาว อย่างคาดหวัง เพียงแต่กระนั้นก่อนการหว่านล้อมใครสักคนเราจึงต้องสร้างเื่ราวให้เขาตีความ และการตีความนั้นจะต้องมีประโยชน์ ต่อเขาเพื่อ อีกฝ่ายที่ถูกร้องขอเริ่มลังเล บางทีอาจถึงขั้นต้องใส่สีตีใข่แต่งเติมให้น่าเชื่อถือ
ป้าเกรซเดินอ้อมหลังน้องสาวมาหยุดลงตรงหน้าเธอ ป้ามองเข้าไปที่ั์ตา ดำเข้มของอีกฝ่ายแล้วัั ได้ถึงคำว่า 'เธอต้องรับคำขอนี่ฉันหวังมันอยู่' ป้าเกรซจึงมียอมนั้งลง ประมาณว่าลองฟังดูหน่อยก็ไม่เสียหายอะไรนี่ เธอจัดผ้ากันเปื้อนสีนำ้ตาลหมองเข้มแล้วดึงคอเสื้อที่หลวมโพรก ขึ้นปิดเนินอกจนมิด ไม่ใช่เพราะเขิลอายพ่อบ้านพลขับที่ยืนหันหลังบังประตู แล้วตาจ้องมามาทางเธอด้วยสายตาไร้อารมณ์ นั้นหรอกนะป้าเกรซเธอไม่ใช่ผู้หญิงเจี๋ยมเจี้ยม อะไรแบบนั้น แต่เพราะคอเสื้อเธอนั้นยานแล้วบางทีมันก็รัดด้านหลังคอเธอมากไป ราวว่ามันพ่ายแพ้เสียจนต้องโอนผ่อนตามทรงโตอันเกินศรีษะเด็กของเธอ ป้าคงรู้สึกหนักคอเวลาต้องก้มๆเงิยๆ ป้าเกรซนั้งท่าขาไขว้ห่างศอกข้างพิงพนักเก้าอี้หิน กิริยาผิดต่างกับน้องสาวผู้ดูเรียบร้อย
"ฉันรู้ว่าเ้า 'ัทมิฬ' อาศัยอยู่แถวๆบริเวณริมทะเลเหลือง ผิวมันนั้นดำสนิทจนแม้แสงอาทิต์ที่แรงแค่ไหนลองได้ส่องกระทบกลับไม่สะท้อนภาพมันเข้าตาใคร ผนวกเขาโค้งดำน่าเกรงขามนั้นและปีกอันมโหฬารที่เมื่อกางออก ก็สามารถทำให้โลกนี้เปลี่ยนเป็กลางคืนไปชัวร์นิรันดร์ เสียงคำรามมันดังโหยหวนะเืใจไปไกลได้หลายพันเมือง พลันเมื่อมันได้บินอยู่เหนือใครเขาคนนั้นจักแยกมิออกเลยว่า วาระสุดท้ายของโลกจักถูกพัดปลิวหายมิต่างเศษฝุ่นธุลีเอกภพ"
"ก็แล้วแต่กวีคนไหนจะเล่า แต่หลักๆก็ตามนั้น เ้านั่นดุร้ายมากมันอาละวาดพังทลายเมืองแถบทะเลเหลืองไปนับไม่ถ้วน เมืองที่ฉันอาศัยอยู่เองก็เป็หนึ่งในเหยื่อ "
"นี่จะมาขอที่อยู่กับฉันใช่มั้ย พักนี้อะไรกันมีแต่คนบ้านแตกมาหา ท ำไมไม่มีเงินกองโตๆหล่นมาทับเท้าฉันบ้างนะ"
"แค่ไม่กี่วันเองแต่นั้นไม่ใช่เื่ที่จะขอร้อง จริงๆ ฟังนะ" หญิงสาวพูดต่อแ่เบา "ฉันคิดว่าพี่สาวเราต้องอยู่เื้ัเื่นี้ "
"อะไรเธอคิดได้ยังไงเธอตายไปแล้วนะ" ป้าเกรซทำท่าตาโตไม่เชื่อรูหูตัวเอง
"จริงๆนะฉันได้กลิ่นเธอ ไม่รู้ว่านี้อาจเป็แผนที่เธอวางไว้ก่อนตายหรือใครมาสานต่อทายาท อสูร แต่ฉันคิดว่าต้องใช่แน่นอน" หญิงสาวยืนกราน
'ไร้สาระ' คือคำที่วนอยู่ในหัวป้าเกรซตอนนี้
"แต่ก่อนอื่นฉันมีงานหนึ่งให้พี่ทำ งานนี่ฉันรับมาระหว่างเดินทางจากอีกเมืองก่อนถึงที่นี่ ผู้คนที่โน้นนิยมชิ้นแมงป๋องมาก เรียกได้ว่าเป็ลัทธิยังได้ แต่เขาล่ากันหมดแล้ว ฉันเลยอยากได้คนไปล่ามันมาให้หน่อย"
"ฉันจะไปหาคนที่ไหนมา ฉันเลี้ยงแต่หนอนนะไม่ได้เลี้ยงทหาร "
"พี่ก็มีแล้วนี่ไง" หญิงสาวยิ้มแฉ่ง เธอเห็นโอกาศตรงหน้าเริ่มเป็ตัวเป็ตนแล้ว
"อ๋อ.. " ป้าเกรซนิ่งคิดอยู่ครู่ "งั้นฉันว่าเราคงต้องคุยกันเป็ภาษาเงินแล้วล่ะ" ป้าเกรซยิ้มตอบ
~~~~~~~~~~
ผมไม่รู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกันอยู่ตั้งนานแสนนาน ผมเบื่อที่จะแอบฟังแล้วมันเมื่อยเมื่อต้องยืนรอดักจับเอาคำมาตีความ
เ้าหญิงหูยาวเราเดินมาโน้นแล้วดูเธอเหนื่อยล้าเหงื่อไหลไครย้อย เชื่อมั้ยผมนึกภาพเ้าหญิงทำงานหนักอย่างสร้างเตียงไม้เอาไว้นอนไม่ได้ เพราะมันคงไม่นุ่มเสี้ยนก็เยอะไม่ถูกจริตเ้าหญิงหรอก แล้วยิ่งเป็บ้านด้วยผมรู้ดีเพราะเคยดู 'ทาร์ซาน' ผมชอบใช้กิ่งไม้และเศษถุงปุ๋ยมาทำบ้านต้นไม้เมื่อเลิกเรียน มันยากแค่ปีนต้นไม้พร้อมเอาข้าวของขึ้นไปด้วยก็นับว่ายาก พอทำออกมาก็ดูไม่เหมือนบ้านต้นไม้ด้วยซำ้ ผมภูมิใจกับบ้านที่สร้างเองได้ไม่นานนักเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ขณะกำลังมัดแผ่นไม้เพื่อทำเป็พื้น กิ่งไม้หลักที่พาดทุกอย่างร่วมทั้งที่ผมยืนอยู่มันก็เกิดหัก ผมได้ยินเสียงโป๊ะแล้วก็ภาพที่ดูเหมือนต้นไม้มันสูงขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นเป็ัั สุดท้ายก่อนผมจะตื่นลืมตาขึ้นบนเตียงผ้าเหม็นกลิ่นนำ้ยาล้างแผล
ผมเดินไปดูผลงานที่เธอสร้างมันสวยงามและซับซ้อนสุดๆ เธอใช้แค่เศษใบไม้กับกิ่งไม้แห้งแน่เหรอ เหมือนสร้างหลังคาบ้านอันใหญ่วางควํ่าดินไว้ แล้วเอาเศษไม้มาปักดินกั้นเป็ผนัง รูปทรงนี้ราวเป็ปีรามิดรูปร่างแปลกหากมองแต่บางมุม แต่ก็โค้งขึ้นคล้ายหน่อแรด เมื่อมองจากที่ไกล
บ้านที่เธอสร้างไม่ใช่แค่เอาใบไม้แผ่นใหญ่มาเสียบกิ่งไม้เหมือนเราๆเท่านั้น เธอผ่าและเหลาไม้ให้เป็แทงเรียวเล็กและยืดยุ่น สานเป็ตะแกรงไม้แล้วเอาเศษใบไม้หลายใบมาวางทับซ้อนไม่ให้มีรูว่าง จากนั้นประกบตะแกรงไม้สานอีกอัน มัดด้วยเชือกที่เธอทำให้แน่น ใช้ทำเป็หลังคาและประตูหน้าต่าง เธอเก่งเื่นี้มากกว่าผมเสียอีก
'เนฟริทิส' เดินกลับมาอีกครั้งในมือเธอถือพลั่วกับตะกร้าตักดินมาด้วย
"ยืนดูอะไรเ้างั่ง" เธอพูด
"นั้นเธอจะทำอะไรอีกน่ะ" ผมถาม
"ขุดดินสิเ้าโง่นอกจากโง่แล้วก็งั่งมีแค่นี้สินะสมองนาย"
เอ๊า คนก็ถามดีๆตอบกวนถ้าไม่เห็นว่าเป็ผู้หญิงนะ จะะโถีบตูดให้หน้าทิ่ม
ผมยังยืนดูอยู่ห่างๆไม่เอ่ยปาก เพราะอยากรู้เธอจะทำอะไรต่อ
ยัยหูยาวหัวเขียวผลักประตูเข้าไปในบ้านแล้วเปิดอ้าไว้อย่างนั้นผมได้แต่ชะเง้อ มองอยู่ไกลๆเพราะถ้าเดี๋ยวเข้าไปใกล้เธอจะหาเื่ด่าผมอีก สักพักหล่อนก็เดินกลับออกมาพร้ะกร้าที่มีดินใส่เต็มจนล้น หล่อนขุดดินเอาออกมาเทรอบๆบ้าน คราวนี้ผมทนอยากรู้อยากเห็นไม่ไหวจึงโพล่หัวเข้าไปดู พื้นในบ้านเธอเป็หลุมลึกลงไปจากพื้นที่ผมยืนไม่มานัก น่าจะเท่าเอว แล้วก็มีบันไดเอาไว้สำหรับเดินลง เธอทำเตียงยกสูงขึ้นเท่าหัวผม
"แอบมองอะไรเป็โรคจิตหรือไง" อยู่ดีๆเนฟริทิสก็มาโพล่ ยืนอยู่ข้างหลังผม ฝีเท้าเธอเงีนบมากเสียจนผมยังต้องใ
"อ๋อเปล่า.." ผมหันมองข้างในอีกรอบ "เธอนี่เก่งเนอะ"
หญิงสาวยืนทำหน้านิ่งอยู่ครู่ก่อนจะกระชากตัวผมออกมาจากตรงนั้น
"ใครใช้ให้นายมาแอบดูห้องของหญิงสาวร่างเล็กตัวคนเกียวอย่างนี้ห๊ะ"
เอ๊า ชมก็ดักหน้าก็ยังโดนด่าอีกตู
~~~~~~~~~~
ตกเย็น..
เราทุกคนรวมตัวกันข้างกระโจมบ้านป้าเกรซ ผมใช้ให้เ้าบลูส์ ก่อกองไฟขึ้นทำอาหาร โดยมีก้อนหินเอาไว้นั้งอยู่รอบไว้สามที่ ส่วนที่นั้งของป้ากับแขกของเธอเป็โต๊ะหินศิลาแลงที่ปูด้วยเศษใบไม้แห้ง พับแต่พอดีโต๊ะกับเก้าอี้ ถึงแม้โต๊ะกินข้าวกับครัวเราจะดูผจญภัย ๆไปหน่อย แต่ไม่เป็ผลอะไรนักกับพ่อบ้านประจำตัวน้องป้าเกรซ แกรับหน้าที่พ่อครัวปรุงอาหารมื้อนี้ให้พวกเรา
เ้าบลูส์ ถูกใช้ให้ไปเอาโต๊ะกับเก้าอี้ส่วนตัวของน้องป้าเกรซมา กางข้างๆโต๊ะหิน
"อยู่ยากนะเธอนี่ เมื่อกี้ยังนั้งได้อยู่เลย" ป้าเกรซกล่าวกับน้อง
"ก็ฉันเจ็บมันไม่้ป็นมิตรกับสะโพกฉัน" หญิงสาวผู้มาเยือนนั้งลงบนเก้าอี้ไม้สลักลายประณีต ที่เ้ามดเอามาให้
ไหงกลายเป็คนใช้ให้เธอวะ แก เป็ลูกน้องฉันไม่ใช่รึ
~~~~~~~~~~
หลังทานอาหารมื้อเย็นเสร็จ ผมกำลังจะลุกขึ้นไปเก็บจาน
"ไม่เป็ไรปล่อยให้เป็หน้าที่ฉันเอง คุณนายมีเื่จะคุยด้วยน่ะ" ลุงเซบาสเอ่ยกับผม
"ได้ข่าวว่ามีเด็กมนุษ ย์ที่จัดการแมงป๋องสามหางกับกิ่งก่าหงอนดินได้อาศัยอยู่เมืองนี้ ดูทางเด็กคนนั้นคงเป็เธอสินะ" น้องป้าเกรซพูดกับผม
"เอ่อ ก็ไม่ใช่ผมคนเดียวทั้งหมดหรอก"
"เหมือนกันแหละ น่า" เธอเอ่ยต่อ "มาเข้าเื่เลย ฉันอยากให้เธอไปล่าแมงป๋องให้ฉันหน่อยสักสามตัวถ้าสามหางทั้งหมดเลยก็ยิ่งดี"
" ห๊ะ! "
~~~~~~~~~~
" จะให้ไปฆ่าแมงป๋องสามหางถึงสามตัว!! " ผมใหล่นไปถึงตาตุ่ม " อำกันเล่นแล้วแบบนี้" แน่นอนว่าหูยังได้ยินชัดเจนดี
"ใช่สิฉันไม่ได้ล้อเล่น นะ" น้องป้าเกรซเอ่ยตอบ
" แกน่ะอยู่นี่กินข้าวฟรีอยู่ฟรีนานไปแล้ว ได้เวลาออกไปทำงานหาเงินมาให้ฉันซะที" ป้าเกรซกล่าวต่อว่งเสริมอีกที
" แต่ป้าครับ ผมก็ทำงานรับรถกับเลี้ยงหนอนให้ป้าอยู่นะ แถมก่อนหน้าก็เกือบตายคราวนี้สามตัว สามตัวคูณสามหางนั้นมันเก้าหางหกก้ามยี่สิบสี่ขาเชียวนะครับป้า ต่อให้มีแปดสิบแปดดวงผมก็ไม่โชคดีหรอกคราวนี้"
" แต่เขาไม่ได้ให้แกไปฟรีนะ" ป้าเกรซพูด
"แปดลีฟก็ไม่พอให้หรอกขอรับท่านป้า อย่าให้ท่านโตโต้ไปทำงานนี้เลย"เ้ามดเถียงช่วยผม
" ใช่บลูส์ อย่าให้ผมไปเลยนะ" ผมทำหน้ายังไงอยู่ไม่รู้ แต่มันไม่ได้กำลังยิ้มแย้มยินดีหรอก ป้าครับผมกลัวนะอย่าให้ผมไปเลย
" แล้วถ้าฉันให้สิบลีฟล่ะ คนละสิบลีฟ จ่ายก่อน สองลีฟ พวกนายจะเอายังไง" น้องป้าเกรซกล่าว
" นี้ไอ้สิบลีฟนี้คือสกุลเงินที่ใช้ที่นี่ใช่มั้ย มันใช้ซื้อผ้าคลุมนี่ได้เท่าไร" เนฟริทิสแทรกขึ้น เธอเอ่ยพร้อมจับผ้าคลุมที่เธอสวมอยู่
"ใครสนผ้าคลุมเธอกันยัยหูยาว" ผมเอ่ย
" ใคร้าความคิดเห็นนาย เธอบอกว่าคนละสิบแปลว่าถ้าฉันตกลงฉันก็ได้ แล้วอย่ามาเรียกฉันว่ายัยหูยาวด้วย"
"เหอะยัยหัวเขียว นี่เธอยังไม่รู้จักความน่ากลัวของแมงป๋องสามหางดีอย่าทำเป็เสนอตัวนักเลย"
"อะไรนะ…!!"
ก่อนที่ผมจะทะเลาะกับใครเพิ่มก็ถูกจัดบทโดยหญิงสาวผู้มาเยือน
" งั้นฉันแบ่งส่วนที่หามาได้สิบเปอร์เซ้น " น้องป้าเกรซพูด
" สามสิบเปอร์เซ็น" ป้าเกรซเอ่ยตอบ
" สิบห้าพอได้เต็มที่"
" ไม่เอาเต็มที่ต้องยี่สิบ"
" ได้.. ตกลง.. ค่าแรงคนละสิบลีฟมัดจำสองลีฟเพื่อใช้เตรียมหาอุปกรณ์ ถ้ารอดมาได้แบ่งชิ้นส่วนที่ได้มาฝั่งฉันแปดสิบฝั่งพี่ยี่สิบเปอร์ เซ้น "
"โถ่เอ้ยตกลงง่ายขนาดนี้รู้งี่เรียกสามสิบก็ดี" ป้าเกรซตัดเพ้อ
" เดี๋ยวสิคนับป้าตัดสินใจเองแบบนี้… "
"เงียบนะแกน่ะทำๆไปซะ เอาชิ้นส่วนมาให้ฉันขาย ส่วนเงินแกเอาไปได้"
" ดีล่ะไม่รู้หรอกนะว่าต้องไปล่าอะไร แต่ฉันเริ่มน่าสนใจแล้วสิ" เนฟริทิสกล่าว
" นายท่านข้าน้อยช่วยได้เท่านี้เอง" บลูส์ แตะไหล่ผมที่ยืนอยู่อย่างไร้เรี่ยวแรง
" อย่ามาจับฉัน" "ฉันจะล้มนายแทบไม่ได้ช่วยอะไรฉันเล๊ยบลูส์.. "
~~~~~~~~~~
โปรดติดตามตอนต่อไป
~~~~~~~~~~