เช้าวันต่อมา เฟิ่งอิงฮวาเดินไปหาหวงอันที่บ้านั้แ่เช้าเพราะอยากจะชวนอีกฝ่ายขึ้นเขาไปหาเก็บของป่าด้วยกัน แต่เมื่อมาถึงบ้านของสหายก็ต้องรู้สึกแปลกใจเพราะยามนี่ที่หน้าบ้านของหวงอันนั้นเต็มไปด้วยผู้คนที่มามุงอยู่เต็มไปหมด 'ทำไมคนเยอะจัง? หรือจะมีเื่อะไรเกิดขึ้นกับพี่หวงอันและครอบครัว?'
เฟิ่งอิงฮวากำลังจะเดินเข้าไปสังเกตุดูเหตุการณ์ก็ถูกหวงเจียลี่ที่รีบมาพร้อมกับมารดาเรียกรั้งไว้เสียก่อน ตามมาด้วยหวงเหมยและมารดาของนางก็มาถึงเช่นกัน ดังนั้นนางจึงได้เอ่ยถามกับทั้งสี่คนน่าจะดีกว่า
"เกิดอะไรขึ้นหรือเ้าค่ะ? ทำไมบ้านพี่อันอันถึงได้มีคนมามุงเยอะเช่นนี้ล่ะเ้าคะ?" นางเอ่ยปากถามด้วยความอยากรู้จริงๆ
"ข้าได้ยินคนพูดกันว่ามีคนจากบ้านของคู่หมั้นอันอันมาขอถอนหมั้นกับนาง ได้ข่าวว่าเ้าจื่อเฟิงคนนั้นไปทำคุณหนูจากในเมืองท้อง ดังนั้นครอบครัวจื่อที่แสนจะเห็นแก่ตัวจึงได้พากันแห่มาที่บ้านของอันอันเพื่อถอนหมั้นนางนะสิ เฮ๊อะ!! ชั่วช้ายิ่งนัก" หวงเจียลี่พูดขึ้นอย่างโมโห หลังจากที่ได้ยินข่าวนางและมารดาก็รีบพากันมาที่นี่เพราะเป็ห่วงหวงอัน
"ห๋าาา!! เช่นนั้นพี่อันอันคงจะเสียใจมากเลยสิเ้าค่ะ พวกเรารีบไปปลอบใจนางกันเถอะเ้าค่ะ" พูดจบเฟิ่งอิงฮวาก็ไม่ฟังใครอีก นางรีบวิ่งไปที่หน้าบ้านหวงพร้อมกับแหวกฝ่าจีนมุงทั้งหลายออกแล้วแทรกตัวเข้าไปในบ้านหวงด้วยความเป็ห่วงทันที
"พี่อันอัน ฮวาเออร์มาแล้ว!!!" เมื่อฝ่าฝูงชาวบ้านเข้ามาได้ เฟิ่งอิงฮวาก็เรียกหาหวงอันด้วยเสียงอันดังด้วยความเป็ห่วงจนครอบครัวหวงและครอบครัวของคู่หมั้นนางถึงกลับพากันหันมามองที่นางอย่างใทันที
เฟิ่งอิงฮวาหาได้สนใจสายตาของใครทั้งนั้น นางรีบวิ่งมายืนอยู่ข้างๆหวงอันที่กำลังยืนร้องไห้จนตาบวมแดงไปหมด เห็นเช่นนั้นเฟิ่งอิงฮวาก็รู้สึกสงสารสหายยิ่งนัก "พี่อันอันไม่ต้องร้องไห้แล้ว" จบคำพูดของเฟิ่งอิงฮวา หวงเหมยและหวงเจียลี่ก็ฝ่าจีนมุงเข้ามาถึงพวกนางแล้วเช่นกัน
"วันนี้อย่างไรข้าก็จะถอนหมั้น บุตรสาวของเ้าหาได้คู่ควรกับอาเฟิงบ้านข้าไม่ อีกอย่างวันนี้อย่างไรพวกเ้าก็ต้องคืนของหมั้นให้แก่บ้านจื่อของข้า ไม่เช่นนั้นข้าก็จะไม่ยอมเช่นกัน!!" นางหูซื่อมารดาของจื่อเฟิงยืนเชิดหน้าพูดขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจบ้านหวงเลยสักนิด
"ข้าไม่คืน!! ทำไมข้าจะต้องคืนในเมื่อผู้ที่ผิดสัญญาเป็พวกเ้า และเป็พวกเ้าอีกเช่นกันที่เป็ฝ่ายมาขอยกเลิกสัญญาหมั้นหมายจากพวกเรา" นางหวังซื่อมารดาของหวงอันก็ตอบกลับไปอย่าไม่ยินยอมเช่นกัน นางจะไม่ยอมเสียเปรียบให้แก่คนเห็นแก่ตัวอย่างพวกบ้านจื่อเป็อันขาด
"หึ!! บ้านหวงของพวกเ้าช่างหน้าไม่อายยิ่งนัก ผู้ชายเขาไม่เอาแล้วยังจะหน้าหนาไม่คืนของหมั้นอีกหรือ?" นางหูซื่อก็ตอบกลับอย่างไม่คิดจะยอมง่ายๆ
"ฮ่าฮ่าฮ่า!!! เป็บ้านจื่อของเ้ามากกว่ากระมังที่หน้าหนา ไปทำสตรีในเมืองท้องแล้ววิ่งแจ้นมาขอถอนหมั้นกับบุตรสาวข้า ริเข้าหอก่อนแต่งเช่นนี้คิดว่าตนเองเป็สุภาพบุรุษนักหรือยังไง ถุยยย!! เ้าลูกเต่าไร้ยางอาย อยากได้ของหมั้นคืนอย่างนั้นหรือ? หากพวกเ้ามีความสามารถมากนักก็ไปฟ้องทางการซะสิ" นางหวังซื่อก็ด่ากลับไปอย่างไม่ไว้ไมตรีเช่นกัน
ทางด้านบ้านจื่อก็พากันหน้าเสียขึ้นมาทันทีเพราะไม่คิดว่าเื่นี้จะมีผู้อื่นล่วงรู้ ทั้งๆที่พวกเขาต่างก็ปิดปากเงียบไม่มีใครปริปากออกมาแม้แต่คนเดียว แล้วบ้านหวงรู้เื่นี้ได้อย่างไร?
"หึหึ!! แปลกใจหรือว่าพวกข้ารู้เื่โสมมของบุตรชายเ้าได้อย่างไร? ฮ่าฮ่าฮ่า…นังหูซื่อเอ๋ย เ้าลองไปถามบุตรสาวของพวกเ้าดูสิ นางเล่นป่าวประกาศไปทั่วว่าตนเองกำลังจะได้พี่สะใภ้ที่ร่ำรวยและกำลังจะมีหลานให้บ้านจื่อของพวกเ้าได้อย่างภาคภูมิใจในความชั่วช้าของชายหญิงคู่นี้ไปทั่วแล้ว" นางหวังซื่อพูดออกมาเพื่อหวังประจานจื่อเฟิงและคนบ้านจื่อให้อับอายกลับบ้านเช่นกัน
นางหูจื่อหรือจะคาดคิดว่าจะเป็บุตรสาวของบ้านนางเองที่เป็คนพูดเื่นี้ออกไป เมื่อถูกนางหวังซื่อด่ากลับมาเช่นนี้ในใจก็พลอยอึดอัดอย่างนึกโมโหในความโง่งมของบุตรสาว และเพื่อเป็การไม่ให้เื่ฉาวนี้ล่วงรู้ไปถึงหูของบิดามารดาของฝ่ายหญิง นางจึงจำใจกัดฟันยอมทิ้งของหมั้นไปอย่างแสนจะเสียดาย
"ได้!! ของหมั้นข้ายอมยกให้พวกเ้าก็ได้ แต่หนังสือสัญญาหมั้นหมายเ้าต้องคืนให้พวกข้า" นางหูซื่อยังคงยืนเชิดหน้าพูดขึ้นเสียงดังอยู่เช่นเคย
เฟิ่งอิงฮวายืนฟังทั้งสองฝ่านด่าทอกันอยู่ข้างๆหวงอันเงียบๆ มือก็คอยลูบหลังปลอบนางอย่างสงสารและเห็นใจ เมื่อบ้านหวงคืนสัญญาหมั้นหมายแล้ว บ้านจื่อก็พากันยกโขยงออกไปด้วยความไม่พอใจ เมื่อเห็นว่าที่นี่ไม่มีอะไรแล้ว ชาวบ้านก็พากันแยกย้ายกันกลับบ้านของตนไป
เื่ที่เกิดขึ้นนี้ถือว่าได้สร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้านในหมู่บ้านหวงินี้อย่างไม่อาจกล่าวเลยทีเดียว อย่างที่รู้ๆกันว่าคนในหมู่บ้านนั้นต่างก็ใช้แซ่หวงเกินครึ่งหมู่บ้านไปแล้ว ทุกคนต่างก็ล้วนเป็เครือญาติกันเสียส่วนใหญ่ เมื่อมีคนต่างหมู่บ้านมากระทำเช่นนี้กับเด็กสาวในหมู่บ้าน พวกเขาจะยอมได้อย่างไร?
"อันเออร์ ลูกไม่ต้องร้องไห้แล้ว ถอนหมั้นกับเ้าคนโสโครกนั่นไปได้ก็ย่อมดีแล้ว โชคดีของเ้าแล้วไม่ต้องเสียใจนะลูก" นางหวังซื่อหันมาพูดปลอบใจบุตรสาวด้วยความปวดใจ ในใจนางสงสารบุตรสาวของนางยิ่งนัก เดิมทีการหมั้นหมายในครั้งนี้นางและสามีก็หาได้พอใจไม่ แต่เป็เพราะพ่อของสามีที่เป็สหายกับผู้เฒ่าจื่อ เื่หมั้นหมายจึงถูกชายชราทั้งสองฝั่งตกลงกันขึ้นมา
มาถึงวันนี้ที่อีกฝ่านเดินทางมาขอถอนหมั้น ในใจของนางหวังซื่อรู้สึกทั้งโล่งใจและสงสารบุตรสาวที่ต้องมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้ อีกทั้งยังหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกชาวบ้านนินทา แม้จะสงสารแต่เื่มันก็เกิดขึ้นแล้ว ตอนนี้ความรู้สึกของอันเออร์ของนางนั้นสำคัญที่สุด
"ฮึกๆ อึก…ท่านแม่ อันเออร์ไม่ได้เสียใจที่ถูกยกเลิกการหมั้นหมายนี้ เพราะอันเออร์ก็หาได้มีใจให้กับเ้าสารเลวจื่อเฟิงนั่น แต่ที่อันเออร์เสียใจเพราะคนพวกนั้นมาชี้หน้าด่าท่านพ่อท่านแม่และครอบครัวของเราโดยที่อันเออร์ช่วยอะไรไม่ได้เลย ฮือๆ" หวงอันพูดขึ้นทั้งที่ยังร้องไห้อยู่ นางเสียใจจริงที่ช่วยเหลือครอบครัวไม่ได้
"เฮอะ!!! เื่เช่นนี้หาได้ต้องให้เ้าลำบากไม่ แม่คนเดียวก็จัดการกับนางได้สบายๆอยู่แล้ว ดีเท่าไรแล้วที่แม่ไม่ตบปากเอาเืนางมาล้างเท้าซะ เ้าไม่ต้องโทษตัวเองอีกแล้ว เื่นี้หากจะมีผู้ใดผิดก็ต้องเป็พวกสารเลวบ้านจื่อนั่นต่างหากเล่า" นางหวังพูดขึ้นอย่างโมโห
"น้องสาว เ้าไม่ต้องเสียใจหรอก หากมีโอกาสพี่จะต้องเอาคืนคนพวกนั้นให้สาสมอย่างแน่นอน" หวงลู่หลิ่งพูดขึ้นมาอย่างเจ็บแค้นเช่นเดียวกัน เขาจะไม่ยอมให้เ้าจื่อเฟิงนั่นมาทำให้น้องสาวของเขาต้องเสียชื่อเสียงฝ่ายเดียวอย่างแน่นอน
"อันเออร์ เป็ปู่เองที่ผิดต่อหลาน ปู่ขอโทษนะอันเออร์" ท่านปู่หวงห่าวซวนก็พูดขึ้นมาอย่างรู้สึกผิดต่อหลานสาวมากจริงๆ
"พวกเราไม่มีใครผิดเลยเ้าค่ะ อันเออร์โชคดีแล้วที่ได้ถอนหมั้นกับเ้าคนชั่วนั่นได้ ท่านปู่ไม่ต้องขอโทษอันเออร์เลยเ้าค่ะ" หวงอันพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มอ่อน
"ขอบใจพวกเ้าทั้งสามคนด้วยที่เป็ห่วงข้า ข้าไม่เป็อะไรแล้วล่ะ" หวงอันหันมาพูดกับสหายทั้งสามคนที่ตอนนี้ยังยืนเกาะแขนของนางซ้ายขวาด้วยความเป็ห่วง เห็นเช่นนี้แล้วหัวใจของนางก็พลันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา
"ไม่เป็ไรเลย พวกเราเป็สหายของเ้านี่นา" หวงเจียลี่พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มอ่อน
"เดี๋ยวข้าจะหาวิธีแก้แค้นให้กับเ้าเอง" หวงเหมยพูดขึ้นมาอย่างหมายมาด เ้าจื่อเฟิงนั่นบังอาจมาทำให้ชื่อเสียงของสหายนางเสียหาย เช่นนั้นนางจะต้องคิดหาวิธีเอาคืนเ้าขยะนั่นให้จงได้
"พี่อันอัน หากท่านไม่อยากออกเรือนก็มาอยู่กับข้าได้เลย ข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง!!" เฟิ่งอิงฮวาพูดขึ้นอย่างจริงจัง
แต่คนอื่นๆที่อยู่ที่ตรงนี้กลับพากันหันมามองเฟิ่งอิงฮวาด้วยความตกตะลึง สายตาของแต่ล่ะคนที่มองมาเหมือนกับจะบอกว่านางเป็หญิงสาวที่แปลกประหลาดอย่างไรอย่างนั้น ผู้คนในยุคนี้ไหนเลยจะคิดเช่นนั้นกัน! หากหญิงสาวบ้านไหนไม่ได้ออกเรือนไปคงได้กลายเป็ที่นินทาจนจมธารน้ำลายของชาวบ้านเป็แน่
ส่วนเฟิ่งอิงฮวาไหนเลยจะเข้าใจความคิดของพวกเขากัน นางมาจากยุคปัจจุบันที่สังคมเท่าเทียมกัน ซึ่งนางเองก็ลืมคิดไปว่าผู้คนในยุคนี้ล้วนยึดติดกับหน้าตาและชื่อเสียงเป็ที่สุด เมื่อมองเห็นท่าทางไม่เป็ธรรมชาติของแต่ล่ะคนและสายตาที่มองมาที่นางก็ดูแปลกๆชอบกล
ฉับพลันนั้นนางก็นึกขึ้นมาได้ว่าที่นี่หาใช่ยุคที่นางจากมา!! ดังนั้นหญิงสาวจึงรีบฉีกยิ้มแหย๋พร้อมกับรีบพูดขึ้น "เอ่อ...ข้าแค่พูดเล่นนะเ้าค่ะ แหะๆ คือว่า…ข้าแค่ไม่อยากเห็นพี่อันอันเสียใจเท่านั้นเองนะเ้าค่ะ"
ได้ยินคำพูดของเฟิ่งอิงฮวา ทุกคนต่างก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกที่นางเพียงแค่พูดให้คลายความเศร้าเท่านั้น
"ข้าใหมดเลย เสี่ยวฮวา…ทีหลังเ้าห้ามพูดเช่นนี้อีกนะ" หวงเจียลี่พูดขึ้นก่อนจะหันหน้าไปหาหวงอัน "อันอัน วันนี้พวกข้ากลับก่อนนะ หากเ้าไม่สบายใจก็ไปหาพวกข้าได้ตลอดเลย"
"อืม ขอบใจพวกเ้ามาก" หวงอันยิ้มให้กับสหายทั้งสามก่อนจะเดินไปส่งพวกนางทั้งสามคนที่หน้าประตู
ส่วนเฟิ่งอิงฮวา หวงเจียลี่และหวงเหมย หลังจากบอกลาคนบ้านหวงแล้วก็พากันเดินพูดคุยมาตามถนนก่อนจะพากันแยกย้ายกลับบ้านของตนเองไป