เฟยเฟย ตื่นเต้นและประหม่าในเวลาเดียวกัน เมื่อสาวใช้พาเธอไปสู่พิธีแต่งงานกับชิงอ๋อง เธอไม่รู้เลยว่าชีวิตของเธอกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปในทางไหน งานแต่งงานครั้งนี้ถูกกำหนดโดยสองครอบครัวั้แ่เธอยังเด็ก ในปีนี้ ชิงอ๋องอายุ 23 ปี ในขณะที่โม่ฟางเฟยอายุ 16 ปี การเป็เ้าสาวในยุคโบราณทำให้เธอรู้สึกแปลกไปจากชีวิตที่เธอคุ้นเคยในยุคปัจจุบัน แต่เฟยเฟยพยายามทำตัวไหลไปตามน้ำ เดินเข้าสู่งานแต่งด้วยความสงบเสงี่ยม เพื่อดูสถานการณ์และสำรวจว่าตัวเองจะเอาตัวรอดได้อย่างไร งานแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และมีผู้คนมากมายมาร่วมเป็สักขีพยานในพิธีที่ดำเนินการอย่างเต็มพิธีรีตอง สมฐานะของทั้งสองตระกูลที่มีอำนาจและทรัพย์สินมากมาย
แม่สื่อจูงมือเ้าสาวที่ถูกคลุมด้วยผ้าแดงไปหาเ้าบ่าว เฟยเฟยแอบชำเลืองมองชิงอ๋องจากใต้ผ้าคลุมหน้า พร้อมคิดในใจว่า "หล่อระดับเทพ" ผ้าแดงถูกส่งมาให้เธอจับคนละด้านกับชิงอ๋อง พิธีการแต่งงานในยุคโบราณนั้นเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และประเพณีที่ปฏิบัติกันมายาวนาน ก่อนจะเริ่มพิธีการ เ้าสาวและเ้าบ่าวต้องสวมชุดแต่งงานที่หรูหรา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็ชุดสีแดงสด ที่แสดงถึงความโชคดีและความรุ่งเรือง เมื่อทั้งคู่พร้อมแล้ว แม่สื่อจะเข้ามาจูงมือเ้าสาวไปหาเ้าบ่าว โดยมีผ้าคลุมหน้าสีแดงปกปิดใบหน้าของเ้าสาวไว้
เมื่อเ้าบ่าวและเ้าสาวยืนคู่กัน แม่สื่อจะยื่นผ้าแดงยาวที่เรียกว่า "ผ้าแดงคู่ใจ" ให้ทั้งคู่จับคนละด้าน จากนั้นทั้งสองจะต้องก้าวเดินไปพร้อมกัน เพื่อแสดงถึงการก้าวเข้าสู่ชีวิตคู่ที่ร่วมมือกัน ทุกก้าวที่เดินไปนั้นเป็สัญลักษณ์ของการก้าวผ่านอุปสรรคและปัญหาร่วมกัน
พิธีการเริ่มขึ้นด้วยการคำนับฟ้าดิน ซึ่งเป็การแสดงความเคารพต่อเทพเ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จากนั้น ทั้งคู่จะต้องคำนับพ่อแม่และผู้ใหญ่เพื่อแสดงความกตัญญูและความเคารพสุดท้าย ทั้งเ้าสาวและเ้าบ่าวจะต้องคำนับกันเอง เป็การแสดงความเคารพและความยอมรับซึ่งกันและกัน การคำนับนี้ถือเป็การประกาศให้ทั้งโลกทราบว่าทั้งสองได้กลายเป็คู่ชีวิตอย่างเป็ทางการ พิธีสุดท้ายคือการส่งเข้าเรือนหอ เฟยเฟยถูกพามานั่งรอที่เตียง เธอแอบมองลอดผ้าคลุมหน้าเ้าสาวดูรอบๆ พลางคิด จะเอาตัวรอดยังไงดี บอกเขาไปตรงๆ ว่ามาจากโลกอนาคต เป็สาวยุค 2024 เค้าจะเชื่อเหรอ ? บ้าไปแล้ว! หรือ จะแกล้งเป็ประจำเดือน ตีเขาให้สลบ หรือจะยอมๆ ไป หล่อขนาดนี้ไม่น่าจะขาดทุนนะ ระหว่างนั่งคิด เ้าบ่าวของเธอก็เดินเข้ามาพอดี เธอมองเห็นแค่ปลายเท้าของเขาเพราะยังคลุมผ้าแต่งงานอยู่ ทันใดนั้นเขาก็พูดกับเธอว่า
"เ้าก็รู้ว่าข้ารังเกียจเ้า ข้าไม่มีวันที่จะร่วมหอกับเ้าแน่นอน ผู้หญิงที่ไม่มีศีลธรรม ใช้อำนาจข่มเหงผู้อื่นตามใจ ข้ารังเกียจยิ่งนัก"
เฟยเฟย งุนงง ขณะเดียวกันก็โมโหเืขึ้นหน้าเธอตัดสินใจดึงผ้าคลุมหน้าออกทันที เดินตรงไปหาเขาด้วยท่าทางที่ไม่แสดงถึงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ใบหน้าของเธอแสดงออกถึงความมั่นใจและความโกรธเกรี้ยว ดวงตาของเธอจ้องมองชิงอ๋องอย่างไม่หลบสายตา เธอกวาดตามองั้แ่หัวจรดเท้า เหมือน้าจะประกาศให้รู้ว่าเธอไม่กลัวและไม่ยอมแพ้ต่อคำดูถูกของเขา
เสียงของเฟยเฟยเข้มแข็งและชัดเจน "อย่าคิดว่าท่านหล่อแล้วจะได้แอ้มข้าง่ายๆ นะ ข้าเองก็มีศักดิ์ศรี ฆ่าได้หยามไม่ได้" คำพูดนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ชิงอ๋องอึ้งงัน แต่ยังทำให้เขาต้องตั้งคำถามกับตัวเองอีกด้วย ท่าทางและคำพูดของเฟยเฟยไม่เหมือนกับโม่ฟางเฟยที่เขาเคยรู้จักมาก่อน
โดยปกติ โม่ฟางเฟยที่เขารู้จักจะตามตอแยเขาไม่หยุดหย่อน และใช้ความหึงหวงทำให้เกิดความวุ่นวาย เธอชอบสั่งลงโทษผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้เขา ส่วนคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอและพูดจาอ่อนหวาน แต่เป็ผู้หญิงที่กล้าหาญและมั่นคง นางเหมือนไม่ใช่โม่ฟางเฟยที่เขารู้จักมาตลอด ความสงสัยในใจของเขาเริ่มก่อตัวขึ้น เมื่อมองเฟยเฟยที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาด้วยความมั่นใจและไม่ยอมแพ้
ชิงอ๋องพยายามรักษาท่าทางนิ่งสงบ เขาก้าวเข้าไปใกล้เฟยเฟยมากขึ้น ดวงตาของเขาจ้องมองเธออย่างค้นคว้า "เ้าคิดว่าคำพูดของเ้าจะทำให้ข้าเปลี่ยนความคิดที่มีต่อเ้าหรือ?" เขาถามด้วยเสียงที่เบาแต่เข้มแข็ง
เฟยเฟยไม่ยอมแพ้ เธอยืดตัวตรงและตอบกลับไปด้วยเสียงที่ชัดเจน "ข้าไม่ได้้าให้ท่านเปลี่ยนความคิด ข้าแค่้าให้ท่านรู้ว่าข้าไม่ใช่ผู้หญิงที่ท่านจะรังเกียจและข่มเหงได้ง่ายๆ ข้าจะไม่ยอมแพ้ให้กับคำดูถูกของท่าน"
ชิงอ๋องยืนฟังด้วยความสนใจ ความกล้าหาญของเฟยเฟยทำให้เขารู้สึกถึงความท้าทาย เขาไม่เคยพบผู้หญิงที่กล้าพูดตรงๆ และมีศักดิ์ศรีเช่นนี้มาก่อน "เ้าไม่กลัวข้าเลยหรือ?" เขาถามพลางขมวดคิ้ว
เฟยเฟยตอบกลับด้วยเสียงมั่นคง "ข้าแต่งงานตามชะตากรรมของข้า ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาดูถูกข้า ไม่ว่าท่านจะเป็ใครก็ตาม"
ชิงอ๋องได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มบางๆ "เ้าเป็ผู้หญิงที่แปลกและน่าสนใจ แต่ข้าจะไม่ยอมรับเ้าได้ง่ายๆ เราจะได้เห็นกันว่าความกล้าหาญของเ้าจะสามารถยืนหยัดได้นานแค่ไหน"
ทั้งสองยืนมองกันและกันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย บรรยากาศในห้องเงียบงัน แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
สักพัก เฟยเฟย เดินกลับไปนั่งตั้งสติที่โต๊ะตรงกลางห้องที่เงียบสงบ เธอรวบรวมความคิดจนเกิดเป็ไอเดีย จากประสบการณ์ที่ดูซีรีส์มาอย่างโชกโชนสิ่งที่เธอคิดได้คือ การทำสัญญาการแต่งงาน เพื่อให้ระยะเวลาที่อยู่ที่นี่เธอกับตาขี้เก๊กนี่อยู่ร่วมกันโดยสันติ และระหว่างนั้นเธอจะหาวิธีกลับไปยังยุคปัจจุบัน แต่ว่าจะโน้มน้าวตาขี้เก๊กนี่ยังไงดีนะ ในขณะที่เธอกำลังครุ่นคิด ชิงอ๋องก็กำลังก้าวเท้าจะเดินออกจากห้อง เธอรีบวิ่งไปขวางแล้วพูดขึ้นว่า
“ท่านอยู่ก่อน ข้ามีเื่จะพูด” เฟยเฟยกล่าว
ชิงอ๋องหยุดแล้วมองเธอด้วยสายตาสงสัย “เ้า้าอะไรอีก”
“ข้ารู้ว่าท่านไม่พอใจข้า และข้าเองก็ไม่พอใจท่าน แต่คืนนี้เราต้องอยู่ห้องเดียวกัน ข้าไม่ใช่คนที่จะบังคับฝืนใจใคร เอาเป็ว่าท่านนั่งลงก่อน ข้าจะอธิบายสัญญาให้ท่านฟัง”
ชิงอ๋องหัวเราะเบาๆ “ทำไมข้าต้องฟังเ้า”
เฟยเฟยยืนกอดอกแล้วตอบอย่างมั่นใจ เธองัดกลยุทธ์การเจรจาต่อรองมาใช้ทันที “เพราะข้าเป็ฮูหยินของท่าน หากท่านออกไปตอนนี้ คนจะมองว่าท่านไร้น้ำยา มิสู้เราแกล้งทำเป็อยู่ด้วยกัน หาทางอยู่ร่วมกันแบบสันติวิธีดีกว่า”
“เ้าอยากทำอะไร” ชิงอ๋องถามด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ
“เรามาเซ็นสัญญากัน” เฟยเฟยตอบ
“เซ็นคืออะไร” ชิงอ๋องสงสัย
“เซ็นมาจากคำว่า signature เอาเป็ว่าท่านไม่ต้องรู้ รายละเอียดมันซับซ้อน เรามาทำสัญญาอยู่ร่วมกันดีกว่า” เฟยเฟยกล่าว
ชิงอ๋องนั่งลงอย่างไม่เต็มใจ “เ้าว่ามา”
เฟยเฟยเริ่มอธิบาย “ข้าจะเป็คนพูด ท่านเป็คนเขียน ข้าขอบอกท่านตรงๆ ว่าข้าใช้พู่กันไม่เป็”
ชิงอ๋องมองเธอด้วยสายตาดูถูก “เ้าช่างไม่เอาไหน”
เฟยเฟยไม่สนใจและเริ่มพูด “ข้อแรก เราจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันทางพฤตินัย”
ชิงอ๋องยกคิ้วขึ้น “พฤตินัยคืออะไร เ้าพูดจาประหลาด”
“หมายถึง เราจะไม่ร่วมหอกันเด็ดขาด” เฟยเฟยอธิบาย
ชิงอ๋องพยักหน้าเห็นด้วย
“ข้อสอง ต่อหน้าคนอื่นเราจะให้เกียรติกัน” เฟยเฟยพูดต่อ
ชิงอ๋องฟังอย่างตั้งใจ
“ข้อสาม ท่านสามารถมีอนุได้ตามที่้า”
ชิงอ๋องเลิกคิ้วสูงมองดูหน้านาง
“ข้อสี่ ไม่ยุ่งเกี่ยวเื่ส่วนตัวกัน” เฟยเฟยกล่าวเสร็จ
ชิงอ๋องยิ้มเล็กน้อย “ข้าไม่มีอะไรเพิ่มเติม”
เฟยเฟยยิ้มอย่างพอใจ “ท่านเห็นด้วย เราก็มาทำสัญญากัน”
ชิงอ๋องพยักหน้า” ตกลงตามนี้ ข้าต้องรักษาหน้าของสองตระกูล เราจึงต้องทำตามที่เ้าว่า”
ทั้งสองลงลายมือในสัญญา เมื่อทั้งสองเซ็นสัญญาเสร็จ เฟยเฟย ก็เดินไปตรงหน้าชิงอ๋องแล้วกล่าวว่า
เฟยเฟย : “ท่านอ๋องช่วยถอดมงกุฎหงส์ให้ข้าทีข้าถอดเองไม่ได้”
ชิงอ๋อง : “ทำไมข้าต้องทำ”
เฟยเฟย: “ท่านคิดดูนะวันนี้เราสองคนคงไม่นอนร่วมเตียงเดียวกันใช่หรือไม่ ข้าเองจะเป็คนที่สละตนเองไปนอนตรงมุมด้านนู้น ข้าจะให้ท่านนอนสบายๆ บนเตียง เพียงแค่ท่านช่วยข้าถอดไอ้นี่ที” เฟยเฟยชี้ไปยังมงกุฎหงส์บนหัวนาง
ชิงอ๋องไม่พูดอะไรแล้วเดินไปถอดด้วยความลำคาน ขณะถอดมงกุฎเกี่ยวผมเฟยเฟย เธอร้องลั่น “เบาๆ สิท่านอ๋องข้าเจ็บนะ” อ๋องชิงตอบ “นี่ก็เบาที่สุดแล้ว เ้าอย่าขยับสิเดี๋ยวมันเจ็บ” คนรับใช้ที่เฝ้าหน้าเรือนหอถึงกับพากันหน้าแดง เพราะไม่มีใครคาดถึงว่า อ๋องชิงผู้เงียบขรึม รุนแรงกับฮูหยินได้เพียงนี้
เมื่อถอดมงกุฎเสร็จเฟยเฟยก็เดินไปหยิบผ้าห่มแล้วล้มตัวลงที่โต๊ะตรงมุมห้อง แล้วบ่น “ข้าเคยนอนแต่ที่นอนแบบนุ่มสบายไม่เคยนอนแข็งๆ แบบนี้เลย ชีวิตแต่งงานทั้งทีสามีก็ให้นอนเก้าอี้แข็งๆ” ชิงอ๋องทำท่าไม่ได้ยินแล้วล้มตัวนอนทันที
เฟยเฟย “-----"