เกือบจะครึ่งชีวิตที่อยู่ร่วมกันมาที่เขาไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอกําลังพูดอยู่เสียด้วยซ้ำซอว์เยอร์ชอบพูดอะไรพึมพำขณะทํางานไปพลางดูเหมือนเขาจะเข้าใจอยู่คําเดียวคือคําว่า “ด๊อกไฟท์” และเหตุผลเดียวที่ทําให้เขาเข้าใจคํานี้ก็เพราะซอว์เยอร์จับให้เขานั่งดู“ท้อป กัน” ถึงห้ารอบ
เขาถึงกับสะดุ้งสุดตัวตอนที่ภรรยาซึ่งกําลังครรภ์แก่ใกล้คลอดลูกแฝดทั้งสองนี้อยู่แล้วประกาศออกมาว่าเธออยากไปดูงานแสดงนิทรรศการด้านการบินที่มีชื่อว่า “ฟาร์นเวิร์ธ แอร์ โชว์”ในอังกฤษ
และเมื่อกลับมาเขาก็แทบจะอยู่กินกับเธอต่อไปไม่ได้เพราะเธอชวนคุยแต่เื่เครื่องบินมิก-29 ที่สร้างความประทับใจให้เกิดขึ้นอย่างมากเพราะสามารถบินขึ้นจากพื้นดินได้โดยตรงขณะไต่เพดานบินและหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศสูงจากพื้นโลกประมาณสี่พันฟุตก่อนจะลอยลําในลักษณะถอยหลังลง
เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าตนเองจะได้มาแต่งงานกับภรรยาที่เป็ผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะในเื่ “แอร์โร่ไดนามิค”...คุณพระช่วย เพียงแค่ชื่อมันก็ยากที่จะออกเสียงเสียด้วยซ้ำ
“เอาละ เสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะลูกเอาไปอวดเอลเลนในครัวไป๊โจซี่”
“แคธี่ล่ะ” อดัมขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ“ทําไมถึงยอมให้ตุ๊กตาโจซี่ง่าย ๆ อย่างนี้ล่ะ”
“นั่งกินคุ้กกี้อยู่ในครัวแน่ะ” ซอว์เยอร์ยิ้มให้สามี “เอาละฉันเห็นจะต้องลงมือทํางานต่อเสียที คุณช่วยจัดการเื่อะไร ๆ ให้หน่อยได้ไหมฉันหมายถึงทุกอย่างเลยนะ”
“เฮ้...ทำไมมันง่ายยังงั้นล่ะผมน่ะรู้จักวิธียื่นขนมกับคุ้กกี้ให้แม่จอมยุ่งทั้งสองนั่นเท่า ๆ กับคุณนั่นแหละแถมยังเย็บตุ๊กตาแล้วก็เปิดเครื่องกระป๋องเป็อีกด้วยแต่คุณลืมไปแล้วหรือยังไงว่ายังมีเอลเลนอยู่ในครัวอีกทั้งคน”
“อ้าว...ก็คุณเป็เ้านายใหญ่ในบ้านนี้นี่”ซอว์เยอร์ยิ้มเยื้อน มือแตะที่โทรศัพท์แต่ดวงตาจับอยู่ที่บลูพริ้นท์
“ทำงานดีกว่า” อดัมว่า
เขารู้ว่าถึงพูดไปก็เปลืองแรงเพราะขณะนี้ซอว์เยอร์ตกอยู่ใต้มนต์สะกดของบลูพริ้นท์นั่นแล้วเขาเดินกลับไปยังโต๊ะเขียนแบบของตัวเองที่เขียนการ์ตูนล้อประธานาธิบดีบุชค้างไว้เขาเคยเป็คนที่สามารถเขียนการ์ตูนล้อการเมืองได้อย่างเ็ปที่สุดคนหนึ่ง...
มันเป็บ้านหลังที่สวยงามมาก อาจจะกล่าวได้ว่าสวยที่สุดบนเกาะฮาวายทีเดียว พุ่มหนาทึบของฮิบิสคัสเขียวขจีประดับด้วยดอกสีม่วงสดใสสลับด้วยพลูเมเรียที่ดอกส่งกลิ่นหอมหวานรายล้อมอยู่โดยรอบมะเดื่อต้นมหึมาทำหน้าที่ต่างร่มั์กางกั้นให้ร่มเงาอยู่เหนือประตูรั้วเหล็กเก่าแก่ด้วยกาลเวลาอันเป็ทางเข้าสู่อาณาเขตที่ดินของแม็กกี้กับแรนด์เนลสัน
ทางรถวิ่ง ทอดตัวคดเคี้ยวราวงูั์ ซึ่งในที่สุดก็แผ่ตัวกว้างและโค้งเป็วงกลมนั้นมีต้นปาล์มขนาดใหญ่ปลูกรายเรียงไว้ทั้งสองฟากเป็ทิวร่มครึ้มตัวบ้านทรงเตี้ยแผ่ตัวเป็แนวยาว โดยมีมหาสมุทรแปซิฟิคที่พื้นน้ำสะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์เป็ประกายระยับอยู่ทางด้านหลัง
มันเป็บ้านที่กว้างขวางแต่ก็ไม่ใหญ่โตจนเกินไปนักอากาศโปร่งเย็นสบาย แสงสว่างสาดส่องเข้ามาได้อย่างทั่วถึง ซึ่งแตกต่างจากซันบริดจ์ที่เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหุ้มหนังดูหนาหนัก และสีสันก็ทึบทึมอย่างไรชอบกล
สำหรับบ้านหลังนี้นั้น ประตูของทุกห้องจะเปิดออกสู่ภายนอกประตูฝรั่งเศสเปิดออกสู่ลานกว้างกลางบ้าน ซึ่งตรงนี้จะมีหลังคามุงกระเบื้องลาดต่ำลงช่วยกันแดดฝนขณะเดียวกันก็ยังมีสวนสวยที่ได้รับการจัดตกแต่งไว้อย่างงดงามซึ่งต่อเนื่องเข้าไปถึงบริเวณภายในประสมประสานกับเฟอร์นิเจอร์ชุดไม้ไผ่ที่ช่วยให้ดูเบาสบายและยังผนังสีขาวที่มีสีเขียวของใบไม้ช่วยเติมแต่ง
นอกจากนั้นก็ยังมีพัดลมขนาดใหญ่ติดตั้งรายเรียงอยู่บนเพดานซึ่งช่วยระบายอากาศและยังให้ความเย็นชื่นเสียงระลอกคลื่นจากห้วงมหาสมุทรที่ทอดตัวต่ำอยู่เบื้องล่างผ่านเข้ามาได้ทั่วทุกห้อง
ทุกห้องภายในบ้านหลังนี้จะประดับด้วยม่านโปร่งที่ไหวตัวพริ้วอยู่ด้วยแรงลมจากท้องทะเลพรมที่ใช้ปูพื้นห้องเป็สีเปลือกไข่ซึ่งช่วยคลายความหนักของเฟอร์นิเจอร์ที่ต่อขึ้นจากไม้มะฮอกกานีสีน้ำตาลเข้มตามธรรมชาติลงได้อย่างมากห้องอื่นที่นอกจากห้องนอนนั้นเฟอร์นิเจอร์ที่นํามาใช้ล้วนแต่เป็เครื่องไม้ไผ่ทั้งสิ้น
บิลลี่ ผู้เป็เ้าของคนแรกของบ้านและที่ดินผืนนี้เรียกขานสถานที่แห่งนี้ว่าวิมานส่วนตัว แต่แม็กกี้กับแรนด์เรียกง่ายๆ ว่า...บ้าน
แม็กกี้ โคลแมนส์ แทนเนอร์ เนลสันซึ่งอยู่ในชุดบิกินี่นั่งอยู่ในห้องระเบียง วันนี้เป็วันที่สายลมอ่อนโชยชื่นเฟิร์นที่ระย้าย้อยอยู่เหนือศีรษะไกวแกว่งอยู่ไปมา
เธอกวาดสายตามองไปโดยรอบด้วยความรู้สึกไม่ใคร่สบายใจแม็กกี้มักจะััความรู้สึกเช่นนี้เสมอเวลาที่ทุกสิ่งทุกอย่างดูจะสงบอย่างสมบูรณ์แบบเกินไปมันคล้ายกับมีอะไรบางอย่างที่ผิดแผกไปอย่างไรพิกล
เธอรู้สึกเหมือนถูกกระตุกตรงหัวใจ และรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณว่ามันจะต้องมีอะไรบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นแล้วมันอาจเกิดขึ้นกับแม่ กับโคลผู้เป็ลูกชาย หรือไม่ก็ซอว์เยอร์ผู้เป็ลูกสาว
มันเป็ััที่เจ็ดที่ผู้หญิงในตระกูลโคลแมนทุกคนดูจะรับมรดกมาอย่างถ้วนทั่วและนั่นเป็สิ่งที่แม่มักจะพูดอยู่เสมอ มันทําให้แม็กกี้รู้สึกไม่สบายใจมากขึ้นเพราะเท่าที่สังเกตมาโดยตลอด ััที่เจ็ดนี้ไม่เคยผิดพลาดเลยความรู้สึกดังกล่าวนี้เกิดกับเธอมาหลายวันแล้ว และเมื่อคืนนี้ตอนที่ซูซานผู้เป็น้องสาวโทรศัพท์มาดูจะยิ่งเป็การตอกย้ำความเชื่อในเื่นี้ให้หนักแน่นขึ้น
แม็กกี้กระชับผ้าขนหนูผืนใหญ่เข้ากับ่ไหล่ที่สั่นสะท้านขณะนี้อุณหภูมิตั้งแปดสิบ แล้วทําไมเนื้อตัวเธอยังสั่นสะท้านขนลุกเช่นนี้เล่า...
หรือจะเป็เพราะซูซานกําลังจะเดินทางมาถึง...การมาของน้องสาวในครั้งนี้เป็สิ่งที่เธอไม่คาดคิดมาก่อนจึงออกจะสร้างความแปลกใจให้อย่างมาก ซูซานไม่เคยทําอะไรอย่างไม่มีสาเหตุซึ่งเพียงแค่นี้ก็น่าจะก่อให้เกิดความกังวลได้มากพออยู่แล้ว
ซูซานอ้างเหตุผลว่า ขณะนี้เฟอร์วิส สามีของเธอกําลังออกไปชิงชัยอยู่ในโลกของการแพทย์และเธอก็ยังหัวเราะด้วยเมื่อเล่าเื่นี้ให้แม็กกี้ฟัง เสียงหัวเราะนั้นบ่งบอกความชอกช้ำใจอย่างที่แม็กกี้ไม่เคยได้ยินมาก่อน
เธอเก็บเื่นี้ไปเล่าให้แรนด์ฟังแต่เขาก็ไม่ได้แสดงความยินดียินร้ายแต่อย่างใดกลับบอกว่าซัสซี่เพียงแต่อยากจะมาพักพิงอยู่กับญาติพี่น้องสักสองสามวันเท่านั้น
แม็กกี้เดินไปหยุดอยู่ริมระเบียง ครุ่นคิดอยู่ในใจว่าทัศนียภาพที่นี่ช่างสวยสดงดงามเสียเหลือเกินนอกจากจะสวยแล้วก็ยังสงบร่มเย็นอีกด้วย เธอหลับตาลงพยายามกําจัดความคิดในทางลบออกไปให้พ้นจากจิตใจเหลือไว้แต่เพียงความว่างเปล่า
“ได้โปรดเถอะ...” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแ่เบา“ขออย่าให้มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดผ่านเข้ามาทําลายความสุขที่ฉันกําลังได้รับอยู่ในขณะนี้เลย”
ผ้าผืนนั้นร่วงหล่นลงจากเรือนร่างแล้วเธอก็วิ่งตรงลงไปยังชายหาดสีขาวสะอ้านโผลงสู่พื้นน้ำสีครามใสท่าว่ายของเธอบ่งบอกถึงความแข็งแรง และเต็มไปด้วยความมั่นใจทั้งนี้เพราะทดสอบความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้ออยู่เป็ประจําทุกวันเมื่ออาการตึงเครียดตรงหัวไหล่ค่อยคลายลงแล้ว เธอจึงได้พลิกตัวขึ้นในท่านอนหงายปล่อยตัวให้ลอยล่องไปตามกระแสน้ำ และให้แสงอาทิตย์ช่วยอาบไล้เรือนร่าง
ชีวิตมิใช่สิ่งสวยสดงดงามเสมอไปเธอได้เสียเวลานานปีอยู่กับความรักและความชังในตัวมอสส์ผู้เป็บิดาขณะเดียวกันมันก็ยังมี่เวลาที่เคยนึกเกลียดชังมารดาด้วยเช่นกันยิ่งกว่านั้นเธอก็ยังสร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับครอบครัวมาแล้วไม่น้อยเลย
โดยเฉพาะตอนที่แม็กกี้อายุสิบสี่เธอได้ให้กําเนิดซอว์เยอร์ตอนนั้นเธอยังเด็กอยู่มากไม่มีความรู้ในเื่การเลี้ยงทารก แต่รู้วิธีที่ทําให้ตัวเองท้องแล้วเธอตั้งใจจะยกลูกให้คนอื่น แต่ทั้งพ่อและแม่ปฏิเสธอย่างเด็ดขาดหลังจากนั้นแม่ก็รับซอว์เยอร์ไปเลี้ยงดูด้วยความรักราวลูกของตัวเอง
ขณะเดียวกันแม็กกี้ก็ถูกส่งตัวเข้าโรงเรียนดัดสันดานเมื่อโตเป็สาวเธอก็ยืนหยัดขึ้นด้วยลําแข้งของตัวเอง ไม่สนใจทั้งลูกสาวและครอบครัว
ในที่สุดเธอก็แต่งงานกับพ่อของโคลและพออายุยี่สิบหกก็เป็มารดาครั้งที่สองแต่หลังจากเวลาผ่านไปไม่นานเธอก็ขอหย่าขาดจากแครนสตัน แทนเนอร์ขอให้ศาลบังคับให้เธอเป็ผู้เลี้ยงดูบุตรชาย
วันที่เธอส่งลูกชายเข้าโรงเรียนนายร้อยนั้นแม็กกี้แก้แค้นด้วยเหล้าขวดใหญ่หลับไหลไปด้วยพิษเมาค้างอยู่หลายวันวันที่เธอรู้ว่าตัวเองเป็โรคพิษสุราเรื้อรังคือวันที่ถูกเรียกตัวไปซันบริดจ์บ้านที่พ่อทิ้งไว้ให้เป็มรดก
ตอนนั้นเองที่ทําให้เธอพยายามกลับตัวกลับใจเสียใหม่เธอบอกกับตัวเองอยู่ทุกค่ำคืนวันว่ามันเป็ความมานะอดทนของทุกผู้ที่มีสายเืโคลแมนส์
แม็กกี้พลิกตัว วาดว่ายเข้าสู่ฝั่งเธอเกลียดชังความคิดของตนเองเวลาที่มันพาเธอย้อนกลับไปสู่วันเวลาในอดีตเช่นนี้มันทำให้เธอต้องหลั่งน้ำตาเสมอทุกครั้งทิ่คิดถึงซอว์เยอร์กับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น
เมื่อซอว์เยอร์เข้ารับการตรวจโรคและแพทย์พิเคราะห์ว่าเป็เนื้องอกในสมองเธอได้หันมาเล่นงานแม็กกี้ต่อต้านเช่นเดียวกับที่ครั้งหนึ่งแม็กกี้เคยต่อต้านครอบครัวมาแล้วซอว์เยอร์ปฏิเสธไม่ยอมรับการผ่าตัดอย่างเด็ดขาด แม็กกี้ได้ใช้ความพยายามเกลี้ยกล่อมให้ลูกสาวยอมทําตามคําสั่งหมอเธอ้าแสดงบทบาทในความเป็แม่ต่อลูกสาวคนนี้แต่ซอว์เยอร์กลับะโใส่หน้าให้เธอไปลงนรก ให้ออกไปให้พ้นจากชีวิตเสียทีและยังย้ำว่า...ทุกสิ่งทุกอย่างมันสายเกินแก้แล้ว
แต่ครั้งนี้แม็กกี้ไม่ยอมฟังเสียง เธอต่อสู้กับซอว์เยอร์อย่างสุดฤทธิ์โดยมีโคลกับไรเล่ย์ผู้เป็ญาติเข้ามาช่วยสนับสนุนทั้งที่ตอนนั้นหนุ่มน้อยทั้งสองเพิ่งอายุสิบหกด้วยกันทั้งคู่
และในที่สุด ด้วยความอ่อนเพลียละเหี่ยใจและชอกช้ำซอว์เยอร์ยอมตกลงเข้ารับการผ่าตัดแม็กกี้ไม่เคยลืมวันที่ซอว์เยอร์ชูนิ้วหัวแม่มือแทนการแสดงความขอบคุณขณะที่ทุกคนมองผ่านผนังกระจกเข้าไปในห้องไอซียู
มันเป็วันแรกและวันเดียวที่เธอเพิ่งได้ยินเสียงเพลงของนางฟ้าเธอเฝ้าขอบคุณพระเ้าที่ด้วยเมตตาของพระองค์ได้ประทานซอว์เยอร์กลับคืนมาและทําให้สองแม่ลูกได้มีโอกาสเริ่มต้นด้วยกันใหม่อีกครั้ง
ขณะนี้เธอว่ายกลับมาถึงชายหาดแล้วมองเห็นสามียืนอยู่ตรงระเบียงบ้าน แม็กกี้วิ่งขึ้นจากน้ำโบกมือให้เขาอย่างร่าเริง