บทที่ 18 ตระกูลลู่และตระกูลเหยียน
เมื่อเหยียนหลีลั่วเดินทางไปยังคฤหาสน์ตระกูลลู่ เขาก็เอ่ยถามบ่าวรับใช้ที่เดินผ่านไปมา
"ท่านผู้บัญชาการอยู่ที่ไหนหรือ"
"อยู่ที่ห้องหนังสือขอรับท่านรอง ่นี้คุณชายถูกซางชงเล่นงานจนหัวปั่น ไม่ได้พักผ่อนมานานแล้ว" บ่าวรับใช้ของลู่เฉินโม่ที่ในมือถือถาดอาหารพูดด้วยความสงสาร
"ข้าจะไปดูเขาหน่อย แล้วก็นั่นอาหารของเขาใช่ไหม ข้าจะเอาไปให้เขาเอง"
"ขอรับท่านรอง"
บ่าวของเหยียนหลีลั่วก้าวออกมารับถาดอาหาร แล้วเดินตามเหยียนหลีลั่วไปที่ห้องหนังสือของลู่เฉินโม่
ลู่เฉินโม่กับเหยียนหลีลั่วสนิทสนมกันมาั้แ่เด็ก ตระกูลของลู่เฉินโม่เป็กรมทหารองครักษ์มาหลายชั่วอายุคน ส่วนตระกูลของเหยียนหลีลั่วเป็ขุนนางมาหลายชั่วอายุคน เมื่อทั้งสองคนโตเป็ผู้ใหญ่ เหยียนหลีลั่วก็สอบเข้ากรมทหารองครักษ์กับลู่เฉินโม่ หลังจากที่บิดาของลู่เฉินโม่เสียชีวิต ลู่เฉินโม่ก็ได้เป็ผู้บัญชาการกรมทหารองครักษ์แทน ส่วนเหยียนหลีลั่วก็ได้เป็รองผู้บัญชาการกรมทหารองครักษ์ คอยช่วยเหลือลู่เฉินโม่
"เมื่อครู่ข้าได้ยินมาว่าเ้าไม่ได้กินข้าวดีๆมานานแล้วหรือ"
แม้ไม่เห็นตัว แต่แค่ได้ยินเสียง ลู่เฉินโม่ไม่ต้องเงยหน้าขึ้นก็รู้ว่าคนที่กล้าเข้ามาในห้องหนังสือโดยไม่ขออนุญาตเช่นนี้ต้องเป็เหยียนหลีลั่วแน่ๆ
"แวะมาทั้งทีเ้ามามือเปล่ารึ นึกว่าจับซางชงมาฝากข้าด้วยเสียอีก"
เหยียนหลีลั่วเดินไปที่ข้างๆลู่เฉินโม่ ช่วยจัดแจงหนังสือราชการบนโต๊ะ
"ข้าไม่ได้มามือเปล่า นี่ไม่ใช่เอาอาหารมาให้เ้าหรอกหรือ"
"เหอ เหอ อาหารพวกนี้ หากข้าเดาไม่ผิด น่าจะเป็อาหารจากคฤหาสน์ตระกูลลู่ใช่หรือไม่"
เหยียนหลีลั่ว "..."
"แล้วอย่างไร อาหารของคฤหาสน์ตระกูลลู่กับคฤหาสน์ตระกูลเหยียนมันต่างกันตรงไหน?"
ลู่เฉินโม่วางพู่กันลง มองเหยียนหลีลั่ว "เื่ซางชงมีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง"
เหยียนหลีลั่วถอนหายใจ "ยังจับไม่ได้ ตอนนี้เบาะแสและร่องรอยขาดหาย คาดว่าตอนนี้ซางชงคงจะปลอมตัวเป็สตรีอีกแล้ว"
ลู่เฉินโม่ได้ยินคำพูดของเหยียนหลีลั่ว คิ้วที่เพิ่งจะคลายออกก็ขมวดขึ้นมาอีกครั้ง
เหยียนหลีลั่วเห็นท่าทางของลู่เฉินโม่ก็รู้ทันที
"เอาล่ะ เอาล่ะ ท่านผู้บัญชาการของพวกเรา เ้าเป็กังวลเช่นนี้ไปก็จับซางชงไม่ได้อยู่ดี และหากยังรั้นไม่พักผ่อน ประเดี๋ยวคงล้มป่วย ฉะนั้นกินข้าวก่อนเถิด"
เหยียนหลีลั่วพูดพลางจัดวางอาหารให้ลู่เฉินโม่
ถึงแม้ว่าตอนนี้ลู่เฉินโม่จะไม่อยากอาหาร และไม่มีอารมณ์กิน แต่เมื่อเป็คำพูดของเหยียนหลีลั่ว เขายังพอรับฟังบ้าง
ลู่เฉินโม่กินข้าว ส่วนเหยียนหลีลั่วก็นั่งมองเขา
"มองข้าอยู่นั่น เ้าคิดอะไรอยู่อีกเล่า"
"เมื่อครู่ข้าเจอแม่นางซ่ง"
พอได้ยินคำว่า "แม่นางซ่ง" ดวงตาของลู่เฉินโม่ก็เป็ประกาย แม้แต่ข้าวในชามก็ดูไม่อร่อยไปทันตา
เหยียนหลีลั่วเห็นปฏิกิริยาของลู่เฉินโม่ก็เอ่ยแขวะว่า "ทำไมหรือ ได้ยินชื่อแม่นางซ่งแล้วกินข้าวไม่ลงเลยหรือ"
ลู่เฉินโม่ยิ้มออกมา "ก็นิดหน่อย อาหารของคฤหาสน์ตระกูลลู่สู้อาหารที่แม่นางซ่งทำไม่ได้จริงๆ"
"ในเมื่ออร่อยขนาดนั้น ก็เชิญแม่นางซ่งมาที่คฤหาสน์ตระกูลลู่ซะสิ"
ลู่เฉินโม่ถึงได้รู้ตัวว่าเหยียนหลีลั่วกำลังล้อเขาจึงรีบหุบยิ้ม
"เ้าบอกว่าเจอแม่นางซ่ง เ้าเจอนางที่ไหน"
"ประตูหลังของคฤหาสน์ตระกูลเหยียน"
"คฤหาสน์ตระกูลเหยียน?" ลู่เฉินโม่ก็ใเช่นกัน
"น่าเหลือเชื่อใช่หรือไม่ ข้าก็ใเหมือนกัน ตอนที่เจอแม่นางซ่งที่บ้าน ข้ายังไม่อยากจะเชื่อเลย"
"แล้วแม่นางซ่งเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลเหยียนรึ"
"ก็ทั้งใช่และก็ไม่ใช่"
ลู่เฉินโม่ "..."
ลู่เฉินโม่จ้องเหยียนหลีลั่วจนเหยียนหลีลั่วรู้สึกเสียวสันหลัง
"เอ่อ ...แม่นางซ่งนางบอกว่ามาส่งพี่สาวของนางน่ะ"
"พี่สาว? พี่สาวนางไปเยือนคฤหาสน์ตระกูลเหยียนเพราะเหตุใด"
เหยียนหลีลั่วถอนหายใจ " นี่เป็เื่ที่เหนือความคาดหมายนัก พี่สาวของแม่นางซ่งก็คืออนุภรรยาคนที่เจ็ดของบิดาข้าที่กำลังจะแต่งงานด้วย"
ถึงแม้ว่าตระกูลของเหยียนหลีลั่วจะเป็ขุนนางมาหลายชั่วอายุคน แต่บิดาของเหยียนหลีลั่วแม้ว่าจะอายุห้าสิบกว่าแล้ว แต่ก็ยังคงชอบเที่ยวสถานเริงรมย์ ตบแต่งอนุภรรยามาหลายคน
ลู่เฉินโม่ได้ยินแบบนั้นก็อ้าปากกว้าง
" เป็อย่างไร อึ้งไปเลยใช่ไหม "
ลู่เฉินโม่ไม่รู้จะพูดอะไรตอบกลับไปดี
"ไม่รู้ว่าแม่นางซ่งรู้เื่นี้หรือไม่..."
"พี่ใหญ่!"
เหยียนหลีลั่วยังพูดไม่ทันจบ ลู่จินโม่ก็กลับมา
ลู่จินโม่วิ่งเข้ามาแล้วก็เห็นเหยียนหลีลั่ว
"พี่หลีลั่วก็อยู่ที่นี่หรือเ้าคะ"
" ใกล้จะเป็เ้าสาวอยู่แล้ว เหตุใดยังวิ่งหน้าตาตื่น ไม่รู้จักสำรวมเช่นนี้อีก"
"พี่หลีลั่ว ท่านดูสิ พี่ชายดุข้าอีกแล้ว!" ลู่จินโม่พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
"เ้านี่ก็นะ พี่ชายเ้าแค่เป็ห่วงเ้า ไม่เคยได้ยินรึว่าพี่ชายเปรียบดั่งบิดา"
ลู่จินโม่ "..."
พวกท่านสองคนนี่เหมาะที่จะเป็สหายกันจริงๆ หากข้าไม่รู้จักพวกท่านมาก่อน คงคิดว่าพวกท่านเป็พี่น้องแท้ๆ
"รีบร้อนวิ่งเข้ามาเช่นนี้ มีเื่อะไรหรือ"
"วันนี้ข้าไปที่ร้านขายยา เห็นสตรีนางหนึ่งที่หน้าร้าน นางสวมชุดที่สวยมาก มันแปลกใหม่สะกดสายตา ที่สำคัญคือนางออกแบบเองเ้าค่ะ!"
ลู่เฉินโม่กับเหยียนหลีลั่วต่างก็มองลู่จินโม่ พวกเขาเป็บุรุษไม่สนใจเื่พวกนี้ และไม่เข้าใจว่าเหตุใดลู่จินโม่ถึงได้ตื่นเต้นนัก
"เหตุใดพวกท่านดูเฉยชานักเล่า นี่เหมือนข้าเป็บ้าไปคนเดียวเลย?" ลู่จินโม่ถามเมื่อเห็นท่าทางของทั้งสองคน
"นี่ข้าต้องตื่นเต้นด้วยหรือ...?"
"เ้าเจอชุดที่ถูกใจ แล้วอย่างไรต่อ...?"
ลู่จินโม่ "..."
"พวกท่านทั้งสองนี่น่าเบื่อจริงๆ ไม่เคยเข้าใจความรู้สึกสตรี แล้วเช่นนี้เมื่อไหร่ข้าถึงจะมีพี่สะใภ้เสียที!"
ลู่เฉินโม่ "..."
เหยียนหลีลั่ว "..."
"เอาล่ะน้องหญิงคนดีของพวกเรา เล่ามาสิว่าหลังจากที่เจอสตรีนางนั้นแล้วเป็อย่างไรต่อ"
เหยียนหลีลั่วอ่อนโยนกว่าลู่เฉินโม่ จึงยอมเอ่ยถามเพื่อตามใจนาง
"พี่หลีลั่วใจดีที่สุดเลย" ชมเสร็จลู่จินโม่ก็เหลือบมองลู่เฉินโม่ที่กำลังกินข้าวอยู่ข้างๆ
"อีกไม่กี่วันพี่ชิงหยวนก็จะกลับมาที่หมู่บ้านแล้ว ข้าตั้งใจไปเยือนที่นั่นพร้อมกับเขา จึงอยากให้สตรีนางนั้นช่วยทำชุดใหม่ให้ข้า..."
"ไม่ได้!"
ลู่จินโม่ยังพูดไม่ทันจบ ลู่เฉินโม่ที่กำลังกินข้าวอยู่ก็พูดขึ้นมา
"ทำไมหรือเ้าคะพี่ใหญ่?"
"เฉินโม่เป็อะไรไป เหตุใดถึงไม่ได้ หรือเ้าหมายถึงเื่ตัดชุด?"
เหยียนหลีลั่วกับลู่จินโม่ต่างก็งุนงงสงสัย
"เ้าห้ามไปหมู่บ้านของเส้าชิงหยวนกับเขา"
"พี่ใหญ่ เหตุใดเล่าเ้าคะ"
ลู่จินโม่ถามด้วยน้ำเสียงสูง
"เหตุใดหรือ เ้าเป็สตรีไปกับบุรุษแบบนั้นได้อย่างไร!"
"แล้วอย่างไรเล่าเ้าคะ พวกเรากำลังจะแต่งงานกันแล้ว"
"ก็ไม่ได้อยู่ดี ตราบใดที่พวกเ้ายังไม่ได้แต่งงาน เ้าก็ไปไม่ได้"
คำพูดของลู่เฉินโม่ไม่มีช่องโหว่ ลู่จินโม่เป็คุณหนูมาั้แ่เล็ก พอได้ยินน้ำเสียงเด็ดขาดของลู่เฉินโม่ก็วิ่งหนีออกไปโดยไม่หันหลังกลับมา
"จินโม่...นี่..." เหยียนหลีลั่วหันไปมองลู่เฉินโม่ "เ้าเหตุใดไม่พูดกับนางดีๆเล่า"
"ข้าไม่ได้อยากห้ามนางไปกับเส้าชิงหยวน แต่ข้ากังวลเื่ซ--"
"ข้าเข้าใจเ้า เ้ากลัวว่าเส้าชิงหยวนจะเข้าหาจินโม่เพราะว่านางเป็น้องสาวของผู้บัญชาการกรมทหารองครักษ์ กลัวว่าจินโม่จะถูกหลอกใช้ใช่หรือไม่"
"ข้าดูออกว่าเด็กคนนั้นชอบเส้าชิงหยวนมาก วันนั้นที่เขาสอบติด นางก็ทิ้งทุกสิ่ง รีบวิ่งไปเจอเขา"
"ในเมื่อเป็เช่นนี้ ก็ปล่อยให้นางลองดูสิ นางมีพวกเราเป็พี่ชายอยู่ทั้งคน เ้าจะกลัวอะไรเล่า"
ลู่จินโม่ยังพูดไม่ทันจบ เหยียนหลีลั่วก็ชิงเอ่ยเสียก่อน