แสงแดดรำไรยามสายส่องทะลุผ่านผ้าม่านหน้าต่างบานโตในห้องนอนส่วนตัวของพริม ทอดลงบนผ้าห่มผืนบางสีเทาอ่อน พริมค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาในความเงียบสงบของเช้าวันใหม่ ร่างกายของหญิงสาวเ็ปร้าวระบมไปทั่วสารทิศ โดยเฉพาะตรงจุดกึ่งกลางกายและสะโพกบางที่เมื่อคืนต้องรองรับจังหวะกระแทกกระทั้นอันรุนแรงป่าเถื่อนบนเตียงสี่เสาปูลูกไม้ดำ รอยแดงบีบเค้นเข้มจางปรากฏอยู่ตามผิวโคนขาด้านในและข้อมือเรียวทั้งสองข้างที่ขึ้นสีแดงช้ำจากแรงเสียดสีของผ้าไหมที่ใช้ตรึงขึงตัวเธอไว้กับเสาเตียง
พริมพยุงกายลุกขึ้นนั่งช้า ๆ เสียงลั่นเอี๊ยดของเตียงไม้ทำให้เธอสะดุ้งตัวเบา ๆ เธอยกมือขวาขึ้นลูบไล้ปลอกคอหนังแท้สีดำที่ยังคงโอบล้อมรอบลำคอขาวระหง ผิวััตึงกระชับของมันเตือนความทรงจำในอดีตและเหตุการณ์บงการร่วมรักเมื่อคืนได้อย่างชัดแจ้ง รวมไปถึงสร้อยข้อมือลูกไม้สีดำที่มีห่วงเงินกลมตรงกลางที่รัดแน่นอยู่รอบข้อมือซ้ายของเธอ
ทว่าในเช้านี้ จิตใจของพริมกลับไม่ได้เต็มไปด้วยกระแสความหวาดกลัวหรือความรู้สึกละอายใจเหมือนแรกเริ่มที่ก้าวเข้ามาทำงานในคฤหาสน์ตระกูลเวลดิงตันแห่งนี้ ความอับจนหนทางและความกดดันทางจิตใจในคืนที่ผ่านมากลับแปรเปลี่ยนเป็ความยอมรับสถานะ Submission อย่างน่าประหลาดใจ ยามที่เธอมองรอยแผลเป็ตราประทับลับกุหลาบหนามบนสะบักหลังผ่านกระจกเงาโต๊ะเครื่องแป้งเก่าแก่ พริมกลับไม่ได้รู้สึกว่ามันคือตราประทับแห่งโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้เมื่อสิบปีก่อนอีกต่อไป
แต่เธอมองว่ามันคือสายใยผูกพันเพียงหนึ่งเดียวที่โยงใยเธอไว้กับคุณหนูโรส เ้านายร่างสลับเพศผู้งดงามและร้ายกาจคนนั้น
ความลับเื่ไฟไหม้คฤหาสน์เวลดิงตันที่โรสเอ่ยกระซิบข้างใบหูเมื่อคืนยังคงดังก้องอยู่ในสมองบีบเค้นความรู้สึกของเธออย่างรุนแรง *‘คนในคฤหาสน์หลังนี้... คนในตระกูลของฉันนี่แหละที่เป็คนลงมือสั่งแผดเผาครอบครัวของเธอจนย่อยยับในคืนนั้น...’* และคำพูดที่ตอกย้ำว่าบิดาของเธอยอมขายตัวเธอ ยอมส่งลูกสาวคนเดียวเข้ามาทำสัญญาเป็หนี้ชีวิตและของเล่นในเงื้อมมือคุณหนูโรสเพื่อแลกกับความปลอดภัยของคนในครอบครัว
พริมพรูลมหายใจยาว เม้มริมฝีปากแน่นพยายามระงับอารมณ์สั่นไหว เธอตระหนักดีแก่ใจว่าตนเองไม่เหลือที่พึ่งใดๆ นอกเหนือคฤหาสน์หลังนี้ และคุณหนูโรส... ปีศาจร้ายผู้น่าเกรงขามแต่กลับหอมหวานอ่อนโยนปนป่าเถื่อนยามร่วมรัก คือปราการปกป้องเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถจุนเจือชีวิตครอบครัวและชีวิตของเธอให้รอดพ้นจากเอื้อมมือของตระกูลสาขาอื่นที่กำลังตามล่าหาตราประทับลับ ความภักดีและความรู้สึกหวงแหนในร่างชายแต่งหญิงมีหน้าอกของคุณหนูโรสเริ่มหยั่งรากลึกในจิตใจของหญิงสาวอย่างมั่นคง ความลุ่มหลงในฐานะของเล่นที่ยอมสยบจำนนต่อเ้านายคนนี้ขจัดความขัดแย้งในศีลธรรมไปสิ้น
พริมจัดแจงแต่งกายด้วยชุดเสื้อเชิ้ตคอตั้งสีขาวประณีตและกระโปรงทำงานยาวสีกรมท่า ปิดบังร่องรอยคอเสื้อและปลอกคอหนังไว้มิดชิด ก่อนจะก้าวออกไปทำหน้าที่ผู้ช่วยส่วนตัวหญิงอย่างขยันขันแข็งตามปกติในเวลากลางวัน
---
ห้องทำงานส่วนตัวชั้นบนของคุณหนูโรสในวันนี้เงียบสงบ แต่อบอวลไปด้วยกระแสความตึงเครียดจางๆ คุณหนูโรสในเดรสผ้าซาตินคอสูงสีครีมหรูหรากำลังต้อนรับแขกขุนนางระดับสูงจากสมาคมในห้องรับรองด้านล่าง ทิ้งให้พริมจัดการจัดหมวดหมู่แฟ้มเอกสารการเงินและรายงานประวัติครอบครัวข้ารับใช้อยู่ในห้องทำงานเพียงลำพัง
ขณะที่พริมกำลังคัดแยกซองจดหมายและรายงานทนายความอยู่นั้น เสียงฝีเท้าเนิบนาบและน้ำเสียงซุบซิบนินทาของเหล่าสาวใช้สองสามคนก็ดังแว่วเข้ามาจากระเบียงโถงทางเดินไม้ด้านนอก พริมชะงักมือที่กำลังถือปากกาขนนก ขยับเข้าใกล้บานประตูแง้มเพื่อเงี่ยหูฟังเงียบๆ
"นี่... เธอสังเกตไหมว่าพักนี้คุณหนูโรสทำตัวแปลกๆ ตู้วางเครื่องแต่งกายพิเศษในห้องส่วนตัวของคุณหนูน่ะ ล็อกกุญแจแ่าตลอดเวลาเลย และห้องนอนใหญ่ข้างบนก็ไม่ยอมให้พวกเราเข้าไปทำความสะอาดเลยสักคน มีแต่ยัยพริมผู้ช่วยคนใหม่นั่นแหละที่เข้าออกได้คนเดียว" เสียงสาวใช้คนหนึ่งเอ่ยด้วยความสงสัย
"ใช่ๆ... ฉันแอบเห็นแม่บ้านมาทิลดาคุยกับทนายความเมื่อเช้าด้วย สีหน้าเคร่งเครียดกันมาก มาทิลดาสงสัยว่าคุณหนูโรสแอบซ่อนอะไรบางอย่างไว้ใต้กระโปรงหรูหรานั่น หรือบางทีคุณหนูอาจจะแอบสะสมของต้องห้ามของสายเืเวลดิงตันเอาไว้... ถ้าขืนปล่อยไว้ ตระกูลเราอาจจะเดือดร้อนกันหมดเพราะการกระทำของคุณหนู" อีกคนเสริมน้ำเสียงสั่นพร่าระคนจับผิด
พริมยืนตัวสั่นน้อยๆ อยู่หลังบานประตู ั์ตากลมเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ความภักดีในอกเต้นรัวกระหน่ำอย่างรุนแรงเมื่อรับรู้ถึงภัยคุกคามที่กำลังคืบคลานเข้ามาทำลายความสงบในกรงขังลับแห่งนี้ หากมาทิลดาหรือคนรับใช้อื่นไขตู้หรือค้นพบรอยแผลเป็ที่หลังของเธอ หรือยิ่งกว่านั้นคือพบตัวตนจริงสรีระร่างกายขัดแย้งของคุณหนูโรสที่ซ่อนแก่นกายแกร่งไว้ใต้เดรสยาว ชะตากรรมของทั้งโรสและพริมคงต้องพังพินาศลงในพริบตา
"เื่นี้... ฉันต้องขัดขวางให้ได้" พริมบอกตัวเองเสียงเบา ั์ตาหม่นฉายประกายเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
---
ยามบ่ายแก่ๆ แดดส้มเริ่มทอดเงายาวเข้ามาในห้องทำงานไม้โอ๊ก คุณหนูโรสต้องเดินทางออกไปร่วมประชุมด่วนนอกคฤหาสน์พร้อมกับหัวหน้ารองทนายความประจำตระกูล บรรยากาศในตึกใหญ่จึงค่อนข้างเงียบงัน พริมอาศัยสิทธิ์ในฐานะผู้ช่วยส่วนตัว คอยตรวจตราบริเวณห้องส่วนตัวของคุณหนูโรสเพื่อสังเกตความเคลื่อนไหว
ทันใดนั้น เธอสังเกตเห็นเงาร่างท้วมของหัวหน้าแม่บ้านมาทิลดาเดินอย่างลนลานผ่านห้องโถงทางเดินชั้นบน มุ่งตรงไปยังบานประตูห้องส่วนตัวของคุณหนูโรส ในมือของมาทิลดามีพวงกุญแจสำรองโบราณพวงใหญ่ที่ขยับกระทบกันเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง มาทิลดาหันซ้ายหันขวามองหาคนรับใช้อย่างหวาดระแวง ก่อนจะเสียบกุญแจสำรองเข้าไปไขประตูดังแกรก ผลักประตูแง้มก้าวเท้าเข้าไปข้างในห้องลับ
พริมสูดหายใจลึกรวบรวมความกล้าทั้งหมดก้าวเท้าตามไปอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบที่สุด
ภายในห้องส่วนตัวของคุณหนูโรสที่มืดสลัวและหอมกลิ่นกุหลาบป่าเข้มข้น มาทิลดากำลังยืนอยู่หน้าตู้วางเครื่องแต่งกายพิเศษซึ่งทำจากไม้เนื้อแข็งสีเข้มขรึม มาทิลดาพยายามเอาลูกกุญแจสำรองทีละดอกเสียบเข้าไปในช่องไขตู้เพื่อสืบค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ข้างใน
"คุณกำลังทำอะไรอยู่ตรงนั้นคะ แม่บ้านมาทิลดา?"
น้ำเสียงเรียบเฉียบและทรงพลังที่ดังขัดจังหวะขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาหัวหน้าแม่บ้านสะดุ้งสุดตัวจนพวงกุญแจในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังเคร้งใหญ่ มาทิลดารีบหันขวับกลับมามองผู้ช่วยส่วนตัวหญิงคนใหม่ที่ยืนประจันหน้าอยู่ตรงกรอบประตูห้องนอน แววตาของพริมในยามนี้ไม่มีความประหม่าหรืออ่อนแอหลงเหลืออยู่ ดวงตากลมหม่นจ้องเขม็งมาที่แม่บ้านอย่างไร้ความเกรงกลัว
"พริม... เธอกล้าดียังไงเข้ามาขัดจังหวะฉัน?" มาทิลดาจัดสีหน้าพยายามใช้อำนาจหัวหน้าแม่บ้านข่มขู่กลับ "ฉันเป็หัวหน้าแม่บ้านคฤหาสน์หลังนี้ มีหน้าที่ดูแลความสะอาดและความเรียบร้อยของห้องหับคุณหนูโรสทุกห้อง"
"หน้าที่ของคุณคือดูแลความสะอาดค่ะมาทิลดา ไม่ใช่แอบไขรื้อค้นตู้เสื้อผ้าพิเศษและทรัพย์สินส่วนตัวของคุณหนูโรสในเวลาที่คุณหนูไม่อยู่" พริมตอบกลับด้วยเสียงเฉียบขาด ก้าวเท้าเข้าไปในห้องยืนบังหน้าระหว่างมาทิลดากับตู้ไม้เนื้อแข็งสีเข้มนั้นอย่างกล้าหาญ "สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ไม่ใช่การตรวจตรา แต่เป็การบุกรุกและพยายามล่วงรู้ความลับทางธุรกรรมและการเงินของคุณหนูที่คุณไม่มีสิทธิ์เข้าถึง"
"อย่ามาอวดดีกับฉันนะพริม! เธอเป็แค่เด็กใหม่ที่พ่อมีหนี้สินล้นพ้นตัวจนต้องมาทำงานที่นี่" มาทิลดาตวาดเสียงต่ำชี้หน้านิ้วมือสั่นระริก "คุณหนูโรสทำตัวน่าสงสัยเกินไป และฉันมีอำนาจปกป้องตระกูลเวลดิงตันหากคุณหนูแอบเก็บเอกสารลับหรือคนของสายเืขุนนางเก่าแก่ไว้ข้างกายเพื่อสั่นคลอนตระกูลสาขาหลัก!"
"ถ้าอย่างนั้นก็รอให้คุณหนูโรสกลับมาตรวจตราเองสิคะ..." พริมหัวเราะในลำคอแ่เบา รอยยิ้มหยันประดับมุมปากสวยละเอียดช่างดูเลียนแบบคุณหนูโรสยามออกคำสั่ง "ทว่าหากคุณหนูโรสทราบเื่ที่คุณใช้กุญแจสำรองบุกรุกเข้ามาเปิดตู้ส่วนตัวนี้ด้วยตนเอง... คุณคิดว่าความภักดีที่คุณอ้างถึงตระกูลสาขาหลักจะช่วยปกป้องชีวิตการทำงานของคุณในคฤหาสน์นี้ได้นานกี่น้ำคะ?"
คำขู่เยือกเย็นของพริมทำให้มาทิลดาชะงักแข็งทื่อ ใบหน้าท้วมขยับสั่นด้วยความกลัว อิทธิพลและความดุร้ายของคุณหนูโรสเป็ที่เลื่องลือในหมู่คนรับใช้ และทุกคนต่างรู้ดีว่าเลดี้ผู้อ่อนหวานยามโกรธเกรี้ยวขึ้นมาจะจัดการขั้นเด็ดขาดเหมือนขยี้มด
"คุณหนูโรสเพิ่งจะตักเตือนทนายความเมื่อคืนเื่สืบสวนคดีตราประทับลับ และหากคุณหนูรู้ว่าคุณกำลังทำตัวเป็ไส้ศึกคอยรื้อค้นทรัพย์สินเพื่อรายงานตระกูลสาขาอื่น... คดีบุกรุกคฤหาสน์และลักทรัพย์ส่วนตัวที่คุณหนูพร้อมจะแจ้งส่งคุณเข้าคุกมืด คงจะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คุณคิดแน่นอนค่ะ" พริมขยับถ้อยคำกดดันทีละคำอย่างราบเรียบแต่เฉียบขาด บีบให้มาทิลดาจนมุม
มาทิลดากัดฟันแน่น แววตาสั่นระริกด้วยความเคียดแค้นปนตื่นตระหนก แม่บ้านสูงวัยรู้ดีว่าตนเองถือไพ่เสียเปรียบต่อผู้ช่วยส่วนตัวหญิงคนโปรดที่กุมความไว้วางใจสูงสุดของเลดี้โรสในเวลานี้
"ฝากไว้ก่อนเถอะยัยเด็กปากดี..." มาทิลดากระซิบเสียงรอดไรฟัน ก้มลงเก็บพวงกุญแจสำรองบนพื้นขึ้นมาก่อนจะเดินสะบัดหน้าผลักตัวผ่านไหล่บางของพริมก้าวเดินหนีออกจากห้องนอนส่วนตัวไปอย่างรวดเร็ว
พริมลอบถอนลมหายใจยาวพรูออกผ่านริมฝีปากที่สั่นระริก ยามที่ร่างท้วมของแม่บ้านพ้นสายตาไปแล้ว เข่าบางของหญิงสาวก็แทบทรุดฮวบลงบนพื้นพรมขนสัตว์ ตัวสั่นระริกด้วยความโล่งอกปนตื่นตระหนกที่ฝืนเผชิญหน้าข่มขู่หัวหน้าแม่บ้าน ทว่าในอกกลับเปี่ยมไปด้วยความอิ่มเอมใจลึกซึ้งที่เธอสามารถเป็ 'ปราการปกป้อง' กรงขังแห่งความลับและเรือนร่างสลับขั้วของเ้านายผู้ชีวิตเธอเอาไว้ได้สำเร็จ
---
เวลา่เย็นคืบคลานเข้ามา แสงอาทิตย์สีส้มทองลับขอบฟ้าทิ้งไว้เพียงความมืดมิดและลมหนาวเย็นเฉียบที่หวีดหวิวตามชายป่าด้านนอก คฤหาสน์ใหญ่ตกอยู่ในความเงียบสงัดหลังสิ้นสุดเวลางาน พริมกำลังจัดเก็บเอกสารสัญญาขั้นสุดท้ายในห้องทำงานใหญ่เมื่อประตูห้องเปิดออกช้า ๆ
คุณหนูโรสก้าวเท้าเดินอย่างงดงามเยื้องย่างเข้ามาในห้องส่วนตัว โรสถอดผ้าคลุมสวมใส่ทิ้งพาดเก้าอี้ ดวงตาสีรัตติกาลจ้องมองพริมที่ค้อมศีรษะลงต่ำต้อนรับ โรสได้รับรายงานความประพฤติและเื่ราวที่เกิดขึ้นในคฤหาสน์ผ่านกลไกสืบสวนส่วนตัวเรียบร้อยแล้วั้แ่เดินทางกลับถึงเขตบ้าน
"เดินเข้ามาหาฉันใกล้ ๆ สิ พริม..." โรสสั่งเสียงทุ้มห้าวต่ำแ่
พริมขยับก้าวเดินเข้าไปยืนก้มหน้าหลบสายตาอยู่เบื้องหน้าของโรส หัวใจเต้นรัวกระหน่ำด้วยความประหม่าปนความคาดหวังแสนหวาน โรสเอื้อมมือแกร่งดึงรั้งเชนสายจูงที่คล้องติดปลอกคอของพริมดึงร่างบางเข้ามากอดกุมไว้ในอ้อมอกแกร่งเบา ๆ
ทรวงอกอวบอิ่มนุ่มหยุ่นมีหน้าอกกลมโตแบบสตรีของคุณหนูโรสเบียดชิดกับเนินอกบางของพริมอย่างอบอุ่นปนสับสนล้นพ้น โรสเอื้อมมืออุ่นลูบไล้เส้นผมที่เปียกชื้นแนบหน้าผากของพริมอย่างอ่อนโยน ััปลายนิ้วหนาปัดเป่ากระแสความกลัวของพริมให้ปลิวหายไปในพริบตา
"ฉันได้ยินเื่ที่เธอปกป้องตู้เก็บความลับของฉันจากยัยมาทิลดาแล้ว..." โรสกระซิบเสียงห้าวต่ำชิดขมับของพริม ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อที่สั่นสะท้านของคนบนตัก "เธอทำหน้าที่ปกป้องความลับของเรา... ปกป้องกรงขังนี้ได้ดีมาก พริม... ฉันคิดไม่ผิดจริง ๆ ที่กุมชะตาชีวิตของเธอไว้เคียงข้างฉัน"
พริมสะบัดความสับสนทิ้งพยักหน้ารับอย่างสยบยอมในอ้อมอกแกร่ง "หนู... เต็มใจทำเพื่อคุณหนูค่ะ..."
โรสขยับรอยยิ้มพึงใจอย่างดุร้าย แววตาคมกริบเปล่งประกายลุ่มหลงยามเห็นเหยื่อสาวสั่นเทาและยอมจำนนราบคาบ โรสผละตัวออกเล็กน้อยพลางล้วงหยิบสร้อยข้อเท้าเงินเส้นบางประดับลูกไม้สีดำสนิทออกมาส่องแสงสะท้อนแสงเทียนสีส้มวับแวม
"ในเมื่อเธอแสดงความภักดีอย่างสมบูรณ์แบบ... คืนนี้ฉันจึงเตรียมกติกาและรางวัลชิ้นใหม่ไว้รองรับร่างกายที่น่ารักของเธอ..." โรสกระซิบพร่าเสียงต่ำเตือนสติของคนตรงหน้า "คืนนี้เวลาห้าทุ่มครึ่ง... นำสร้อยข้อเท้าเส้นนี้ขึ้นไปพบฉันที่เตียงสี่เสาปูลูกไม้ดำ... ฉันจะสลักคำบัญชาและผูกมัดเธอไว้ข้างกายฉันชั่วนิรันดร์ อย่าปล่อยให้ฉันต้องรอคอยนานล่ะ พริม..."
โรสผละกายเดินออกจากห้องทิ้งให้พริมยืนเกาะกุมสร้อยข้อเท้าเงินในมือที่สั่นระริก หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำรัวเร็วปะทะความหวาดเสียวลึกซึ้ง จินตนาการถึงบทรักสุดเร่าร้อนป่าเถื่อนและกติกาผูกมัดอันลึกล้ำที่รอคอยเธออยู่ในค่ำคืนนี้ใต้เตียงสี่เสาลูกไม้ดำ... กรงขังลับที่คุณหนูโรสเตรียมจะตราตรึงชะตาชีวิตของเธอไว้ชั่วนิรันดร์...
---
(โปรดติดตามตอนต่อไป)